ค่ำคืนหนึ่งในเยอรมนีที่เงียบสงบดูเหมือนว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีเหมือนทุกวัน แต่แล้วเมื่อรุ่งเช้าชาวเมืองตื่นขึ้นมาพบกับกำแพงลวดหนามที่ฉีกประเทศให้แยกออกจากกัน เพียงข้ามคืนการเดินทางอย่างอิสระไปทั่วประเทศถูกปิดกั้นเพราะอุดมการณ์ที่แตกต่างช่วงสงครามเย็น UNLOCKMEN อยากพาทุกคนย้อนเวลากลับไปยังยุคสมัยแห่งความตึงเครียดอย่างสงครามเย็นที่ทำให้เยอรมนีแตกออกเป็นสองฝั่ง แต่ใต้ความเครียดอันกดดันแสนหดหู่ก็ยังมีเรื่องเท่ ๆ เกิดขึ้นฝั่งเยอรมนีตะวันออก เมื่อเหล่าปัญญาชนและผู้คิดนอกกรอบจะไม่ยอมอยู่ภายใต้เผด็จการอีกต่อไป การต่อต้านของเหล่าขบถมีหลายแบบ แต่สิ่งที่รวมคนหลากกลุ่มในเยอรมนีทั้งเด็กนักเรียน เด็กเกเร คนทำงานที่ไม่ชื่นชอบระบอบการปกครองที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่คือเสียงดนตรีและวงดนตรีที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์อย่างพังก์ (Punk) เมื่อพังก์กลายเป็นสัญลักษณ์ของเหล่าขบถ กำแพงลวดหนามถูกเปลี่ยนเป็นกำแพงใหญ่คล้ายม่านเหล็ก ระเบิดจำนวนมากถูกวางไว้นอกเขตพร้อมกับการคุ้มกันหนาแน่น มีหอสังเกตการณ์ของพลซุ่มยิง เพื่อให้แน่ใจว่าคนทั้งสองฝั่งไม่เล็ดลอดสายตาแอบไปมาหาสู่กันโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมนีตะวันออกอย่างเลี่ยงไม่ได้ต้องการชีวิตเสรีภาพดั่งเคยมีมาตลอด หลาย ๆ คนออกมาแสดงความคิดเห็น ออกมาชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องขอเสรีภาพแต่ก็ต้องล้มเหลวไปทุกครั้งเพราะผู้มีอำนาจทำเป็นมองไม่เห็นเสียงเหล่านี้ เมื่อพูดคุยกันอย่างปัญญาชนไม่สำเร็จ พวกคนที่พยายามเรียกร้องจากการชุมนุมประท้วงก็ยังคงเดินหน้ากันต่อ แต่บางคนมองว่าสุดท้ายคนเบื้องบนก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไปอยู่ดี พวกเขาจึงหันเดินลงสู่ใต้ดินและทำอะไรนอกกรอบกันบ้าง วัยรุ่นหลายคนที่ชำนาญการช่างหันมาแต่งรถซิ่งสร้างแก๊งเพื่อขับรถก่อกวนเจ้าหน้าที่ทั่วเมือง เหล่าศิลปินที่ไม่สามารถเข้าไปแสดงดนตรีได้ดังเดิมหันมาจัดงานคอนเสิร์ตผิดกฎหมายผ่านการชักชวนกันแบบปากต่อปาก บางครั้งจัดคอนเสิร์ตเถื่อนในโบสถ์ บ้างก็เปลี่ยนไปจัดในชั้นใต้ดินของร้านเล็ก ๆ ตามตรอกที่ไม่มีใครสนใจ และไม่ลืมถ่ายวิดีโอเก็บไว้และส่งเทปบันทึกภาพเหล่านั้นให้คนในเยอรมนีตะวันออกที่ไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต การกระทำนอกกรอบของกลุ่มต่อต้านสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนห่อเหี่ยวหลังม่านเหล็กได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อความห่ามอันบ้าคลั่งของเหล่าวัยรุ่นและนักดนตรีรู้ไปถึงหูของผู้มีอำนาจ สิ่งที่ตามมาคือกฎระเบียบเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม กลุ่มเครือข่ายดนตรีพังก์ใต้ดินของเยอรมนีตะวันออกถูกจับตามองโดยรัฐบาลเผด็จการ แม้จะมีศิลปินตั้งหลายแนวที่แอบจัดคอนเสิร์ตผิดกฎหมายแต่ทำไมวงพังก์ถึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ? นั่นเป็นเพราะวงดนตรีพังก์เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์อันแตกต่าง การแต่งตัวจัดจ้าน บุคลิกพร้อมเผชิญหน้า รวมถึงบทเพลงเต็มไปด้วยอารมณ์ ความหมายของเนื้อเพลงที่บอกเล่ารุนแรง ส่วนพังก์จากเกาะอังกฤษมีเนื้อเพลงที่ว่าด้วยอนาคต สังคมและเศรษฐกิจที่พร้อมก้าวไปข้างหน้า แต่ปัญหาที่ผู้คนในเยอรมนีตะวันออกกำลังเผชิญมันตรงกันข้ามกับบทเพลงพังก์แบบอังกฤษอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตกงาน ถูกกดขี่ ไม่มีเวลามานั่งนึกถึงอนาคตสว่างไสวอันแสนไกลเหมือนคนอังกฤษ สิ่งเหล่านี้หลอมรวมให้วงพังก์ในเยอรมนีตะวันออกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่าที่ไหน ๆ ด้วยความร้อนแรงแบบนี้จึงไม่แปลกที่ผู้มีอำนาจมองว่า
เมื่อเริ่มชินชาและรู้สึกหวิวท้องหน่อย ๆ กับการนั่งดื่มเหล้าและจ้องมองวิวจากมุมสูงของตึกระฟ้า เราก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศพาหนุ่ม ๆ ชาว UNLOCKMEN ไปนั่งจิบค็อกเทลชิล ๆ กันดูบ้าง แม้หลายคนจะติดภาพว่า ‘อารีย์’ เป็นย่านที่มีร้านกาแฟมากมายและรวบรวมอาหารอร่อยเอาไว้แน่นเอี้ยด แต่หากคุณลองเดินเข้าไปในซอยอารีย์ 3 จะพบว่าย่านแห่งนี้ก็มีบาร์ค็อกเทลเท่ ๆ และบรรยากาศสบาย ๆ ที่ถูกใจผู้ชายอย่างเราด้วยเหมือนกัน ระยะทางไม่เกิน 550 เมตรจากสถานีบีทีเอสอารีย์ คุณก็จะพบกับ ‘Blacksmith’ บาร์เหล้าสุดเท่ที่รอต้อนรับคุณด้วยผนังทรงโค้งรูปเกือกม้าแบบโคโลเนียล (Colonial) ผสานพื้นผิวสีดำดิบแบบอินดัสเทรียลลอฟต์ (Industrial Loft) บวกแสงไฟสลัวที่ลอดผ่านมายังด้านนอก ช่วยสร้างบรรยากาศชวนหลงใหล และทำให้เราอยากเข้าไปนั่งละเลียดค็อกเทลจนหมดคืน BLACKSMITH บาร์ที่การออกแบบสองสไตล์ผสานกันอย่างลงตัว บาร์เหล้าแห่งนี้แบ่งเป็นสองชั้น ด้านบนเปิดเป็นคาเฟ่ (ตอนกลางวัน) เน้นเสิร์ฟเมนูกาแฟ เครื่องดื่มม็อกเทล และขนมโฮมเมด ส่วนตอนกลางคืน Blacksmith จะแปลงโฉมกลายเป็นบาร์เหล้าสุดเจ๋งที่เสิร์ฟครีเอตค็อกเทลพร้อมอาหารสไตล์ฟิวชั่นเลิศรส การออกแบบภายในร้านผสมผสานระหว่างสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ (Industrial Loft) และโคโลเนียล (Colonial) เข้าด้วยกัน ดีไซน์โครงสร้างหลักด้วยเหล็ก ปูนเปลือย และพื้นปูนขัดมัน ใช้เพดานสูงและหน้าต่างกระจกบานกว้างที่ให้ความรู้สึกดิบ เถื่อน
