การสำรวจอวกาศไม่เคยเป็นเรื่องที่ง่ายดาย และความผิดพลาดก็พร้อมจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยุคการออกเดินทางไปดวงจันทร์ของโครงการอพอลโล ที่แม้ว่าภารกิจการลงดวงจันทร์ครั้งแรกจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ในครั้งที่ตามมาอย่างอพอลโล 12 และ 13 ล้วนประสบปัญหาที่เสี่ยงต่อการยกเลิกภารกิจ และร้ายแรงที่สุดถึงขั้นที่อาจทำให้เสียชีวิตได้เลย ทว่าด้วยความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาดของทีมภาคพื้นดิน ก็ทำให้ภารกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัย และหนึ่งในนั้นก็คือ John Aaron ชายผู้เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยรักษาภารกิจและชีวิตของลูกเรือไว้ได้ John Aaron เข้าทำงานที่ NASA เมื่อปีค.ศ. 1964 จากคำแนะนำของเพื่อน และได้รับการฝึกให้ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ EECOM ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ควบคุมและดูแลระบบไฟฟ้า สภาพแวดล้อม และการสื่อสารกับโลกบนยานอวกาศ โดยภารกิจแรกที่เขาได้มานั่งในศูนย์ควบคุมนั้นก็คือภารกิจเจมิไน 2 ในปีค.ศ. 1965 ซึ่งในภารกิจนี้ยังไม่มีมนุษย์ออกเดินทางไปด้วย เรื่องราวมาเกิดขึ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1969 วันปล่อยยานอพอลโล 12 เพื่อออกเดินทางไปลงจอดบนดวงจันทร์เป็นภารกิจที่สอง ซึ่งก็ตรงกับกะของ Aaron ที่ต้องประจำอยู่ในศูนย์ควบคุมพอดี (มี EECOM ทำงานหลายคน และจะสลับกะกันเข้ามาทำงาน) การปล่อยยานนั้นเป็นไปตามปกติ จนกระทั่งวินาทีที่ 36 เมื่อยานถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง จนส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าบนยาน อุปกรณ์ต่างๆ เริ่มรวน
NASA องค์การอวกาศของสหรัฐ ที่เป็นเจ้าของโครงการ Apollo ซึ่งพามนุษย์ไปลงจอดและเดินบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว และหลังจากภารกิจล่าสุดผ่านไป 47 ปีที่ไม่มีมนุษย์คนไหนได้เดินทางกลับไปเลย ในที่สุดรัฐบาลสหรัฐก็มีแผนที่จะส่งมนุษย์ออกเดินทางกลับไปอีกครั้งให้ได้ โดยครั้งนี้พวกเขามาในชื่อโครงการว่า Project Artemis ที่ตั้งตามชื่อเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ การออกล่า ป่า และเนินเขา ในเทพนิยายกรีกโบราณ ซึ่งเป็นธิดาของเทพ Zeus กับ Leto และเป็นพี่น้องกับเทพ Apollo ชื่อของโครงการแรกที่พามนุษย์ไปลงเดินบนดวงจันทร์ รัฐบาลของประธานาธิบดี Donald Trump ต้องการจะส่งมนุษย์กลับไปดวงจันทร์อีกครั้งอย่างเร็วที่สุด และในเดือนเมษายน ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา Mike Pence รองประธานาธิบดีของสหรัฐเองก็ได้ตั้งเป้าหมาย ให้ NASA พามนุษย์กลับไปลงเดินบนนั้นให้ได้ภายในปีค.ศ. 2024 หรือครบรอบ 55 ปีการลงดวงจันทร์ครั้งแรกนั่นเอง ซึ่งคล้ายคลึงกับตอนที่ John F. Kennedy อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ประกาศท้าทายและตั้งเป้าหมายการลงดวงจันทร์เอาไว้ในปีค.ศ. 1961 การกลับไปลงเดินบนดวงจันทร์ในรอบนี้นั้นแตกต่างไปจากเมื่อ 50 ปีที่แล้ว นั่นก็เพราะ เป้าหมายของโครงการ
