ในวงการแฟชั่นที่เราได้เห็นสูตรสำเร็จของการ collaboration ในฐานะ Creative Parter ที่ผสมผสาน Music and Street Fashion culture เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Kanye x Adidas, Rihanna x Puma, Kendrick Lamar x Reebok ก็คงไม่แปลกที่่วันนึงจะถึงตาของยานแม่รุ่นใหญ่อย่าง Beyonce’ ที่จะได้สวมหมวกแสดงฝีมือด้าน Creative บนเวทีแฟชั่นบ้างแล้ว Beyonce’ ได้ประกาศเซ็นสัญญาร่วมงานกับ Adidas ในฐานะครีเอทีฟพาร์ทเนอร์ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างแรงบันดาลใจและเสริมพลังให้กับครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ไปจนถึงผลักดันการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้โลกใบนี้ผ่านทางกีฬา และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ Beyonce’ กล่าวถึงการตัดสินใจร่วมงานกับ Adidas ในครั้งนี้ว่า “อาดิดาสประสบความสำเร็จอย่างมากในการขยายขอบเขตด้านความคิดสร้างสรรค์ เราต่างมีแนวความคิดที่เหมือน ๆ กัน ทั้งในเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคม เราคาดหวังที่จะทำให้ Ivy Park และแบรนด์ Adidas ก้าวไปสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง” Beyonce’ และ Adidas ถือเป็นหุ้นส่วนที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
จากเหตุการณ์โศกนาฎกรรมใน Sri Lanka ซึ่งคาดว่าจะเป็นการระเบิดพลีชีพในโบสถ์ 3 แห่ง และโรงแรม 3 แห่ง (the Cinnamon Grand, the Shangri-La, the Kingsbury) ทำให้มีจำนวนยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้มากถึงราว 320 คนแล้วนั้น ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสังคมนิยม ประชาธิปไตยศรีลังกา “Ruwan Wijewardene” ได้ออกมาแถลงถึงแรงจูงใจในการก่อการร้ายครั้งนี้ว่า “เป็นการล้างแค้นเหตุยิงมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช” เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ดูเหมือนการพยายามสร้างความแตกแยกโดยการจุดไฟแค้นระหว่างศาสนาของ Brenton Tarrant มือปืนขวาจัดหัวรุนแรงที่กราดยิงมัสยิด 2 แห่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากขึ้น 50 คน เป็นต้นเหตุที่ทำให้กลุ่ม Islamist หัวรุนแรงที่ชื่อ National Thowheeth Jama’ath (NTJ) ซึ่งก่อนตั้งมาได้เพียง 3 ปีก่อนก่อเหตุน่าเศร้าครั้งนี้ และมีเหตุผลน่าเชื่อว่ายังมีกลุ่มหัวรุนแรง Jamaat-ul-Mujahideen India (JMI) จาก India เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย “The preliminary investigations
ถือเป็นความอัฉริยะของทีมนักออกแบบ Nike ในการออกแบบและตั้งชื่อรองเท้าดีไซน์แปลกตา ที่ตั้งใจสร้างมาเพื่อฉลองให้กับวันกัญชาโลก 4/20 หรือวันที่ 20 เดือน 4 ด้วยการตั้งชื่อและออกแบบที่ twist ความหมายให้หลายคนงง แต่เป็นการส่งสัญญาณที่คนสายเขียวหัวใจกัญชาโลกรู้กันดี เพราะคำว่า ‘Walk The Dog’ ในที่นี้หมายถึงสายพันธุ์กัญชายอดฮิตในอเมริกา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังออกแบบมาให้ใส่เพื่อฉลองวันพาหมาไปเดินเล่นได้อีกด้วย ‘Walk The Dog’ เป็นกัญชาที่มีลักษณะเฉพาะคือช่อสีเขียว Olive มีขนสีส้มรอบ ๆ เป็นกัญชาที่เพาะขึ้นแบบ Indica-dominant (การผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์ Afghani Indica และ Mexican + Columbian Sativa) เป็นสายพันธุ์ที่ผสมได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวสบายใจกำลังดี ดูดแล้วสามารถออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เต็มที่ไม่ว่าจะเป็นนั่งคุยกับพ่อแม่หรือพาหมาไปเดินเล่น ขายในต่างประเทศที่กรัมละ $10 – $11 จึงเป็นที่มาของชื่อสายพันธุ์นี้นั่นเอง อย่าพึ่งสับสนว่ากดเข้ามาอ่านผิดบทความหรือไม่ เราเพียงอธิบายเรื่องที่มาของชื่อรุ่นรองเท้าเพลินไปหน่อย กลับมาที่ Nike SB Dunk High ‘Walk The Dog’ ซึ่งไม่ได้บังเอิญชื่อตรงกัน
นับว่าเป็น 2 of the best ในวงการแฟชั่น ที่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่าง Uniqlo และ Alexander Wang ที่ช่วยกันสร้างสรรค์ collection ใหม่ล่าสุดใน Airism collection Spring/Summer 2019 โดยการ Collaboration กับดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลกจากนิวยอร์กในครั้งที่สองนี้ เป็นการต่อยอดความมุ่งมั่นของไลฟ์แวร์ (LifeWear) ในการยกระดับการใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการผสานคุณสมบัติการใช้งานที่ดีเยี่ยมของนวัตกรรมเนื้อผ้าแอริซึ่ม (AIRism) ของยูนิโคล่ เข้ากับสไตล์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของอเล็กแซนเดอร์แวง ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับเราเช่นกัน ไม่ใช่แค่ในเรื่องของ Collection ที่น่าสนใจนี้เท่านั้น แต่มันคือโอกาสพิเศษที่เราจะได้บินไปสัมภาษณ์ Alexander Wang แบบสุด Exlcusive ถึงงานปาร์ตี้เปิดตัวในประเทศไต้หวัน ซึ่งโอกาสแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้พูดคุยกับ Designer ระดับโลกเบอร์นี้ แม้เวลาเราจะมีจำกัด แต่มันก็มากพอที่จะได้พูดคุยถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังการกลับมา Collaboration ครั้งนี้ และมันทำให้เราได้เห็นถึงความท้าทายในการออกแบบ LifeWear ที่ต้องบาลานซ์ทั้ง Design และ Technology ของเสื้อผ้าที่เรียบง่ายให้มีความน่าสนใจ ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึง Signature ความเป็น
ตอนเด็กเราร้องไห้ได้ง่าย ทำให้เราไม่ต้องแบกความเครียดติดตัวเอาไว้ แต่เมื่อเราโตขึ้นกลับกลายเป็นว่าการร้องไห้มันคือเรื่องยากที่จะทำ เพราะวัฒนธรรมบอกเราว่าการร้องไห้คือความอ่อนแอของคนแพ้เท่านั้น? “If you cry once a week, you can live a stress-free life.” นี่คือ Quote คำสอนของ Mr. Hidefumi Yoshida หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า “namida sensei (Tears Sensei)” หรือกูรูด้านการร้องไห้ ผู้บุกเบิกให้คนญี่ปุ่นได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเสียน้ำตา ซึ่งเป็นการระบายความเครียดที่ดียิ่งกว่าการหัวเราะหรือพักผ่อนทุกรูปแบบ ซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีว่าวัฒนธรรมการทำงานหรือแม้แต่การเรียนในประเทศญี่ปุ่นนั้นทั้งหนัก การแข่งขันสูง และการต้องเอาใจผู้ใหญ่ ส่งผลให้คนทำงานมีอัตราประสบปัญหาสุขภาพจากความเครียดสูงมาก ตัวเลขสถิติการฆ่าตัวตายจากปัญหาจากความเครียดเกี่ยวกับการทำงานในปี 2018 พุ่งสูงเกิน 2,000 ราย ทำให้คำว่า Karoshi “death by overwork” กลายเป็นประเด็นที่หลายบริษัทในญี่ปุ่นต่างให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก ด้วยปัญหานี้เอง การระบายความเครียดที่อัดอั้นใจยากจะหาวิธีระบายของคนทำงานในญี่ปุ่นด้วยการร้องไห้จึงเป็น Solution ที่กำลังได้รับความนิยมมาก ด้วยคุณสมบัติของการหลั่งน้ำตา ที่ไม่ใช่แค่ปกป้องดวงตาจากอาการระคายเคือง แต่มันยังช่วยละลายความเครียดจากระบบประสาทซิมพาเทติกในสมอง (Parasympathetic nerve activity) ซึ่งเป็นระบบประสาทอัตโนมัติที่เราไม่สามารถสั่งการได้ เปรียบเสมือนระบบ
ดีเซลเผยคอลเลคชันแคปซูลใหม่ล่าสุดที่ประกอบไปด้วยไอเทมลิมิเตดทั้งหมด 12 รุ่นตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการทำงานร่วมกันครั้งพิเศษกับ Fedez แร็พเปอร์ชาวอิตาลี โดยคอลเลคชันนี้มีทั้งแจ็คเก็ตเดนิม สเวตเชิ้ต เสื้อยืด ถุงเท้า หมวก และแน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้ย่อมต้องเป็นงานเดนิมสุดพิถีพิถันชิ้นเอกลักษณ์ของดีเซล คอลเลคชัน Diesel x Fedez จะมีวางจำหน่ายทั่วโลกผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซของดีเซล และที่บูติคสำคัญของดีเซลในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก คอลเลคชันแคปซูล Diesel x Fedez ได้แรงบันดาลใจมาจากหลากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่มีจำหน่ายหลังเวทีคอนเสิร์ตวงร็อคในอดีต เรื่อยไปจนถึงการแต่งกายของนักร้องแร็พและฮิปฮอปในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงงานศิลปะสุดโดดเด่นที่ก่อรูปขึ้นด้วยแสงของหลอดฟลูออเรสเซนต์ของ Dan Flavin สเวตเตอร์และเสื้อทีเชิ้ตที่มีรายละเอียดของการฟอกและย้อมสี ดูสะดุดตาและให้ความรู้สึกที่เบาสบายน่าสวมใส่ ด้วยเอกลักษณ์แบบวินเทจของการที่สีดำค่อย ๆ ซีดจางลงจนกลายเป็นสีเทา โดยมีการใช้โลโก้ในรูปแบบของการวางโลโก้ของสปอนเซอร์ในอีเวนต์ต่าง ๆ บนเสื้อผ้า แจ็คเก็ตเดนิมมีรายละเอียดของงานกราฟิติมือด้วยสีนีออน ส่วนกางเกงยีนส์มีการใช้เทคนิคการฟอกและการทำให้รุ่ยตลอดช่วงขา เผยให้เห็นรายละเอียดของการใช้สีนีออนและงานผ้าปะติดไปด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เสื้อผ้าที่เหมาะกับนักร้องนักดนตรีรุ่นใหม่ในปี 2019 ที่ออกทัวร์ไปพร้อมกับคิดคำนึงถึงเหล่าศิลปินในอดีตที่ส่งอิทธิพลต่อตัวตนของพวกเขาภายใต้บริบทร่วมสมัยของยุคปัจจุบัน ด้วยแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวและเพลงของ Fedez เสื้อผ้าในคอลเลคชันนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะสวมใส่ไปสนุกกับคอนเสิร์ตดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปชมคอนเสิร์ตกลางสเตเดียมสุดยิ่งใหญ่ในช่วงค่ำ หรือจะย่ำเท้าไปในเทศกาลดนตรีกลางแจ้งตลอดช่วงกลางวัน เพราะรายละเอียดของการย้อมสีผ้าของเสื้อผ้าในคอลเลคชันนี้สามารถทำให้คุณดูโดดเด่นได้เสมอเมื่ออยู่ในอีเวนต์เหล่านี้ มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่
