ย้อนไปเมื่อ 40 ปีก่อน สมัยที่อินเทอร์เน็ตกับสมาร์ตโฟนยังไม่ค่อยคุ้นหู และเชื่อว่าระบบสตรีมมิ่งเพลงก็คงยังไม่เกิด ในตอนนั้นผู้คนที่หลงรักเสียงดนตรีต้องฟังเพลงผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ แต่ด้วยขนาดและน้ำหนักของมัน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพกเพลงไปฟังได้ทุกหนแห่ง แถมผู้ใช้ยังไม่อาจเลือกเพลย์ลิสต์ที่ตนอยากฟังได้ตามใจนึก Masaru Ibuka และ Akio Morita สองผู้ก่อตั้ง SONY พร้อมกับทีมวิศวกรแผนกเทปจึงร่วมกันคิดค้นเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา โดยมีโจทย์ในการออกแบบคือขนาดที่กะทัดรัดและสามารถให้ผู้ใช้เลือกเพลงฟังได้ตามต้องการ พวกเขาจึงนำเครื่องบันทึกเทปของนักข่าวมาดัดแปลง ตัดฟังก์ชันการอัดเสียงออกไปและเพิ่มวงจรสเตอริโอกับชุดหูฟังเข้าไปแทน ในยุคที่โลกยังไม่รู้จักเครื่องเล่นเพลงมากนัก ทำให้กระแสความนิยมของ SONY WALKMAN ก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่ผู้ผลิตรายแรกที่เข้ามาในตลาด แต่ต้องยอมรับว่าเครื่องเล่นเพลงชิ้นนี้มีวิวัฒนาการที่น่าทึ่ง และไม่นานนักชื่อของ WALKMAN ก็กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลกอย่างง่ายดาย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ SONY ได้จัดนิทรรศการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ครบรอบ 40 ปี ของ WALKMAN ใจกลาง Ginza ย่านชอปปิงที่คึกคักที่สุดของโตเกียว งานนี้มีการแสดงอุปกรณ์ SONY WALKMAN กว่า 230 เครื่อง ตั้งแต่ TPS-L2 รุ่นแรกของปี 1979 ยันรุ่นล่าสุดของปี 2019 ตัวงานแบ่งเป็นสองส่วนคือโซน
แบรนด์นาฬิกาเครื่องประดับสัญชาติอเมริกา Jacob & Co. ที่เหล่านักสะสมนาฬิการาคาสูงจะต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน ตอนนี้ได้ร่วมมือกับนักเตะชื่อดังแห่งยุค Lionel Messi และองค์กรการกุศล Only Watch ออกนาฬิกาข้อมือรุ่นพิเศษสำหรับแฟนคลับกระเป๋าหนักที่ชื่นชอบในตัว Messi หนุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักยอดนักเตะชาวอาร์เจนตินาในตำแหน่งกองหน้าของทีมฟุตบอลบาร์เซโลนาอย่าง Lionel Messi เพราะเขาถือเป็นนักกีฬาที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยม ถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะร่วมสมัยที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง และเคยคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกปี 2009 มาแล้ว นาฬิกาพลอยประดับไพลินเพื่อการกุศลที่ Messi ได้มีส่วนร่วมด้วยมีชื่อว่า Epic X Chrono “Messi” โดยใช้ทองคำขาว 18 กะรัต ประดับด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินตรงขอบนาฬิกาเหมาะสำหรับหนุ่มภูมิฐานที่กลัวว่านาฬิกาข้อมือเรือนโปรดจะซ้ำกับคนอื่น แต่งเติมสีน้ำเงินตรงขอบหน้าปัด ฐานระหว่างสายกับตัวเรือน ส่วนรายละเอียดในหน้าปัดก็ใช้สีโทนเย็นเป็นหลักจากนั้นใช้สีแดงของเข็มวินาทีตัดให้หน้าปัดโดดเด่นมากขึ้น ลงลึกรายละเอียดกันมากขึ้นด้วยตัวเรือนทำจากไทเทเนียม 47 มิลลิเมตร เม็ดมะยมสีแดงสดกับระบบโครโนกราฟที่แม่นยำ สำหรับปุ่ม START กับ STOP เลือกใช้สีขาวเหมือนตัวเรือนและใช้สีแดงสดกับตัวอักษรเหมือนกับเลข 10 และเข็มวินาที ซึ่งสีแดงและหมายเลข 10 ใช้ตามหมายเลขเสื้อเวลาลงสนามแข่งของ Messi พร้อมสัญลักษณ์ M ตามชื่อของ Messi ตรง
เชื่อว่าหลายคนคงพอรู้จัก STRANGER THINGS ซีรีส์ย้อนยุคที่ฉายในเน็ตฟลิกซ์มาแล้วสองภาค ว่าด้วยเรื่องเด็กชายที่หายตัวไปอย่างลึกลับและมีเหตุประหลาดเกิดขึ้นในเมือง ถือเป็นซีรีส์ที่ผนวกความลี้ลับและการทดลองทางวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างไร้ที่ติ แน่นอนว่าระดับความมันส์อยู่ในขั้นสุดและได้ใจผู้ชายหลายคนไปเต็ม ๆ หลังจากปล่อยให้แฟนซีรีส์ทนคิดถึงอยู่นาน STRANGER THINGS ภาค 3 ก็เตรียมลงจอเน็ตฟลิกซ์ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ต้องบอกว่าจุดเด่นของซีรีส์ที่เท่ไม่แพ้พล็อตเรื่อง คือสไตล์การแต่งตัวและกลิ่นอายของยุค 80s ที่ทำเอาหลากแบรนด์แฟชั่นต้องจับมาคอลแลปส์กับไอเทมต่าง ๆ ของตน แม้แต่โพลารอยด์เองก็ทนไม่ไหวต้องหยิบความไอคอนิกและดีเอ็นเอสุดเข้มข้นของซีรีส์เรื่องดัง มารังสรรค์เป็นกล้องโพลารอยด์รุ่นพิเศษ ‘ONESTEP 2: STRANGER THINGS EDITION’ ที่ดีไซน์ตัวกล้องให้กลับหัวล้อกันกับโลก upside down แถมออกแบบบอดี้ให้ดูเรียบง่าย ย้อนยุค และสื่อถึงความเป็น STRANGER THINGS ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ตัวบอดี้ดีไซน์ด้วยสีน้ำเงินและสอดแทรกความดุดันด้วยสีแดงดำ เสริมความคลาสสิกอีกทีด้วยฟิล์มโพลารอยด์ 600 แบบดั้งเดิม ทั้งยังผลิตฟิล์ม i-Type รุ่นพิเศษและออกแบบลวดลายบนขอบฟิล์มทั้ง 16 แบบตามสไตล์ยุค 80s บันทึกภาพแบบร่วมสมัยด้วยเลนส์ high-quality 2ft พร้อมจับภาพที่คมชัดและถ่ายภาพได้ดีในสภาพแสงที่น้อยสุดท้าทาย เปิดมุมมอง 41 องศาในแนวตั้งและมุมมองแบบ
ผู้ชายอย่างเราคงทราบกันดีว่า “รองเท้า” คือหนึ่งในไอเทมสุดไฮป์ที่สำคัญต่อการแต่งตัวในทุกสไตล์ ด้วยตัวเลือกของรุ่นและงานดีไซน์ที่มีมากมาย ขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องแต่งกายที่ศิลปินหลายคนเลือกใช้เป็นแบบในการละเลงความคิดสร้างสรรค์ด้วยการดัดแปลงเอกลักษณ์จากสิ่งที่ชอบก่อนถ่ายทอดลงสู่รองเท้าโดยหลายครั้งก็ทำออกมางดงามจนรู้สึกว่าควรมีวางขายจริง เช่นเดียวกับผลงานดีไซน์ชุดล่าสุดที่ศิลปินหนุ่มชาวยูเครนเลือกใช้ “อากาศยาน” มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบรองเท้าทั้ง 3 รุ่นจากค่าย Swoosh Danya Shulipa ศิลปิน Illustrator สัญชาติยูเครน ได้เผยแพร่ผลงานผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ด้วยการนำเสนอรองเท้าจาก Nike จำนวน 3 โมเดลได้แก่ Air Force 1 Utillity, SF Air Force 1 และ Air Max 97 โดยรองเท้าแต่ละคู่จะถ่ายทอดเอกลักษณ์สำคัญของอากาศยานสุดคูลที่ตัวเขาชื่นชอบ ซึ่งจะสวยงามมากน้อยแค่ไหนต้องมาชมด้วยตาคุณเอง เริ่มกันที่คู่แรกกับ Air Force 1 Utillity ที่เลือกใช้ยานอวกาศขนส่งของน่าซ่าอย่าง OV-103 Discovery มาเป็นแบบ โดย OV-103 ถูกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกระสวยขนส่งอวกาศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด จากการปฏิบัติภารกิจสำเร็จถึง 39 ครั้ง Danya Shulipa เลือกใช้โทนสีขาวดำแบบเดียวกันกับตัวกระสวยในอัปเปอร์และแถบคาดสีดำที่มีโลโก้ของนาซ่าติดไว้ ก่อนปักคำว่า