ถ้าพูดถึงกีฬา ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสมผสานหรือ Mixed Martial Arts (MMA) ภาพที่หนุ่ม ๆ หลายคนคิดออก คงจะเป็นภาพของนักสู้ 2 คนยืนประจันหน้ากันบนสังเวียนกรง 8 เหลี่ยม ก่อนจะใช้ศาสตร์การต่อสู้ที่ฝึกฝนมาเอาชนะฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอาจเป็นภาพลักษณ์ที่ดูรุนแรงหากมองผิวเผินจากมุมมองของคนภายนอก แต่สำหรับชายที่ชื่อ “ปลาย-จิติณัฐ อัษฎามงคล” ผู้ใช้ชีวิตกับ MMA มานานกว่า 20 ปี กลับมองเห็นสิ่งที่มนุษย์ได้จากศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสมผสานในมุมที่ต่างออกไป โดยนับตั้งแต่วันแรกที่ตัวเขามีโอกาสรู้จักกับศาสตร์การต่อสู้ที่เรียกว่า Mixed Martial Arts ตัวเขาก็ได้รู้จักโลกอีกแง่มุม รวมถึงมีโอกาสได้รับรู้แนวคิดที่นำมาปรับใช้ในชีวิต จนกระทั่งนำพาเขาขึ้นมายืนในจุดปัจจุบัน ในฐานะประธานของ ONE Championship ประเทศไทย คนเราได้อะไรจะจากศาสตร์กีฬาการต่อสู้? อะไรที่เปลี่ยนเด็กชายที่มักโดนข่มเหงรังแกเพราะตัวเล็กกว่า ให้ตัดสินใจเดินเข้าสู่สังเวียนการต่อสู้ของ MMA วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปหาคำตอบจากเรื่องราวที่น่าสนใจของเขาคนนี้ไปพร้อมกัน แนะนำตัวหน่อยครับ สวัสดีครับผมปลาย จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธานของ One Championship ประเทศไทยครับผม ONE Championship คือองค์กรเกี่ยวกับอะไร และก่อตั้งขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายอะไร?
คุณขี้อิจฉาไหม? คุณอยากดังหรือเปล่า? คุณอยากเป็นคนที่เมาเละได้ แต่ก็เป็นคนมีของ มีความสามารถซ่อนอยู่หรือไม่? เป็นคำถามแปลกประหลาดที่เรามั่นใจว่าต่อให้ถามใครหลายคน ก็คงไม่มีใครหาญกล้าตอบกลับมาง่าย ๆ โดยเฉพาะในบทสัมภาษณ์กับสื่อแปลกหน้า แต่ไม่ใช่กับ “เป๋ง-ชานนท์ ยอดหงษ์” อาร์ตไดเรกเตอร์ที่เราพยายามหาคำมานิยามเขาแล้ว แต่ก็หาได้ยากเหลือเกิน จนกระทั่งเขานิยามตัวเอง และเรารู้สึกว่า โห! ใช่ว่ะ เขาเป็นแบบนี้แหละ “เลอะเทอะ เมาเรื้อนอะไรก็ได้ แต่ผมต้องมีความสามารถที่ทำให้คนอื่นเห็นว่ากูก็มีของ ถึงกูจะเหลวแหลกแต่ก็มีอะไร” เรื้อนแต่เทพ เมาแต่มีของ เหลวแหลกแต่ก็มีอะไร จะมีใครกล้านิยามตัวเองแบบนี้ คงมีแค่เขาที่อยู่ตรงหน้าเรานี่เอง สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อว่าคนที่รู้จักเขา หรือแม้แต่ตัวเขาเองรู้ว่าคำเหล่านี้ไม่ใช่คำเชิงลบอะไรต่อตัวเขาก็เพราะเขารู้ดีว่าความจริงคืออะไร และงานออกแบบจากสมองและสองมือของเขานี่แหละที่โดดเด่นยิ่งกว่า สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าอาร์ตไดเรกเตอร์คนนี้มีของอะไร เทพแบบไหน เราอยากเล่าสั้น ๆ ว่าเขาเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ด้านเพลงที่หาตัวจับยาก เด่น ๆ คือการออกแบบปกซิงเกิ้ล ปกอัลบั้มของค่าย genie records ทั้ง BMW Be My World Project, Bodyslam, Big Ass, Paradox, Ebola , Sweet Mullet
