ย้อนไปในปี 1987 ถ้าหนุ่ม ๆ ยังพอจำกันได้ ‘Predator’ ภาพยนตร์แอ็กชันผสมนวนิยายวิทยาศาสตร์สุดสยอง ได้เข้าฉายและทำรายได้มากถึง 60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยกระแสนิยมล้นหลามและความสำเร็จของหนังที่ทะลุเกินยอดจนทำให้ทีมผู้สร้างต้องปลุกปั้นภาคต่ออีก 2 ภาคตามมา นอกจากภาพจำที่มีต่ออสุรกายและเหล่านักรบพร้อมยุทโธปกรณ์ไฮเทคจากนอกโลก เราคงลืมโฉมหน้านักแสดงนำอย่างอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ ไปไม่ได้เลย แล้วหากหนุ่ม ๆ สังเกตดี ๆ บนข้อมือของพระเอกหนุ่มผู้กล้าก็ถูกประดับด้วยเรือนเวลาสุดเท่ที่ยังคงเสน่ห์เหนือกาลเวลา ‘SEIKO PROSPEX SOLAR DIVER SNJ028’ นาฬิกาดำน้ำสุดคลาสสิกแห่งยุค 80s ถูกชุบชีวิตอีกครั้ง ซึ่งรุ่นใหม่นี้ดีไซน์มาให้แข็งแกร่งกว่ารุ่น ‘ARNIE’ ในปี 1982 ตัวเรือนมีขนาด 47.8 มิลลิเมตร ใช้กลไกการเคลื่อนไหวระบบควอตซ์ Seiko H851 ที่ทำให้บอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ แถมยังรองรับการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ นาฬิกาทำจากสเตนเลสสตีล ก่อนจะเคลือบด้วยชุด DLC (Diamond Like Carbon) ทำให้นาฬิกาเรือนนี้คงทนต่อการเสียดสีและเกิดรอยขีดข่วนได้ยาก ตัวเรือนดีไซน์มาเป็นสีดำด้าน ในขณะที่กรอบและไฮไลต์บนหน้าปัดเป็นสีทอง จุดเด่นคือสามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตร พร้อมเคลือบหน้าปัดนาฬิกาด้วย
“ความสุข” เมื่อพูดถึงคำนี้ทีไร เราก็หามาตรวัด หาเกณฑ์เฉพาะ หรือหาปริมาตรมาขีดแบ่งได้ยากแสนยาก ดังนั้นเมื่อเราทุกคน “อยากมีความสุขมากขึ้น” เราจึงล้วนแต่มีวิธีเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป เพราะเชื่อว่าไม่มีทางที่ความสุขของคนที่เราเห็นอยู่ไกล ๆ หรือใกล้ ๆ จะมาเทียบหรือเหมือนกับความสุขของเราได้ หนักเข้าก็มีทัศนคติหนึ่งเดียวที่ว่า “ความสุขอยู่ที่ใจ” หรือมาจากภายในตัวเราเท่านั้น ถ้าใจเราสุข สงบ ทุกอย่างรอบกายก็เป็นเพียงมายา เป็นเพียงสิ่งไม่จริง หนังสือ “วิทยาศาสตร์แห่งความสุข” (The Happiness Hypothesis) โดย Jonathan Haidt ซึ่งผ่านการรวบรวมงานวิจัยทางจิตวิทยา สังคมวิทยา มนุษยวิทยา หรือแม้แต่ชีววิทยาไว้ กลับบอกว่า “ความสุขไม่ได้อยู่ที่ใจเสมอไป” ใช่ ปัจจัยความสุขส่วนหนึ่งมาจากความรู้สึกภายใน แต่ต่อให้ภายในเราจะสงบนิ่งราวคืนค่ำไร้ลมเพียงใด ถ้าปัจจัยภายนอกไม่เหมาะควรก็อาจทำให้เราไม่มีความสุขนัก และนี่คือปัจจัยภายนอก 5 อย่างที่ผ่านการศึกษาวิจัยมาแล้วว่าเป็น “สูตรสำเร็จแห่งความสุข” ถ้าเราจัดการ 