ในปีค.ศ. 1964 Reg Spiers นักกีฬาพุ่งแหลนชาวออสเตรเลีย ผู้หมดหวังจากความพยายามแข่งเพื่อชิงตั๋วไปแข่งกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียวในปีนั้น กำลังติดอยู่ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เขาไม่มีแม้แต่เงินที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้าน และด้วยความที่เขาอยากกลับไปให้ทันวันเกิดของลูกสาว ทำให้ Spiers ตัดสินใจแพ็คตัวเองใส่ลังไม้ และส่งกลับบ้านผ่านไปรษณีย์ Reg Spiers ได้ติดทีมชาติมาแข่ง Commonwealth Games (กีฬาที่รวมเอาชาติในเครือจักรภพมาแข่งกัน) ในปีค.ศ. 1962 แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บรบกวน ส่งผลให้เขาเสี่ยงจะไม่ได้ไปร่วมแข่งโอลิมปิกในปีค.ศ. 1964 ที่โตเกียว จนต้องมารักษาตัวในประเทศอังกฤษ ด้วยความหวังว่าเขาจะหายจากอาการบาดเจ็บได้ทัน ทว่าเมื่อเขารู้ดีว่าโอกาสไปแข่งโอลิมปิกนั้นหมดลงแล้ว Spiers ได้ตัดสินใจไปเข้าทำงานในสนามบิน เพื่อหาเงินให้ได้พอซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับออสเตรเลีย แต่ทุกอย่างได้พังลง เมื่อกระเป๋าเงินของเขาถูกขโมยไป ทำให้เงินที่เก็บสะสมมาโดยตลอดหายไปทั้งหมด และที่บ้านยังมีทั้งภรรยากับลูกสาวรอเขาอยู่ โดยเฉพาะลูกสาวที่กำลังจะครบวันเกิดในไม่ช้านี้ ทำให้ Spiers ค่อนข้างรีบเร่งและกระวนกระวายหาทางกลับไปให้ทัน โชคยังดีที่เขาทำงานอยู่ในฝ่ายที่ดูแลสินค้าบรรทุกส่งออก ซึ่งทำให้เขาทราบข้อมูลเรื่องขนาดสูงสุดของกล่องที่สามารถส่งผ่านเครื่องบินได้ การเก็บเงินปลายทาง และเขายังได้เคยเห็นการขนส่งสัตว์ผ่านวิธีนี้อีกด้วย นั่นได้จุดประกายความคิดให้กับ Spiers ว่า ‘ถ้าสัตว์เหล่านี้ทำได้ เขาก็ต้องทำได้’ Spiers ได้ขอให้ John McSorley เพื่อนนักกีฬาพุ่งแหลนที่อยู่อาศัยกับเขาในลอนดอน ได้ช่วยสร้างกล่องขนาด
มนุษย์นั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่ออกเดินทางผจญภัยไปในสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครเคยไปมาก่อน และเมื่อ 50 ปีที่แล้วก็เช่นกัน มีมนุษย์ 3 คน ที่กำลังจะเดินทางไปสถานที่ๆ ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ ดวงจันทร์บริวารของโลกเรานั่นเอง สามคนที่ว่านั้นก็คือ Neil Armstrong, Buzz Aldrin และ Michael Collins นักบินอวกาศในภารกิจอพอลโล 11 ที่ได้ออกเดินทางพร้อมเป้าหมายในการลงจอดบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก การเตรียมพร้อมทุกอย่างสำเร็จเรียบร้อยดีแล้ว และลูกเรือทุกคนก็มีความมั่นใจว่าภารกิจนี้จะต้องประสบความสำเร็จ ทว่าถึงจะมั่นใจ แต่พวกเขาก็ประสงค์ที่จะทำประกันชีวิตเอาไว้ก่อนจะออกเดินทางอยู่เช่นกัน ซึ่งบรรดาบริษัทประกันก็ทราบดีถึงความเสี่ยงในอาชีพของบรรดานักบินอวกาศ ทำให้โอกาสในการเอาประกันของพวกเขานั้นมีอยู่น้อยมาก และยังมีราคาสูงกว่าเงินเดือนของพวกเขาเสียอีก (ตอนนั้น Neil Armstrong มีรายได้จากการเป็นนักบินอวกาศราว $17,000 แต่ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่มีความเสี่ยงสูงจะไม่ได้กลับมานั้น ถูกตั้งไว้สูงถึง $50,000 ต่อปี ซึ่งเทียบเป็นมูลค่าเงินในปัจจุบันก็มากกว่า $300,000 หรือมากกว่าปีละ 9 ล้านกว่าบาทไทยเลยทีเดียว) แน่นอนว่าช้อยส์นี้ไม่ได้ถูกเลือกโดยนักบินอวกาศทั้งสาม