พฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเคยชิน และเหตุผลต่าง ๆ นานาที่ทำให้ผู้ชายหลายคนหลงรักการนอนดึก มีความสุขที่ได้ทำงานเงียบ ๆ ตอนกลางคืน และรู้สึกดีทุกครั้งเมื่อได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันท่ามกลางบรรยากาศที่แสงอาทิตย์ถูกกลบด้วยความมืดของราตรีกาล ทั้งหมดนั้นทำให้เรากลายเป็นคนนอนดึกตื่นเช้า ไม่ก็นอนเช้าตื่นค่ำไปโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่พ่วงมากับพฤติกรรมเลียนแบบค้างคาวคือนาฬิกาชีวิตเดินผิดแผกไปจากเดิม เราเชื่อว่าไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะนอน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน แม้จะรู้ว่าการเข้านอนตรงเวลาดีต่อร่างกาย แต่ให้ตายยังไงก็ไม่ทำ เพราะมันยากที่จะทำได้จริง ว่าไหมล่ะครับ? วันนี้ UNLOCKMEN เลยเอาวิธีรีเซตนาฬิกาชีวิตเวอร์ชันเบสิกมาฝากหนุ่ม ๆ ค้างคาวทุกคน เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้จริงและส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราแน่นอน! NIGHT OWL มนุษย์ผู้โปรดปรานพระจันทร์มากกว่าพระอาทิตย์ แต่เดิม ‘NIGHT OWL’ มีความหมายว่า ‘นกฮูก’ จนเมื่อ William Shakespeare นำคำนี้ไปเปรียบเปรยในบทกวี The Rape of Lucrece ตั้งแต่นั้น NIGHT OWL ก็กลายเป็นคำจำกัดความของผู้ที่ชื่นชอบใช้ชีวิตกลางคืนไปโดยปริยาย NIGHT OWL คือคนที่ไม่สามารถนอนหลับได้เป็นระยะเวลานาน หลับยากกว่าคนอื่น ๆ และมีแนวโน้มที่จะนอนดึก บ้างก็นอนในตอนเช้า พวกเขาชอบทำงาน
ถึงจะเป็นเพลงร็อกเหมือนกัน แต่หลาย ๆ ครั้ง ซาวด์ดนตรีจากศิลปินแต่ละประเทศมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน ซึ่งถ้าคนฟังฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากกว่าก็อาจจะทายถูกได้ไม่ยาก เว้นแต่ใครที่ฟังได้ทั้งสองฝั่งบางครั้งคงมีไขว้เขวหรือสับสนบ้าง จริง ๆ แล้วไอ้สิ่งนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แถมยังน่าสนุกดี ถ้าเราจะเอามาทายขำ ๆ ในวงเพื่อนคอเพลงด้วยกันเหมือนเกมแฟนพันธุ์แท้ว่า ‘เพลงที่เปิดอยู่นี้เป็นของวงอังกฤษหรืออเมริกัน’ น่าจะสร้างความครื้นเครงและได้แชร์เพลงกันฟังมากยิ่งขึ้น ว่าแล้วก่อนจะเอาไปเล่นกับเพื่อนจริง ๆ ลองมาทายขำ ๆ กับ Unlockmen กันสัก 10 วงดีกว่า ถือเสียว่าเป็นการลองภูมิตัวเองไปในตัว กติกาง่าย ๆ แค่อย่าเพิ่งไปเปิด Google มาตอบ สำหรับใครที่ยังไม่ทันกดฟังก็เดาได้ รู้จักทุกวงอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นถือว่าคุณเก่งมากเลย! 1. SWMRS เป็นวงอังกฤษหรืออเมริกัน? เฉลย: อเมริกัน 2. Placebo เป็นวงอังกฤษหรืออเมริกัน? เฉลย: อังกฤษ 3. The Killers เป็นวงอังกฤษหรืออเมริกัน? เฉลย: อเมริกัน (แฟนเพลงอาจจะคิดว่าถามอะไรเนี่ย! แต่เชื่อเถอะว่าวงนี้ติดอันดับต้น ๆ ที่คนมักสับสนเลยนะ)