ถ้าคุณกำลังมองหาที่พักในช่วงวันลายาว ๆ เพื่อผ่อนคลายในบรรยากาศทะเลสวย ๆ สงบ ร่มรื่น หลายคนอาจจะไม่คิดถึงโรงแรมที่พัทยามากนัก เพราะติดภาพความวุ่นวายของชายหาดและทะเลที่อาจจะหามุมสวยงามได้ยากพอสมควร ซึ่งปกติเราเองก็ไม่ค่อยจะติดใจอะไรในพัทยามากนัก เรียกว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับการไปทะเลของเราเลยก็ว่าได้ แต่หลังจากได้มา Check In ที่ MASON PATTAYA ทัศนคติของเราได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง MASON PATTAYA เป็นโรงแรม 5 ดาว ใหม่เอี่ยมระดับ Ultra-Modern Luxury Pool Villas อยู่ในกลุ่ม Design Hotel มีการออกแบบสวยงาม และมีราคาค่อนข้างสูงที่หลักหมื่นต่อคืน โดยมีห้องพักแบ่งออกเป็น 5 ประเภทตามด้านล่าง โดยราคาที่เห็นเป็นราคา ณ วันที่เราเข้าพักในช่วงเดือนกรกฎาคม และเป็นราคาในช่วง Pre-Opening offer ดังนั้นแนะนำให้เช็คราคาก่อนเข้าพัก เพราะราคาน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง (ราคาปกติน่าจะแพงขึ้นราว 40%) Garden Pool Villa 11,400 Baht Duplex Grand Pool Villa 17,400
เมื่อพูดถึงเรื่องราวของ Kanjozoku นักซิ่งแห่งย่าน Osaka กลุ่มสมาชิกผู้คลั่งไคล้รถยนต์ Honda แต่งซิ่งสไตล์ Group A ราวกับหลุดออกมาจากยุค 80s หรือ 90s ผู้ออกมารวมตัวกันขับรถประชันความเร็วบน Hanshin Expressway ที่ตัดผ่านกลางเมือง Osaka ซึ่งคนที่นั่นเรียกขานกันว่า “Kanjo Loop” ในเวลาปกติ มันคือเส้นทางที่ผู้คนใช้สัญจรไปมา แต่ในยามค่ำคืน ชาว Kanjozoku จะเปลี่ยน Loop ให้กลายเป็นสนามแข่งที่มีเสียงท่อแต่งดังกระหึ่มไปทั่ว เหรียญมี 2 ด้านเสมอ ในมุมของนักแข่งรถและกลุ่มคน Underground ผู้รู้สึกเบื่อหน่ายและต้องการฉีกตัวออกจากความน่าอึดอัดของสังคมญี่ปุ่น Kanjozoku หรือ Kanjo Racers ดูจะเป็นวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของคน Osaka / Kansai ผู้เปลี่ยน Kanjo Loop ยามค่ำคืนให้มีสีสัน ซึ่งหลายคนก็ยังคงความเป็น Kanjozoku แม้เวลาจะผ่านไปมากกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม มันจึงเป็นอะไรที่มากกว่าแค่รถแต่งหรือการแข่งรถกวนเมือง สำหรับพวกเค้า Kanjozoku
ตำรวจ UAE อ่านข่าวนี้คงไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะพวกเค้ามีแต่ Supercars ทุกอย่างเท่าที่เราจะจินตนาการได้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็น Porsche, Ferrari, GT-R, Lamborghini หรือแม้แต่ Bugatti แต่สำหรับตำรวจทั่วปะ หรือโจรในประเทศออสเตรเลีย อาจจะดูข่าวนี้แล้วต้องรู้สึกหวั่นไหวอย่างช่วยไม่ได้ เพราะตำรวจเมือง Victoria พึ่งจะได้รถคันใหม่ไว้ประจำกรม และไม่ใช่รถสายตรวจธรรมดา เพราะมันคือ BMW M5 Competition จรวดซีดานที่ไล่ตามได้แม้แต่ Supercar ต้องบอกว่าตำรวจ Australia ก็มีรถแรง ๆ เอาไว้ไล่จับคนร้ายอยู่พอสมควรแล้ว แม้จะไม่เยอะโดดเด่นอะไร แต่ก็ถือว่ามีทีเด็ดไม่แพ้ตำรวจเมืองไหนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น FPV Falcon GT RSPEC 536 hp, Holden Special Vehicles V8 436 hp, Audi RS4 Avant 450 hp, Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe, Polestar Volvo