ถึงเวลาซื้อรถทีไร ต้องมีหลายเสียงรอบตัวคอยทักท้วงว่าจะซื้อแพง ๆ ไปทำไม เพราะเมื่อเวลาผ่านไปรถ รถยนต์ที่เคยซื้อไว้จะยิ่งมีแต่ลดราคา ลดมูลค่าลงเรื่อย ๆ จนเกือบไม่เหลืออะไรนอกจากกุญแจและรายจ่าย แต่ถ้าถามกูรูนักสะสมรถตัวจริง คำตอบที่ได้จะแตกต่างอย่างแน่นอน เพราะการซื้อรถบางรุ่นที่คาดการณ์ว่าจะเป็นที่ต้องการในอนาคตนั้น นอกจากราคาจะไม่ลดลงแล้ว กลับยิ่งเพิ่มมูลค่ากลายเป็นกำไรได้ไม่ยาก ซึ่งทุกวันนี้นักสะสมเก็งกำไรจากรถหายากเริ่มมีจำนวนมากขึ้น และการลงทุนในรถหายากเองก็ได้รับการยอมรับว่าทำกำไรได้ดีไม่แพ้การลงทุนประเภทอื่น แม้จะต้องใช้เงินต้นที่สูงมากหน่อย และความรู้ด้านประวัติของรถยนต์แต่ละรุ่นอีกนิด ก่อนงาน Geneva Motor Show ที่ผ่านมา บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน JBR Capital ได้ทำการเปรียบเทียบมูลค่ารถยนต์หลายรุ่นที่เปิดตัวในงาน Geneva Motor Show จากหลากหลายปีที่ผ่านมา และราคาปัจจุบันแพงขึ้นมามูลค่าวันที่ซื้อไป โดยมีทั้งรุ่นที่สองสามปีก็เห็นผลแล้ว หรือบางคันอาจจะใช้เวลามากหน่อย แต่ก็บวกไปเกิน 100% อยู่หลายรุ่นเหมือนกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ผลิตจำนวนน้อย ใช้เวลารอคิวนาน มีเงื่อนไขในการซื้อที่ยุ่งยาก หรือถูกจองหมดไปแล้วตั้งแต่เปิดตัว 10. PORSCHE 911 GT3 (991) Geneva debut: 2013 Price at launch: £110,000 Value now: £110,000
การจักจี้นำมาซึ่งเสียงหัวเราะ การหยอกล้อ และความเฮฮา คือสิ่งที่หลายคนเชื่อว่าเป็นหน้าที่เพียงอย่างเดียวของการจักจี้ แต่ใครเคยโดนการจักจี้แบบเกินขีดจำกัด คงพอจะนึกภาพออกว่าภายใต้เสียงหัวเราะที่เปล่งออกมา มันคือความเจ็บปวดทรมานปริ่มจะขาดใจ ซึ่งในอดีตมีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการลงโทษทรมานด้วยการจักจี้อยู่ไม่น้อย ดังนั้นมันเป็นเรื่องซีเรียสที่หลายคนมองข้าม และนั่นทำให้มันเป็นประเด็นที่น่าสนใจ “ใครจะไปตายเพราะโดนจักจี้วะ?” ภาพหนุ่มสาวกำลังหยอกล้อจักจี้เอวกัน มันช่างเป็นภาพที่น่ารักและอยู่ห่างไกลจากคำว่า “ทรมาน” แต่ถ้าลองคิดให้ดี เราจะเห็นถึงมุมที่โคตรอันตรายจากการจักจี้ เพราะผู้ที่โดนกระทำจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถสื่อสารหรือตอบโต้ได้ แค่จะส่งเสียงบอกว่า “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ยังทำไม่ได้ ดังนั้นในกรณีที่ผู้ถูกกระทำโดนจองจำทั้งมือและเท้าเหมือนในการลงโทษสมัยก่อน ความเจ็บปวดทรมานจากการจักจี้จึงอยู่เหนือจินตนาการที่เราจะสามารถรู้สึกได้ ในอดีต การจักจี้ ถือเป็นหนึ่งในวิธีการทรมานที่เจ้าหน้าที่ใช้เพื่อสอบถามข้อมูลหรือคำสารภาพจากผู้ต้องหา เพราะทำได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือสถานที่อะไรเลย