‘เอท ทองหล่อ’ (Eight Thonglor) ไลฟ์สไตล์มอลล์ยอดนิยมย่านสุขุมวิท เปิดพื้นที่จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย ‘เอท เอเลเมนท์’ (8 Elements) นำเสนอผลงานภาพถ่ายขาวดำที่สะท้อนถึงตัวตนเบื้องลึกและจิตวิญญาณจาก 8 ช่างภาพสุดยอดฝีมือผู้ประสบความสำเร็จจากหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ อนุวัต บูรพชัยศรี กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ เจ้าของนามแฝงช่างภาพที่ใช้ชื่อว่า Eyeshadow, ธนากร เตลาน ช่างภาพผู้สร้างสรรค์ศิลปะด้านไฟน์อาร์ต (Fine Art) ชื่อดัง, เบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนา ซีอีโอ บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอาท์เล็ท จำกัด และอีกมากมาย เพื่อให้เหล่าคนเมืองได้สัมผัสกับเสน่ห์และเรื่องราวต่าง ๆ จากทั่วทุกมุมโลกผ่านภาพถ่ายที่คัดสรรมาอย่างบรรจง ท่านที่สนใจยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสมทบทุนช่วยเหลือคนตาบอด เนื่องจากรายได้จากการจำหน่ายภาพและหนังสือภาพ หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกมอบให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อเป็นเงินทุนพัฒนามูลนิธิต่อไป พบกับนิทรรศการภาพถ่ายสีขาวดำ ‘เอท เอเลเมนท์’ (8 Elements) ได้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2560
ถ้าพูดถึงสปา เราคงคิดว่าเป็นที่สำหรับสาว ๆ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การได้มีโอกาสพาตัวเองและคนใกล้ชิดไป Spa นั้น เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลายทั้งภายในและภายนอก เชื่อมความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนที่รัก แสดงออกได้ถึงการดูแล เอาใจใส่ในรายละเอียดได้เป็นอย่างดี วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงไม่พลาดที่จะแนะนำ Spa ใหม่ใจกลางเมืองอย่าง Dii wellness med spa ภายใต้แบรนด์ดีวานา บนชั้น 4 Central Embassy ถนนเพลินจิต ด้วยแนวคิดอันทันสมัยตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน การผสานรูปแบบของสปาและคลินิกไว้ด้วยกัน และการสร้างสรรค์โปรแกรมทรีตเม้นท์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ คำว่า Dii หรือ ดีไอไอ มาจากรากฐานของความเป็นดีวานา D หมายถึง divana, ii หมายถึง integration และ innovation นั่นคือการวางตัวเป็นสปาและคลินิก (wellness med spa) ที่ผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ระหว่างแนวทางของธรรมชาติบริสุทธิ์ กับนวัตกรรมล้ำสมัยทางการแพทย์ เพื่อการดูแลรูปร่างหน้าตาให้สวยงาม อ่อนเยาว์ และสุขภาพแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก สำหรับสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน Dii wellness