แล้วพวกเขาใช้วิธีไหนกันล่ะ ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่าจุดประสงค์ของการทำประกันในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการที่ครอบครัวของพวกเขาจะได้มีเงินก้อนเอาไว้ใช้ ในกรณีที่ภารกิจประสบความล้มเหลว และพวกเขาไม่สามารถกลับโลกมาได้ แต่ในเมื่อทำประกันชีวิตไม่ได้ พวกเค้าก็เกิดปิ๊งไอเดียหาเงินให้กับครอบครัวของพวกเค้าได้อีกทาง นั่นคือการสร้างมูลค่าให้ของใกล้ตัวอย่างการเซ็น Postcard ระหว่างที่นักบินทั้ง 3
ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาพลาสติกที่ล้นโลกอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในเมืองต่างๆ ที่ประสบปัญหาขยะล้นเมือง หรือตามท้องมหาสมุทร ที่เรามักจะเห็นภาพของขยะพลาสติกลอยเกลื่อนบนผิวน้ำ และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตอยู่ได้อีกด้วย แต่ล่าสุดนักวิจัยชาวเม็กซิโกได้ค้นพบวิธีที่จะแปรรูปใบของกระบองเพชร ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับพลาสติกที่ใช้งานตามท้องตลาดในปัจจุบัน พร้อมๆ กับสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ รวมทั้งไม่มีสารพิษตกค้าง ทำให้เป็นมิตรกับการเก็บรักษาสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น Sandra Pascoe Ortiz นักวิจัยผู้ค้นพบวิธีทำพลาสติกจากต้นกระบองเพชร ได้เปิดเผยวิธีแปรรูปของเธออย่างคร่าวๆ กับทาง BBC โดยเริ่มจากตัดใบของต้นกระบองเพชรออกมา หั่นเอาหนามและเปลือกที่หุ้มโดยรอบออก จากนั้นนำไปเข้าเครื่องปั่นเพื่อคั้นเอาน้ำออกมา ก่อนจะนำไปแช่เย็นไว้ในตู้เย็น หลังจากนั้นก็ผสมเข้ากับสารตามสูตร ซึ่งสารที่ผสมลงไปเหล่านี้จะปลอดสารพิษอีกด้วย หลังจากนั้นก็นำมารีดให้เป็นแผ่นบางๆ ทิ้งไว้จนแห้ง และก็จะได้เป็นวัตถุที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับพลาสติกนี้ขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันกระบวนการนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 10 วันด้วยกัน โดยจะมีการผลิตอยู่ในภายห้องแล็ปของเธอ ความพิเศษของวัตถุชนิดนี้อยู่ที่มันสามารถย่อยสลายในธรรมชาติได้ภายใน 1 เดือน หลังจากที่มันถูกฝังลงดิน และในน้ำจะใช้เวลาเพียงแค่ 2-3 วันเท่านั้น ส่วนถ้ามันเข้าไปอยู่ในร่างกายของคนหรือสัตว์ ก็สามารถถูกดูดซับได้โดยไม่เป็นภัยต่อร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างดี เนื่องจากในปัจจุบันปริมาณพลาสติกขนาดเล็กหรือ Microplastic ที่มนุษย์ได้รับเข้าไปต่ออาทิตย์นั้นมีมากถึง 5 กรัมด้วยกัน เทียบเท่ากับการบริโภคบัตรเครดิต 1 ใบ/สัปดาห์เลยทีเดียว ในปัจจุบันเธอกำลังวิจัยสายพันธุ์ของต้นกระบองเพชรมากกว่า 300 สายพันธุ์ เพื่อเลือกหาสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติดีที่สุดมาใช้ในการผลิต
เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ สองประเทศที่ถูกแบ่งแยกกันอันเนื่องมาจากสงคราม และยังคงอยู่ในภาวะที่เตรียมพร้อมจะรบกันได้อยู่เสมอ เนื่องจากสงครามเกาหลี ที่เกิดขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1950-1953 นั้นยังไม่ได้สิ้นสุดลงอย่างแท้จริง ทว่ามีเพียงแค่สัญญาหยุดยิงระหว่างสองฝั่งเท่านั้น ที่ถูกลงนาม ณ วันที่ 27 กรกฏาคม ค.ศ. 1953 นั่นทำให้ซีกเหนือและใต้ของเกาหลีได้ถูกแบ่งกันที่บริเวณเส้นขนานที่ 38 องศาเหนือ ซึ่งเป็นบริเวณที่กำลังจากทั้งสองฝั่งได้มาเผชิญหน้ากัน และเมื่อสัญญาหยุดยิงได้ถูกลงนามแล้วนั้น ทหารและกองกำลังจากทั้งสองฝั่งต้องถอยหลังออกจากจุดเผชิญหน้าไปฝั่งละ 2 กิโลเมตร ซึ่งทำให้เกิดเป็นเขตปลอดทหารหรือ Demilitarized Zone (DMZ) กว้าง 4 กิโลเมตร และกินระยะยาว 250 กิโลเมตรด้วยกัน โดยมีเส้นแบ่งเขตแดนตั้งอยู่ที่กึ่งกลางของ DMZ แม้ในเขตๆ นั้นจะเป็นเขตปลอดทหารสมชื่อ แต่บริเวณโดยรอบนั้นกลับมีกองกำลังจากทั้งสองประเทศอยู่เป็นจำนวนมาก จนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ๆ มีการติดอาวุธและมีทหารประจำการอยู่มากที่สุดในโลกเลยทีเดียว และมีเพียงจุดเดียวในบริเวณ DMZ ที่ทั้งสองฝั่งสามารถมาเผชิญหน้ากันได้โดยตรง นั่นก็คือบริเวณเขตรักษาความปลอดภัยร่วม หรือ Joint Security Area (JSA) ที่ JSA นั้นเป็นสถานที่ๆ มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นอยู่มากมาย ไล่ตั้งแต่ การส่งตัวเชลยสงครามผ่านสะพานที่ไม่สามารถย้อนกลับ หรือ
SWATCH (สวอท์ช) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟเปิดตัวคอลเลคชั่นไฮไลท์แห่งปี ‘BIG BOLD’ จากไอเดียสุดขบถ สู่นาฬิกาดีไซน์สุดคูลที่แฝงกลิ่นอายสายสตรีท เพื่อเหล่าผู้กล้าที่จะแตกต่าง และไม่กลัวที่จะแสดงความเป็นตัวเอง จัดเต็มความสนุกสนานด้วยปาร์ตี้มันสุดเหวี่ยงจากดีเจชื่อดังและสตรีทแดนซ์โชว์ที่มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน พร้อมด้วยเหล่าสตรีทไอคอนแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง ปิ๊น อนุพงศ์ (ปิ๊น Carnival), บ็อบ วรากฤช (บ็อบ V.A.C. Thailand), จี๊ด เมืองสิริขวัญ, บอล กันตพัฒน์ (บอล SneakaVilla) และเหล่าบรรดาแฟชั่นไอคอนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ Swatch Flagship Store, Central World ชั้น 1 จักรพันธ์ ญาณประสิทธิ์เวทย์ ผู้จัดการแบรนด์ SWATCH ประเทศไทย กล่าวว่า “แบรนด์นาฬิกา “สวอท์ช”เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนแนวคิดในแบบคนรุ่นใหม่ที่ปฏิวัติรูปแบบนาฬิกาสวิสที่ทั่วโลกรู้จัก ความไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา เพื่อให้ก้าวทันโลกด้วยไอเดียที่สร้างสรรค์และสดใหม่รวมถึงยังสนับสนุนทุกแรงบันดาลใจของการใช้ชีวิต ในแง่ของศิลปะและกีฬา การเปิดตัวคอลเลคชั่น BIG BOLD นี้ นับเป็นการตอกย้ำถึงแนวคิดที่สำคัญของแบรนด์อย่างการหยิบวัฒนธรรมย่อยอย่างสตรีทคัลเจอร์มาถ่ายทอดลงบนเรือนเวลาได้อย่างลงตัวเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มคนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และด้วยที่มาจากไอเดียสุดขบถของนาฬิกา คอลเลคชั่นนี้ ทำให้
มีอะไรที่ทำให้เราแค่มองเห็นก็รู้สึกตื่นเต้นจนเลือดสูบฉีดได้บ้าง? มีอะไรที่เราเห็นแล้วต้องคว้ากล้องขึ้นมาถ่าย ต้องสะกิดคนข้าง ๆ ให้หันไปดูด้วยกันได้บ้าง? แม้ผู้ชายเราจะมีความชอบและไลฟ์สไตล์แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ทำให้พวกเราทุกคนเกิดปฏิกิริยานั้นได้ ก็เมื่อ Nissan Skyline GT-R ขับผ่านหน้าเราไป ไม่ว่าจะเป็น Skyline GT-R รุ่นไหนก็ตาม แม้คุณจะไม่ใช่ Hardcore Fans ในเรื่องรถยนต์ แต่ทุกครั้งที่เราได้เห็นไฟท้ายโดนัทคู่ เสียงท่อคำรามจากเครื่องยนต์ 6 สูบเทอร์โบคู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ เราก็รู้ทันทีว่ามันมีความพิเศษที่รถคันอื่น หรือแม้แต่ Supercar ราคาหลายสิบล้านไม่มี นั่นคือเสน่ห์ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุค 1969 ซึ่งถือเป็น Skyline GT-R รหัสแรกที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีรถรุ่นไหนสามารถสืบทอดคุณค่าให้เป็นที่นิยมทั้งในและนอกสนาม ทำให้รหัส GT-R กลายเป็น Iconic Car แห่งความเร็วในฝันได้ทุก Generation มีหลายอย่างที่เราเข้าใจผิดเดียวกับ GT-R อย่างเช่นไม่ใช่ทุก Skyline จะต้องมีรหัส GT-R หรือคำว่า GT-R ย่อมาจากคำว่า Gran Turismo Racer
สำหรับแบรนด์รถยนต์ที่ยืนหนึ่งเรื่องความ Innovation กับประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 85 ปีของ Nissan ล่าสุดได้แสดงวิสัยทัศน์ด้านการเคลื่อนที่ในอนาคตในงาน CES Asia 2019 ด้วยการนำเสนอ เทคโนโลยีที่ใช้คลื่นสมองและการผสานโลกความเป็นจริง และโลกเสมือนจริงเพื่อช่วยผู้ขับขี่ ให้สมกับที่เป็นเจ้าแห่ง “Intelligent Mobility” Nissan แสดงเทคโนโลยี Invisible-to-Visible หรือ I2V เทคโนโลยี Brain-to-Vehicle หรือ B2Vรวมถึง IMs รถยนต์ต้นแบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนแบบ all-wheel-drive (AWD) ที่งานแสดงสินค้า ณ นครเซี่ยงไฮ้ การจัดแสดงนวัตกรรมเหล่านี้เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกของ Nissan Intelligent Mobility ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของแบรนด์ แก่ลูกค้า ที่เปลี่ยนวิธีขับเคลื่อนยานยนต์ เปลี่ยนวิถีในการขับขี่ รวมถึงการบูรณาการเข้ากับสังคม “ที่นิสสันเรามุ่งมั่นการพัฒนานวัตกรรมให้ก้าวไกลกว่าคนอื่นเสมอ” รอย เดอ วีรส์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของนิสสัน (Roel De Vries – Senior Vice President for Marketing)
IKEA เปิดตัวโครงการความร่วมมือกับแบรนด์และดีไซเนอร์พันธมิตร (Collaboration Projects 2020) จาก ทั่วโลก โดยครั้งนี้เลือกจับมือ GREYHOUND ORIGINAL แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้เพียงแบรนด์เดียว สร้างสรรค์คอลเล็คชั่นพิเศษ SAMMANKOPPLA/ซัมมันคอปล่า ซึ่งแปลว่าความเชื่อมโยง หรือเชื่อมต่อ เตรียมวางจำหน่ายในสโตร์อิเกียทั่วโลกปี 2563 IKEA ให้ความสำคัญและสนใจในความหลากหลายของวัฒนธรรม ตลอดจนมุมมองการใช้ชีวิตในบ้านซึ่งแตกต่างกันไปทั่วโลก เห็นได้จากการสร้างสรรค์สินค้าคอลเล็คชั่นพิเศษมากมายที่เกิดจาก การร่วมงานระหว่างนักพัฒนาสินค้าและดีไซเนอร์อิเกียกับดีไซเนอร์และพันธมิตรจากวงการออกแบบในประเทศต่างๆ ทั้งอเมริกาใต้ อินเดีย และแอฟริกา ครั้งนี้ อิเกียได้มุ่งความสนใจมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อมองหาแนวคิดที่สดใหม่ในการนำเสนอสินค้าตกแต่งบ้านที่รองรับ การใช้งานหลากหลายหรือมัลติฟังก์ชัน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในเมืองในบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ลาเซีย เชอร์ล็อก รองผู้บริหารฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ กล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากที่ได้รู้ว่านักพัฒนาสินค้าของอิเกียกำลังร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชื่อดังซึ่งเป็นแบรนด์ไทยแท้อย่าง “เกรฮาวด์” สำหรับพวกเราที่อยู่ในไทย เราเห็นการเติบโตของเกรฮาวด์จากแบรนด์แฟชั่นขยายตัวสู่ธุรกิจอื่น เช่น คาเฟ่ และปัจจุบันก็ก้าวขึ้นเป็นผู้นำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ และตอนนี้ทีมครีเอทีฟของอิเกียและเกรฮาวด์ก็กำลังร่วมกันพัฒนาคอลเล็คชั่นใหม่ที่จะเพิ่มสีสัน และเติมความเท่ในสไตล์อินดัสเตรียลให้สโตร์ของเราอยู่” ภาณุ อิงคะวัต ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์กลุ่มบริษัทเกรฮาวด์ เล่าถึงความรู้สึกตื่นเต้นและแปลกใจเมื่อได้รับการติดต่อจากอิเกีย สวีเดนให้มาร่วมงานกันเป็นครั้งแรกเมื่อสองปีที่ผ่านมา “ใครจะคิดว่าอิเกียแบรนด์ระดับโลกจะรู้จักเรา และจะติดต่อเราเพื่อชวนให้มาทำคอลเล็คชั่นด้วยกัน!” แต่เมื่ออิเกียติดต่อมาอีกครั้งจึงตอบอีเมลกลับไป แล้วจากวันนั้น ทีมของเราก็ได้รับโอกาสสำคัญใน การทำงานร่วมกับไมเคิล นิโคลิก
เมื่อโลกแห่งนาฬิกาและ ไอคอนแห่งสตรีทแวร์มาเจอกัน SWATCH (สวอท์ช) และ BAPE® (เบป) เดินทางมาเจอกันทั้งที กับผลงาน Collaboration ล่าสุดที่จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ระดับ Global Launch ณ เมือง Tokyo ประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดของ BAPE นั่นเอง ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแต่สื่อนาฬิกาเพียงอย่างเดียว ยังเต็มไปด้วยแขก VIP สาย Street Fashion ที่เดินทางเป็นตัวแทนประเทศจากทั่วโลกเข้าร่วม แน่นอนว่า UNLOCKMEN ไม่มีทางพลาดที่จะเข้าไปสัมผัสบรรยากาศการเปิดตัวนาฬิกา “ต้องมี” ทั้ง 6 เรือนอย่างแน่นอน ภายในงานที่จัดอย่างสุด Creative ถึงขั้นปิด 6 ร้านและผับสุดคูลทั่วโตเกียวเพื่อสื่อให้เห็นถึง Concept ของนาฬิกาแต่ละเมืองภายใต้ลวดลาย Camo ของ BAPE ในคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกในยุคปัจจุบันที่ทุกคนเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ผ่านนาฬิกา 6 รุ่น ได้แก่ Bern, London, New York , Paris, Tokyo
มันเป็นยุคของรถ SUV ที่ทำให้ตลาดรถ Supercar ต่างต้องแข่งกันออกแบบพัฒนารถหรู แรง และลุยได้ของตัวเองออกมาแย่งชิ้นเค้กในตลาดนี้กันไม่เว้นแม้แต่ Lamborghini ที่ส่ง Urus ตัวลุยโคตรแรงที่ถูกจำกัดความว่าเป็น Super SUV แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะ Happy กับการเห็นรถในฝันของตัวเองกลายร่างเป็นลุยทรงตลาดแบบนี้ (แม้จุดเริ่มต้นของค่ายนี้จะมาจากรถ Tractor และเคยมี SUV มาก่อนทำ Supercar ด้วยซ้ำ) What’s done is done! คนทำธุรกิจก็ต้องหาเงิน แต่ในขณะเดียวกัน Lamborghini ก็ไม่ปล่อยให้คนค้างคาใจ เปิดตัวลุย All-Road รุ่นใหม่ที่คราวนี้ไม่ทำให้ใครผิดหวังแน่นอน เพราะยึดจากรูปทรงรถของ Huracan ที่ผ่านการปรับแต่งรอบคันทั้งภายนอกและภายใน มั่นใจได้เลยว่าจะสถาพถนนแบบไหนก็สามารถลุยไปได้อย่างมีสไตล์กว่าใครเพื่อน Lamborghini Huracan Sterrato ถือเป็นรถ Off-roader ยุคใหม่รุ่นที่ 2 ของค่ายนับตั้งแต่ Urus ภายนอกสังเกตได้ทันทีว่ารุ่นนี้สายลุย ด้วยสติกเกอร์ตกแต่งรอบคันพร้อมไฟ LED ด้านหน้าและด้านบนหลังคารถ ช่วงล่างเพิ่ม clearence มีการยกสูงมากขึ้นกว่า Huracan ปกติถึงวง 47mm


