อดีตเป็น Concept ปัจจุบันใกล้เข้าสู่ Production version ภายในปี 2026 แล้วสำหรับ two-seater coupe คันใหม่จาก Toyota จากที่เคยเดากันไปว่าอาจจะเป็น MR2 แต่สรุปแล้วไม่น่าใช่ เพราะมันใช้ขุมพลังไฟฟ้าล้วน ด้านหน้าเน้นดุดันใส่ความสปอร์ตมาเต็มด้วยช่องดักอากาศและกระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟ daytime running lights แนวตั้งที่ฉีกแนวคิดการออกแบบที่ผ่านมาไปอย่างสิ้นเชิง เส้นสายที่เฉียบคมยังลากต่อเนื่องไปถึงด้านท้าย ทำให้ประตู ซุ้มล้อ และ diffuser หลังมีความเป็น Sports car อย่างชัดเจน ซึ่งแม้จะเป็น concept แต่ก็มีรายละเอียดที่ครบสมบูรณ์พร้อมผลิตมาก ๆ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับขุมพลัง Mr. Fumihiko Hazama, chief engineer บอกว่า FT-Se จะใช้ระบบ dual-motor ประกบเพลาหน้าหลังส่งกำลังแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ใช้แบตเตอรี่ high-performance ตัวเดียวกับใน Lexus LF-ZC และหวังว่าจะสามารถทำความเร็ว 0-100 ได้ในเวลาไม่ถึง 3
เห็น Cybertruck โผล่มาอยู่บนเว็บ Tesla Thailand ก็เลยสนใจและลุ้นไปด้วยว่าจะมาขายจริงหรือไม่ ถ้ามาแล้วราคาน่าสนใจ เชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากลอง รวมถึงแอดเองด้วย แต่ด้วยสเปคที่ล้ำยุคสมัยไปไกลก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า “แล้วถ้าต้องซ่อม บ้านเราจะทำได้มั้ย?” เอาแค่บอดี้ Metal Alloy ที่ผลิตจาก Stainless Steel panels หนา 3mm แข็งแรงถึงขั้นกันกระสุนได้ ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตขึ้นรูป ซึ่ง Musk เคยบอกว่าเครื่องบีบอัดที่ใช้โรงงานรถยนต์ทั่วไปไม่สามารถใช้ได้ ดังนั้นอู่นอกหรือช่างแถวบ้านไม่น่าจะมีเครื่องมือที่ซ่อมแซมมันได้ หรือได้ แต่อาจจะใช้เวลานานจนช่างไม่อยากรับงาน เส้นสายที่ตรงและลากยาว แปลว่าช่างต้องซ่อมถึง เคาะจนตรงเป๊ะเท่าโรงงาน จะโปะสีทับ ๆ ก็ไม่ได้อีก เพราะตัวถังเป็นวัสดุเปลือยไม่มีการพ่นสี หรือแม้แต่การเปลี่ยนใหม่ ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ราคาถูก ๆ แน่นอน เพราะต้องเปลี่ยนทั้งชิ้น ในต่างประเทศพึ่งจะมีเจ้าของรถ Rivian R1T โดนชนท้ายมุมบุบธรรมดา แต่เจอบิลราคาค่าซ่อมสูงถึง 1.5 ล้านบาท เพราะมันซ่อมไม่ได้ และบอดี้ที่ผลิตแบบชิ้นเดียว ทำให้ต้องยกเปลี่ยนทั้งชุด หากเป็นวัสดุ Metal Alloy
บ่งบอกเอกลักษณ์ให้ชัดเจนไปอีกขั้น พร้อมฉลองครบรอบ 40 ปี G-Shock ด้วยโมเดลที่เหมาะสำหรับการสะสมที่สุดแห่งปี “Full Metal Polychromatic Accent Series” ดีไซน์ไล่ระดับสีที่ออกแบบอย่างประณีตทุกขั้นตอน ตั้งแต่กรอบโครงสร้างภายนอก ผ่านขั้นตอนการขัดเงาด้วยเทคนิคพิเศษแบบ Hairline สุดพิถีพิถันบน GMW-B5000 และ GM-B2100 FULL METAL ที่ใช้วัสดุโลหะทั้งตัวเรือน G-Shock FULL METAL Series ขึ้นชื่อเรื่องการเลือกใช้วัสดุที่ทันสมัยและทนทาน โครงสร้าง shock-resistant structure และ water resistance กันฝุ่นกันน้ำ ผ่านกระบวนการออกแบบเฉพาะที่เรียกว่า CMF (Color, Material, and Finish) เสริม Resin กันสะเทือนระหว่างตัวเครื่องกับขอบ bezel อีกชั้น ข้อต่อ joint เชื่อมสายกับเคสด้วยระบบ tripod structure เสริมประสิทธิภาพกันกระแทกได้ทั่วทั้งเรือน กันน้ำได้ลึกถึง 20 ATM (200