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะใช้ชีวิตโดยไม่เจอการหาเรื่องจากคนงี่เง่า ที่หันมาเหวี่ยงใส่เราอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ว่าจะเป็นเพราะปีชงหรือวันซวย ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่ทำให้ตัวเราเหนื่อยกายและใจมากมายมหาศาล ดังนั้นวิธีที่ดีกว่าคือการรู้ว่าจะรับมือจากคนแบบนี้อย่างไร เพราะการแรงมาแล้วแรงกลับไปนั้นนอกจากจะไม่ช่วยอะไร มันยังทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างไม่จำเป็นอีกด้วย ไม่ว่าจะเจอคนงี่เง่าบนท้องถนนจากการขับรถปาดกันไปมา หรือเจอคนงี่เง่าในออฟฟิศ ที่พาลจนทำให้งานของเราไม่เดิน ก่อนจะหันไปหงุดหงิดตอบโต้คนงี่เง่าแบบนั้น เรามี 3 ขั้นตอนการรับมือที่ควรทำมาแนะนำ รับรองว่ามันจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้มากกว่าในทันที เหมือนคำโบราณว่าไว้ อย่าราดน้ำมันบนกองไฟ แต่มันจะดีกว่าถ้าเราเริ่มจากการดับไฟในใจเราเสียก่อน ขั้นแรกของการรับมือกับคนงี่เง่าเข้าใจยากที่หันมาเหวี่ยงใส่เราแบบไม่มีเหตุผล คือการนิ่งสงบ ไม่ตอบโต้ เพราะการตอบโต้จะยิ่งทำให้คนงี่เง่ายิ่งบันดาลโทสะเข้าไปใหญ่ พูดอะไรก็กลายเป็นหาเรื่อง ต้องอย่าลืมว่าคนที่กำลังหน้ามืดอยู่นั้นย่อมไม่อยู่ในสติที่จะฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้น การตอบโต้ใด ๆ จึงไม่ทำให้เกิดผลดีใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนขี้วีนที่ไม่รู้ไปหงุดหงิดอะไรมา ก็จงใช้ความนิ่งเข้าไว้ มันจะช่วยให้เราได้ยินเสียงรอบข้างมากขึ้น เป็นการสร้างสมาธิและจิตที่สงบ ช่วยให้ควบคุมตัวเองได้ดีกว่าไปในตัว และที่สำคัญที่สุดคือมันจะช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกสงบขึ้นได้ด้วยความแปลกใจที่เราไม่ตอบโต้ เพราะความนิ่งเป็นเสียงที่ตะโกนได้ดังกว่า มีความหมายมากกว่าเสียงด่ากลับมากกว่าที่เราคิด สิ่งที่สำคัญที่พวกเราหลายคนมองข้าม และมันคือกุญแจไปสู่ความสงบที่แสนสบายใจ นั่นคือการพยายามทำความเข้าใจถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายทำพฤิตกรรมแย่ ๆ ออกมา การเข้าใจถึงเบื้องหลัง ที่มาที่ไป จะทำให้เราเข้าใจเจตนาหรือเหตุผลที่อีกฝ่ายมีพฤติกรรมนั้น ๆ และเราจะไม่รู้สึกโกรธใด ๆ แม้อีกฝ่ายจะเหวี่ยงหรือหงุดหงิดใส่เราอย่างไร้เหตุผลก็ตาม ถ้าเราเข้าใจว่าพฤติกรรมที่อีกฝ่ายมาหาเรื่องเราอาจจะมีเหตุผลจากความเครียดบางอย่าง เราอาจจะรู้สึกเห็นใจมากกว่าที่จะไปตอบโต้ อย่างเช่นเมื่อเราขับรถอยู่ดี ๆ ก็เจอคู่กรณีไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์วินหรือพี่
