เราเชื่อว่าทุกคนฝันถึงความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน พร้อมใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนไปนาน ๆ แต่ในชีวิตจริงมันไม่ง่ายเหมือนในหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่เราดูกัน ทำให้มีคนผิดหวังไม่สมหวังกับความรักอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากมือที่สาม หรือการเข้ากันไม่ได้จนต้องเลิก และแยกทางกันในที่สุด ซึ่งบางคนมีภูมิคุ้นกันในเรื่องความรักสูงก็สามารถลุกขึ้นมารักษาแผลใจใช้ชีวิตต่อไปเพื่อเจอคนที่ใช่ในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว แต่กับบางคนจมอยู่กับอดีต และตัดพ้อถึงเหตุผลที่ตัวเองต้องอยู่เป็นโสด แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วการเป็นโสดมันมีข้อดีมากมายที่คุณอาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อน ดังนั้นทีมงาน UNLOCKMEN เลยจะมาบอกถึงข้อดีที่ว่านี้ให้ได้เคลียร์กันให้กระจ่างไปเลย ชีวิตเป็นของเรา จงใช้ซะ ในตอนที่คุณมีแฟน คุณจะไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจ ต้องคอยขออนุญาตเพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมถึงจะออกไปไหนมาไหน ก็โดนตามติดเป็นเงา เพราะเมื่อคุณเริ่มต้นสถานะการใช้คำว่าคู่แล้ว ทุกอย่างก็ต้องเกิดจากความคิดทั้งสองฝ่ายเสมอ ทำให้ส่วนใหญ่คุณก็จะไม่ค่อยได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการสักเท่าไหร่ จนบางครั้งคุณก็อาจจะพลาดโอกาสดี ๆ บางอย่างในชีวิตไปได้ อย่างเช่นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง ในเมื่อตอนนี้ถ้าคุณโสด ก็จงออกไปใช้ชีวิตทำตามฝันอีกครั้งหนึ่งซะ เงินทุกบาทุกสตางค์ที่หาได้มันคือของคุณคนเดียว ถ้าคุณเป็นหนุ่มโสด เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้จากการทำงานอันเหน็ดเหนื่อย คุณจะสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ตามใจต้องการ จะแบ่งให้พ่อแม่ หรือซื้ออะไรที่ตัวเองต้องการก็ได้ เพราะคุณไม่ต้องคอยเอาเงินตรงส่วนนั้นไปจ่ายเพื่อ ของขวัญ เลี้ยงข้าว ทำกิจกรรมเสียเงินอีกต่อไป เห็นไหมละว่าการอยู่คนเดียว จะทำให้คุณสามารถเอาเงินไปซื้อความสุขให้ตัวเองมากเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ใจต้องการ โอกาสก้าวหน้าทางการงาน หลายคนใช้อาการอกหักเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะไม่ต้องมีเรื่องอื่นมาให้คิดมากอีกต่อไป ไม่ต้องคอยรีบกลับบ้าน หรือไปรับไปส่ง สามารถโฟกัสไปแต่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว แล้วเมื่อยิ่งเราทำงานหนักมากเท่าไหร่
เป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์เราทุกคนจะแคร์ในสิ่งที่คนอื่น คิด หรือ รู้สึก กับตัวของเรา และก็เป็นเรื่องธรรมดามากที่คนเราจะแสวงหาการยอมรับจากผู้คนที่อยู่รอบกาย อาจจะด้วยความรู้สึกไม่อยากจะผิดแปลกไปจากชาวบ้าน อยากจะรู้สึกเป็นที่ยอมรับทางสังคม และไม่อยากจะเป็นแกะดำให้ใครเขาติฉินนินทา คนเราในบางครั้งจึงเลือกที่จะแคร์สิ่งที่อยู่รอบ ๆ กายมากกว่าตัวเราเอง หรือ ที่ฝรั่งมักจะใช้คำว่า “Give A F*ck” ผลกระทบมันมีมากมายกว่าที่หลายคนคิด ดังนั้นบทความนี้จะอธิบาย 3 ขั้นตอน ที่จะช่วยให้คุณ UNLOCK ตัวเอง และช่วยให้คุณรู้ว่า อะไรที่คุณควร Give A F*ck อะไรที่คุณควรจะ Don’t Give A F*ck เพื่อที่จะปลดปล่อยศักยภาพความเป็นตัวคุณออกมาได้อย่างเต็มที่ และหลุดจากอารมณ์เชิงลบทั้งหลายที่อัดแน่นอยู่ในใจ จากการที่คุณใส่ใจกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างมากจนเกินไปมาให้ได้ดูกัน การที่เราแคร์ กับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างมากเกินไปนั้น มันก็มีทั้งข้อดี และข้อเสียในตัวของมันเองอยู่เช่นกัน ข้อดีก็คือว่า คุณอาจจะเป็นที่พึงพอใจในสายตาคนรอบข้าง คุณอาจจะรู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว และแปลกแยกไปจากใคร แต่ข้อเสียจากการที่เราพยายามใส่ใจในทุกรายละเอียดกับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น คน, สถานที่, สิ่งของ หรือแม้กระทั่ง ความคิดของคนอื่น ๆ
ปกติแล้วพวกเรามักจะละเลยสถานที่ที่ไม่น่าสนใจและดูไม่ปลอดภัย อย่างเช่นที่โล่งใต้ทางด่วนหรือมุมลับข้างทางกันอยู่แล้ว แต่หนุ่มสเปนหัวใสคนที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ ได้เปลี่ยนแปลงเนื้อที่ใต้สะพานให้กลายเป็นมุมลับส่วนตัว ใช้ทำงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างน่าสนใจ Fernando Abellanas นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชาวสเปน ได้นำแนวคิดที่มีออกแบบและลงมือทำจนแปลงพื้นที่ทิ้งร้างไร้ประโยชน์ให้กลายเป็นป๊อปอัพออฟฟิศใช้ทำงานได้ โดยมีแรงบันดาลใจจากวัยเด็กที่เขาชอบหามุมลับแอบซ่อนตัว เนื้อที่ใต้สะพาน (ทางด่วน) ที่ไม่มีใครนึกถึง ได้ถูกเขาดัดแปลง ใช้สอยให้เกิดประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง ตั้งแต่จัดการออกแบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีทั้งชั้นวางของ โต๊ะ และเก้าอี้ถูกตรึงไว้กับผนังสะพานคอนกรีต เชื่อมต่อเข้ากับกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนไปมาได้ ประกอบร่างอีกชั้นด้วยรางเลื่อน ที่มีหลักการทำงานคล้าย ๆ กับลิฟต์ แต่อยู่ในแนวนอน เพียงเท่านี้ พื้นที่ว่างเปล่าก็กลายร่างออกมาเป็นเป็นห้องที่มีพื้นและฝาผนัง 3 ด้านอย่างลงตัว ใช้เวลาสร้างเพียงแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น ซึ่งการซุกซ่อนตัวในห้องลับใต้สะพานแห่งนี้ทำให้เขาได้ย้อนระลึกถึงวัยเด็ก “ความรู้สึกเวลาเราซ่อนตัวอยู่สักที่ที่หนึ่ง แต่ยังได้ยินหรือเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นนั่นแหละ การได้สังเกตรถแล่นผ่านไปมาโดยไม่มีใครเห็น มันกลับทำให้เขารู้สึกสงบสุขอย่างไม่น่าเชื่อ” แม้ว่าที่แห่งนี้จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ก็ตาม แต่การที่เขาใส่ทั้งผ้าห่ม ผ้าปู หมอนมาไว้พร้อม ก็เรียกว่า ทำงานเหนื่อยนักก็พักหลับได้เลย หรือคืนไหนความคิดโลดแล่น อยากจะนอนค้างสักคืนดูก็ไม่เป็นไร Fernando Abellanas ไม่เปิดเผยพิกัดว่าห้องลับใต้สะพานแห่งนี้อยู่ที่ใดในเมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน เพราะตัวเขาตั้งใจที่จะสร้างห้องลับแบบนี้ตามพื้นที่ทิ้งร้างต่าง ๆ ทั่วเมือง เอาไว้ทำงานหรือหา Inspiration
ในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียเป็นสื่อหลักสำหรับการเสพข่าวสารไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ข่าวคราวต่าง ๆ จะถูกส่งต่อไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของแฟชั่นที่คุณสามารถสื่อสาร หรือตามเทรนด์แม้จะอยู่อีกคนละซีกโลกได้ง่าย ๆ เพียงแค่คลิกเข้าไปในอินเตอร์เน็ต ตัวอย่างเช่นสมัยก่อนหากคุณจะตามเทรนด์ของไอคอนที่ชื่นชอบก็ต้องรอกว่าจะมีรูปปาปารัสซี่ ตามนิตยสาร ดักถ่ายรูป ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่คุณเพียงแค่เข้า Instagram ก็จะเจอรูปสไตล์ของไอดอลที่คุณชื่นชอบ และประโยชน์จากการสื่อสารอันรวดเร็วของโซเชียลมีเดียคือการทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์สามารถทำการสำรวจ หรือเช็คสถิติต่าง ๆ วัดผลการเข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ดังนั้นวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงขอนำสถิติของ Dash Hudson ที่รวมข้อมูลในเชิงลึกต่าง ๆ ว่า แท้จริงแล้ว ใครคือผู้ทรงอิทธิพลในเรื่องสไตล์แฟชั่นมากที่สุดบนโชเชียล มีเดียกันแน่? ใครมียอด Followers มากที่สุด การจะวัดผลว่าใครมีผู้ที่มีคนติดตามมากที่สุดก็ทำได้ง่าย ด้วยการนับยอด followers จาก ยูสเซอร์ของพวกเขา และผลลัพธ์ก็ไม่น่าแปลกใจว่า Justin Bieber คือคนในแวดวงแฟชั่นที่มียอดติดตามมากที่สุดด้วยจำนวน 90.4 ล้านคน ตามมาด้วยแร็ฟเปอร์ Drake ที่ 37.5 ล้านคน และ Pharrell Willams ในอันดับสามที่ 9.9 ล้านคน นั้นก็พอจะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสตรีทแฟชั่นได้ระบาดกลายเป็นวัฒนธรรมป๊อปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ลาออกจากงานประจำแล้วไปเริ่มทำธุรกิจซะ! เรามักได้ยินประโยคทำนองนี้จนชินหูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเราอาจหลงลืมไปว่าการทำธุรกิจ การเป็นผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีสูตรสำเร็จที่ตายตัว และคุณอาจไม่จำเป็นต้องลาออกทันทีเหมือนที่ใครว่าไว้ แต่เรียนรู้จากการทำงานประจำ เพราะงานประจำนี่แหละที่แอบซ่อนบทเรียนธุรกิจไว้ให้เราเรียนรู้แบบที่เราคาดไม่ถึงมาก่อน Steve Tobak ที่ปรึกษาด้านการจัดการกล่าวถึงการเรียนรู้จากงานประจำที่ใคร ๆ ก็คิดว่าน่าเบื่อไว้ว่า “ความจริงก็คือ ผมเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการและการทำธุรกิจจากการทำงานให้คนอื่น” เขายังบอกเพิ่มเติมอีกว่า “ผมเริ่มต้นจากการเป็นปลาตัวเล็ก ๆ ในบ่อใหญ่ จากนั้นค่อยเป็นปลาใหญ่ในบ่อเล็ก ๆ แล้วค่อยกลายเป็นปลาใหญ่ในบ่อใหญ่ จนตอนนี้ผมได้แหวกว่ายในบ่อเล็ก ๆ ของตัวเองลำพัง