ผู้ชายอย่างเราคงทราบกันดีว่า “รองเท้า” คือหนึ่งในไอเทมสุดไฮป์ที่สำคัญต่อการแต่งตัวในทุกสไตล์ ด้วยตัวเลือกของรุ่นและงานดีไซน์ที่มีมากมาย ขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องแต่งกายที่ศิลปินหลายคนเลือกใช้เป็นแบบในการละเลงความคิดสร้างสรรค์ด้วยการดัดแปลงเอกลักษณ์จากสิ่งที่ชอบก่อนถ่ายทอดลงสู่รองเท้าโดยหลายครั้งก็ทำออกมางดงามจนรู้สึกว่าควรมีวางขายจริง เช่นเดียวกับผลงานดีไซน์ชุดล่าสุดที่ศิลปินหนุ่มชาวยูเครนเลือกใช้ “อากาศยาน” มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบรองเท้าทั้ง 3 รุ่นจากค่าย Swoosh Danya Shulipa ศิลปิน Illustrator สัญชาติยูเครน ได้เผยแพร่ผลงานผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ด้วยการนำเสนอรองเท้าจาก Nike จำนวน 3 โมเดลได้แก่ Air Force 1 Utillity, SF Air Force 1 และ Air Max 97 โดยรองเท้าแต่ละคู่จะถ่ายทอดเอกลักษณ์สำคัญของอากาศยานสุดคูลที่ตัวเขาชื่นชอบ ซึ่งจะสวยงามมากน้อยแค่ไหนต้องมาชมด้วยตาคุณเอง เริ่มกันที่คู่แรกกับ Air Force 1 Utillity ที่เลือกใช้ยานอวกาศขนส่งของน่าซ่าอย่าง OV-103 Discovery มาเป็นแบบ โดย OV-103 ถูกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกระสวยขนส่งอวกาศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด จากการปฏิบัติภารกิจสำเร็จถึง 39 ครั้ง Danya Shulipa เลือกใช้โทนสีขาวดำแบบเดียวกันกับตัวกระสวยในอัปเปอร์และแถบคาดสีดำที่มีโลโก้ของนาซ่าติดไว้ ก่อนปักคำว่า
สำหรับปี 2019 “Rolex” ยังมีอะไรใหม่ ๆ น่าสนใจมาให้เหล่าผู้ชื่นชอบนาฬิกาได้ตื่นเต้นกันอยู่เสมอ เพราะแบรนด์ปล่อยนาฬิกาใหม่เอี่ยมชวนคาดข้อมือออกมาถึง 6 เรือนด้วยกัน แต่ UNLOCKMEN ขอเลือกหยิบนาฬิกาข้อมือรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งหมด 5 เรือน จาก 5 ตระกูล ที่เราสนใจมาแบ่งปันให้สุภาพบุรุษผู้รักเวลาได้ดูกันว่ามีเรือนไหนบ้างที่ตอบโจทย์ความเป็นคุณ ลองไปดูพร้อมกัน! YACHT-MASTER 42 นาฬิกาข้อมือตัวล่าสุดจากตระกูล Yacht-Master ที่โดดเด่นและแม่นยำสำหรับการแล่นเรือใบที่มาพร้อมกับความสวยงามและมีระดับ ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงด้วยตัวเรือนที่ทำจากทองคำขาว 18 กะรัต ส่วนหน้าปัดบอกเวลาขนาด 42 มิลลิเมตร และขอบ Cerachrom สีดำด้านทำจากเซรามิก ที่สามารถหมุนได้สองทิศทาง หมดห่วงเรื่องการใช้งานในที่แสงน้อย เพราะเข็มแสดงเวลารวมถึงมาร์คเกอร์ชั่วโมงถูกเคลือบด้วยวัสดุเรืองแสงที่จะทำให้มองเห็นพรายน้ำสีฟ้าบอกเวลาเราได้อย่างชัดเจน ไม่ติดขัดแม้จะอยู่ในที่มืดแค่ไหนก็ตาม ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ก็หมดห่วงเพราะนาฬิกาข้อมือสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานต่อเนื่อง 70 ชั่วโมง SEA-DWELLER Yellow Rolesor ถือว่าเป็นนาฬิกาสำหรับหนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบการผจญภัยชมความสวยงามใต้ท้องทะเล ผลิตขึ้นจากการผสมผสานระหว่าง Oystersteel กับทองคำ 18