เรื่องราวของรถสปอร์ต Mazde RX-7 ซึ่งเป็นตำนานจากดินแดนอาทิตย์อุทัย ที่มีชื่อเสียงกว้างไกลไปทั่วโลก
มาอย่างหล่อหรูดูร่ำรวย Toyota เปิดตัว 2025 Camry ใหม่วันนี้น่าจะช่วยให้ตลาด midsize sedan ในบ้านเราคึกคักขึ้นอีกครั้งด้วย generation ที่ 9 ขุมพลังตอนนี้มีเฉพาะ Hybrid ซึ่งในตลาดโลกสามารถเลือกรุ่นย่อยที่ครอบคลุมตั้งแต่ขับเคลื่อนล้อหน้าไปจนถึง all-wheel-drive แต่ในบ้านเราอาจจะมีแค่ front-wheel-drive ทำตลาด Camry ใหม่อาจจะยังเรียกว่า All-new ไม่ได้ เพราะยังคงพัฒนาบนพื้นฐาน TNGA-K platform เหมือนรุ่นก่อน แต่มีการพัฒนาช่วงล่างใหม่ให้ตอบสนองได้เฉียบคมขึ้น มิติตัวถังและภาพรวมของรถจึงยังดูคล้ายเดิม ด้านหน้าและหลังเปลี่ยนไฟ LED ได้กระจังหน้าใหม่ ภายในติดตั้งจอ digital instrument cluster ขนาด 7 นิ้ว และจอ infotainment ขนาด 8 นิ้ว และ 12.3 นิ้วในรุ่นท็อป เครื่องเสียง JBL ลำโพง 9 จุด และ Toyota Safety
สร้างความสั่นสะเทือนวงการรถจักรยานยนต์อีกครั้ง กับแบรนด์ LAMBRETTA (แลมเบรตต้า) เจ้าพ่อสกู๊ตเตอร์คลาสสิกระดับตำนาน 76 ปี จากอิตาลี ทำเซอร์ไพรส์เผยโฉมสุดยอดอิเลคทริคสกู๊ตเตอร์ EV Concept รุ่นต้นแบบ ในชื่อรุ่น Elettra กับรูปโฉมที่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะแห่งอนาคต ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% Elettra รถรุ่นต้นแบบของสกู๊ตเตอร์พลังงานไฟฟ้า 100% จากแบรนด์ดังฝั่งอิตาลี อย่างแลมเบรตต้า ที่นำมาเผยโฉมให้ได้ชมกันเป็นครั้งแรกในโลก ภายในงาน EICMA 2023 (Esposizione Internazionale Ciclo Motociclo e Accessori 2023) จัดขึ้น ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 66 นี้ ซึ่งถือเป็นปีที่แบรนด์แลมเบรตต้าครบรอบ 76 ปี สำหรับชื่อ Elettra เป็นชื่อภาษาอิตาเลียน ที่นิยามถึงหญิงสาวทรงเสน่ห์ มากความสามารถมีความคิดนอกกรอบและมีความมั่นใจในตนเอง นอกจากนี้ ยังมีความหมายอีกนัยหนึ่งว่าเป็น จิตวิญญาณแห่งการบุกเบิก หรือผู้ที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นจนได้รับเป็นผู้ที่ถูกเลือก
1967 Shelby GT500 ผลงานระดับ Iconic ของ Carroll Shelby จากการนำ Ford Mustang fastback มาอัพเกรดใหม่ให้สะใจชาวอเมริกันผู้ชื่นชอบกลิ่นควันยางรถบดถนน กระจังหน้าถูกแทนที่ด้วยโคมไฟคู่สไตล์ rally cars ฝากระโปรง fiberglass เพิ่มช่องดักอากาศระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ “Ford Cobra” FE Series 428 cu in (7.0 L) V8 engine 355 horsepower at 5400 rpm 420 ft-lb of torque ที่ทั้งใหญ่และหนัก ช่วงล่างของ Shelby GT500 ถูกเซ็ทให้แข้งกระด้าง ว่ากันตามตรงแล้วมันเป็นรถที่การทรงตัวไม่ค่อยจะดีนักก็เพราะสาเหตุนี้ด้วยเหมือนกัน ด้านข้างของรถเพิ่มช่องดักอากาศฝั่งละสองตำแหน่ง ด้านบนใช้ดักแรงลมพร้อมกับ ducktail ช่วยกดท้ายรถให้นิ่ง ด้านล่างใช้เป่าลดความร้อนใหัเบรกหลัง ไฟท้ายยาวใหญ่ชิ้นเดียวมาแทนที่ไฟเดิมดวงเล็กใน Mustang รุ่นปกติ ภายในสังเกตความพิเศษของ Shelby