ถ้าพูดถึงตัวร้ายในภาพยนตร์ฮอลลีวูดก็คงจะลืมชื่อของ Mads Mikkelsen ไปไม่ได้โดยเด็ดขาด หลายคนจดจำเขาได้ติดตากับบทบาทของ Dr. Hannibal Lecter จากซีรีส์ Hannibal (2013-2015) ที่หล่อเนี้ยบและให้ความรู้สึกลึกลับไปพร้อมกัน ทำให้ UNLOCKMEN อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของหนุ่มใหญ่ที่มากไปด้วยเสน่ห์คนนี้ให้มากขึ้น นอกจาก Hannibal แล้วเขาก็ยังคงรับบทบาทเป็นตัวร้ายอีกหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นบทบาทพ่อค้ายาเสพติดชาวโคเปเฮเกนจากเรื่อง Pusher (1996) บท Le Chiffre ในสุดยอดหนังสายลับตลอดกาล James Bond: Casino Royale (2006) รวมถึงบท Rochefort เรื่อง The Three Musketeers (2011) และพ่อมดฝ่ายมืด Kaecilius จากเรื่อง Dr. Strange (2016) เรียกว่ารับบทแต่ละครั้งก็มักจะได้บทร้ายอยู่เสมอ จากบทบาทที่เขามักได้อยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเอกอยู่เสมอทำให้ผู้คนต่างตั้งข้อสงสัยว่า เพราะอะไรหนุ่มมาดเท่อย่าง Mads Mikkelsen ถึงเป็นตัวโกงเกือบทุกเรื่องที่แสดง ความน่าสนใจอยู่ตรงคำตอบที่ UNLOCKMEN ค้นพบซึ่งเมื่อเทียบจากการฟังความคิดเห็นของใครหลายคนล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คำตอบเป็นเพราะหน้าตาเท่แบบที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ ความนิ่งของใบหน้ายามไร้รอยยิ้มที่ดูเคร่งขรึม ผสมกับสไตล์การแต่งตัวที่เนี้ยบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมองมุมไหนคงต้องยกให้เป็นผู้ชายที่ต้องเว้นระยะห่างไว้อย่างแน่นอน
หลังจากทิ้งระยะห่างจากงานคอลแลปส์ร่วมกันมานานกว่า 3 ปี ในที่สุดรองเท้าโมเดลที่สองระหว่างแบรนด์สตรีตจากนิวยอร์กอย่าง Supreme และค่าย Air Jordan ก็กลับมาอีกครั้งโดยครั้งนี้เลือกใช้โมเดลที่มีเรื่องราวอย่าง Air Jordan 14 (XIV) ย้อนกลับไปในปี 2015 ทั้งสองค่ายเคยสร้างเสียงฮือฮาด้วยการใส่ Supreme Logo Box ลงใน Air Jordan 5 (V) โดยผลิตออกมาทั้งหมด 3 สีด้วยกันคือ White Black และ CAMO เมื่อบวกกับกระแสความไฮป์ของทั้งสองค่ายทำให้ขายหมดในเวลาไม่นาน ส่วนคู่ที่ถูกนำออกมา Resell ก็ราคาสูงเหลือเกิน ถืออีกเป็นโมเดลยอดฮิตที่เหล่าสนีกเกอร์เฮดสายสตรีตทั่วโลกต้องการ ล่าสุด Air Jordan และ Supreme กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งโดยเลือกโมเดลรองเท้าที่ผลิตออกมาครั้งแรกในปี 1998 อย่าง Air Jordan 14 ซึ่งเป็นรองเท้าประจำตัวของยอดนักบาสเกตบอล Michael Jordan โดยเขาสวมใส่ระหว่างการแข่งขันรอบชิงโดยปีนั้นสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ให้กับตัวเองรวมถึงเป็นแชมป์สามสมัยติดของเจ้าตัว ว่ากันว่ารองเท้าคู่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Ferrari 550 Maranello รถยนต์สุดรักของนักบาสในตำนาน Air