หลังจากปีที่แล้วข่าวอวสานรถเต่าทำให้คอโฟล์กทุกคนต้องคอตก วันนี้ UNLOCKMEN ไปเจอสองล้อคันใหม่ที่ใช้ร่างเก่าของ BEETLE มาประดิษฐ์ให้หายคิดถึง เจ้านี่คือ “VOLKSPOD” มินิไบค์ VW ที่พ่อหนุ่มชื่อ Brent Walter ถอดชิ้นส่วนของ Volkswagen Beetle Type 1 หรือที่เรียกว่า “BUG” มาประกอบเป็นมินิไบค์คันใหม่ ทำสีใหม่ให้สดใส งานทำมือที่ได้ด้านในสอดไส้ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 79 cc ซึ่ง Brent ยืนยันว่ารถมินิไบค์คันนี้มันจะมีความเป็นไดนามิกมากกว่า Beetle Type 1 ต้นทางของมันอย่างแน่นอน ใครอยากรู้ว่าวิ่งได้เร็วแค่ไหน เราแนบคลิปมาแล้วเลื่อนลงไปดูด้านล่างได้เลย ถึงหน้าของมันจะดูอ้วน ๆ ไฟหน้าจะใหญ่ยักษ์ไม่อยู่ใกล้ใต้แฮนด์ แต่เพราะทรงนี้แหละทำให้หลายคนมองออกทันทีว่ามันมาจาก Bug นอกจากโครงที่เป็นพระเอกแล้ว ส่วนที่ไม่พูดถึงเพิ่มไม่ได้คงเป็นเรื่องแฮนด์ขนาดยาว หน้าตาแหวกแนวรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปจากความกว้างแฮนด์ ที่ดูเหมือนจักรยานมากกว่ากับไฟหน้าดวงกลมโตที่มาจากไฟของ Type 1 พ่วงด้วยไฟท้ายสีแดงพร้อมอวดลำแสงให้คนขับตามได้ชื่นชม มาลองดูความเท่ของมันในคลิปไปพร้อมกัน ตอนนี้รายละเอียดอาจจะยังออกมาไม่มากนัก สำหรับคนที่มีเงินเต็มกระเป๋าพร้อมจ่ายให้งานคราฟต์เพราะตกหลุมรักคันนี้ตั้งแต่แรกเห็นเหมือนเรา หรืออยากให้รถเต่าในบ้านได้มีสมาชิกใหม่ไปยืนเทียบ บอกเลยว่าเขายังไม่เผยรายละเอียดการวางจำหน่าย ไม่รู้ว่าจะมีแพลนขายไหมเพราะโมรถขึ้นมาเอง ใครที่อยากเข้าไปดูรูปดีเทลข้างในให้จุใจคลิกไปตามต่อจาก IG ของ
ถ้าใครเป็นแฟนการ์ตูนหรือแฟนหนังเรื่อง Transformers ก็คงต้องรู้จักผู้นำของกลุ่มออโต้บ็อทส์อย่าง Optimus Prime กันอย่างแน่นอน เขาคือต้นแบบของฮีโร่ผู้เป็นทั้งนักรบ ผู้พิพากษา ศูนย์รวมจิตใจของเหล่าไพร์มที่ทำให้สามารถเอาชนะยูนิครอน แต่เวลาเดียวกันก็มีจิตใจอ่อนโยนและอุทิศตนเพื่อพิทักษ์ทุกสรรพสิ่ง ด้วยความเท่ของ Optimus Prime จึงทำให้แบรนด์นาฬิกาญี่ปุ่นอย่าง Casio สนใจจะนำเรื่องราวของนักรบฮีโร่มาเล่าใหม่ในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองแล้วที่ Casio ได้ร่วม Collaboration กับ Transformers โดยคราวนี้เติมเต็มความเท่แบบดิบ ๆ จนออกมาเป็นฟิกเกอร์มาสเตอร์เนเมซิส Optimus Prime เคร่งขรึมกว่าที่เคยเป็นมา Optimus ในภาษาละตินจะมีความหมายว่า ‘Best first’ หรือดีที่สุด Optimus Prime จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของ Casio แต่สำหรับโมเดล Optimus Prime มาพร้อมกับนาฬิกาของ G-Shock ไม่ได้ชูสีประจำตัวของเขาอย่างสีน้ำเงินและสีแดงแต่เพิ่มสีดำเข้ามาแทนที่ สื่อให้เห็นอีกมุมหนึ่งของนักรบผู้กล้าหาญก็เคยเข้าสู่มุมมืดไม่ต่างจากใครเช่นกัน ปลุกจิตวิญญาณนักสู้อันแข็งแกร่งให้กึกก้องด้วยฟิกเกอร์มาสเตอร์เนเมซิส Optimus Prime สามารถดัดแปลงได้สองโหมดคือ Nemesis Alter mode รูปทรงยานรบล้ำสมัยถูกออกแบบมาให้เป็นฐานวางนาฬิกา G-Shock ได้พอดิบพอดี ส่วนอีกหนึ่งรูปแบบคือ