ความอาลัยที่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังคงไม่จางหายไป เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนตลอดมา และที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ดีกินดีได้ถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะพระองค์ท่าน จึงไม่แปลกที่ตลอดเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคมจะมีนิทรรศการที่ทำให้เราน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชออกมาไม่ขาดสาย และ โครงการสร้างสรรค์ ๘๙/๗๐/๔๔๔๗+=๙→๑๐ การจัดแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการดี ๆ ที่ชาว UNLOCKMEN ไม่ควรพลาด ด้วยชื่อที่ฟังครั้งแล้วอาจชวนให้ย้อนกลับไปอ่านใหม่ หรือขอฟังอีกที ยิ่งทำให้โครงการสร้างสรรค์ ๘๙/๗๐/๔๔๔๗+=๙→๑๐ ดูน่าสนใจขึ้นหลายเท่า โดยโครงการนี้เป็นการจัดแสดงผลงาน ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมศิลป์ และ ๒๓ วิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เพื่อเป็นตัวแทนคนไทยทั้งชาติในการถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในงานชาว UNLOCKMEN จะตื่นตาตื่นใจไปกับการรวบรวมเอาผลงานของศาสตราจารย์เกียรติคุณปรีชา เถาทองศิลปินแห่งชาติ จำนวน ๑๑๒ ชิ้น ซึ่งสรุปสาระพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ทางทัศนศิลป์ด้วยความศรัทธาอันหาที่สุดมิได้ โดยมี แนวคิด รูปแบบ เทคนิค และวิธีการ ที่หลากหลายจนไม่อาจวางสายตาลงได้ สำหรับการแสดงจะแบ่งการแสดงงานออกเป็น ๔
ภาพจำของพระมหากษัตริย์ที่เราเห็นในหนังสือหรือภาพยนตร์คงเป็นชายหน้าตาภูมิฐานนั่งเสวยสุขอยูบนบัลลังก์ แต่นั้นคงไม่ใช่พระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของชาวไทยอย่างพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแน่ ภาพจำของพระองค์ท่านในหัวใจของเราชาวไทยคงเป็นการตรากตรำทรงงานหนักเพื่อให้พสกนิกรอย่างเราอยู่อย่างร่มเย็น และสิ่งที่เราจำได้ว่าจะอยู่ข้างพระวรกายเสมอ สิ่งหนึ่งสิ่งนั้นที่ต้องคิดถึง UNLOCKMEN เชื่อว่าคงไม่พ้นกล้องถ่ายภาพ วันนี้ขอ UNLOCKMEN จึงขอพาชม นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จัดขึ้นที่ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่นำภาพ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาจัดแสดงไว้ถึง 200 รูป โดยมีทั้งที่เคยเผยแพร่และไม่เคยเผยแพร่โดยมีภัณฑารักษ์ คือ คุณนิติกร กรัยวิเชียร ภายในงานแบ่งการนำเสนอออกเป็น 3 ช่วงของรัชกาล คือ ช่วงต้นรัชกาล จัดแสดงภาพถ่ายยุคขาว-ดำของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 พระราชโอรส พระราชธิดา ตั้งแต่วันพระราชสมภพและพระบรมวงศานุวงศ์ ช่วงกลางรัชกาล จัดแสดงภาพการทรงงาน ณ สถานที่และโครงการต่าง ๆ ทั้งด้านการเกษตร การชลประทาน การพัฒนาท้องถิ่น และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ ช่วงปลายรัชกาล จัดแสดงภาพครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล ทัศนียภาพอันงดงามต่าง ๆ และสุนัขทรงเลี้ยง
ผู้ชายอย่างเราในฐานะที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยคงไม่มีใครที่ไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับแนวทางพระราชดำริเรื่องความพอเพียง แต่ความพอเพียงไม่ได้เป็นเพียงพระราชดำริที่น้อมนำมาใช้กับชีวิตเพียงด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังน้อมนำมาใช้ได้กับทุกด้านในชีวิต กับนิทรรศการ ‘พระราชาในดวงใจ’ ก็เช่นกัน โดยเฉพาะ ‘ห้องหมายเลข ๙’ห้องที่ไม่ควรพลาดมาชม เพราะเป็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดผ่านพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและวัตถุล้ำค่าที่หาชมได้ยากยิ่ง แต่มูลค่าของสิ่งของหายากเหล่านี้ไม่สำคัญเท่าคุณค่าที่ทำให้รำลึกถึงพระเมตตาแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN ได้รับเกียรติจากคุณศักดิ์ชัย กาย ศิลปินและบรรณาธิการบริหาร ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Lips ซึ่งเป็นผู้รวบรวมของมากมูลค่า แต่ทรงคุณค่ายิ่งกว่านี้ไว้ด้วยกัน ห้องหมายเลข ๙ กับคอนเซ็ปต์ Gallery & Library เรื่องราวที่บอกเล่าผ่านทางสายตาแต่ส่งตรงไปถึงความรู้สึก โดยคุณศักดิ์ชัยได้ให้คำอธิบายของคอนเซ็ปต์นี้ว่า “การเล่าเรื่องก็จะนึกถึงหนังสือ และภาพก็นึกถึงกล้อง ผมจึงอยากจำลองให้ห้องแห่งนี้เป็นทั้ง Gallery และ Library ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าใจง่าย พอคนเห็นก็เข้าใจได้เลย ไม่ต้องตีความ เพราะเชื่อว่าทุกคนก็จะรู้สึกเหมือนกัน” ทุกสิ่งละอันพันละน้อยแต่มากด้วยคุณค่ามหาศาลที่เราเห็นในห้องหมายเลข ๙ นี้จึงล้วนมีความหมายที่ศิลปินอยากจะถ่ายทอดและสื่อสารกับผู้ที่เข้ามาชมทุกท่าน ซึ่งคุณศักดิ์ชัยก็ได้เล่าให้ฟังต่อว่าคอนเซ็ปต์และรูปแบบของห้องที่ได้จัดทำเป็นรูปวงรีรูปทรงของดวงตา และตู้จัดแสดงตรงกลางดวงตาคือหมายเลขเก้าไทย เพื่อสื่อถึง สายพระเนตรแห่งความเมตตา นั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าใครที่ย่างกรายเข้ามาในนิทรรศการนี้ก็ย่อมสัมผัสได้ถึงสายพระเนตรแห่งพระเมตตาของในหลวงรัชกาลที่ 9 “ห้องวงรีที่ล้อมรอบไปด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ ทำให้ในทุก ๆ ฝีก้าวที่คุณเดินอยู่ในห้องนี้ คุณก็จะสัมผัสได้ว่าท่านทรงทอดพระเนตรเราอยู่ พระองค์ท่านไม่ได้จากไปไหนเลย
ถ้าพูดถึง British Cool Culture แม้จะอยู่คนละซีกโลกกับบ้านเรา แต่ก็คงคงปฎิเสธไม่ได้ว่าในเมืองไทยมีกลุ่มคนที่เป็น “ตัวจริง” ซึ่งชื่นชอบในวัฒนธรรมเท่ๆ แบบอังกฤษอยู่มาก และก็ไม่ได้ชอบแค่ผิวๆ ซะด้วย พวกเขารู้ลึกรู้จริง และทุ่มเทให้กับสิ่งที่ตัวเองรักสุดชีวิต Bell’s Whisky ในฐานะวิสกี้แท้จากอังกฤษ ตัวจริงเรื่องคุณภาพมาตั้งแต่ ค.ศ. 1825 อยากส่งผ่านสปิริตแบบอังกฤษตัวจริง และ Celebrateให้กับความเป็นคนจริงที่มีอยู่ในตัวคุณจึงได้จัดงาน Bell’s Presents Be Real : Chiang Mai Festival งานนี้ได้รวมเอากลุ่ม Biker แห่งเชียงใหม่ที่หลงไหลในความเท่แบบ 2 ล้อสไตล์อังกฤษอย่างกลุ่ม Triumph และกลุ่ม Vespa ไว้ครบครัน นำทีมโดย BritBike Chiangmai, SpeedDog และ Truxton R สายเหนือ และเมื่อคนจริงมารวมตัวกันจึงไม่ใช่แค่ความมันส์แบบผิวๆ ตลอดงานทั้ง 2 วันจึงเต็มไปด้วยความสนุกกับประสบการณ์สุดเข้มข้นที่ลงลึกถึงแก่นแท้ความเป็นอังกฤษ กิจกรรมในวันงานเริ่มต้นด้วยขบวนแรลลี่ที่เหล่าคนจริงนำเอามอเตอร์ไซค์สุดรักออกมาขับไปด้วยกันรอบเมือง ใครอยากเห็น Vespa รุ่นจี๊ดๆ หรือ
เปิดตัวครั้งใหญ่ ASHTON Resident 41 เชิญเหล่าบล็อกเกอร์มาร่วมชมโครงการครั้งแรกแบบเต็มรูปแบบที่ Ashton Resident 41 คอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 79 ยูนิต ตั้งอยู่ในสุขุมวิท 41 ใกล้ BTS เพียง 600 เมตร จากโครงการ ถึงสถานีพร้อมพงษ์ และ EmDistrict มอบความรู้สึกพิเศษให้แต่ละโครงการด้วย Façade ห้องหันเอียง 45 องศา ออกแบบโดยให้ความสำคัญกับผู้อยู่อาศัย เน้นความส่วนตัว ไม่ให้ชนปะทะกับเพื่อนบ้าน และยังเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น เพื่อรับความชุ่มชื่นของสวนแนวตั้งของโครงการ และเพิ่มความเป็นส่วนตัวกับทางเดินแบบ Single Corridor มีช่องแสง Natural Light ที่ทางเดิน เพิ่มความสว่างและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พื้นที่ภายในโครงการเลือกใช้วัสดุหินนำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มความหรูหราและทนทาน โดยมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้อง 1. ห้อง 2
ท่ามกลางความทันสมัย สะดวกสบาย ของมหานครใหญ่อย่างกรุงเทพฯ พื้นที่ซึ่งมีความเจริญแทรกซึมอยู่แทบทุกตารางนิ้ว แต่เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกเหมือนกันว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่กำลังเลือนหายไป สวนทางกับการพัฒนาที่กำลังรุดหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ และสิ่งนั้นคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากความสงบ ความเป็นส่วนตัว ที่แทบจะหาไม่ได้ในเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายแห่งนี้ ยิ่งใครที่มีความต้องการอยากหาที่อยู่อาศัยในเมือง ที่เพียบพร้อมทั้งความสงบ ความเป็นส่วนตัว เพื่อตอบสนองการพักผ่อน เติมเต็มคำว่าที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริงในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เรียกได้ว่านี่คือโจทย์หินที่หลายคนต้องพลิกแผ่นดินหากันจนท้อ แต่ความสงบในเมืองใหญ่แม้จะหายาก แต่ใช่ว่าจะไม่มีจริง เพราะล่าสุด UNLOCKMEN ได้มีโอกาสไปสัมผัสวิถีชีวิตการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ในโครงการ ASHTON RESIDENCE 41 เรสสิเดนซ์สุดหรูที่เร้นตัวอยู่ใจกลางกรุงซึ่งมีความสงบร่มรื่น ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ที่เรายกให้เหนือกว่าความเป็นที่อยู่อาศัย ถือเป็น Rare Item สุดหายากที่ไม่คิดว่าจะมีพื้นที่แบบนี้อยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ทำให้ ASHTON RESIDENCE 41 เป็นเหมือนสิ่งล้ำค่าหายาก ตามคอนเซ็ปต์ “The Collectible” ของโครงการ นั่นก็คือทำเลที่ตั้งซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในสุขุมวิท 41 ซอยที่สงบร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดสองข้างทาง แถมยังเป็นซอยตันตัดปัญหาเสียงรบกวนจากรถที่วิ่งผ่าน เพราะโครงการตั้งอยู่บริเวณท้ายซอยพอดิบพอดี เรียกได้ว่าสามารถปลีกวิเวกจากความพลุกพล่านของถนนสุขุมวิท แต่ก็ไม่ได้ตัดขาดจากชีวิตเมืองด้วยทำเลทองในย่าน The EM District ที่ซอยข้าง ๆ คือห้าง The