ก้าวเข้าเดือนมิถุนายน เดือนแห่งฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าสายฝนก็พาเอาความเฉอะแฉะแวะมาทักทายจนน่ารำคาญ แล้วในช่วงที่ฝนตกกระปริบกระปรอยแบบนี้ เราเชื่อว่าคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้นอนเล่นเกมชิล ๆ อยู่บ้าน วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำ 5 เกมดังระดับตำนานที่จะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมิถุนายนนี้ จะมีเกมไหนน่าเล่นบ้าง ไปดูกันเลยครับ MY FRIEND PEDRO หลังจากปล่อยให้หนุ่มเกมเมอร์รอเก้ออยู่นาน บริษัทผู้พัฒนาเกม Deadtoast Entertainment ก็ประกาศเปิดตัวเกม MY FRIEND PEDRO ให้หนุ่ม ๆ ปลดปล่อยพลังแห่งการทำลายล้างผ่านเกมแอ็กชันบัลเลต์สุดกวน แม้จะเป็นเกมแอ็กชันรุนแรงแต่เกมนี้อัดแน่นไปด้วยจินตนาการ เพราะเล่าถึงนักบัลเลต์ชายในคราบมือปืนที่รับคำสั่งจากกล้วยหอม ให้มาคร่าชีวิตผู้คนนับร้อยและลบล้างมนุษย์ผู้ใดก็ตามที่ขัดขวางเส้นทางของเขา ในเกมนี้คุณจะได้อวดทักษะการลั่นไกปืนแบบเฟี้ยว ๆ พร้อมสารพัดท่าต่อสู้สุดกวนโอ๊ย ไม่เพียงแต่ใช้ปืนจ่อกระบาลศัตรู แต่ยังต้องควบคุมการเคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กันด้วย ทั้งกระโดดกลับหลังแล้วหันมายิง ตีลังกาพร้อมไขว้ปืนแล้วยิงศัตรูด้านข้าง หรือแม้แต่โหนสลิงกลางอากาศแล้วกระหน่ำกระสุนใส่หัวศัตรู คุณยังนำอุปกรณ์ที่มีอยู่ภายในฉากมาใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้ได้ และมีโหมด Slow Motion ให้ได้ชมชอตเด็ดเท่ ๆ และความกวนส้นจากลีลาของนักบัลเลต์หนุ่มผู้นี้ การผสมผสานระหว่างแอ็กชันเอฟเฟ็กต์มันส์ ๆ กับลีลาบัลเลต์กวน ๆ จะออกมาเป็นอย่างไร เตรียมพบกับสารพัดท่าต่อสู้ที่คุณไม่อาจจินตนาการได้ใน PC
ปัญหาเรื่องความสูงกับผู้ชายอย่างเราเป็นสิ่งที่น่าเหนื่อยใจและชวนท้อแท้ยิ่งนัก พูดไปคนสูงโปร่งก็คงไม่เข้าใจว่าประสบการณ์ที่ต้องสูดลมหายใจภาคพื้นดินมันเป็นอย่างไร ยิ่งเวลาที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน อย่าหวัง! ว่าจะได้มองเห็นอะไรต่อมิอะไรเบื้องหน้า เพราะไอ้ผู้ชายตัวสูงคนอื่น ๆ ยืนบังเราจนมิด ถือซะว่าเป็นความซวยของผู้ชายรูปร่างสันทัดแบบเราแล้วกัน ที่ไม่เคยได้รับโอกาสให้สูดอากาศบริสุทธิ์จากชั้นโอโซนด้านบนอย่างใครเขาเลย ถึงจะโทษกรรมพันธุ์จากบิดามารดรและพฤติกรรมการกินนมในตอนเด็กก็คงไม่ทำให้ความสูงของเราเพิ่มขึ้นมาสักฟุตสองฟุตได้ วันนี้เราเลยเอาของเล่นเจ๋ง ๆ ที่ช่วยทำให้วิสัยทัศน์ของหนุ่ม ๆ กว้างไกลยิ่งขึ้นมาฝากชาว UNLOCKMEN ทุกคน ตั้งแต่นี้เรื่องความสูงจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ชายอย่างเราอีกต่อไป! ONE FOOT TALLER แว่นตาปริทรรศน์กับมุมมองใหม่ที่สูงกว่า โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Dominic Wilcox ดีไซเนอร์ชื่อดังของลอนดอนถูกท้าทายจาก Microsoft Surface ให้ออกแบบแกดเจ็ตที่ช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเพื่อเอาไปจัดแสดงในนิทรรศการของกรุงลอนดอน Dominic Wilcox จึงสร้างสรรค์แว่นปริทรรศน์หรือแว่นเพอริสโคปสุดกวน โดยนำศิลปะมาประยุกต์กับงานดีไซน์ งานคราฟต์ และเทคโนโลยี จนได้ออกมาเป็น ONE FOOT TALLER แว่นตาที่ทำให้มุมมองของคนตัวเตี้ยเปลี่ยนไปตลอดกาล แรงบันดาลใจที่จุดไฟงานดีไซน์ครั้งนี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เขาเคยไปเข้าร่วมเทศกาลดนตรี แล้วมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังดิ้นรนเพื่อชะเง้อคอมองเวทีที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่เป็นผลเมื่อถูกบดบังจากคนที่ตัวสูงกว่า ด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดค้นแว่นตาอัจฉริยะที่ช่วยให้คนตัวเตี้ยมองเห็นอะไรที่ไม่เคยได้เห็น ตัวแว่นด้านบนทำจากกระจกอะคริลิกสะท้อนแสงที่โค้งงอ 45 องศา และทำมุมกับกระจกแว่นที่อยู่บริเวณดวงตาของผู้สวมใส่ ทำให้สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างง่ายดายแม้จะมีสิ่งกีดขวาง ดู ๆ แล้วลักษณะการดีไซน์คล้าย ๆ กับกล้องเรือดำน้ำที่ถึงจะอยู่ใต้น้ำก็มองเห็นสิ่งที่อยู่บนน้ำได้
เคยไหมเวลาบอกเพื่อนว่าชอบฟังเพลงร็อกแล้วคุณจะต้องโดนทำสัญลักษณ์แบบนี้พร้อมแลบลิ้นใส่ (ถ้าไม่เคยก็ดีไป) ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เพราะสัญลักษณ์มือแบบนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมชาวร็อกมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะร็อกประเทศไหน อังกฤษ อเมริกา แคนาดา หรือไทย ก็ล้วนแล้วแต่ทำมือเหมือนกันทั้งนั้น หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ยังไม่รู้ที่มาที่ไปของมันละก็ วันนี้เราจะพาคุณเจาะเวลาหาอดีต มาดูกันว่าสิ่งนี้เริ่มต้นจากอะไรกันแน่? ชาวร็อกบอกต่อกันว่าชายคนแรกที่ทำให้สัญลักษณ์แบบนี้แมสในวงการก็คือ Ronnie James Dio นักร้องคนที่ 2 ของคณะ Black Sabbath วง Heavy Metal รุ่นบุกเบิกแห่งยุค 70 นั่นเอง เนื่องจากตัวเขารู้สึกว่านักร้องคนก่อนหน้าอย่าง Ozzy Osbourne เป็นคนมีเอกลักษณ์มาก โดยเฉพาะการทำมือชูสองนิ้ว (Peace Sign