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่เคยต้องเลือก ระหว่างสิ่งที่ทำได้กับสิ่งที่ใจรัก และเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ระหว่างการเดินไปเรื่อย ๆ บนพื้นราบที่ไร้อุปสรรคกีดขวาง กับการยอมเดินลงบนเส้นทางที่ขรุขระแต่มีจุดหมายปลายทางที่ใฝ่ฝัน คุณจะเลือกเส้นทางไหน ? แม้ว่าคุณจะได้รับค่าตอบแทนที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง แต่หลายครั้งเบื้องลึกในจิตใจก็คอยพร่ำกระซิบให้คุณไขว่คว้า ‘อะไรบางอย่าง’ แม้จะต้องแลกกับทุกสิ่งในชีวิต ‘เล็ก อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร’ หรือที่เรารู้จักเขาในชื่อ ‘เล็ก Greasy Cafe’ เคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นเช่นกัน จากอดีตช่างภาพอนาคตไกล ผู้ได้รับการยอมรับในวงการ สู่การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งจากศูนย์ในฐานะศิลปิน อะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจละทิ้งทุกสิ่งที่เคยสร้าง UNLOCKMEN ขอยกเรื่องเล่าจากปากของเขาในงาน ZERO TO HERO TALK AND CONCERT: “The Art of Giving Up” วงสนทนาที่ไม่ได้ว่าด้วยความสำเร็จ มาให้ทุกคนได้ฟังอีกครั้งในวันนี้ ก่อนหน้านี้คุณเคยมีอาชีพที่มั่นคงอยู่แล้ว อะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาเริ่มต้นใหม่จาก ‘ศูนย์’ ในวงการดนตรี? จริง ๆ มันเป็นเรื่องของโอกาสด้วยครับ เผอิญว่า ‘คุณรุ่ง สมอลล์รูม’ เขารู้จักกับเราอยู่แล้ว แล้วเขาก็รู้ว่าเราทำเพลง แม้ตอนนั้นจะไม่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอัน รุ่งเขามาบอกว่ากำลังจะเปิดค่ายเพลง
ไม่ว่าจะยุคสมัยใด หรือเป็นคนรุ่นไหน ถ้าพูดถึงไอเทมแฟชั่นที่ขาดไม่ได้ของผู้ชายคงหนีไม่พ้นกางเกงยีนส์ที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้าอย่างน้อยหนึ่งตัวแน่นอน ถึงแม้ผู้ชายส่วนใหญ่เป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ที่มักพูดคำว่า “อะไรก็ได้” อยู่บ่อยครั้ง แต่การเลือกกางเกงยีนส์ไม่ใช่ว่าเดินเข้าไปชี้หนึ่งตัวจ่ายเงินซื้อแล้วจบ แต่กางเกงยีนส์ที่จะเป็นไอเทมคู่ใจของเราต้องมีดีไซน์ถูกใจและตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง เมื่อการเลือกกางเกงยีนส์ที่ใช่เป็นสิ่งจำเป็น UNLOCKMEN จึงอยากแนะนำแบรนด์กางเกงยีนส์สัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่มีหัวใจหลักคือเน้นเรื่องประโยชน์ใช้สอยพร้อมกับดีไซน์โดดเด่นเฉพาะตัว เพื่อให้เหล่าผู้ชายหมดห่วงเรื่องปัญหากวนใจเพิ่มความมั่นใจให้กับหนุ่ม ๆ อย่าง G-Star Raw CITISHIELD การรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อชีวิตประจำวัน ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายส่วนใหญ่คือการพกของน้อยชิ้น ไม่มีกระเป๋ารุงรัง แต่ถ้าจำเป็นต้องพกของใช้บางอย่าง