เมื่อผังเมือง ทางเดินเท้า จวบจนถนนหนทางของเมืองใหญ่ออกแบบมาให้เป็นสัดส่วนและรองรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่มากขึ้น ก็ทำให้ผู้คนนิยมขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในเมืองขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากจะเป็นยานพาหนะที่เอื้อประโยชน์ต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังไม่ปล่อยมลพิษไปทำลายชั้นบรรยากาศเหมือนกับยานพาหนะประเภทอื่น ๆ อีกด้วย ไม่กี่วันมานี้เราเพิ่งเห็นการเปิดตัวของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสุดเจ๋ง ‘Dragonfly Hyper Scooter’ พัฒนาโดย D-Fly Group บริษัทขนส่งในกรุงลอนดอน สกู๊ตเตอร์คันนี้ไม่เพียงได้รับสมญานามว่าเป็น “Hyper Scooter คันแรกของโลก” แต่ยังมาพร้อมพลังขับเคลื่อนจากเครื่องจักรกลอัจฉริยะ ห่อหุ้มด้วยวัสดุพรีเมียมที่แข็งแรงทนทาน ทั้งคาร์บอนไฟเบอร์ ตัวถังอลูมิเนียมเกรดเดียวกับยานอวกาศ หรือแม้แต่ไม้พาโลเนียเสริมใยคาร์บอน รูปลักษณ์ของสกู๊ตเตอร์ดีไซน์มาเป็นทรงเหลี่ยมที่ดูโฉบเฉี่ยวและมั่นคง ตัวคันบังคับออกแบบมาให้คล้ายกับรถเข็นและดูไม่ซ้ำใคร นอกจากจะหมุนแฮนด์ได้แบบรถมอเตอร์ไซค์แล้ว ยังใช้เทคโนโลยีการบังคับเลี้ยวแบบ Full-Tilt ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Formula 1 ช่วยปรับปรุงรัศมีการเลี้ยวและขับขี่ผ่านโค้งหักศอกได้อย่างราบรื่น Dragonfly Hyper Scooter มีวางจำหน่ายทั้งหมดสองรุ่น คือรุ่น 3 ล้อ และรุ่น 4 ล้อ โดยในรุ่น 4 ล้อจะใช้ระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่ ที่ทำให้รัศมีวงเลี้ยวแคบลงและช่วยให้การควบคุมรถแม่นยำยิ่งขึ้น Dragonfly Hyper Scooter ทำงานด้วยมอเตอร์ Dual-powertrain ที่ให้กำลังส่ง
หนุ่ม ๆ หลายคนที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์ Ford v Ferrari คงพอรู้การกำเนิดตำนานรถแข่งอย่าง Ford GT40 ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาของ Carroll Shelby ชายอเมริกันเพียงคนเดียวที่เคยชนะสุดยอดการแข่งขัน Le Mans และ Ken Miles นักแข่งรถมือฉมังคู่ใจของเขา ไม่ได้มีแค่ Ford GT40 เท่านั้นที่เป็นตำนานรถแข่งของ Ford เพราะในเวลาเดียวกันนั้นสองคู่หูจาก Le mans ก็ซุ่มพัฒนาสุดยอดรถแข่งอีกคันขึ้นมาชื่อ Mustang Shelby GT350 Fastback Coupe ที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน จนกลายเป็นต้นแบบรถยนต์ตัวแรงของค่ายในเวลาต่อมา และความสำเร็จของรถรุ่นนี้กำลังจะกลับมาอีกครั้งในชื่อ Ford Mustang Shelby ‘Heritage Edition’ 55 ปีผ่านไป ฟอร์ดเตรียมนำตำนานรถแข่ง Mustang Shelby กลับมาอีกครั้ง โดยถูกถ่ายดีเอ็นเอลงในแชสซีและเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงสีของตัวรถที่เลือกใช้สีที่ Ken Miles ใช้ลงแข่งในสหรัฐอเมริการะหว่างยุค 60’s ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตระหว่างการทดสอบรถในปี