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสัญชาตญานความมันส์ในตัวผู้ชายทุกคนนั้นมันพลุ่งพล่านจนเราเอาไม่ค่อยอยู่ UNLOCKMEN จึงไม่รอช้าขอชวนคุณมาปลอดปล่อยสัญชาตญานความมันส์ให้ถูกที่ถูกทางไปด้วยกันกับกีฬาโคตรเอ็กซ์ตรีมที่ วานา นาวา หัวหิน สวนน้ำสไตล์วอเตอร์จังเกิ้ลแห่งแรกของเอเชีย ร่วมมือกับ สมาคมเอเชีย โฟลว์ทัวร์ จัดการแข่งขัน เอเชีย โฟลว์ทัวร์ 2560 รอบแกรนด์ไฟนอลขึ้น UNLOCKMEN ได้รับเกียรติให้ร่วมปลุกความมันส์ในตัวเราทุกคนในครั้งนี้ บอกได้คำเดียวว่าใครที่พลาดอาจต้องมียกมือขึ้นปาดน้ำตากันคนละหลายตลบ แต่ไม่ต้องห่วงไป UNLOCKMEN อาสาเก็บบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาให้ เหมือนคุณได้เกาะขอบการแข่งขันโดนน้ำสาดกระเซ็นไปตาม ๆ กัน การแข่งขัน เอเชีย โฟลว์ทัวร์ 2560 รอบแกรนด์ไฟนอลครั้งนี้ไม่ได้จัดกันเล่น ๆ หาผู้ชนะชิล ๆ รับถ้วยแล้วก็จบ ๆ กันไป แต่เพิ่มความตื่นเต้นให้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำไปอีกระดับเพราะการเฟ้นหาผู้ชนะครั้งนี้ ผู้ชนะ จะได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยไปชิงแชมป์การแข่งขัน World Flowboarding Championships 2017 เมืองแคนคูน ประเทศ เม็กซิโก บรรยากาศการแข่งขันก็เต็มไปด้วยความมันเร้าใจ จนเราละสายตาไปไม่ได้ แถมการแข่งขันครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก มร.แฟดลูลาห์ บิน โมห์ด คามาโรลาห์ ผู้แทนคณะกรรมการโฟลว์เอเชีย คุณพราวพุธ ลิปตพัลลภ
Mercedes-Benz Thailand มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนลูกค้าคนพิเศษ ร่วมซิทดาวน์ ดินเนอร์ ในงาน “18th World Gourmet Festival” งานเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลก โดยฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว อย่าง เชฟกีโยม กาลิโอ (Guillaume Galliot) แห่งห้องอาหาร Caprice โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ ฮ่องกง ที่จะมารังสรรค์อาหารฝรั่งเศส ทั้งเมนูคาวและหวานกว่า 5 เมนู ให้ท่านได้ลิ้มชิมรสกัน ณ ห้องอาหาร เมดิสัน โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด (THE BEST)” ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ผ่านกลยุทธ์ “เบส คัสตอมเมอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Best
เราเคยอ่านงานวิจัยว่าด้วยความลับในจิตใจของมนุษย์ 1 ใน 13 ความลับที่ทุกคนล้วนมีตรงกันคือเรื่อง “SEX” แม้ทางหนึ่ง SEX จะเป็นสิ่งที่ต้องถูกเก็บให้พ้นสายตาคนด้วยเหตุผลเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่เราก็เชื่อว่าความต้องการ ความปรารถนา ความหลงใหลที่จะแสดงออกซึ่งความเย้ายวนเป็นสิ่งที่เราล้วนต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง และแสดงมันออกมาในรูปแบบสิ่งของที่จะไว้สร้างความสุขให้กับตัวเราเองบ้าง นั่นจึงเป็นเหตุผลให้วันนี้ UNLOCKMEN พาแหวกม่านแห่งความปรารถนา แหวกความต้องการทางเพศเข้าสู่ตู้ลับที่ใคร ๆ ก็อยากเก็บไว้ไม่ให้ใครรู้ แต่ทุกคนล้วนมีความปรารถนาเดียวกัน UNLOCKMEN จึงขอนำคุณเข้าสู่ ‘The Hidden Closet’ตู้ลับแห่งความต้องการของมนุษย์ แสงสีแดงสดอาบไล้เรือนร่างทีมงาน UNLOCKMEN ทุกคนทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน ‘The Hidden Closet’ ให้ความรู้สึกร้อนเร่าแค่ก้าวเท้าเข้ามา ถ้าจะให้เราบรรยายบรรยากาศที่เราเห็นตอนนี้ก็คงนิยามได้ว่านี่คือห้องลับที่ไว้แสดงความปรารถนาทางเพศอย่างมีชั้นเชิงที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา แต่ถ้าให้บอกง่าย ๆ คร่าว ๆ นี่คือร้านขายของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ได้มีสินค้าฮาร์ดคอร์เหมือนญี่ปุ่นหรือประเทศที่มีของเล่นเหล่านี้ขายได้อย่างถูกกฏหมาย แต่ถ้ากำลังพลิกโลกหาของเล่นทางเพศทุกชนิดที่ไม่ละเมิดกฏหมายบ้านเรา UNLOCKMEN ขอกระซิบให้ความมั่นใจเต็มเปี่ยมเลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว แต่ในฐานะที่ที่นี่มอง SEX เป็นศิลปะ และ Fashion การจัดวางและเหตุผลที่ทำร้านนี้จึงไม่ใช่นำเสนอแค่เรื่อง เพศ เพศ เพศ อย่างเดียวจนเราแทบสำลักเพราะความล้นเกิน แต่ที่นี่จะให้ความสุนทรีย์กับคุณแบบที่คุณไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน เรามาคุยกับเจ้าของร้านไปพร้อม ๆ
“ย้อนเวลา” เป็นสิ่งหนึ่งที่ใครก็อยากทำ แต่จะมีสักกี่คนที่ย้อนวันเวลาได้ วันนี้ UNLOCKMEN จะพาคุณย้อนวันเวลาไปหาตำนานเกาเหลาเนื้อไร้เทียมทานแห่งเวิ้งนาครเขษมที่มีสูตรต้นตำรับยาวนานมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรารับรองได้เลยว่าการได้ลิ้มรสเกาเหลาเนื้อจาก Ten Suns ไร้เทียมทาน 十光 จะไม่ต่างการได้ย้อนเวลากลับไปยังบรรยาการเก่า ๆ ของร้าน ชิ่ว เนื้อวัวไร้เทียมทาน เกาเหลาเนื้อที่จะทำให้คุณล่องลอยข้ามกาลเวลาอย่างไร้เทียมทานได้จริง ในวันที่ UNLOCKMEN เดินทางไปถึงร้าน Ten Suns ไร้เทียมทาน 十光 บอล-กันต์ รุจิณรงค์ มือกีตาร์วง อพาร์ตเมนต์คุณป้า ยืนรอเราอยู่แล้ว เขาเล่าถึงเสน่ห์ของ ชิ่ว เนื้อวัวไร้เทียมทาน ที่ไม่อาจปล่อยให้เลือนหายไปกับกาลเวลาได้เลย วันที่ ชิ่ว เนื้อวัวไร้เทียมทาน จะต้องปิดตัวลงด้วยเหตุผลด้านสถานที่จึงเป็นสิ่งที่เขาและ เชฟโจ๊ก-สมเกียรติ ไพโรจน์มหกิจ แห่งร้าน Seven Spoons ปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ นี่จึงไม่ต่างจากการย้อนเวลา ไม่ต่างจากการควานคว้าร้านอาหารเจ้าประจำในดวงใจมาเก็บรักษาไว้อย่างที่ควรจะเป็น โดยเขาเล่าว่าชีวิตของเขาผูกพันกับเวิ้งนาครเขษมมาตลอด เพราะด้วยความเป็นนักดนตรีถ้าจะซื้อเครื่องดนตรี ทุกคนก็ต้องมาที่เวิ้งฯ นี่ เมื่อร้านที่เขารักกำลังจะจากไปเขาและเพื่อนจึงอยากนำร้านกลับมาเพื่อไม่ให้ลูกค้าเก่า ๆ หาร้านที่พวกเขารักไม่เจออีก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาได้เจอกับเฮียบัติ-ชญาณญ์พัฒณ์ ติเวชยันต์