5 ปัจจัยภายนอกนี้ได้ เราจะมีความสุขมากขึ้น กำจัดเสียงรบกวน “เสียง” ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ใครต่อใครมองข้าม เพราะรู้สึกว่ามันช่างไม่ส่งผลกระทบทางที่ดีหรือแย่กับเราเท่าใดนัก แต่จากงานวิจัยระบุว่าการที่เราต้องพักอาศัยในสถานที่แสนจอแจเต็มไปด้วยเสียงรบกวน (ไม่คงที่) เสียงเหล่านั้นจะทำให้ความคิดเราบกพร่อง โดยเฉพาะเสียงที่เกิดเป็นช่วง ๆ
ช่วงเวลากว่า 20 ปี ไม่อาจนับได้เลยว่ามีภาพยนตร์ออกฉายไปแล้วทั้งหมดกี่เรื่อง แต่ท่ามกลางหนังจำนวนมากก็มักจะมีฉากจากหนังดังที่ตราตรึงผู้ชมจนทำให้ไม่อาจลืม บางคนจดจำฉากเล็ก ๆ ที่ปรากฏเพียงแค่เสี้ยววินาที ฉากสุดไร้สาระ หรือจำประโยคเด็ดที่ออกจากปากตัวละครที่เท่จนฮิตติดลมบนและกลายเป็นประโยคในตำนานที่ไม่ว่าผ่านมากี่ปี ภาพยนตร์คือการสร้างความทรงจำร่วมกันของผู้ชมทั่วทุกมุมโลก ทำให้เว็บไซต์วิจารณ์และให้คะแนนภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Rotten Tomatoes เกิดไอเดียสนุก ๆ ให้สมาชิกในเว็บไซต์ร่วมกันจัดอันดับ 21 ฉากประทับใจและทรงพลังจนพวกเขาจำได้ไม่ลืมจากหนังที่ออกฉายในช่วง 21 ปีที่ผ่านมาเพื่อดูว่าฉากอะไรในหนังเรื่องไหนที่ทำให้คนดูจดจำได้มากที่สุด และก็มีสมาชิกกว่า 25,000 คน ร่วมลงคะแนนโดยได้อันดับทั้งหมดดังนี้ อันดับ 21 ฉากซูเปอร์คาร์บินข้ามตึกจากเรื่อง Furious 7 (2015) อันดับ 20 ฉากร้องไห้ขณะถ่ายสารคดีจากเรื่อง The Blair Witch Project (1999) อันดับ 19 ฉากเดินข้ามสะพาน Edmund Pettus จากเรื่อง Selma (2014) อันดับ 18 ฉากจบโชว์ของ Satine จากเรื่อง Moulin
บ่อยครั้งที่เรารู้สึกเหงา แปลกแยก และแสนเดียวดายบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินแสนอ้างว้างใบนี้ ไม่ว่ารอบกายจะมีคนรายล้อมหรือไม่ ความเหงาจู่โจมเราไม่เลือกสถานที่ งอกงามในหัวใจไม่เลือกเวลา จนเราอดสงสัยไม่ได้ว่ามีแค่เราหรือเปล่านะที่เหงาถึงเพียงนี้? คำตอบคือ ไม่ เราไม่ได้เหงาอยู่เพียงลำพัง เพราะโลกใบนี้เต็มไปด้วยคนเหงา และคนบางคนเขียนหนังสือที่ว่าด้วยความเหงา คนเหงา ความแปลกแยก ความโดดเดี่ยวเอาไว้ให้เราได้พินิจพิจารณาโดยละเอียด บางความเหงาอาจตรงกับสิ่งที่เรารู้สึก บางความเดียวดายอาจใกล้เคียงกับที่เราเคยคิด แต่ไม่มีความเหงาไหนที่เหมือนกัน และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่เราควรหาหนังสือ 6 เล่มนี้มาอ่าน เพื่อเข้าใจความเหงาในสารพัดมิติและรับมือกับมันให้ดีกว่าที่เคย ยอดมนุษย์ดาวเศร้า: องอาจ ชัยชาญชีพ “คุณเคยได้ยินเรื่อง 52Hz มั้ย? มันเป็นวาฬสีน้ำเงินที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในมหาสมุทรแปซิฟิคมาเป็นเวลานานถึงยี่สิบปี มันไม่อาจสื่อสารไปถึงวาฬตัวอื่นๆ ได้ เพราะคลื่นความถี่ 52Hz ของมัน ดันเป็นความถี่ที่ไม่เหมือนกับวาฬตัวใดในโลก มันจึงต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาตลอด…” เราเหงาที่สุดตอนไหน? ความเหงานั้นหน้าตาเป็นอย่างไร? ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อ่านย่อหน้าข้างต้นจาก “ยอดมนุษย์ดาวเศร้า” แล้วรู้สึกว่าเจ้าวาฬ 52Hz คือเรื่องของคุณ เล่มนี้คือเล่มที่คุณไม่ควรพลาด แต่ไม่ต้องห่วงว่าหนังสือจะพาเราจมดิ่งไปในความเหงาเปลี่ยวดายจนไม่อาจย้อนคืน ตรงกันข้าม องอาจ ชัยชาญชีพ จะพาเราไปสำรวจความรู้สึกดิ่งลึกของเราในแง่มุมที่ชวนให้เข้าใจและยอมรับมันมากขึ้น พร้อมกับข้อความจาง ๆ ที่กระซิบบอกคนเหงาอย่างเราทุกคนว่า “อย่างน้อยคุณก็ไม่ได้เหงาอยู่เพียงลำพัง” และจำนวนพิมพ์ 14
หูฟังอาจจะเป็นอวัยวะที่ 34 หลังจากมือถือ เพราะสังคมเราวันนี้ต้องยอมรับว่าการใช้ “หูฟัง” เป็นการสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้เราได้ท่ามกลางความวุ่นวายหรือออกกำลังกาย เราเป็นคนหนึ่งที่ใช้หูฟังเป็นประจำ แม้จะไม่ใช่คนที่ละเอียดอ่อนหรือเชี่ยวชาญเรื่องเสียงนักก็ตาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราตามหาจึงเน้นฟังก์ชันเสียเป็นส่วนใหญ่ ต้องยอมรับว่าตอนที่เห็น AirPod เราเทใจให้ทันทีเพราะมันแก้ความน่ารำคาญที่เกิดตอนเราใช้หูฟัง Headphone แบบไร้สายเพราะชอบไหลหลุดเวลานอนตะแคง แต่พอเจอ AirPod ไปก็ดันพ่วงปัญหาใหม่ว่าอาจจะหลุดหายไปได้ง่าย ๆ แล้วถ้าหายไปข้างใดข้างหนึ่งก็ใช้งานได้ไม่เหมือนเก่า ดังนั้นก็ต้องมาพะวงเรื่องการรักษาอีก จนกระทั่งไปเจอชิ้นนี้เข้า หูฟังไร้สายหน้าตาเหมือนใบหูที่ใช้สวมครอบแยกข้างได้! HumanInc. คือบริษัทที่พัฒนาหูฟังคู่นี้ขึ้นมาเพื่อให้สวมใส่สบายกระชับได้ตลอดทั้งวัน ทำหน้าที่เป็นลำโพงพกพา ซ่อนความสามารถอื่นไว้มากกว่าการฟัง เพราะทำได้ทั้งการแชร์เสียงเพลง ไปจนถึงการใช้ฟังก์ชันแปลภาษาได้ทุกที่ทุกเวลา ใครที่คิดว่าหน้าตามันคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นมาก่อน จะบอกว่า “ใช่” เจ้าหูฟังชิ้นนี้เป็นตัวต่อยอดที่เสร็จสมบูรณ์หลังจากที่ Human เคยประกาศตัวว่าจะระดมทุนทำหูฟังหน้าตาละม้ายแบบนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยตั้งชื่อมันว่า “Sound” มาก่อน ดีไซน์การออกแบบฉบับปรับปรุง