หลายครั้งที่มีน้ำมันสูตรใหม่เกิดขึ้นแต่เราไม่รู้ว่ามันดีกว่าอย่างไร พอเข้าไปในปั๊มทั้งชื่อและรหัสไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เปลี่ยนแค่เลขหลัง ชั่วโมงเร่งด่วนเข้าปั๊มเราเลยมักจะเลือกแบบเดิม ๆ ที่คุ้นไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย แต่สำหรับการใช้รถยนต์ น้ำมันสำคัญเสมอ เวลามีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับรถมา เราจึงตื่นเต้นและศึกษามันก่อนเพื่อสำรวจความเจ๋ง วันนี้เราจะไปเจาะลึกน้ำมันน้องใหม่ตระกูลดีเซล “PTT UltraForce Diesel B10” จาก PTT Station ดูว่ามันดีแค่ไหน เพื่อเป็นทางเลือกให้คนที่ใช้รถซดดีเซลพิจารณากันก่อนเติม ทำไมต้องมีนวัตกรรมน้ำมันในบ้านเรา ? ก่อนอื่นเราอยากให้เริ่มต้นจากที่มาที่ไปก่อน น้ำมันดีเซลแต่ละรุ่นที่เห็นว่าพัฒนาเพิ่มมาเป็นทางเลือกวันนี้เป็นความไฮเทคที่ได้แนวคิดมาจาก 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องพัฒนาประสิทธิภาพเพิ่มคุณภาพการเผาไหม้ให้เครื่องยนต์สึกน้อยลง ขับขี่แรงขึ้น เพื่อสร้างความสะดวกสบายปลอดภัยด้านการขับขี่สูงสุด แต่อีกส่วนคือต้องตอบสนองเหตุผลด้านนโยบายประเทศและสังคมโลกในยุคนั้น เดิมทีบ้านเราก็นำเข้าน้ำมันดิบมาเรื่อย ๆ ทำให้เงินก็ไหลออกนอกประเทศเต็ม ๆ จนกระทั่งมีแนวคิดเรื่องลดนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามา ประกอบกับกระทรวงพลังงานกำหนดให้ผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลทุกประเภทที่ขายในประเทศไทยและออกเป็นกฎข้อบังคับ ฟาก กลุ่ม ปตท. โดยสถาบันนวัตกรรม ปตท. จึงวิจัยและเอาผลผลิตปาล์มน้ำมันในบ้านเรามาสกัดเป็นไบโอดีเซลบริสุทธิ์หรือ B100 ในปี 2543 นี่ เลยเป็นที่มาของน้ำมันดีเซลที่มีสัดส่วนไบโอดีเซล หรือ B ต่างๆ ที่มาขายในสถานีบริการน้ำมันในปัจจุบัน Timeline น้ำมันดีเซลจาก B2 – B10 สิ่งหนึ่งที่บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจคือ
คงต้องบอกว่าปัจจุบันผู้คนยังนิยมเครื่องเกม PlayStation 4 หรือ PS4 อย่างต่อเนื่อง และเกมเมอร์อย่างเรารู้ดีว่าเกมเจ๋ง ๆ มันส์ ๆ จากค่ายเกมดังต่างออกแบบมาเพื่อเครื่องเล่น PlayStation 4 ตัวนี้โดยเฉพาะ ในช่วงขาขึ้นของเกม PlayStation 4 แบบนี้ ฝั่ง Sony ก็ไม่รอช้า รีบคว้าโอกาสเปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่ ‘DualShock 4 Back Attachment’ ที่สร้างมาเพื่อคอนโทรลเลอร์ DualShock 4 ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์เกมของคุณไปตลอดกาล DualShock 4 Back Attachment เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ดีไซน์มาให้ใช้กับคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualShock 4 โดยเฉพาะ ออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดและสอดรับคอนโทรลเลอร์ โดยผู้ใช้สามารถเสียบอุปกรณ์เสริมตัวนี้ใต้คอนโทรลเลอร์ DualShock 4 ได้เลย ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่ตรงกันกับนิ้วกลางของผู้เล่นพอดี ตัวอุปกรณ์เสริมประกอบไปด้วยปุ่ม gamepad สองปุ่มที่เข้ามาเป็นอีกตัวเลือกแทนปุ่มควบคุมเดิมบน DualShock 4 ตรงกลางของอุปกรณ์เสริมดีไซน์ให้เป็นหน้าจอ OLED ทรงกลมที่จะแสดงผลว่าปุ่ม gamepad ทั้งสองปุ่มถูกตั้งค่าไว้แบบไหน และหนุ่ม