Hand) เขาจึงต้องหาอะไรมาดึงดูดแฟนเพลงบ้าง ซึ่งแท้จริงแล้วไอ้มือแบบนี้ Ronnie เอามาจากคุณยายเชื้อสายอิตาเลียนของเขา เธอมักจะยกมือทำสัญลักษณ์แบบนี้ทุกครั้งเวลาต้องการขับไล่สิ่งชั่วร้าย Ronnie คิดว่ามันก็เท่ดี เลยลองเอามาทำตอนขึ้นเวทีดูบ้าง ปรากฏว่าแฟนเพลงทำตามกันถ้วนหน้า จนกลายเป็นวัฒนธรรมแบบที่พวกเราเห็นกันในปัจจุบัน ฉะนั้นอาจถอดสมการได้ว่าจุดกำเนิดความแมสของมันอยู่ที่ราว ๆ ปี 1980 – 1982 ช่วงที่ Ronnie James Dio ยังอยู่ในฐานะฟรอนต์แมนของ Black Sabbath
ในปีนี้ถือว่า Adidas ออกสนีกเกอร์สำหรับโอกาสพิเศษต่าง ๆ มายั่วน้ำลายเหล่าผู้หลงใหลในรองเท้ากันตลอดทั้งปี โดยครั้งนี้แบรนด์เครื่องใช้กีฬาชื่อดังก็กลับมาทำให้กระเป๋าสตางค์ของใครหลายคนต้องสั่นอีกครั้ง เมื่อข่าวลือว่า Adidas จะปล่อยคอลเลกชันพิเศษ Adidas x Toy Story 4 เป็นจริง พร้อมยืนยันด้วยการปล่อยภาพรองเท้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับแฟนการ์ตูน Toy Story คงจะถูกอกถูกใจไม่น้อยกับคอลเลกชันพิเศษที่ Adidas และ Walt Disney Pictures ร่วมมือกันสร้างสรรค์ด้วยการนำรองเท้ามาเติมเต็มเรื่องราวของการ์ตูนในตำนาน Toy Story หยิบคาแรกเตอร์ของตัวละครนักบินอวกาศอารมณ์ดี Buzz Lightyear กับ Woody รวมถึงสมาชิกที่ไป ๆ มา ๆ อย่าง Bo Peep มาอยู่บนสนีกเกอร์รุ่น Ultraboost 19 สำหรับสนีกเกอร์ที่เล่าคาแรกเตอร์ Buzz Lightyear เน้นที่สีขาวเป็นหลัก และแต่งแต้มด้วยสีอื่นตามแบบชุดอวกาศของเขา ด้านในและด้านนอกของรองเท้าบุด้วยสีเขียวอ่อนคล้ายสีเขียวเรืองแสง ส่วนลิ้นรองเท้าใช้สีดำและปักคำว่า Toy Story 4 เอาไว้ด้วยด้ายสีขาว จากนั้นเพิ่มความโดดเด่นให้กับสนีกเกอร์คู่นี้ด้วยเส้นสีม่วงตรงบริเวณ Midsole รวมถึงจุดสีส้มตรงด้านหน้า
เมื่อช่วงสิงหาคมปีที่แล้ว Burberry แบรนด์แฟชั่นอายุกว่า 163 ปี สร้างความตื่นเต้นให้กับคนในวงการแฟชั่นและคนทั่วไปเป็นอย่างมากกับการประกาศปรับโลโก้แบรนด์ใหม่ นำเสนอภาพลักษณ์จากลายเส้นตรงเปลี่ยนเป็นโมโนแกรมสีสันสดใส และคอลเลกชันลายใหม่ก็เปิดตัวบนผลงานหลากหลายไอเทมให้โลกเห็นเป็นที่เรียบร้อย โบกมือลา Nova Check พร้อมต้อนรับลายใหม่อย่าง TB Monogram โมโนแกรมลายใหม่ของแบรนด์เป็นผลงานการออกแบบของ Riccardo Tisci ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ร่วมกับ Peter Saville กราฟิกดีไซเนอร์ของ Burberry ลายโมโนแกรมที่จะมาเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกบน Instagram ของ Burberry ผ่านบทสนทนาผ่านอีเมลของ Riccardo และ Peter ที่กำลังปรึกษากันเกี่ยวกับลายใหม่ ซึ่งไม่ได้มีแค่โมโนแกรมเท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนตัวอักษรของโลโก้จาก Bodoni ที่ใช้มายาวนานตั้งแต่ปี 1901 มาเป็น Sans-Serif และถอดโลโก้คุ้นตาอย่างอัศวินขี่ม้าถือธงที่มีภาษาละตินคำว่า ‘Prorsum’ ที่มีความหมายว่า ‘ก้าวต่อไป’ ออก จากลายเส้นตรงสีดำและเส้นสีแดงทแยงมุม 45 องศาที่พาดทับกัน ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวอักษร TB ที่อ่านออกได้ชัดเจนและมีสีสันสดขึ้นกว่าเก่า ตัวอักษรย่อ TB ที่เลือกมาใช้เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ย่อมาจากชื่อของผู้ก่อตั้ง Thomas Burberry ช่วยดันให้ลายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่น่าจดจำและประทับความเป็น DNA
ไม่เพียงแต่ร่างกายกำยำล่ำสันและมังกรผงาดในกางเกงที่บ่งบอกถึงความเป็นชายชาตรี หนวดเคราและไรขนบนใบหน้าหนุ่ม ๆ ก็ตอกย้ำความเป็นเพศพ่อได้ดีไม่ต่างกัน สำหรับผู้ชายบางคนหนวดและเคราอาจเป็นที่มาของสิ่งสกปรกและความรกรุงรัง แต่กับบางคนมันช่วยเพิ่มเสน่ห์ มาดคมเข้ม และสะท้อนความน่าเกรงขามได้อย่างบอกไม่ถูก ความข้นของเคราเข้มที่มีมาตั้งแต่โบราณ หากย้อนไปอ่านบันทึกประวัติศาสตร์จะพบว่าการไว้หนวดเคราของคนไทยมีมาตั้งแต่อดีต ว่ากันว่าหนวดและเคราได้อิทธิพลมาจากชาติตะวันตก มีหลักฐานปรากฏให้เห็นสมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และการไว้หนวดเคราก็ก้าวสู่ความนิยมตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา คนในยุคนั้นเชื่อว่าหนวดเคราจะทำให้ผู้ชายมีหน้าตาคมสัน หากเป็นทหารก็ยิ่งดูแข็งแกร่งน่าเกรงขาม ในทางตรงกันข้าม ผู้ชายที่โกนหนวดดูมีใบหน้าจืดชืดละม้ายคล้ายผู้หญิง แม้กระนั้นการไว้หนวดสไตล์ไทยก็ไม่ได้ปล่อยยาวรุงรังเฉกเช่นฝรั่ง หากตัดเล็มและตกแต่งให้เป็นระเบียบ เพราะเชื่อว่าเวลาที่จุดบุหรี่ดูดจะไม่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้เปลวไฟไหม้ลามมายังหนวดงาม แล้วถ้าเราบอกว่าหนวดเคราไม่ได้แค่มีไว้เท่ ๆ แต่ยังซ่อนเสน่ห์ดึงดูดสาว ๆ ให้หลงใหล หนุ่ม ๆ จะว่ายังไง? ผู้ชายที่มีหนวดเคราดูเซ็กซี่มากกว่าในสายตาหญิง? จากบทความในวารสาร Journal of Evolutionary Biology ที่สำรวจผู้หญิง 8,500 คน ว่าหนวดและเครามีผลต่อความน่าดึงดูดอย่างไร โดยขอให้พวกเธอให้คะแนนรูปภาพของผู้ชายที่มีความยาวของหนวดและเคราที่ต่างกัน ผลปรากฏว่าในสายตาผู้หญิงผู้ชายที่ไว้หนวดเคราดูโดดเด่นและน่าเชื่อถือมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ไว้ ทีมนักวิจัยนำภาพผู้ชายที่โกนหนวดจนเกลี้ยงเกลา, หนวดเล็กน้อยหลังจากโกน 5 วัน, หนวดคมเข้มหลังจากโกน 10 วัน และหนวดเครายาวรกรุงรังหลังจากโกน 4 สัปดาห์ มาให้ผู้หญิงทั้ง 8,500 คนให้คะแนนโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย


