เมื่อโลกเริ่มเจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ก็พัฒนาไปตามระดับความชาญฉลาดของมนุษย์ แม้ในอดีตใครหลายคนจะคิดว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องไกลตัว และคงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้หรือปรับตัวให้ตามเท่าทัน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบัน ‘เทคโนโลยี’ ที่นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาต่อยอด เริ่มแทรกตัวเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา และการใช้งานเทคโนโลยีก็กลายเป็นอีกกิจวัตรของผู้ชายหลายคนไปเสียแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่เคยเป็นเรื่องไกลตัว แถมเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับชีวิตเราจนไม่อาจเลี่ยงได้ วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากนำไฮไลต์ของงานเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง ‘CES 2020’ มาฝากหนุ่ม ๆ ทุกคน งาน CES (Consumer Electronics Show) หรือ CES 2020 เป็นงานจัดแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 7-10 มกราคม 2020 ณ เมืองเนวาดาของรัฐลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 53 ตั้งแต่จัดงาน CES ครั้งแรกเมื่อปี 1957 ในงาน CES 2020 มีบริษัทชั้นนำระดับโลกกว่า 4,500 บริษัท นำเทรนด์เทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยที่พวกเขาพัฒนามาจัดแสดงให้ปรากฏต่อทุกสายตาของคนทั่วโลก เพื่อบอกถึงทิศทางของเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนโลกและเปลี่ยนอนาคตของคุณให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป https://www.youtube.com/watch?v=c7N5UDZX7TQ Samsung Ballie
หากพูดถึงรถยนต์รุ่น DeLorean DMC-12 บางคนอาจไม่เคยรู้จัก แต่หลายคนคงรู้ว่านี่คือรถในตำนานที่เท่เหนือกาลเวลา โดยรถระดับตำนานรุ่นนี้ปรากฏตัวครั้งแรกในยุค 80’s ก่อนที่กาลเวลาจะทำให้มันกลายเป็นของหายากที่หนุ่ม ๆ ทั่วโลกอยากครอบครอง ตอนนี้มีข่าวว่า DMC-12 เตรียมกลับมาอีกครั้งในปี 2021 ดังนั้นก่อนที่ DeLorean DMC-12 จะกลับมาโลดแล่นบนท้องถนนอีกครั้ง THE ICONIC CARS อยากพาทุกคนไปทำความรู้จัก Timeless Car คันนี้ไปพร้อมกัน DMC-12 DMC-12 เป็นรถยนต์ที่ผลิตโดย DeLorean Motor Company ค่ายรถเมืองลุงแซมที่ John DeLorean เป็นผู้ก่อตั้ง โดย Prototype คันแรกของ DMC-12 ผลิตขึ้นในปี 1976 เป็นงานออกแบบของ Giorgetto Giugiaro นักออกแบบผู้ก่อตั้ง Italdesign สำนักออกแบบรถชื่อดังจากอิตาลี ก่อนต่อยอดพัฒนา Prototype จนกระทั่งปี 1981 DeLorean DMC-12 คันแรกก็ถูกส่งออกสู่ตลาด DeLorean
สำหรับ Car Guys หรือคนที่ชื่นชอบรถยนต์ เราเชื่อว่ารถยนต์ทุกคันล้วนมีเสน่ห์ มีความสวยงาม และเกิดมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของใครบางคนเสมอ วินาทีที่เราได้ยินราคาเปิดตัว 2,490,000 บาท ของ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic (CBU) ในสมองก็เกิดการประมวลผลเปรียบเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่มีราคาใกล้เคียงกันทันที ไม่ว่าจะเป็น segment ที่ใหญ่กว่าอย่าง C 220d Avantgarde ตัวเริ่มต้น หรือที่ใกล้เคียงกันอย่าง GLA ที่มีพื้นที่เยอะกว่าค่อนข้างมาก หรือ CLA ที่ได้ความหล่ออารมณ์คูเป้ และอีกมากมายจากหลายแบรนด์ ว่า A-class คันนี้จะมีจุดเด่นอะไรให้หลายคนตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของ และทันทีที่เราได้ครอบครองมัน ประสบการณ์ที่ได้สัมผัส A 200 AMG Dynamic มา ก็พบว่ามีจุดเด่นที่น่าประทับใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสดใหม่ หน้าตาภายนอกและภายในที่ออกแบบได้อย่างโดดเด่น หรูหรา สปอร์ต เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า และได้รถยนต์นำเข้าทั้งคันไปขับก่อนใคร ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงเหตุผลบางส่วน แต่ก็มากพอที่จะทำให้ใครหลายคนตัดสินใจครอบครองรถคันนี้ได้ไม่ยาก Mercedes-Benz A-class
ถ้าพูดถึงเรื่องรถยนต์หนุ่ม ๆ ในเมืองไทยคงคุ้นเคยดีกับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นจำนวนมากที่ได้รับความนิยมในบ้านเรามาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 1990 ช่วงเวลาที่มีรถญี่ปุ่นสร้างความยิ่งใหญ่ให้ทั่วโลกรู้จักกับคำว่า JDM Cars JDM ย่อมาจาก Japanese Domestic Market หมายถึงรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตขึ้นมาตามกฎหมายหรือสอดคล้องกับระเบียบรถยนต์และถนนในญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารถญี่ปุ่นจะถูกยกให้เป็น JDM เพราะรถยนต์ญี่ปุ่นมากกว่าครึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่ออกแบบเพื่อส่งขายต่างประเทศโดยเฉพาะ เพราะกฎหมายและระเบียบควบคุมเกี่ยวกับรถยนต์ของแต่ละประเทศแตกต่างกันออกไป รถหรือชิ้นส่วน JDM ถูกผลิตขึ้นมาภายใต้กฎข้อบังคับที่เข้มงวดซึ่งจะต้องผ่านการทดสอบที่เรียกว่า Shaken (車検) ทำให้รถที่ใช้ภายในประเทศและรถสำหรับส่งออกมีจุดที่แตกต่างกัน บางคนบอกว่าคุณภาพสูงกว่า บ้างก็บอกว่าความสวยงามและความแรงโดยรวมเหนือกว่า ที่แน่ ๆ คือรถเหล่านี้สามารถปรับจูนให้แรงขึ้นด้วยงบประมาณไม่สูงเกินไป คนรักความเร็วทั่วโลกรวมถึงในไทยเองจึงชื่นชอบรถยนต์ JDM ไม่ว่าจะสั่งซื้อเข้ามาทั้งคัน เปลี่ยนอะไหล่หรือทำรถแบบลูกผสมก็แล้วแต่ความชอบและงบประมาณ ยุค 90’s ยังถือเป็นช่วงเวลาที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเปิดตัวและพัฒนารถยนต์ออกมาจำนวนมาก หลายคันกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยของค่ายโดยปริยาย กลายเป็นยุคสมัยที่นักเลงรถทั่วโลกอยากจะลองของแรงจากแดนอาทิตอุทัยสักครั้งในชีวิต เมื่อบวกกับอายุการใช้งานรถของคนญี่ปุ่นที่ค่อนข้างต่ำและไม่นิยมมีในครอบครองจำนวนมากเกินไป เพราะภาษีและค่าตรวจสภาพรถในญี่ปุ่นมีราคาค่อนข้างสูง ทำให้มีรถมือ 2 สภาพดีและอะไหล่ JDM จำนวนมากถูกส่งออกไปทั่วทุกมุมโลก แต่ JDM CAR คันไหนถือเป็นที่สุดแห่งยุค 90’s มาย้อนชมโลกรถยนต์ไอคอนิกแห่งยุคสมัยไปพร้อมกัน MAZDA RX-7 เริ่มกันที่ตัวแรงจาก
ขณะที่จีนก็กำลังกักกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ดังในรอบปีอย่าง Xiaomi เองก็ไม่พลาดโอกาสนี้ ตีเหล็กตอนกำลังร้อน ส่งนวัตกรรมตัวใหม่ FIVE Smart Disinfection and Sterilization Lamp ที่ไม่ได้บอกว่าจะฆ่าโคโรน่าได้ แต่ที่แน่ ๆ เขายืนยันว่าฆ่าเชื้อโรคชนิดไหนก็ตามที่แพ้แสง UVC ยังไงก็ตายเรียบแน่นอน ใครที่ตามข่าวโคมไฟชนิดนี้อาจจะได้ยินชื่อ Xiaomi Youpin และสงสัยว่ามันอันเดียวกับ Xiaomi ไหม คำตอบคือแบรนด์เดียวกันแต่ทำหน้าที่ต่างกัน เพราะ Youpin จะแยกไว้สำหรับรองรับโครงการระดมทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมโดยเฉพาะ ก็เรียกได้ว่าคล้าย ๆ Kickstarter แต่ว่าเป็นระบบของจีน ปล่อยโปรเจกต์โคมไฟฆ่าเชื้อโรคในร่มออกมา ขนาดกะทัดรัด 245 x 120 x 120 มม. มีขนาดเบาเพราะทำจากพลาสติกและโลหะ (ช่วงแกนกลาง) สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในพื้นที่ระหว่าง 20-30 ตารางเมตร หลักการทำงานของมันคือการใช้คลื่นของรังสีอัลตราไวโอเลตที่ใช้ทางการแพทย์หรือเป็นที่รู้จักกันในนามของแสงอาทิตย์มาใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรค เรียกง่าย ๆ ว่า จับแสงอาทิตย์มาใส่โคมไฟในร่มแล้วเปิดฆ่าเชื้อโรค ในบ้านโดยสามารถสั่งและควบคุมผ่านแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Mijia ได้ทันที https://www.youtube.com/watch?v=6gHRqXTry-Y อธิบายให้เห็นภาพชัดมากขึ้นว่าเจ้าโคมไฟที่แสงเหมือนโคมไฟที่ช็อตยุงที่เราเคยใช้ตอนเด็ก
Leica แบรนด์กล้องสัญชาติเยอรมันที่โด่งดังระดับโลก เพิ่งเปิดตัว ‘Leica M10 Monochrom’ กล้อง Rangefinder ตัวใหม่ที่นำโมเดลกล้องรุ่นยอดนิยมอย่าง Leica M10-P มาเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้เทพกว่าเดิม เฉือนตัวเครื่องให้บางเฉียบกว่าเก่า เพิ่มการเชื่อมต่อแบบไร้สาย และที่สำคัญมาพร้อมเซนเซอร์ขาวดำ 40 ล้านพิกเซล Leica M10 Monochrom ตัวนี้ดีไซน์บอดี้ให้เป็นสีดำเทาล้วน ลบโลโก้สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ Leica ออกไป ขณะที่ใช้การแกะสลักและพื้นผิวสีดำเรียบหรูเข้ามาแทนที่ เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของกล้องขาวดำแห่งยุคแอนะล็อก ไม่เพียงงานดีไซน์กล้องที่เปลี่ยนไป แต่สเปกก็ถูกอัปเกรดให้ทรงประสิทธิภาพกว่าเดิม Leica M10 Monochrom ใช้เซนเซอร์ฟูลเฟรม 40 ล้านพิกเซลที่พัฒนาขึ้นใหม่ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพขาวดำโดยเฉพาะ ช่วยให้ภาพดูคมชัด เป็นธรรมชาติ และเก็บทุกรายละเอียดยิบย่อยได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากวงแหวนตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์และวงแหวนตั้งค่า ISO จะถูกเปลี่ยนให้เป็นสีเทาดำ ช่วงความไวแสงก็ปรับใหม่ให้อยู่ที่ ISO 160-100,000 ทำให้บันทึกภาพด้วยช่วงไดนามิกที่กว้างขึ้นได้ สร้างเสถียรภาพให้กล้องทำงานได้ดีในสภาพแสงน้อย แม้จะถ่ายภาพในสภาวะที่มีคอนทราสต์ไม่สม่ำเสมอกัน แต่ภาพก็ยังคงมีพื้นที่ให้เงาและแสงสว่างตัดกันอย่างชัดเจน กล้องยังติดตั้งหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 3 นิ้วไว้ด้านหลัง ช่วยแสดงผลภาพถ่ายได้อย่างจุใจ มีบัฟเฟอร์หน่วยความจำ
Nissan Leaf Nismo RC ต้นแบบรถแข่งพลังงานไฟฟ้ารุ่นที่ 2 โชว์ความแรงในทวีปยุโรปเป็นครั้งแรกที่ Circuit Ricardo Torno สนามแข่งรถในเมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน พร้อมพลังที่เพิ่มจากรถรุ่นแรกเกือบเท่าตัว Nissan Leaf Nismo RC รุ่นปี 2020 คือรถแข่งพลังไฟฟ้าที่มีพื้นฐานจาก Nissan Leaf (ZE1) โดยไม่ได้สร้างมาแค่จัดแสดงเท่านั้น แต่เป็นรถสำหรับทดสอบพัฒนาการของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของนิสสันในอนาคต ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ รวมถึง Nissan Leaf ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายถึง 450,000 คัน Leaf Nismo RC มาพร้อมดีไซน์ภายนอกแบบใหม่สไตล์ Racing ที่สร้างและพัฒนาโดย NISMO แผนกรถแข่งของค่าย ออกมาเป็น Nissan Leaf ลุค 2 ประตูแบบต่อท้าย มาพร้อมกับสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ เพื่อตอบโจทย์ระบบ Aerodynamic บนสนามแข่งที่ดีที่สุด
ยุโรปเป็นทวีปแรกที่ Toyota จะเปิดตัว Supra รุ่นพิเศษที่ชื่อ “Fuji Speedway Edition” มาพร้อมเครื่องยนต์ตัวใหม่ แม้พลังจะลดลงแต่ความสนุกหลังพวงมาลัยไม่น้อยลงแน่นอน “Fuji Speedway Edition” คือรุ่นพิเศษของ Supra ที่มีพื้นฐานมาจาก Supra (A90) รุ่นมาตรฐานที่เปลี่ยนแปลงดีไซน์บางจุด ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างแบบทูโทนสีแดงดำ ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วแบบ 5 ก้านสีดำเงาและแดมเปอร์สีแดงสด ออกมาเป็น Supra คุมโทนสีขาว ดำ แดง ที่ลงตัว ห้องโดยสารของ Supra “Fuji Speedway Edition” ออกแบบมาให้คุมโทนเหมือนกับภายนอก ทั้งเบาะโดยสารสีดำ-แดงจากหนัง Alcantara และคอนโซลกลางสีแดงขนาดใหญ่ ในส่วนของทริมคอนโซลด้านหน้าใช้เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ด้านเทคโนโลยีภายในไม่ว่าจะเป็น จอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้วและลำโพง 4 ตัว ที่สามารถอัปเกรดแพ็คเกจพิเศษเป็นระบบเสียงสเตอริโอพร้อมลำโพง 12 ตัวจาก JBL รวมเครื่องชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายและระบบแสงภายในห้องโดยสายแบบใหม่ มาถึงเรื่องสำคัญของ Supra “Fuji
หนุ่ม ๆ ที่รู้จัก BMW 7 Series (บีเอ็มดับเบิ้ลยูเซเว่นซีรีส์) รถยนต์ประเภท Full-Size Luxury Sedan ซึ่งถือเป็นต้นแบบแห่งอนาคตนับตั้งแต่เจเนอเรชันแรก (E23) ที่เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อปี 1977 ก่อนโลดแล่นผ่านกาลเวลามานานกว่า 40 ปี สู่ผลงานระดับมาสเตอร์พีซคันใหม่ New BMW 7 Series (G12) ยนตรกรรมแห่งอนาคตที่มีครบทั้งความหรูหราและสุนทรียภาพการขับขี่ในทุกการเดินทาง โดยปีนี้ New BMW 7 Series เปิดตัว 2 รุ่นย่อยออกมาคือ 730Ld SDrive M Sport และ 745Le xDrive M Sport New BMW 7 Series ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดดเด่นตั้งแต่กระจังหน้าทรงไตคู่ (Kidney Grille) ขนาดใหญ่และไฟหน้าใหม่และเส้นสายของตัวรถที่โฉบเฉี่ยวดึงดูดสายตา รวมถึงงานดีไซน์ท้ายรถแบบใหม่ด้วยไฟท้ายเรียวยาวที่คาดตลอดช่วงท้ายรถ โดยรุ่น 745Le xDrive
เอาหมัดไปแลกปืน เอาคนเป็นกองทัพไปแลกโดรน ใครจะเอาไปแลก ? ตอนนี้ข่าวเปิดวอร์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ทำให้ต้องเชื่อว่า กี่ชีวิตก็คงไม่พอแลก หรือต่อให้เก่งแค่ไหนบารมีหนาอย่างไร ถึงคราวคนมันจะล่อจากระยะไกล เราก็ตายได้ง่าย ๆ อยู่ดี เพราะทุกวันนี้อาวุธลอบสังหารมันล้ำขึ้นทุกวัน แล้วคุณเคยรู้จริง ๆ ไหมว่า นอกจากสหรัฐฯ ที่มีกองกำลังติดอาวุธเหนือน่านฟ้าที่ยากจะต่อรอง ยังมีประเทศไหนอีกบ้างที่มีโดรนเก็บไว้ในบ้าน เพื่อคลายข้อสงสัย UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปรู้จักประเทศที่มี UAV (Unmanned aerial vehicle) หรือ UCAV (Unmanned Combat Air Vehicle) เก็บไว้เป็นไพ่ไม้ตาย รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ทั่วโลกมีกองทัพทางการทหารที่มีโดรนสังหารในครอบครองมากถึง 39 ประเทศ! แต่ประเทศไหนมาก่อน-หลัง เราเรียงลำดับไว้ตามตัวเลขด้านล่างแล้ว 1. สหรัฐอเมริกา เริ่มที่ประเทศแรก อย่างที่เรารู้ ๆ กันดีว่า สหรัฐฯ เป็นตัวจี๊ดของสงครามโดรน เพราะเป็นประเทศแรกเลยที่คิดค้นกลยุทธ์และอาวุธทางการทหารแบบนี้ แถมยังเป็นพ่อค้าอาวุธโดรนเจ้าหลักในตลาดด้วย การคิดค้นและประดิษฐ์โดรนครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2001 สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ 9/11 ที่สหรัฐฯ สูญเสียกองกำลังและพลเรือนจากเหตุการณ์ก่อการร้าย ดังนั้นอเมริกาจึงหันมาผลิตอาวุธอากาศยานไร้คนขับ