ในยุคสมัยที่ยนตรกรรมท 2 ล้อและ 4 ล้อ พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่เฉพาะเรื่องเครื่องยนต์และความเร็ว แต่รวมถึงดีไซน์ที่ต้องแตกต่าง เช่นเดียวกับรถมอเตอร์ไซค์จากสำนักคัสตอม Bandit9 ชื่อ ‘EVE 2020’ คันนี้ ‘EVE 2020’ คือหนึ่งในรถมอเตอร์ไซค์รุ่นคัสตอม 2 คันล่าสุดของ Bandit9 สำนักแต่งรถมอเตอร์ไซค์ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองไซง่อน ประเทศเวียดนาม โดยรถคันใหม่ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาประกอบไปด้วย EVE LUX โทนสีเงินและ EVE 2020 สีดำล้วนคันนี้ รถคันนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักแต่ง Bandit9 และ Lane CrawFord รีเทลสุดหรูจากประเทศฮ่องกง โดยทั้งสองต้องการสร้างรถมอเตอร์ไซค์ที่มีงานดีไซน์โดดเด่นและแตกต่าง ขณะเดียวกันก็หรูหรา โดยเน้นสร้างผลงานที่ประกอบด้วยมือทีละชิ้นจนออกมาเป็น Black Magic Motorcycle คันนี้ ‘EVE 2020’ สร้างขึ้นมาโดยมีพื้นฐานจากโมเดล 2 ล้อสุดเก๋าอย่าง Honda Supersport รุ่นปี 1967 ซึ่งดัดแปลงงานดีไซน์ออกมาเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีรูปทรงคล้ายขีปนาวุธจากส่วนตัวถังที่ยาว และเครื่องยนต์ด้านล่างซึ่งมีลักษณะคล้ายกระสุน ตัวรถเกือบทั้งหมดใช้วัสดุ Stainless
เบนท์ลีย์ (Bentley) ค่ายผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1919 เตรียมฉลองด้วยรุ่นพิเศษของ Continental GT นอกจากจะสร้างมาเพื่อวาระครบรอบแล้ว ยังเป็นรุ่นฉลองการครองสถิติรายการขับไต่เขาสุดยิ่งใหญ่อีกด้วย Continental GT เป็นรถยนต์ Grand Tourer ของเบนท์ลีย์ที่เริ่มสายการผลิตขึ้นเมื่อปี 2003 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดรถรุ่นนี้เพิ่งสร้างสถิติใหม่ในรายการขับขึ้นเขาสุดโหดอย่าง Pikes Peak International Hill Climb ร่วมกับนักขับ Rhys Millen ระยะทาง 12.42 ไมล์ ทั้งสองสร้างสถิติใหม่ร่วมกันด้วยเวลา 10 นาที 18.4 วินาที ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้เบนท์ลีย์ตัดสินใจผลิตรุ่นพิเศษของ Continental GT ออกมาในชื่อ “Pike Peak” Continental GT “Pike Peak” มาพร้อมงานออกแบบพิเศษทั้งภายนอกและภายใน เริ่มจากดีไซน์ภายนอกใช้ตัวถังวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีเขียว Radium Green ซึ่งเข้ากับยางขนาด 22 นิ้วจาก Pirelli P Zero Colour
Leica แบรนด์กล้องไฮเอนด์สัญชาติเยอรมันเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ ‘Leica M10-P Ghost Edition’ ที่พัฒนาร่วมกับเว็บไซต์นาฬิกาชื่อดังระดับโลกอย่าง Hodinkee ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นการผสมผสานระหว่างอุตสาหกรรมการผลิตทั้งสองสายเช่นนี้ แต่บอกเลยว่าฟังก์ชันการใช้งานของกล้องรุ่นนี้นั้นถอดแบบความเจ๋งของ Leica มาไม่ผิดเพี้ยน แถมรูปลักษณ์งานดีไซน์ก็โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย Leica M10-P Ghost Edition เป็นตัวแทนของ Benjamin Clymer ชายผู้หลงใหลนาฬิกา และมุ่งมั่นพัฒนาอุปกรณ์บอกเวลาชนิดนี้ให้มีคุณค่าเหนือกาลเวลา แม้หนุ่ม ๆ หลายคนจะรู้จักเขาในนามผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Hodinkee แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าความฝันในวัยเด็กของเขาคือการได้เป็นเจ้าของกล้อง Leica สักตัว เขาจึงเริ่มสะสมกล้อง Leica รุ่นพิเศษ และนำมาสู่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เขาถ่ายทอดความเป็นตัวเองลงไปใน Leica M10-P Ghost Edition รุ่นนี้ การดีไซน์กล้องได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาดำน้ำโบราณ จึงออกแบบตัวบอดี้ให้เป็นสีขาว ครีม และเทา เสริมความแกร่งทนทานด้วยโลหะผสมแมกนีเซียม และด้านบนของกล้องก็ใช้แผ่นทองเหลืองทาสีเทาอบอุ่นตามแบบนาฬิการุ่นเก่า ส่วนตรงกลางของตัวกล้องห่อหุ้มด้วยหนังสีซีเมนต์ Leica M10-P Ghost Edition เป็นกล้องที่ประกอบด้วยมือและผลิตขึ้นในเมือง Wetzlar ของประเทศเยอรมนี เช่นเดียวกับกล้องของรุ่นอื่น ๆ ของ