มันรู้สึกดีมากเลยล่ะ” แล้วเราจะเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการที่ดีจากงานประจำได้อย่างไรบ้าง? เรียนรู้จากโครงสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ การได้ทำงานในองค์กรสักองค์กรหนึ่งนั่นแปลว่าองค์กรธุรกิจนั้นต้องประสบความสำเร็จแล้วระดับหนึ่ง นี่จึงเป็นอีกที่ที่เราจะได้เรียนรู้พื้นฐานและโครงสร้างธุรกิจที่ดีที่สุด โดยคุณต้องสังเกตว่าโครงสร้างองค์กรเป็นอย่างไร ใครทำอะไรบ้าง แต่ละแผนกติดต่อสื่อสารกันอย่างไร แต่ละคนมีแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างไร โดยเฉพาะคนที่คุณมองว่าประสบความสำเร็จที่สุดในบริษัท คุณต้องสังเกตว่าเขาทำอะไร มีเส้นทางอย่างไรตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดที่คุณคิดว่าเขาประสบความสำเร็จ เรียนรู้จากหัวหน้างานของคุณ ในองค์กรธุรกิจเต็มไปด้วยหัวหน้างานจากหลากหลายฝ่าย สิ่งที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้จากหัวหน้างานเหล่านั้น โดยหัวหน้างานแต่ละคนย่อมมีจุดเด่นและข้อดีที่เราสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ในธุรกิจตัวเองในอนาคตได้ แบกรับความเสี่ยงต่ำ(กว่า) การทำงานประจำช่วยให้คุณเรียนรู้ที่จะบริหารความเสี่ยงจริง ๆ แต่คุณไม่ได้รับผลของความเสี่ยงโดยตรงเท่าเจ้าของธุรกิจหรือองค์กรที่คุณทำงานอยู่ด้วย เราไม่ได้กำลังบอกให้คุณทำอะไรเสี่ยง ๆ อย่างไรก็ได้แบบไม่แคร์เพราะนี่ไม่ใช่ธุรกิจของคุณ แต่เรากำลังจะบอกให้คุณเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เต็มที่ ถ้าผิดพลาดคุณก็รับผิดชอบเฉพาะตำแหน่งที่คุณทำ แต่ไม่ต้องรับผิดชอบถึงระดับองค์กร และรีบเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นเพื่อเป็นบทเรียนให้กับธุรกิจของตัวเองในอนาคต เรียนรู้ข้อผิดพลาดขององค์กร เมื่อสังเกตและเรียนรู้ข้อดี โครงสร้าง และแนวทางที่ประสบความสำเร็จแล้ว
บทสรุปของสงคราม Application Music Streaming ใครกันที่คนส่วนใหญ่ไว้ใจเลือกใช้งานมากที่สุด
‘เซ็กส์’ คือหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่วนเวียนอยู่ในหัวผู้ชายอย่างเราตลอดเวลา จึงไม่แปลกใจนักที่เรามักฝันถึงเรื่องเซ็กส์สุดเหวี่ยงกับน้องโต๊ะข้าง ๆ ในออฟฟิศ เรื่องราววาบหวามของคนรู้จักแบบห่าง ๆ และอีกสารพัดสถานการณ์แปลกประหลาดที่บางทีเราตื่นมาแล้วต้องด่าตัวเองในใจว่าฝันไปได้ยังไงวะเนี่ย!? ตกลงเราเป็นคนหมกมุ่นจริง ๆ ใช่ไหม? หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังความฝันพวกนี้? และทำไมเราถึงจำฝันแบบนี้ได้ดีจัง UNLOCKMEN ชวนหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน ฝันถึงเรื่องเซ็กส์หมกมุ่นหรือปกติ? การฝันถึงเรื่องเซ็กส์ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนลามกหมกหมุ่นแต่อย่างใด แถมถือว่าเป็นเรื่องปกติสามัญธรรมดาอย่างมากเพราะงานวิจัย Sexual Activity Reported In Dreams Of Men And Women เปิดเผยว่าร้อยละ 8 ของความฝันคนมักมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเพศ โดยคนส่วนใหญ่ใช้เวลาฝัน 