แม้จะดูคล้ายอันเดิมที่ยังคงความแปลกตาเหมือนเดิม แต่ด้วยสีสันและรูปทรงถือว่าทันสมัย เรียบเนียนไร้รอยต่อ ควบคุมด้วยระบบสัมผัสแต่เป็นแบบการลูบวนและสั่งการได้ด้วยการใช้เสียง ใครที่ยังคิดภาพไม่ออกว่ามันจะใช้งานอย่างไรลองไปดูคลิปด้านล่างไปพร้อมกัน ส่วนประกอบภายใน แบตเตอรี่ ชาร์จ 1 ครั้งสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 9 ชั่วโมง กรณีจะใช้งานในรูปแบบ
แม้ความเป็นส่วนตัวจะเป็นเอกสิทธิ์สำหรับใครคนใดคนหนึ่งในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เมื่อไรที่คุณย่างก้าวสู่โลกดิจิทัลและใช้ชีวิตผูกโยงกับโซเชียลมีเดีย ‘ความเป็นส่วนตัว’ และ ‘ความเป็นสาธารณะ’ อาจมีเพียงเส้นบาง ๆ คั่นกลางเท่านั้น แล้วประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวนี้ก็เคยเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอันดับหนึ่งอย่าง ‘Facebook’ จนเมื่อปีก่อนมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและ CEO ต้องออกมาขอโทษผ่านหนังสือพิมพ์ 9 ฉบับ ว่าด้วยเรื่องการปล่อยให้มีการใช้ข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกราว 50 ล้านคนอย่างไม่เหมาะสม มีข่าวลือว่า Cambridge Analytica คือบริษัทหัวหอกผู้ซื้อข้อมูลส่วนตัวจาก Facebook เพื่อเอื้อประโยชน์ให้โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทันทีที่ข่าวนี้ถึงหูประชาชนคนอเมริกัน ความน่าเชื่อถือทั้งหมดของ Facebook ก็ถูกถ่ายโอนไปยัง Amazon และ Google แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ได้ทำลายความเชื่อถือของแอปพลิเคชันยอดนิยมของคนทั้งโลกไปอย่างสิ้นซาก หลังจากที่โดนกระแสโจมตีเรื่องการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ Facebook ก็ทนพัฒนาและปรับปรุงระบบการใช้ท่ามกลางข้อครหามาร่วมปี แล้วตอนนี้ทาง Facebook ก็ออกแคมเปญเรียกคืนความน่าเชื่อถืออีกครั้ง ด้วยการเปิดคาเฟ่ป๊อปอัปเพื่อตรวจสอบความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้ คาเฟ่ป๊อปอัปจะถูกสร้างขึ้นในร้านกาแฟ 5 แห่งทั่วเกาะอังกฤษ ทั้งร้าน The Attendant ใน London, ร้าน Takk ใน Manchester,