หนุ่ม ๆ หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อรถยนต์ McLaren Senna ซูเปอร์คาร์หัวแถวที่ใช้ชื่อนามสกุลของนักแข่งรถสูตรหนึ่งผู้ล่วงลับในตำนานอย่าง อาอีร์ตง เซนนา (Ayrton Senna) ผู้เคยร่วมกับทีมรถสูตร 1 ของ McLaren สร้างความยิ่งใหญ่ระหว่างปี 1988-1991 อาอีร์ตง เซนนาเป็นนักขับรถสูตร 1 ผู้ยิ่งใหญ่ที่โลดแล่นในศึก Formula 1 ตั้งแต่ปี 1984 – 1994 โดยเริ่มต้นกับทีม Toleman ก่อนย้ายสู่ทีม Lotus ในปีต่อมาและจบลงที่ McLaren ซึ่งคว้าแชมป์โลกร่วมกันถึง 3 สมัย (1988, 1990, 1991) ว่ากันว่าเซนนาคือหนึ่งในนักขับรถที่มีพรสวรรค์มากที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นการขับที่ดุดันสุ่มเสี่ยง การแซงที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่น่าเสียดายที่เขาต้องเสียชีวิตระหว่างทดสอบรถกับทีม Williams ในปี 1994 ทิ้งไว้เพียงแรงบันดาลใจให้นักแข่งรุ่นหลัง ปี 2018 McLaren ระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของเขาด้วย McLaren Senna โดยมีแผนผลิตออกมาเพียง 500 คันทั่วโลก
Leica เตรียมเปิดตัวกล้องรุ่นพิเศษของ Leica M10 ที่มาในโทนสีขาว โดยก่อนหน้านี้เคยวางขาย Leica M10 Edition Zagato ที่มีราคาเกือบ 7 แสนบาทเมื่อปี 2018 Leica M10 เป็นกล้องฟูลเฟรมจากซีรีส์ M Rangefinder ของ Leica Camera AG ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 19 มกราคม ปี 2018 โดยถูกวางเป็นตัวแทนของ Leica M9 ที่รองรับเลนส์ Leica M Mount ความนิยมของ M10 ทำให้ Leica เลือกใช้เป็นรุ่นคอลแลปส์ร่วมกับ Zagato บริษัทผลิตและออกแบบรถยนต์จากประเทศอิตาลีออกมาเป็น Leica M10 Edition Zagato ซึ่งผลิตออกมาเพียง 250 ตัว ล่าสุดมีภาพหลุดว่า Leica เตรียมปล่อยกล้อง M10 รุ่นพิเศษออกมาเอาใจแฟน ๆ
ถ้าพูดถึงชื่อลูอิส แฮมิลตัน (Lewis Hamilton) หนุ่ม ๆ หลายคนรู้จักเขาในฐานะนักแข่งรถสูตร 1 หรือ Formula1 ปัจจุบันเขาเป็นนักขับที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นตำนานของวงการ หลังเจ้าตัวเพิ่งคว้าแชมป์โลกการแข่งขันในปี 2019 ถือเป็นแชมป์สมัยที่ 6 ให้ตัวเขาเอง และยังคงมุ่งหน้าต่อเพื่อคว้าแชมป์สมัยที่ 7 มาครองให้ได้ นอกจากนั้นลูอิสเป็นนักแข่งรถอีกคนที่หลงใหลการเก็บสะสมรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นคลาสสิกหรือยนตรกรรมสมัยใหม่ ว่ากันว่ารถยนต์แต่ละคันของราชารถสูตร 1 คนนี้ล้วนเต็มไปด้วยโมเดลสุดหล่อและโคตรแรง McLaren P1 McLaren P1 คือสุดยอดรถสปอร์ตในคอลเลกชันส่วนตัวของลูอิส แฮมิลตัน โดยรถยนต์โมเดลพิเศษที่ผลิตออกมาเพียง 375 ยูนิตคันนี้ ผลิตในปี 2015 พร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด M838TQ V8 ขนาด 3.8 ลิตร Twin-Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า McLaren E-Motor ทั้งหมดให้พลัง 903 แรงม้า รวมถึงวิ่ง 0-100 กิโลเมตรใน 2.7 วินาที ลูอิสเคยให้สัมภาษณ์เหมือนรู้อนาคตว่า


