เราเชื่อว่าหนุ่ม ๆ สายเกมเมอร์ มังงะ หรือคอหนัง sci-fi หลาย ๆ คนคงพอได้ยินชื่อเมือง ‘ไซเบอร์พังก์ (Cyberpunk)’ ผ่านหูกันมาบ้าง จุดเริ่มต้นของเมืองนี้เกิดจากนวนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Cyberpunk ที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งโลกอนาคตอันไกลโพ้น จริงอยู่ที่สภาพแวดล้อมของเมืองนี้อาจห้อมล้อมไปด้วยเทคโนโลยีสุดไฮเทค หากคุณภาพชีวิตของคนในเมืองกลับตกต่ำ เพราะมีสงครามระหว่างแฮกเกอร์และความขัดแย้งทางการเมืองพ่วงมากับความเจริญ นับตั้งแต่นวนิยายเรื่อง Cyberpunk ถูกตีพิมพ์ในปี 1983 ก็มีวิดีโอเกม ภาพยนตร์ และศิลปะแขนงอื่น ๆ ที่กล่าวถึงเรื่องราวของเมืองนี้ด้วยเช่นกัน แม้แต่ศิลปะการถ่ายภาพของยุคปัจจุบัน บางผลงานยังได้อิทธิพลมาจากเมืองแห่งโลกอนาคตเมืองนี้ Tom Blachford ช่างภาพชาวออสเตรเลียใช้เวลาตั้งกล้องและจดจ่ออยู่กับการหมุนเลนส์ เพื่อให้ได้ซีรีส์ภาพถ่ายแบบกลับหัว (Upside-down) จากเส้นขอบฟ้าของเมืองเมลเบิร์นที่สะท้อนถึงเมือง Cyberpunk ในเวลาเดียวกัน “Impossible Dystopia” เป็นซีรีส์ภาพถ่ายของ Tom Blachford ที่บันทึกภาพจากดาดฟ้าความสูง 55 ชั้นใจกลางเมืองเมลเบิร์นของประเทศออสเตรเลีย เขาใช้เทคนิคการถ่ายภาพเฉพาะตัวเพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้ตึกระฟ้าสีนีออน และสร้างภูมิทัศน์ของเมืองแบบใหม่ที่แปลกตาไปจากเดิม ช่างภาพรายนี้รู้สึกทึ่งที่ซีรีส์ภาพถ่ายของตนสามารถทำให้มุมมองภาพของผู้ชมเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการหยอกล้อกับความลึก หลักความเป็นจริง หรือแม้แต่ยุคสมัยที่ลั่นชัตเตอร์ รวมทั้งโทนสีและองค์ประกอบต่าง ๆ ก็ทำให้ภาพที่เห็นไม่เหมือนกับเมืองเมลเบิร์น ราวกับเป็นฉาก
นาฬิกาถือเป็นไอเทมที่อยู่คู่กับเหล่าสุภาพบุรุษมาอย่างยาวนาน บางคนมองว่านาฬิกาคือสิ่งที่ต้องพกติดตัวไปทุกที่เพื่อบอกเวลา บางคนมองว่านาฬิกาเป็นแฟชั่น และหลายคนชื่นชอบสไตล์รวมถึงดีไซน์ที่เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ ด้วยมุมมองที่แตกต่างทั้งหมดทำให้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับนาฬิกาแบรนด์ Hublot ที่หยิบวัสดุสุดล้ำค่าอย่างแซฟไฟร์มาสร้างสรรค์ให้กลายเป็นเรือนเวลาร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ใครหลายคน Hublot (อูโบลท์) แบรนด์นาฬิกาสวิตฯ ก่อตั้งโดย Carlo Crocco เมื่อปี 1980 ถือเป็นนาฬิกาแบรนด์แรกที่ริเริ่มเอาแผ่นยางธรรมชาติมาทำเป็นสายนาฬิกาเพื่อใช้กับตัวเรือนทำจากทองคำ ซึ่งการนำยางมาเป็นส่วนประกอบของนาฬิกาเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตแบรนด์อื่นในช่วงเวลานั้นมองว่าไม่น่าจะมีใครชอบและต้องขายไม่ออกอย่างแน่นอน ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม ผู้คนชื่นชอบไอเดียสายนาฬิกาแบบยางของ Hublot แต่แบรนด์ก็ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไหร่นักจนปี 2004 เมื่อ Jean-Clsude Biver ขึ้นมารับตำแหน่ง CEO พร้อมกับสร้างคอลเลกชันเรือนเวลาชื่อว่า Big Bang นาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟบอกเวลาอย่างแม่นยำ โดยมักใช้วัสดุหลายอย่างมาผลิตทั้ง ทองคำ เหล็ก และอัญมณี พร้อมกับการกระโดดเข้าสู่วงการกีฬาด้วยการเป็นผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลชื่อดังจากเกาะอังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2008 ด้วยการริเริ่มอะไรหลาย ๆ อย่างและยังไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ทำให้ในที่สุดจากแบรนด์นาฬิกาน้องใหม่นอกสายตากลายเป็นนาฬิกาแบรนด์ดังที่คนเล่นจะต้องรู้จัก แถมตอนนี้ Hublot ก็เตรียมสร้างสรรค์สิ่งใหม่อีกครั้งด้วยเรือนเวลาจากวัสดุราคาสูงอย่างแซฟไฟร์ในคอลเลกชัน ‘Spirit of Big Bang Sapphire’ เรือนเวลาคอลเลกชัน