เช่น กระเป๋าสตางค์ กุญแจรถ เศษเหรียญ หรือแม้กระทั่งสมุดโน้ต ก็มักใส่จะของที่ว่าไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง แม้สุดท้ายเราพกของน้อยชิ้นแล้วแต่ก็ต้องมาพะวงว่าของที่อยู่ด้านหลังจะถูกใครไม่รู้ล้วงไปหรือตกหล่นระหว่างทาง ถึงจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่มันก็เป็นสิ่งกวนใจในทุกวัน G-Star Raw จึงแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการเพิ่มซิปกระเป๋าหลังเพื่อกำจัดปัญหาวุ่นวายใจของหนุ่ม ๆ ทำช่องลับสำหรับใส่กระเป๋าสตางค์ซ่อนไว้ให้พ้นสายตาของหัวขโมย หมดกังวลว่าของหล่นหายหรือโดนล้วง ทำให้การออกจากบ้านทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ สิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างสมาร์ตโฟนถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมยอดฮิตที่ทุกคนต้องพกติดตัว ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดไปอย่างไม่หยุดยั้ง แบรนด์ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือหลายเจ้าต่างแข่งขันกันออกสมาร์ตโฟนรุ่นต่าง ๆ ที่มีขนาดหลากหลาย มือถือบางรุ่นของเราอาจมีขนาดใหญ่เกินยัดเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ซึ่ง G-Star Raw ตระหนักถึงปัญหานี้และหาทางแก้ให้เรียบร้อยโดยการดีไซน์กางเกงยีนส์รุ่น Citishield ให้ช่องกระเป๋าด้านข้างที่มีขนาดกว้างขวางใส่โทรศัพท์เครื่องโตได้พอดี ตอบรับไลฟ์สไตล์คนเมืองเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับชีวิตประจำวัน
ปีนี้ถือเป็นปีที่ดุเดือดสำหรับตลาดสตรีมมิ่ง แต่ละค่ายหนังไม่ว่าจะเป็น Netflix ที่ติดตลาดผู้คนส่วนใหญ่จนแมสไปแล้ว หรือ HBO Max มาจนถึง Disney ที่เตรียมสร้าง Desney+ พร้อมขนซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลมาเรียกแฟนหนังกันยกใหญ่ ล่าสุดค่ายโทรศัพท์ชื่อดังอย่าง Apple TV+ ก็กำลังสร้างซีรีส์เป็นของตัวเองเช่นเดียวกันโดยคว้าพระเอกมาดเซอร์ Jason Momoa มารับบทนำในโปรเจกต์ใหญ่ See (2019) เป็นออริจินัลคอนเทนต์ของค่าย Apple TV+ กับซีรีส์ Sci-Fi ที่มีกลิ่นอาย Drama อัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยมท่ามกลางบรรยากาศดิบ ๆ เมื่อโลกใบเดิมของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 เกิดมีไวรัสร้ายแพร่กระจายและคร่าชีวิตของผู้คนไปนับล้าน ๆ จนท้ายที่สุดแล้วโลกเหลือผู้รอดชีวิตไม่ถึง 2 ล้านคน ผู้รอดตายต้องแลกมาด้วยความบกพร่องทางการมองเห็นเพราะไวรัสทำลายระบบการมองเห็นไปจนหมดสิ้น วันเวลาผ่านไป ผู้คนที่เหลืออยู่ต้องเริ่มชีวิตใหม่อยู่กับการสัมผัสและเสียง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้สายตาถูกหลงลืมไปตามกาลเวลา เมื่อวันสิ้นโลกกลายเป็นเรื่องเก่ากว่า 600 ปีที่บอกเล่าต่อกันมาหลายรุ่น