2 ชั่วโมงต่อคืน (ไม่ว่าคุณจะจำได้หรือไม่ได้ก็ตาม) นั่นแปลว่าคนส่วนใหญ่ฝันถึงเรื่องเซ็กส์ปีละตั้ง 58.4 ชั่วโมงแหนะ! เมื่อฝันว่ามีอะไรกับใครสักคน แปลว่าเราชอบเขาเสมอไปหรือเปล่า? มีทฤษฎีทางจิตวิทยาจำนวนมากที่อธิบายว่าการฝันถึงเซ็กส์ หรือฝันว่ามีอะไรกับใครสักคนนั้นไม่ได้เกี่ยวกับการที่เรามีความต้องการทางเพศกับคนคนนั้นเสมอไป ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ความฝัน Jane Teresa Anderson บอกถึงกุญแจสำคัญว่าเมื่อเราฝันว่าเรามีอะไรกับใครสักคน มันมีความหมายบางอย่าง แต่ไม่ใช่ความหมายทางเพศแบบที่เราคิด หลายครั้งเราถึงฝันว่าเรามีอะไรกับคนที่เราไม่คิดมาก่อนว่าจะรู้สึกอะไรด้วย “ความฝันมันก็เหมือนการอุปมาอุปมัยบางอย่าง มันมีนัยยะสำคัญอยู่ตรงที่ตัวตนของคนที่คุณฝันว่าไปมีอะไรด้วย เช่น คุณอาจฝันว่าคุณมีอะไรกับคนที่คุณมองว่าเขาน่าตื่นเต้นมาก
สิ้นเดือนก็เหมือนสิ้นใจ โดยเฉพาะอาทิตย์สุดท้ายก่อนเงินเดือนออก เราต่างต้องสรรหาวิธีประหยัดสารพัดวิธีมาใช้กับชีวิตเพื่อบริหารเงินให้ใช้พอไปถึงวันที่เงินเดือนออกอีกครั้ง UNLOCKMEN เข้าใจหัวอกผู้ชายทุกคน เลยจะขอมาแชร์ 7 ความคิดเห็นจากหลากหลายอาชีพถึง 7 วิธีต่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนที่เงินเดือนจะหายวับไปกับตา “งดกิจกรรมสังสรรค์” – เจมส์, Photographer กิจกรรมสังสรรค์อย่างการออกไปปาร์ตี้ ไปดื่มเครื่องดื่มมึนเมา หรือนัดรวมตัวกันไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง กลายเป็นกิจกรรมชวนเสียเงินจำนวนมากเป็นอันดับต้น ๆ แม้ตอนต้นเดือนกลางเดือนเราจะพร้อมจ่ายเงินซื้อความสุขไม่อั้น แต่พอปลายเดือนแล้วเหมือนจะสิ้นใจขึ้นมา ก็จำเป็นต้องลดกิจกรรมที่จำเป็นน้อยนี้ออกไปก่อน (ไว้ต้นเดือนค่อยมารวมตัวกันใหม่) ใครจะไปรู้ว่าแค่ลดการสังสรรค์ลง เราก็สามารถยืดการใช้เงินให้พอใช้ไปถึงสิ้นเดือนได้แล้ว “ปกติใช้ชีวิตติดคอนโด พอใกล้สิ้นเดือนกลับบ้านเฉยเลย” – ท็อป, Sponsor Content Editor ชีวิตในเมืองกรุงที่การจราจรโหดร้ายแสนสาหัส จนใคร ๆ ก็ต้องพากันหอบผ้าหอบผ่อนมาหาคอนโด หาที่พักตามแนวรถไฟฟ้าเพื่อให้สะดวกแก่การเดินทาง ทั้ง ๆ ที่บ้านก็ไม่ได้อยู่ต่างจังหวัดหรอก แต่อาจอยู่ชานเมืองห่างออกไปหน่อย ต้นเดือนเราก็เปรมปรีดิ์อยู่แถวคอนโดและที่เที่ยวตามแนวรถไฟฟ้าชิค ๆ คูล ๆ แต่พอปลายเดือนกระเป๋าตังค์ฟีบเราก็กลับไปซบลงที่ตรงตักแม่ (ร้องเพลงเสก โลโซประกอบ) เพื่อประหยัดค่าข้าวได้หลายมื้อ แถมห่อเอามากินที่ทำงานได้อีกด้วย ประหยัด 2 ต่อ
เห็นผู้ชายหน้าตาโหด ๆ ไว้หนวดไว้เครา ใจกล้ากับเรื่องบ้าบิ่นไม่ว่าจะเป็น การเล่นกีฬา Extreme หรือ ในเวลาที่อยู่รวมกันเป็นแก๊งค์เป็นทีมจะโชว์ลีลาความซ่ากันออกมาแบบสุด ๆ แบบนี้ แต่ปัญหาที่ผู้ชายอย่างเราต้องเผชิญอยู่เป็นประจำอย่างที่ผู้หญิงคาดไม่ถึงนั่นก็คือ ความมั่นใจ โดยเฉพาะในเวลาที่ต้องอยู่ท่ามกลางบรรดาสาว ๆ แปลกหน้า ที่มีหน้าตาระดับท็อปด้วยแล้ว บางครั้งเรียกว่าจะเดินก็ยังไม่กล้า ความบ้าในตัวก็กลายเป็นความติ๋มขึ้นมาอยู่เป็นประจำ ก่อนอื่นเราอยากให้คุณลองถามตัวเองก่อนว่า เวลาที่คุณต้องเผชิญหน้ากับสาวแจ่ม ๆ ทั้งหลาย คุณมีความรู้สึกอะไรบ้างเกิดขึ้นในตัวเอง? รู้สึกสบาย มั่นใจมาก? หรือว่า ทำตัวไม่ถูก แม่งโคตรรู้สึกเขิน ๆ อาย ๆ กันแน่? แน่นอนว่า ผู้ชายโดยส่วนมากแล้ว จะรู้สึกประหม่าเขินอายเป็นธรรมดา เพราะถ้าไม่นับเหล่าเสือร้ายในร่างชายโสดแล้วล่ะก็ ผู้ชายอย่างเราเนี่ยนาน ๆ ที จะตกอยู่ในวงล้อมตัวคนเดียวท่ามกลางผู้หญิงหลายคน แต่ช่วยไม่ได้ ยิ่งถ้าหากคุณต้องไปเดทกับสาวที่โดนใจอยู่เป็นครั้งแรกด้วยแล้ว โอกาสที่สาวคนนั้น จะยกทัพเพื่อนมาหาคุณด้วยนั้นถือว่ามีมากเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการจะก้าวผ่านจุดนี้ไปให้ได้ คุณก็ต้องทำตัวเองให้เป็นผู้ชายในแบบที่คุณเป็นซะก่อน ไม่ใช่มัวแต่อายม้วน ไม่งั้นรับรองได้เลยว่า โอกาสที่คุณจะคืบหน้าในความสัมพันธ์นั้น ริบหรี่สุด ๆ เลยทีเดียว วันนี้เราจึงมีเคล็บลับเจ๋ง ๆ สำหรับผู้ชายขี้อายทั้งหลาย
เมื่อไม่นานมานี้ทาง Google ได้เผยแพร่ข้อมูลงานวิจัยชิ้นใหม่ที่สร้างทั้งความดีใจและเสียใจให้กับหลายคนไม่น้อย เมื่อเหล่าทีมวิจัยของ Google Research ได้เผยแพร่ข้อมูลงานวิจัยล่าสุดสู่สายตาคนทั่วโลกอย่างการใช้อัลกอริทึมลบลายน้ำให้ออกไปจากภาพถ่าย งานนี้เอาเหล่าตากล้องอาชีพ หวาดวิตกกันพอสมควรตั้งแต่มีข่าวนี้ปล่อยออกมา เพราะว่าสิ่งเดียวที่เราจะสามารถบ่งบอกความเป็นเจ้าของชิ้นงานเกี่ยวกับภาพได้คงมีเพียงการใส่ลายน้ำ (Watermark) ลงไปบนชิ้นงานเท่านั้น แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรต่อไปดี โดยทีมวิจัยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ารูปแบบลายน้ำที่เราเห็นกันเกลื่อนตามเว็บ Stock Photos เป็นเรื่องยากมากที่เราจะใช้ฝีมือรีทัชมันออกไป แล้วนำไปใช้ต่อได้อย่างราบรื่น (ขนาดเซียน Photoshop ยังต้องใช้เวลาพอสมควร) แต่จุดเหมือนที่สังเกตและนำไปต่อยอดคือลายน้ำเหล่านี้มักจะมีแพทเทิรน์ในการทำงานที่ค่อนข้างตายตัว อย่างเช่นจาง ๆ ลด Opacity นิดหน่อย งานวิจัยชิ้นนี้ได้ถูกเผยแพร่ในชื่อว่า On the Effectiveness of Visible Watermarks เป็นการใช้อัลกอริทึมลบลายน้ำที่ฝังอยู่ในรูปภาพให้หายเกลี้ยงได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที แถมทำงานได้อัตโนมัติ ยิ่งถ้ามีภาพหลายภาพที่ใช้ลายน้ำเดียวกัน ระบบการทำงานก็จะยิ่งทำให้ระบบนี้สมบูรณ์แบบในการวิเคราะห์ขึ้นไปอีก หลักการทำงานจะมองลายน้ำเป็น Noise แล้วจัดการคิดวิเคราะห์ลบ Noise นั้นทิ้งไป จนกลายเป็นรูปภาพสวยงามปราศจากลายน้ำให้กวนใจ เรียกว่าถ้าเปรียบเทียบการใช้ Photoshop รีทัชเอง ระบบอัลกอริธึมอันนี้สามารถให้ผลลัพธ์ที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านเวลาและประสิทธิภาพอย่างชิ้นเชิงเลยทีเดียว งานนี้ UNLOCKMEN ต้องบอกเลยว่าเหล่าช่างภาพมีเสียวกันทั่วหน้า ยิ่งเฉพาะสำหรับใครที่ขาย Stock Photo เป็นหลัก ปกติเราจะใส่ลายน้ำชื่อตัวเองไว้เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์