ฤดูฝนประเทศไทยนั้นช่างแสนยาวนาน สภาพอากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างนี้ ระวังจะเปียกปอนกันแบบไม่ทันได้ตั้งตัว หนุ่ม ๆ ที่จะเดินทางไปไหนมาไหนช่วงนี้ อย่าลืมพกร่ม พกเสื้อกันฝนติดตัวกันไว้บ้าง และสิ่งหนึ่งที่ต้องพกไว้ขาดไม่ได้เลยก็คือเสียงเพลง! มาเปลี่ยนช่วงเวลาติดฝนที่แสนน่าเบื่อให้กลายเป็นบรรยากาศสุดสุนทรีย์ ด้วย Playlist นี้จาก UNLOCKMEN ครั้งนี้เราจะมาแนะนำเพลงที่เกี่ยวกับ “ฝน” จริง ๆ มาดูว่าศิลปินแต่ละคนเขาจะนำสายฝนมาตีความอย่างไร และเขียนขึ้นมาเป็นเพลงแบบไหนกันบ้าง Laughter In The Rain – Neil Sedaka เพลงพอปเก่า ๆ ฟังสบายจากปี 1974 จากศิลปินนาม Neil Sedaka ทำนองเพลงน่ารัก ฟังแล้วอารมณ์ดี “Oh, I hear laughter in the rain, Walking hand in hand with the one I love” (ผมได้ยินเสียงหัวเราะท่ามกลางสายฝน จูงมือเดินกันไปกับหวานใจของผม) จังหวะนั้นถ้าอยู่กับแฟนหรือสาวที่ชอบ หากหยิบเพลงนี้ขึ้นมาเปิดให้เธอฟัง รับรองว่ามีเขินแน่
จะมีไหมคนที่ไม่เคยอกหักบนโลกใบนี้ หล่อไม่โดนทิ้ง รวยไม่โดนหลอก ? “ความรัก” มันเป็นเรื่องราวที่ไม่เข้าใครออกใคร หลายครั้งพวกเราชอบไปอิจฉาว่าคนนั้นหน้าตาดี ไอ้นี่บ้านมันมีเงิน แต่ข่าวเต็มฟีดที่เป็นกระแสมาเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นแล้วว่าผู้ชายไม่ว่าจะมี Profile แบบไหนก็เป็นคนธรรมดาที่มีหัวใจ มีความรู้สึก ช้ำได้ ล้มเป็น ชั่วก็คนไม่ต่างกัน #พีชพชร #พีชแพท กำลังโด่งดังทั่วโซเชียล 2-3 วันนี้ มาจากเหตุการณ์ที่ “พีช พชร จิราธิวัฒน์” ลูกชายเครือเซ็นทรัลอกหักจากนักแสดงสาวแพทริเซีย กู้ด ก่อนหน้าจะออกมายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง กระแสข่าวลือว่าทั้งคู่เลิกรากันมีมาสักพัก เพราะฝ่ายหญิงดันไปมีข่าวลือว่ามีสัมพันธ์กับหนุ่มใหม่ โน้ต วิเศษ แต่ตอนนั้นพีชออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าความรักยังราบรื่น ฝ่ายหญิงมีเพื่อนผู้ชายเยอะ แต่ไป ๆ มา ๆ สุดท้ายภาพหลุดไปกินข้าวรวมกับภาพวันเกิดที่ไม่มีวี่แววของพีช พชร และการ unfollow แฟนสาวของฝ่ายชายก็ทำให้สื่อกลับมาจับจ้องอีกที จนในที่สุดวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา พีชก็ออกมายอมรับว่าทุกอย่างเป็นอย่างที่เห็น ภาพ Exclusive "พีช" ฝืนไม่ไหว! ปล่อยโฮเดินกลับบ้าน【คลิป】 ภาพ Exclusive "พีช" ฝืนไม่ไหว! ปล่อยโฮเดินกลับบ้าน【คลิป】..แม้จะเข้มแข็งขนาดไหนตอนให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นสะเทือนใจ