สุขาไม่ใช่เรื่องตลก แม้ลูกผู้ชายเราจะไม่ต้องเครียดกับการเข้าห้องน้ำเท่าสาว ๆ แต่เราก็ยังต้องการห้องน้ำที่สะอาดและสะดวกใจในการปลดทุกข์ วันนี้ UNLOCKMEN จึงนำนวัตกรรมสุขาแปลก ๆ ที่หลายคนไม่เคยเห็นหรือรู้ว่ามีมาแบ่งปันกัน ลองมาดูกันว่าจะตอบโจทย์พวกเราบ้างไหม หรือลองเตรียมใจเผื่อวันหนึ่งข้างหน้าในอนาคตเราอาจได้ใช้งานพวกมันก็ได้ ส้วมไร้น้ำ รักษ์โลก ส้วมดีไม่ต้องมีน้ำก็ได้? คนส่วนใหญ่อาจจะคิดภาพชักโครกไม่มีน้ำไม่ออกถ้าไม่ได้อยู่บนเครื่องบิน แถมไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร แต่ความเป็นจริงสุขาไร้น้ำเป็นสิ่งที่มนุษยชาติพยายามไปให้ถึง จากความตระหนักเรื่องวิกฤตการขาดแคลนน้ำในอนาคต ยิ่งชักโครกนี่ก็ตัวดีเลยกดครั้งหนึ่งดึงน้ำไปเยอะ คนทำสุขภัณฑ์ทั้งหลายเลยพยายามออกแบบกัน จนในที่สุดได้เจ้า Loowatt หรือชักโครกไร้น้ำหน้าตาแบบนี้มา คิดภาพไม่ออกว่าถ้าไม่ใช้น้ำมันจะคลีนได้ไง (ตัดเรื่องสายฉีดไปนะเพราะเขาไม่ใช้น้ำแต่ทิชชูม้วนยังใช้ได้ตามปกติ) เรามีภาพเคลื่อนไหวด้านบนให้ดู สิ่งนี้คือนวัตกรรมฟิล์มโพลีเมอร์ย่อยสลายที่เก็บทั้งกลิ่นและเชื้อโรคนำมาติดกับสุขภัณฑ์ พอเรากด flush ปุ๊ปแผ่นฟิล์มก็จะค่อย ๆ โดนรีดและดึงลงไปยังบ่อพัก ข้อดีของชักโครกอัจฉริยะแบบนี้คือทันทีที่ของเสียในร่างกายเราลงไปกองรวมกันมันจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้จากการผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ ปุ๋ยหมัก และนำไปผลิตกระแสไฟต่อ เรียกได้ว่า Zero Waste ของจริง ถึงจะมองว่ามันไม่น่าจะมีประโยชน์หรือดีกว่าห้องน้ำที่มีอยู่ แต่ด้วยสารคดีตัวอย่างของ Loowatt ที่นำติดตั้งที่มาดากัสการ์น่าจะยืนยันว่าห้องน้ำสไตล์นี้จะเป็นห้องน้ำแห่งอนาคตได้ เพราะหลายพื้นที่ในโลกใบนี้ยังขาดสุขอนามัยที่เหมาะสม ส้วมพกพาสำหรับสายเที่ยว สาย Trekking เข้าป่า เดินทางแบบ Backpack ค่ำไหนนอนนั่นเป็นประจำต้องอยากได้นวัตกรรมชิ้นนี้แน่นอน เพราะเรารู้ดีว่าเวลาเดินทางไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจะปลดทุกข์แต่ละครั้งต้องเสียเวลาและลำบากกับการหายุทธศาสตร์เหมาะ ๆ แม้ผู้ชายเราจะสะดวกเรื่องการยิงกระต่ายที่ไม่ต้องเลือกพื้นที่มาก
SWATCH (สวอท์ช) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟเปิดตัวคอลเลคชั่นไฮไลท์แห่งปี ‘BIG BOLD’ จากไอเดียสุดขบถ สู่นาฬิกาดีไซน์สุดคูลที่แฝงกลิ่นอายสายสตรีท เพื่อเหล่าผู้กล้าที่จะแตกต่าง และไม่กลัวที่จะแสดงความเป็นตัวเอง จัดเต็มความสนุกสนานด้วยปาร์ตี้มันสุดเหวี่ยงจากดีเจชื่อดังและสตรีทแดนซ์โชว์ที่มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน พร้อมด้วยเหล่าสตรีทไอคอนแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง ปิ๊น อนุพงศ์ (ปิ๊น Carnival), บ็อบ วรากฤช (บ็อบ V.A.C. Thailand), จี๊ด เมืองสิริขวัญ, บอล กันตพัฒน์ (บอล SneakaVilla) และเหล่าบรรดาแฟชั่นไอคอนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ Swatch Flagship Store, Central World ชั้น 1 จักรพันธ์ ญาณประสิทธิ์เวทย์ ผู้จัดการแบรนด์ SWATCH ประเทศไทย กล่าวว่า “แบรนด์นาฬิกา “สวอท์ช”เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนแนวคิดในแบบคนรุ่นใหม่ที่ปฏิวัติรูปแบบนาฬิกาสวิสที่ทั่วโลกรู้จัก ความไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา เพื่อให้ก้าวทันโลกด้วยไอเดียที่สร้างสรรค์และสดใหม่รวมถึงยังสนับสนุนทุกแรงบันดาลใจของการใช้ชีวิต ในแง่ของศิลปะและกีฬา การเปิดตัวคอลเลคชั่น BIG BOLD นี้ นับเป็นการตอกย้ำถึงแนวคิดที่สำคัญของแบรนด์อย่างการหยิบวัฒนธรรมย่อยอย่างสตรีทคัลเจอร์มาถ่ายทอดลงบนเรือนเวลาได้อย่างลงตัวเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มคนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และด้วยที่มาจากไอเดียสุดขบถของนาฬิกา คอลเลคชั่นนี้ ทำให้
ตลาดรองเท้าทั่วโลกกำลังขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผู้คนหันมาพิถีพิถันกับเครื่องแต่งกายชิ้นนี้มากขึ้น ทำให้แต่ละปีมีโมเดลรองเท้าทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ รวมถึงงานคอลแลปส์จำนวนมากปล่อยออกมาเรียกเงินในกระเป๋าของหนุ่ม ๆ อย่างเราไปไม่น้อย แต่ท่ามกลางรองเท้าจำนวนมากกลับมีเพียงไม่กี่โมเดลเท่านั้นที่เรารู้จัก ยิ่งโมเดลที่สามารถยืนระยะยาวนานในทุกยุคทุกสมัยยิ่งมีน้อยลงไปอีก แต่ถ้าจะให้ยกสักโมเดลในตำนานจาก Nike ชื่อของ Air Force-1 (AF-1) คงเด่นชัดขึ้นมาในใจของใครหลายคน และนี่คือเรื่องราวความเป็นมา รวมถึงเหตุผลที่ทำให้เสน่ห์ของมันไม่เคยเสื่อมคลายไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย จุดกำเนิดของตำนาน Air Force 1 “Air In a Box“ คือสโลแกนที่ Nike ใช้เปิดตัวผลิตภัณฑ์รองเท้ารุ่นใหม่ของพวกเขาเมื่อปี 1982 โดยถือเป็นครั้งแรกที่คนทั้งโลกได้รู้จักโมเดลรองเท้าที่ดีไซน์แบบ High-Top ซึ่งมีเอกลักษณ์จากอัปเปอร์วัสดุหนังสีขาวยาวหุ้มข้อ มีแถบคาดที่ทำจากผ้าโทนสีเดียวกัน ก่อนตกแต่งเอาต์โซลและโลโก้ Swoosh สี Neutral Grey พร้อมส่วนโซลขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่น ก่อนตั้งชื่อให้มันว่า Air Force 1 ตามชื่อเรียกเครื่องบินส่วนตัวของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยรองเท้าคู่นี้เป็นฝีมือการออกแบบของสุดยอดดีไซน์เนอร์อย่าง Bruce Kilgore ในเวลานั้น Air Force 1 เปิดตัวออกมาในฐานะรองเท้าบาสเกตบอลคู่แรกของค่าย Swoosh ที่ใช้เทคโนโลยี “AIR” เพื่อเพิ่มความนุ่มสบายและรองรับแรงกระแทกเพื่อให้เหมาะสมกับกีฬายัดห่วง โดยเปิดตัวแคมเปญโฆษณาชิ้นแรกพร้อมสตาร์จาก NBA
‘STAR WARS’ ภาพยนตร์สงครามจักรวาลที่เข้าฉายครั้งแรกในวันที่ 25 พฤษภาคม 1977 ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เราเชื่อว่าพล็อตเรื่องที่เล่าถึงจักรวาลสมมติบวกกับการต่อสู้ฟาดฟันของเหล่ามนุษย์ต่างดาวหลากเผ่าพันธุ์ คงยังฝังอยู่ในความทรงจำวัยเด็กของหนุ่ม ๆ หลายคน UNLOCKMEN เลยอยากพาพวกคุณย้อนวันวาน ไปชมคอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์สุดเฟี้ยวที่ผสมผสานคาแรกเตอร์ตัวละครใน STAR WARS รูปแบบงานดีไซน์ และฟังก์ชันการใช้สอยออกมาอย่างลงตัว บอกเลยว่าโคตรเท่ โคตรคูล และคงช่วยให้หนุ่ม ๆ คลายความคิดถึงที่มีต่อหนังจักรวาลอันดับหนึ่งในใจเราได้อย่างดี Kenneth Cobonpue ดีไซเนอร์ชาวฟิลิปปินส์ร่วมมือกับ DISNEY สร้างคอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์จากการตีความคาแรกเตอร์ตัวละครใน STAR WARS ถอดแบบความเท่และเอกลักษณ์ออกมาจากหนังฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ได้แบบไม่ผิดเพี้ยน คอลเลกชันชุดนี้ประกอบไปด้วยเก้าอี้นั่ง 3 ตัว โคมไฟ 1 โคม และเก้าอี้โยกอีก 1 ตัว ความโดดเด่นของตัวละครถือเป็นแรงบันดาลใจหลักในการรังสรรค์ผลงาน แม้กระนั้นการดีไซน์โครงสร้างและวัสดุที่ใช้ก็ต้องแข็งแรงทนทานและสอดคล้องกับฟังก์ชันการใช้งานที่ต่างกันด้วย Kenneth Cobonpue ผนวกความเท่ สไตล์ตัวละคร และเทคนิคการสร้างเฟอร์นิเจอร์เข้าด้วยกัน หวังจะจำลองจักรวาล STAR WARS ออกมาเพื่อแฟนหนังที่คลั่งไคล้แฟรนไชส์เรื่องนี้ ตัวแรกเป็น The Chewie Rocking
ถือเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งสำหรับวงการสนีกเกอร์และแฟชั่นเครื่องกีฬา จากเหตุการณ์การฟ้องร้องระหว่างแบรนด์รองเท้าชื่อดังอย่าง Adidas กับ Skechers ที่ทำให้หลายคนจับตามอง ซึ่งหลังจากขึ้นโรงขึ้นศาลกันมาหลายครั้งในที่สุดบทสรุปของคดีความเรื่องการถือครองลิขสิทธิ์บนภาคพื้นยุโรปก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะคนในวงการรองเท้ากีฬา วงการแฟชั่น หรือคนอื่น ๆ ก็คงมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ Adidas แถบสามขีดหรือที่เรียกกันว่า Three-Bar Logo และเมื่อเห็นแถบสามขีดบนรองเท้าคนส่วนใหญ่ก็จะรู้ทันทีว่ามันคือรองเท้าของ Adidas อย่างไรก็ตามดูเหมือนความเข้าใจของคนทั่วโลกก็อาจจะไม่หนักแน่นพอสำหรับการขึ้นศาลยุโรปของแบรนด์เครื่องกีฬาชื่อดัง การฟ้องร้องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อแบรนด์สนีกเกอร์ Skechers ถูกฟ้องร้องโดย Adidas ว่ารองเท้ารุ่นหนึ่งของแบรนด์มีแถบด้านข้างที่คล้ายกับแถบสามขีดที่เป็นสัญลักษณ์ของ Adidas มากจนเกินไป กรณีการฟ้องร้องของ Adidas ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ย้อนไปอีกพักใหญ่ แบรนด์ Payless เคยถูกฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ปี 2008 โดยใช้แถบสี่ขีดคล้ายกับ Three-Bar Logo ทำให้ Adidas ได้เงินจากการฟ้องครั้งนั้นไปถึง 305 ล้านดอลลาร์ หรือกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว ส่วน Macr Jacobs โดนฟ้องในปี 2015 ต้องยกเลิกการขายผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์เครื่องกีฬาบอกว่าคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ของแบรนด์ นอกจากนี้ Thom Browne ก็เคยถูก Adidas ฟ้องมาแล้วเหมือนกันเพราะลายเสื้อมีแถบสามขีดจนทำให้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเลยว่าหลาย ๆ เมืองเริ่มคิดแผนปรับปรุงและวางผังเมืองเพื่อรองรับการใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจัง แต่ BICYCLE ARCHITECTURE BIENNALE (BAB) ยังคงกล้าหาญที่จะจัดนิทรรศการประจำปี เพื่อแสดงงานสถาปัตยกรรมที่ช่วยยกระดับทางจักรยาน หวังเปลี่ยนชุมชนทั่วโลกให้ดีขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาใช้จักรยานสองล้อมากกว่ารถยนต์พ่นควัน ปี 2019 นี้นับเป็นปีที่สองของนิทรรศการดังกล่าว BAB ได้คัดเลือกนักออกแบบจากทั่วทุกมุมโลกที่เห็นความสำคัญของจักรยาน มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมครั้งนี้ ซึ่งในปีนี้มีทั้งหมด 15 โปรเจ็กต์จาก 9 ประเทศถูกเลือกเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการของ BIENNALE โดยมี Routes, Connections และ Destinations เป็นธีมหลักในการดีไซน์ สถาปัตยกรรมของแต่ละเมืองล้วนมีรูปลักษณ์ ฟังก์ชัน และเสน่ห์แตกต่างกัน แต่ทั้ง 15 โปรเจ็กต์ต่างเผยให้เห็นความหลากหลายของวิถีชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมต่างที่ ทั้งยังถ่ายทอดความสมดุลระหว่างการเคลื่อนไหวและชุมชนพักอาศัยออกมาได้อย่างสมบูรณ์ CYCLING AND PEDESTRIAN CONNECTION (Barcelona, Spain) COFFEE & BIKES (Delft, the Netherlands) CURTIN BIKE HUB (Perth, Australia) XIAMEN
การแข่งม้าสำหรับอังกฤษอาจไม่ใช่การแข่งม้าธรรมดาเหมือนอย่างบ้านเรา แต่เป็นงานสังคมของชนชั้นสูง ตามที่หลายคนมักชอบพูดกันว่า “ชาวบ้านเป็นคนเลี้ยงม้า แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของม้า” เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงม้าเป็นอะไรที่สูงมาก แถมยังต้องมีเนื้อที่เพียงพอสำหรับทำคอกม้าอีก ดังนั้นกีฬาที่เกี่ยวกับม้าอย่างโปโลหรือการแข่งขันความเร็วของม้าจึงเป็นเสมือนที่รวมตัวและออกงานของผู้มีอันจะกิน ด้วยความหรูหราและค่านิยมที่แตกต่างของการเข้าไปชมกีฬาแข่งม้าของบ้านเรากับอังกฤษ ทำให้ UNLOCKMEN อยากพาทุกคนไปดูสไตล์ธรรมเนียมและเรื่องราวของ Royal Ascot การแข่งขันม้าที่โด่งดังที่สุดของเกาะอังกฤษ ที่จะทำให้เห็นว่าไม่ได้มีแค่ม้าเท่านั้นที่เป็นตัวเอกแต่ยังมีอะไรให้เห็นมากกว่าที่คิด สำหรับการแข่งม้า Royal Ascot จากเดิมที่เป็นแค่การแข่งขันปัจจุบันกลายเป็นเทศกาลหนึ่งของอังกฤษไปแล้ว และถือว่าเป็นการแข่งม้าที่หรูหราและยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาะอังกฤษที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1711 เพื่อชิงเงินรางวัลกว่า 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 274 ล้านบาท) ด้วยจำนวนเงินรางวัลที่เย้ายวนทำให้ภายในงานที่ดำเนินมา 300 กว่าปี เต็มไปด้วยเหล่าม้าแข่งสายพันธุ์ดีที่มาจากทั่วโลก และจัดการแข่งขันทั้งหมด 5 วันด้วยกัน เนื่องจากงานแข่งม้า Royal Ascot มีผู้เข้าร่วมมากมายทั้งราชินีอังกฤษ เจ้าชาย เหล่าเชื้อพระวงศ์ไปจนถึงคนธรรมดาอย่างเรา ๆ แต่วัฒนธรรมดั้งเดิมที่จัดต่อเนื่องมาหลายร้อยปีรวมถึงการมีผู้ชมชนชั้นสูงเข้าร่วม จึงทำให้ทางผู้จัดจำเป็นที่จะต้องออกข้อบังคับเรื่องการแต่งตัวของผู้ที่จะมาร่วมชมงานแข่งม้าในสนามนี้ โดยจะแบ่งการแต่งตัวออกเป็น 3 กลุ่ม ตามโซนที่นั่งเรียงจากราคาที่แพงที่สุดคือ Royal Enclosure ตามมาด้วย Queen Anne Enclosure