เรื่องราวของคนที่มองเห็นกลายเป็นแค่คำบอกเล่าคร่ำครึ เป็นตำนานเรื่องนอกรีตที่ผู้คนหวาดกลัว ห้ามพูดถึงมันโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกเรียกว่าแม่มดและโดนเผ่าใหญ่อย่างกลุ่มล่าแม่มดจับเผาทั้งเป็น Baba Voss (Jason Momoa) หัวหน้าเผ่าที่อาศัยอยู่ในป่าลึกเจอกับหญิงสาวนิรนามท้องแก่หลงทางในพายุหิมะ เขารับเธอเข้ากลุ่มท่ามกลางความไม่พอใจของสมาชิกบางคนเพราะเธอเป็นคนนอก หญิงสาวคนนี้เรียกได้ว่าเป็นทั้งปัญหาและอนาคตที่จะเปลี่ยนโลก
ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว ประโยคจากช่วงเสี้ยวของการสนทนาของเรากับรุ่นพี่ที่รู้สึกชื่นชมยังทำงานอยู่ในหัวของเราไม่หยุด “ผมไม่ได้เก่งกว่า ไม่ได้ทำอะไรต่างจากคนอื่น แต่คนอื่นเขาไม่ทำกันต่างหาก” นี่คือคำตอบที่พูดออกมาจากปากเขาง่าย ๆ ไม่ได้เข้าใจยากเย็นอะไร แต่แค่ประโยคเดียวมันมีพลังมากเสียจนเข้าใจว่า เบื้องหลังการเติบโตและความสำเร็จที่เขาสร้าง เกิดจากการให้คุณค่ากับส่ิงที่ไม่มีใครมองเห็นรีเทิร์นกลับมา และการมีเพื่อนสนิทที่ชื่อว่า “ความล้มเหลว” โดยไม่รังเกียจมัน บทความนี้ไม่ขอเปิดเผยเจ้าของแรงบันดาลใจ แต่อยากนำแกนที่เขาใช้มาอธิบายควบคู่กับ case study ขององค์กรที่มีหัวใจเดียวกัน องค์กรที่ “อุปสรรค” ไม่เคยทำให้พวกเขาต้องคว้าความน้ำเหลวจากสิ่งที่ตั้งใจ Keyman ที่เชื่อสิ่งที่ทำ มากกว่าความล้มเหลว องค์กรที่แข็งแรงสร้างขึ้นจากเสาหลักที่แข็งแรง แม้เงินจะสำคัญมากในยุคนี้ แต่ถ้าลองไปนั่งสังเกตให้ดี สิ่งที่ทำให้องค์กรทุกวันนี้ยังเหลือพนักงานหน้าเดิมที่พร้อมจะทำงานให้ ต่อให้เงินเดือนจะขึ้นเท่าเศษผงพนักงานก็ยังภักดี เรื่องนั้นมักมาจากศรัทธาที่ซ่อนอยู่ขององค์กร วันนี้ศรัทธากำลังเป็นของที่คุณหาซื้อไม่ได้ ศรัทธาคือสิ่งที่ทำให้สตาร์ตอัปหน้าใหม่กล้าสู้องค์กรบิ๊ก ๆ ทุนหนา พวกเขาไม่ได้มีเงินเยอะ แต่ผู้นำและคีย์แมนขององค์กรเขามีพลังเยอะ มีวิสัยทัศน์ชัดที่รู้ว่าองค์กรจะโตได้อย่างไร และมีพลังใจที่แข็งแรงมากพอจะส่งต่อภาพความสำเร็จที่ยังไม่เกิดขึ้นเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพร่วมกันและก้าวเดินไปพร้อมกัน “เขารู้ว่าเขากำลังทำเพื่ออะไร และทำให้ทีมรู้ว่ากำลังทำเพื่ออะไร” จำนวนครั้งไม่เคยสูญเปล่า ระยะทางพิสูจน์อะไรหลายอย่าง แม้วันนี้เราจะมีเครื่องไม้เครื่องมือหลายตัวช่วยให้เติบโตได้เร็วขึ้น แต่คนและองค์กรที่ประสบความสำเร็จไม่ได้พึ่งเครื่องมือทั้งหมด ไม่อาศัยโชค แต่ใช้ความสม่ำเสมอสร้างมันขึ้นมา ยกตัวอย่างสิ่งที่เราได้ยินมาจากพอตแคสต์การลงทุนที่เปิดฟังวันนี้ เมื่อคุณเบส กิตติศักดิ์ โภคา จากเพจลงทุนศาสตร์ หนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงินการลงทุนพูดถึงสิ่งที่เขาทำ เขาบอกว่าอินฟลูเอนเซอร์หลายคนที่มีโอกาสพูดคุยด้วยรวมถึงตัวเขาเอง