เมื่อจักจี้ในระดับที่รุนแรงเกินปกติ ร่างกายจะเริ้มสำลัก ขาดอากาศหายใจ เกิดความรู้สึกทรมาน เครียด มีผลกระทบกับสภาพจิตใจเป็นอย่างมาก และข้อดีคือแม้จะรุนแรงจนหัวใจวายตาย ก็ไม่มีร่องรอยหรือหลักฐานใด ๆ เหลือทิ้งไว้บนตัวเหยื่อเหมือนกับวิธีทรมานแบบอื่น ๆ Irene Thompson นักวิจัยผู้เขียนหนังสือ “A to Z of Punishment and Torture” พูดถึงการทรมารด้วยการจักจี้ที่มีหลักฐานอยู่บ้างคือ “Chinese tickling torture,” ถูกใช้ในการลงโทษนักโทษในช่วงราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty, 206-220
แม้ดาบปลายปืน (Bayonet) จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นของเก่าล้าสมัยสำหรับสงครามในยุคโบราณ ที่ใช้วิ่งเข้าโจมตีระยะใกล้หรือเมื่อกระสุนปืนหมด แต่ที่จริงในปัจจุบันก็มีการใช้กันอยู่บ้างโดยเฉพาะนักแต่งปืนที่มักจะนำ Rifle ไปเติมทุกอย่างให้ดุเดือดสะใจ แน่นอนว่าเราคงไม่หยิบดาบปลายปืนธรรมดามาแนะนำอยู่แล้ว เพราะสำหรับดาบปลายปืนจาก G.R.A.D. (Global Research And Development) ชิ้นนี้ มันไม่ใช่แค่อาวุธสำหรับแทงที่ติดบน Rifle ธรรมดา แต่ข้างในยังถูกสร้างเป็นปืนลูกโม่บรรจุกระสุนขนาเ .22 LR (Long Rifle) ได้อีก 6 นัด ใช้ยิงเป็นก๊อกสองได้สบาย ๆ โดยที่ฝ่ายศัตรูคาดไม่ถึง G.R.A.D. MB16F bayonet-revolver คือของสะสมหายากที่ผลิตใน Las Vegas ย้อนไปยุคปี 2000 ซึ่งปัจจุบันได้หยุดการผลิตไปแล้ว แต่มันยังคงน่าสนใจอยู่มาก ดูภายนอกมันก็เหมือนดาบปลายปืนทั่วไป แต่ชื่อก็บอกตรงตัวว่ามันคือดาบปลายปืนที่สามารถเป็นปืนลูกโม่ได้ในตัว สำหรับติดตั้งบนปืน M16/AR15 ขนาดมาตรฐานได้ แม้ในความเป็นจริงแล้วศัตรูอาจจะกลับบ้านเก่าไปตั้งแต่ก่อนกระสุน M16/AR15 จะหมด (Standard magazine capacity อยู่ที่ 30 นัด) แต่ในกรณีที่เกิดยิงปะทะจนหมดขึ้นมาจริง ๆ หรือบังเอิญเดินไปเจอกันในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป การเลือกใช้ bayonet-revolver
เพราะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตถือเป็นสิ่งที่พวกเราชาวมิลเลนเนียลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นสิ่งสะท้อนอัตลักษณ์และสามารถบอกเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี “เกษรวิลเลจ” นอกจากจะเป็นห้างหรูที่มีไลฟ์สไตล์ดี ๆ รวมไว้มากที่สุดในย่านราชประสงค์แล้ว วันนี้ยังชูจุดเด่นในอีกไลฟ์สไตล์สำคัญ กับการเป็นผู้นำด้านฟู้ดคิวเรเตอร์ชั้นนำที่ใส่ใจทั้งด้านคุณภาพและบริบททางวัฒนธรรมของอาหาร ได้จัดแคมเปญ #EatAtGaysorn (อีทแอทเกษร) โดยจับมือกับ 23 ร้านดัง นำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มนานาชนิด อาทิ BOYY & SON CAFE (บอย แอนด์ ซัน คาเฟ่), GINZA TENHARU (กินซ่า เทนฮารุ), NONAME STEAK SEAFOOD TAPAS (โนเนม สเต็ก ซีฟู้ด ทาปาส), WELLNESS BAR@PANPURI WELLNESS (เวลเนส บาร์ แอท ปัญญ์ปุริ เวลเนส), KOI THE (โคอิเตะ) BOYY & SON CAFE คาเฟ่เอาใจสายแฟชั่น ที่เน้นการตกแต่งร้านด้วยกำแพงสีฟ้าน้ำทะเล ตู้ปลาทรงกลมฝังอยู่ในผนัง