“เราทุกคนล้วนเคยผิดพลาด” เรากล้าพูดประโยคนี้ได้เต็มปากเต็มคำ ด้วยเชื่อว่ามนุษย์เราเกิดมาย่อมต้องเคยพลั้งเผลอทำอะไรที่ไม่ควรลงไปกันทั้งนั้น บางคนอาจพลั้งในสิ่งเล็กน้อย ในขณะที่บางคนพลาดจนพาตัวเองดำดิ่งลงไปในหลุมมืดมิดและคิดไม่ได้ว่าจะหาทางออกจากบ่อแห่งความผิดพลาดอันอนธการนั้นอย่างไร ถ้าเราร่วงหล่นลงไปในหลุมหม่นดำไร้ทางออก เราก็คงทำได้แค่จมลึกลงไปเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีก็ไร้เรี่ยวแรง ดิ่งอยู่ในจุดที่ลึกที่สุดแล้ว แต่หากปากหลุมคือชีวิตใหม่ คือแสงสว่าง คือเพื่อนมนุษย์ที่เชื่อและยังมีความหวังในตัวเรา ไม่ว่าเราจะทำผิดพลาดไปแค่ไหน แต่มีคนที่พร้อมจะโอบกอด ให้อภัย ให้โอกาสและรับเราเข้าสู่สังคมอีกครั้ง ชีวิตใหม่นั้นจะดีแค่ไหน? เราจึงอยากชวนทุกคนมารู้จัก “BORN AGAIN” โปรเจกต์ทางดนตรีที่เต็มไปด้วยความหวังและความเชื่อว่ามนุษย์ไม่ว่าจะเต็มไปด้วยร่องรอย บาดแผล เคยต้องโทษ ถูกจองจำในหลุมมืดมิดมานานแค่ไหนก็พร้อมมีชีวิตใหม่อีกครั้ง เพียงทุกคนเปิดโอกาสให้พวกเขา นี่จึงเป็นโปรเจกต์ที่ใช้สื่อกลางอย่างดนตรีสื่อสารกับพวกเขาและคนในสังคมเพื่อบอกว่าทุกคนคู่ควรจะมีชีวิตใหม่อีกครั้ง หรั่ง-อัครินทร์ ปูรี, เจย์-สัจจเทพ และ SUNNY DAY (หรือที่เราคุ้นกับเขาในชื่อ เดย์ ไทเทเนียม) คือมนุษย์ 3 คนที่ริเริ่ม BORN AGAIN โปรเจกต์ที่ใช้ดนตรีเป็นสื่อระหว่างโลกที่เราเชื่อว่าสว่างกับบางมุมของโลกที่เราเชื่อว่าแสนมืดมิดอย่าง “ผู้ต้องขังในเรือนจำ” โดยดนตรีของพวกเขาส่งเสียงบอกคนในเงามืดนั้นว่า “คุณมีชีวิตใหม่ได้เสมอ” ด้วยการกระโจนลงไปเล่นดนตรีสด เปิดคอนเสิร์ตเล็ก ๆ ในเรือนจำแต่ละแห่ง ให้ผู้ต้องขังทุกคนได้สัมผัสกับดนตรีและความเชื่อที่จะกลับตัวใหม่ รวมถึงการทำเพลงที่ชื่อเดียวกับโปรเจกต์ บอกเล่าเรื่องราวของหรั่ง ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มโปรเจกต์นี้ เขายังเป็นอดีตนักโทษชั้นเลวที่กลับตัว กลับใจและกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างขาวสะอาด เพื่อให้ชีวิตในมุมมืดของหรั่ง
ดูเหมือนทาง Adidas และศิลปินอย่าง Pharrell Williams จะตั้งใจให้รองเท้ารุ่น Pharrell x adidas Solar Hu Glide ทำออกมาให้ครบทุกโทนสี CMYK เพราะล่าสุดพวกเขาเตรียมส่งรองเท้า 4 คู่ใหม่ออกมาแล้วในชื่อ Rainbow Pack ก่อนหน้านี้ค่ายสามขีดเพิ่งประกาศเปิดตัว Pharrell x adidas Solar Hu Glide “Grayscale Pack” ออกมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ ด้วย Solar Hu Glide 4 คู่ในโทนสีพื้นไม่ว่าจะเป็น White ( ขาว), Off White (ขาวครีม), Grey (เทา) และ Core Black (ดำ) เรียกว่าตั้งใจปล่อยออกมาเรียกเงินในกระเป๋าหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบรองเท้าโทนสีพื้นโดยเฉพาะ แต่เพื่อตอบโจทย์ให้ครบทุกรสนิยมทุกโทนสี พวกเขาก็ตัดสินใจปล่อยรองเท้าในโมเดลเดียวกันออกมาอีก 4