คงจะจริงกับประโยคที่ว่า “การ์ตูนและภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรือเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้” เพราะสิ่งที่ UNLOCKMEN ได้พบเจอและหยิบมานำเสนอคือเรื่องราวสุดเท่ของชายคนหนึ่งที่สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์สุดล้ำอย่างชุดเกราะ Iron Man เพื่อเติมเต็มความชอบของเขา ผู้สร้างชุดเกราะที่ว่าคือ Adam Savage ชายที่เป็นทั้งอดีตพิธีกร Mythbuster เป็นทีมผู้สร้างสเปเชียลเอฟเฟกต์ให้กับสตูดิโอ George Lucas ที่โด่งดังมาจากหนังเรื่อง Star Wars และปัจจุบันได้ผันตัวมาเป็น Youtuber มีช่องเป็นของตัวเอง ซึ่งคลิปส่วนใหญ่ที่เขานำเสนอคือโปรเจกต์ DIY ผลงานเท่ ๆ มาให้ได้รับชมกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นเกอิชาจากเรื่อง Ghost in the Shell (2017) หรือปืนพกสุดล้ำจากแอนิเมชันที่สร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner 2049 (2017) และครั้งนี้ผลงานชิ้นโบแดงของอดัมกำลังจะทำให้เขาดังเป็นพลุแตกมากกว่าเดิม เหตุที่บอกว่า Adam กำลังจะกลายเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นไปอีกนั้นเป็นเพราะช่อง Discovery Channel ได้นำผลงานที่น่าทึ่งของเขามาสร้างเป็นซีรีส์แปดตอนชื่อ Savage Build เราจะเห็น Adam สร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ร่วมกับทีมวิศวกร เช่น การดัดแปลงอุปกรณ์ของกองทัพอังกฤษ หรือแม้แต่ดัดแปลงรถใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่อง Mad
โลกธุรกิจวันนี้ คนที่อุ้ยอ้ายและปรับตัวได้ช้าที่สุดจะได้รับผลกระทบมากกว่าชาวบ้านเสมอ ต่อให้ใหญ่ค้ำฟ้าแค่ไหนก็มีโอกาสถูกเขี่ยทิ้งไปอยู่ด้านหลังได้ทันที ดังนั้น การปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ แม้จะต้องลงทุนด้วยเงินมูลค่ามากมายแค่ไหนก็ตาม เจ้าของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างรู้ดีว่าจำเป็นต้องแลกมา ครั้งนี้เราขอเจาะปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกเรื่อง “โค่นบรรจุภัณฑ์พลาสติก” กันก่อน ใครที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ หรือต่อให้เป็นผู้บริโภคเองก็ตาม เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องสนุก ๆ ที่ทำให้คุณได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุดเรื่องนี้อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจทั้งเรื่องการลงทุนและบริโภคของตัวคุณเอง NEW WAVE FROM CONSUMER สำหรับคนค้าขาย พอคนหันไปนิยมอะไร มันก็ยากที่เราจะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน เพิกเฉยต่อสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะถ้าคลื่นลูกนั้นถาโถมใส่กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมายหลักของเรา ยิ่งเมื่อการแข่งขันเรื่องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าใน พ.