All-Electric 1967 Ford Mustang Fastback ใกล้เป็นจริงเข้ามาทุกที แม้จะไม่ใช่ผลงานจากโรงงาน Ford แต่เป็นสำนัก Charge Car ที่ได้ License ในการสร้าง 1967 Ford Mustang Fastback พลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ นั่นแปลว่าเราไม่จำเป็นต้องเสีย Donor car ในการเอามาตัดดัดแปลงแต่อย่างใด สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ทั้งหมด ไม่เสียรถระดับตำนานที่เหลือน้อยลงทุกทีอีกด้วย 1967 Ford Mustang EV by Charge Cars จะมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 63 kWh ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 4 ตัว ให้ total output มากถึง 536 แรงม้า แรงบิด 1,500 นิวตันเมตร ทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ใน 3.99 วินาที ความเร็วสูงสุด 322
อุปกรณ์ทำมาหากินที่สำคัญไม่แพ้อวัยวะในร่างกายของเราได้เดินทางมาพร้อมชิปตระกูล M3 แบบใหม่หมด นั่นคือ M3, M3 Pro และ M3 Max ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม GPU เจเนอเรชั่นถัดไปและ CPU ที่เร็วขึ้น จึงทำให้ชิปตระกูล M3 มีประสิทธิภาพที่สูงยิ่งขึ้นและนำความสามารถใหม่ๆ มาสู่ MacBook Pro MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว ใหม่ พร้อมชิป M3 นั้นไม่เพียงแค่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงประสิทธิภาพที่เหนือชั้นได้ต่อเนื่องขณะใช้งานแอปและเล่นเกมระดับโปร จึงเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับครีเอทีฟไฟแรง นักเรียนนักศึกษา และเจ้าของธุรกิจด้วยราคาเริ่มต้น 59,900 บาท MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว และ 16 นิ้ว พร้อมชิป M3 Pro มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและรองรับหน่วยความจำแบบรวมเพิ่มมากขึ้น จึงสามารถรับมือกับเวิร์กโฟลว์ที่หนักขึ้นสำหรับผู้ใช้ในกลุ่มนักเขียนโค้ด ครีเอทีฟ และนักวิจัย ในขณะที่ MacBook Pro รุ่น
คอมพิวเตอร์แบบออลอินวันที่ดีที่สุดในโลกรุ่นนี้น่าใช้มากขึ้นไปอีกด้วยชิป M3 และมีประสิทธิภาพดีขึ้นสูงสุด 2 เท่า มาพร้อมกับดีไซน์บางเฉียบและจอภาพ Retina 4.5K ที่ใหญ่เต็มตา เปิดตัวสักที ข่าวดีสำหรับคนที่เฝ้ารอเตรียมถอย iMac 24 นิ้วรุ่นใหม่หลังจากใช้ชิป M1 มานานหลายปี วันนี้เรามีชิป M3 อันน่าทึ่ง และทำให้คอมพิวเตอร์แบบออลอินวันที่ดีที่สุดในโลกรุ่นนี้ทรงประสิทธิภาพและทำอะไรได้มากขึ้นไปอีก ด้วยความสามารถของ Apple silicon ในด้านการประหยัดพลังงาน iMac รุ่นใหม่จึงมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิมแบบก้าวกระโดด ดีไซน์บางเฉียบสะดุดตาใน 7 สีสันสดใสที่ผู้ใช้ทุกคนชื่นชอบ iMac ที่มี M3 ทำงานได้เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่มี M1 และสำหรับผู้ที่อัปเกรดมาจาก iMac ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel เครื่อง iMac รุ่นใหม่นี้ทำงานได้เร็วขึ้นสูงสุด 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่น 27 นิ้วที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเร็วขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นที่ทรงพลังที่สุดของขนาด 21.5 นิ้ว นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับจอภาพ Retina 4.5K