ถือเป็นอีกไฮไลท์สำคัญของ SWATCH ในปีนี้เลยทีเดียว กับการเปิดตัวนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่น สวอท์ช ฟลายแมจิก (SWATCH FLYMAGIC) ปรากฏการณ์ความอัศจรรย์แห่งวงการเรือนเวลาเรือนแรกของโลกที่มาพร้อมกลไกอัตโนมัติกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด แฮร์สปริงนิวาครอง (Nivachron™) ที่มีคุณสมบัติไม่มีผลต่อแรงจากสนามแม่เหล็ก SWATCH FLYMAGIC เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย กับ 3 รุ่นได้แก่ BLACK SUSPENSE, RED SURPRISE และ BLUE HAWK โดยทั่วโลกมีวางจำหน่ายรุ่นละ 500 เรือน รวมทั้งสิ้นเพียง 1,500 เรือน และในประเทศไทยมีเพียง 60 เรือน โดยแบ่งเป็นรุ่นละ 20 เรือนเท่านั้น SWATCH FLYMAGIC ถือเป็นผลงานชิ้นเอกแห่งโลกนาฬิกาที่น่าอัศจรรย์ ด้วยการพลิกกลไกอัตโนมัติแบบกลับด้าน รวมไปถึงเข็มวินาทีเดินถอยหลัง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่เช่นนี้ เป็นนาฬิกา SWISS MADE 100% ทุกเรือนได้รับการประกอบในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาตรฐานการผลิตเดียวกับแบรนด์ชั้นนำ ด้วยวัสดุที่คัดสรรจากแหล่งที่ดีที่สุด นับเป็นเรือนแรกที่มีการติดตั้งกลไกโดยใช้แฮร์สปริง Nivachron™ ซึ่งคือนวัตกรรมวัสดุผลิตจากอัลลอยที่มีพื้นฐานมาจากไทเทเนียม Nivachron™ถูกจัดอยู่ในวัสดุประเภทโลหะ ที่มีคุณสมบัติไม่ตอบสนองต่อผลกระทบของสนามแม่เหล็กที่มีต่อกลไกนาฬิกา
พวกเราน่าจะอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการรถยนต์จากเครื่องยนต์เผาไหม้ไปสู่พลังงานไฟฟ้า เพราะตอนนี้เรียกว่าเกือบทุกค่ายต่างนำเสนอโมเดล Full Electric Vehicle ประเดิมชัยกันใหญ่โต และล่าสุดก็มาถึงคิวของ Mini กันบ้าง หลังจากชักเข้าชักออกอยู่พักใหญ่ ก็ได้ฤกษ์อวยชัยเผยวันเปิดตัว All-Electric Mini คันแรกในเดือนมีนาคม ปี 2020 ที่จะถึงนี้แน่นอน ในขณะที่หลายค่ายนำเสนอรถ EV ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป แต่สำหรับ Mini การคงไว้ซึ่งคาแรคเตอร์ของตัวเองเป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้พลังงานขับเคลื่อน เราจึงจะไม่ได้เห็นหน้าตาภายนอกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปจาก Mini Cooper MY ปัจจุบันแต่อย่างใด นอกจากจะเป็นการเก็บรักษาความ Classic ของรูปโฉมเอาไว้ ต้องยอมรับว่ารูปโฉมของ Mini ก็มีความ Modern ล้ำสมัยมากพอโดยไม่ต้องเปลี่ยนลวดลาย ไฟหน้า หรือล้อขนาดใหญ่กว่าที่เป็นอยู่ จะมีก็เพียงแค่ขุมพลังที่ถูกแทนที่ด้วยแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งไม่ได้เน้นแรงบ้าระห่ำอย่างที่ใครเค้าแข่งขันกัน แต่ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองได้อย่างสะดวกสบายมากกว่า Mini Electric จะมากับแบตเตอรี่ไฟฟ้าและมอเตอร์พลังงาน 135Kw หรือราว 181 แรงม้า ทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด
อีก 100 ปีต่อจากนี้ โลกอนาคตจะเป็นอย่างไร ย่อมไม่มีใครรู้ได้แน่ชัด แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ผู้คนในสมัยนั้นคิดว่าโลกที่เราอาศัยกันอยู่ ณ ปัจจุบันจะเป็นอย่างไรกัน และสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันตรงกับที่พวกเขาได้วาดฝันกันไว้หรือไม่ ผลงานสิ่งที่ผู้คนในปีค.ศ. 1900 ทำนายอนาคตในอีก 100 ปีข้างหน้านี้ เกิดขึ้นโดยบริษัทช็อกโกแลตสัญชาติเยอรมัน Hildebrands ได้ไอเดียทำโปสต์การ์ดทำนายอนาคต จากผู้คนในสมัยวิคตอเรียน ว่าวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีได้หมุนโลกเราไปถึงไหนแล้วบ้าง มีทั้งที่สมจริง และบางไอเดียที่หลุดโลกไปในปัจจุบัน ซึ่งเราเดาว่าแม้แต่บริษัทเองก็คงไม่คาดฝันว่า Postcard วันนั้ย จะกลายเป็น Reference ในยุคก่อนได้แบบนี้ ดังนั้นไปดูกันเลยว่าพวกเขาทำนายอะไรกันไว้บ้าง และมันจะเป็นไปอย่างที่คนในยุค 1900 จินตนาการไว้หรือไม่ ทางเท้าเลื่อนได้ ทางเท้าที่สามารถเคลื่อนที่ได้ เพื่อร่นระยะทางและเวลาที่ผู้คนจะใช้ในการเดิน ซึ่งในปัจจุบันแม้เราจะยังไม่ถึงขั้นมีทางเท้าบนท้องถนนที่เคลื่อนที่ได้แบบนี้ แต่เราสามารถเห็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงสิ่งนี้ได้ในอาคารทั่วไป หรือที่เราเรียกมันว่า บันไดเลื่อน นั่นเอง ตึกเคลื่อนที่ด้วยระบบราง 100 ปีก่อนมีคนจินตนาการว่าพวกเราน่าจะสามารถยกตึกทั้งตึกเดินทางไปกับเราได้ จากไอเดียของการใช้หัวรถจักรมาเคลื่อนอาคารไปตามราง ทว่าในปัจจุบันไอเดียนี้ก็ยังค่อนข้างห่างไกลจากความเป็นจริงไปนิด แต่ก็เคยมีการย้ายบ้านด้วยวิธีที่คล้ายคลึงกันมาแล้ว ตามในวีดีโอด้านล่างนี้ การถ่ายทอดภาพและเสียงจากโรงละคนสู่บ้านเรือน ไอเดียที่แม่นยำว่ามนุษย์ยุคเราจะทำได้ การแสดงในโรงละครที่สามารถถ่ายทอดออกไปได้ทั้งภาพและเสียง นี่คือสิ่งที่เราได้เห็นในชีวิตประจำวันของสมัยนี้ แต่สิ่งที่เหนือความความคิดของคนยุคก่อน คงไม่รู้ว่าปัจจุบันการ
อะไรเป็นตัวตัดสินว่าร้าน Omakase Sushi ร้านไหนให้ประสบการณ์ดีที่สุด? รสชาติอาหารและความสดของวัตถุดิบถือเป็นปัจจัยสำคัญแน่นอน โดยเฉพาะสำหรับอาหารประเภท Sushi แต่เมื่อมันเป็นร้านระดับ Omakase ยิ่งต้องมีความเป็นศาสตร์และศิลป์เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า แต่แค่นั้นยังไม่พอ ร้าน Omakase ที่ดียังต้องมีครบทั้งเรื่องราว บรรยากาศ การนำเสนอ ความผ่อนคลายของพนักงาน การตกแต่ง จุดที่ตั้ง ไปจนถึงราคาที่รู้สึกได้ว่าคุ้มค่า ทุกข้อล้วนเป็นสิ่งที่ร้าน Omakase Sushi ที่ดีควรจะมีครบ และหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราพึ่งจะได้สัมผัสมา และคิดว่าเป็นร้านที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกข้อ ก็คือร้าน SUSHIYOSHI อันโด่งดังระดับ Michelin 2 ดาว ที่ขึ้นชื่อและโด่งดังอยู่ใน Osaka มากว่า 28 ปี ใครเคยพยายามไปทานที่ร้านนี้จะรู้ดีว่าต้องจองคิวนานเป็นสัปดาห์ แต่ล่าสุด Master Chef และเจ้าของกิจการคนปัจจุบัน Chef Nakanoue Hiroki ก็ได้พาตัวเองมาเปิดร้าน SUSHIYOSHI ถึงกลางเมืองกรุงเทพแล้วเรียบร้อยในโรงแรม W Hotel Bangkok นับเป็นสาขาที่ 3 ต่อจาก Hong Kong