ศ. นี้กลายเป็นแกนของการทำธุรกิจแล้ว การสร้างแบรนด์ตัวเองให้เป็นผู้นำเรื่องทัศนคติบวก ๆ รับผิดชอบต่อสังคมจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะคนทุกคน “ไม่มีใครอยากโดนเอาเปรียบ หรืออยากอุดหนุนแบรนด์ที่เอาเปรียบคนอื่น” กลับมาที่เรื่องบรรจุภัณฑ์อีกที ในช่วงสองปีที่ผ่านมากระแสการต่อต้านพลาสติกเริ่มรุนแรงขึ้นเพราะผู้คนตระหนักเรื่องผลกระทบทางธรรมชาติ ทั้งเรื่องโลกที่เพิ่มอุณหภูมิ ไปจนถึงเรื่องปลาวาฬที่ตายปริศนาจนเมื่อผ่าพิสูจน์แล้วพบว่าในท้องเต็มไปด้วยถุงพลาสติก ทั่วโลกจึงให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยหันมาจริงจังกับการดูแลสิ่งแวดล้อม แล้วพวกเขาใช้อะไรเข้ามาทดแทนพลาสติก แบรนด์ไหนบ้างที่จับกระแสนี้อยู่หมัด UNLOCKMEN นำมาฝากด้านล่างแล้ว 2019 MATERIALS FOR PACKAGING PAPER ถึงแม้กระดาษจะไม่ดังเปรี้ยงปร้างอีกต่อไปในธุรกิจสิ่งพิมพ์ แต่ในวิถีของ Packaging วันนี้ยังไงก็มาแน่ ๆ
แทบทุกคนคงรู้ดีว่า นาฬิกา Swiss Made หรือนาฬิกาที่ผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นั้นมีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพมากมายขนาดไหน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าธุรกิจนาฬิกาในสวิตเซอร์แลนด์นั้นเคยประสบกับฝันร้าย ที่เรียกว่าวิกฤตการณ์ Quartz crisis ที่มีจุดเริ่มต้นจากเทคโนโลยี Quartz ที่ชาวสวิสคิดค้นเอาไว้แต่ไม่ได้ใส่ใจพัฒนาต่อ เพราะยังต้องการสืบสานความคลาสสิกของเครื่องไขลานแบบดั้งเดิมเอาไว้ แต่แล้วเรื่องมันก็เกิด เมื่อทางฝั่งญี่ปุ่นได้นำเครื่อง Quartz มาสานต่อผลิตนาฬิกาข้อมือที่บางที่สุดในโลก ณ เวลานั้นออกมาเป็นผลสำเร็จ ด้วยมาตรฐานการบอกเวลาแม่นยำ บวกกับความบาง และ ราคาเบา ๆ นาฬิกาข้อมือจากญี่ปุ่นจึงได้รับความนิยมถล่มทลาย สวนทางกับยอดขายนาฬิกาสวิสที่ลดฮวบอย่างน่าตกใจ และปวดใจ จนสุดท้ายผู้ประกอบการธุรกิจนาฬิกาสวิสจึงต้องร่วมมือกันกอบกู้สถานการณ์ มีการควบรวมบริษัทปรับโครงสร้างกิจการขนานใหญ่ และได้ปล่อยท่าไม้ตายออกมาในปี 1983 ด้วยนาฬิกาพลาสติกระบบ Quartz ตัวเรือนบางเฉียบ ดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย ราคาไม่แพง ซึ่งช่วยพลิกฟื้นให้ธุรกิจนาฬิกาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์กลับมาผงาดอีกครั้ง และ เจ้านาฬิกาพลาสติกเรือนที่ว่าก็ยังคงยืนหยัดประจำการณ์อยู่บนข้อมือผู้คนทุกเพศทุกวัยและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในนามว่า Swatch(สวอท์ช) มาจนถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่าแบรนด์ Swatch นั้นผ่านหน้าประวัติศาสตร์ และผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการแต่งกายมาอย่างยาวนานโดยไม่มีทีท่าว่าจะตกยุค ซึ่งต้องยกประโยชน์ให้กับ DNA ในการพัฒนาเอาตัวรอด การปรับตัวให้เท่าทันยุคสมัย และเทรนด์ที่เปลี่ยนไปของแบรนด์ Swatch ที่ถูกปลูกฝังเอาไว้อย่างเข้มข้น นับตั้งแต่การถือกำเนิดของตำนานที่ยังมีลมหายใจอย่าง Swatch รุ่น