สำหรับปี 2019 “Rolex” ยังมีอะไรใหม่ ๆ น่าสนใจมาให้เหล่าผู้ชื่นชอบนาฬิกาได้ตื่นเต้นกันอยู่เสมอ เพราะแบรนด์ปล่อยนาฬิกาใหม่เอี่ยมชวนคาดข้อมือออกมาถึง 6 เรือนด้วยกัน แต่ UNLOCKMEN ขอเลือกหยิบนาฬิกาข้อมือรุ่นใหม่ล่าสุดทั้งหมด 5 เรือน จาก 5 ตระกูล ที่เราสนใจมาแบ่งปันให้สุภาพบุรุษผู้รักเวลาได้ดูกันว่ามีเรือนไหนบ้างที่ตอบโจทย์ความเป็นคุณ ลองไปดูพร้อมกัน! YACHT-MASTER 42 นาฬิกาข้อมือตัวล่าสุดจากตระกูล Yacht-Master ที่โดดเด่นและแม่นยำสำหรับการแล่นเรือใบที่มาพร้อมกับความสวยงามและมีระดับ ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงด้วยตัวเรือนที่ทำจากทองคำขาว 18 กะรัต ส่วนหน้าปัดบอกเวลาขนาด 42 มิลลิเมตร และขอบ Cerachrom สีดำด้านทำจากเซรามิก ที่สามารถหมุนได้สองทิศทาง หมดห่วงเรื่องการใช้งานในที่แสงน้อย เพราะเข็มแสดงเวลารวมถึงมาร์คเกอร์ชั่วโมงถูกเคลือบด้วยวัสดุเรืองแสงที่จะทำให้มองเห็นพรายน้ำสีฟ้าบอกเวลาเราได้อย่างชัดเจน ไม่ติดขัดแม้จะอยู่ในที่มืดแค่ไหนก็ตาม ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ก็หมดห่วงเพราะนาฬิกาข้อมือสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานต่อเนื่อง 70 ชั่วโมง SEA-DWELLER Yellow Rolesor ถือว่าเป็นนาฬิกาสำหรับหนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบการผจญภัยชมความสวยงามใต้ท้องทะเล ผลิตขึ้นจากการผสมผสานระหว่าง Oystersteel กับทองคำ 18
เหล่าชายหนุ่มที่หลงรักในเสียงเพลงหลายคนที่มีชุดเครื่องเสียงอยู่ที่บ้านอาจจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินชื่อของ Klipsch แบรนด์เครื่องเสียงสัญชาติอเมริกากันมาบ้างแล้วกับชื่อเสียงของการผลิต Loudspeaker หรือการผลิตลำโพงที่ให้เสียงคุณภาพและแม่นยำ แต่สิ่งที่ทำให้ UNLOCKMEN สนใจใน Klipsch ครั้งนี้ไม่ใช่ลำโพงทว่าเป็นหูฟังไร้สายรุ่นแรกของแบรนด์ที่มีตัวชาร์จหน้าตาเหมือนกับไฟแช็คในตำนานอย่างกับแกะ เกิดคำถามขึ้นมากมายพอสมควรสำหรับการทำหูฟังไร้สายของ Klipsch เพราะเดิมค่ายนี้ผลิตลำโพง เวลาฟังจึงเว้นระยะห่างของการได้ยินระหว่างอุปกรณ์กับหู แต่เมื่อเปลี่ยนมาทำหูฟังไร้สายแบบ In-ear ที่เสียงจ่อติดกับหู ทำให้หลายคนจับตามองว่าระบบเสียงกับดีไซน์เคสชาร์จหูฟังจะออกมาเป็นแบบไหน เมื่อจะปล่อยหูฟังไร้สายตัวแรก Klipsch จึงต้องสร้างความประทับใจให้ผู้คนจดจำกันเสียหน่อยด้วยการหยิบไอเดียไฟแช็คสุดคูลที่ผู้ชายสูบบุหรี่ทุกคนจะต้องรู้จักอย่าง Zippo มาเป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์เคสชาร์จสำหรับหูฟังไร้สายรุ่น T5 True Wireless เคาะหน้าตาของไฟแช็คสีเงินวาว แต่น้ำหนักเบากว่า มีรูปร่างสั้นกว่า และมีช่อง USB-C อยู่ที่ด้านหลัง ตัวเคสรูปร่างคล้าย Zippo ทำจากโลหะขัดเงา ที่หลายคนลงความเห็นว่าหมดปัญหาน่าหงุดหงิดเรื่องลายนิ้วมือ โดยทางแบรนด์กล่าวว่าที่ทำออกมาให้มีหน้าตาเหมือนกับไฟแช็คเป็นเพราะเคสชาร์จหูฟังไร้สายส่วนใหญ่มักมีรูปร่างเทอะทะและใหญ่เกินไปสำหรับใส่กระเป๋า การทำเคสให้มีรูปร่างเหมือนกับไฟแช็คจึงถือเป็นการให้ความสำคัญกับความสวยงามที่มองข้ามไม่ได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าหน้าตาของเคสจะคล้ายกับ Zippo แต่สิ่งหนึ่งที่ Klipsch ยังไม่สามารถประดิษฐ์ได้เหมือนกับไฟแช็คต้นแบบคือเสียงคลิ๊กในตำนานเมื่อเปิดบานพับของไฟแช็ค ซึ่งเขายินดียอมให้มันแตกต่างเพราะอยากให้คนให้ความสำคัญกับคุณภาพหูฟังที่ซ่อนอยู่ด้านในมากกว่า คุณภาพเสียงระดับมาตรฐานสมกับการเป็นแบรนด์ทำลำโพงชื่อดัง รวมถึงดีไซน์ของหูฟังสีดำด้านตัดขอบประทับตราสัญลักษณ์ด้วยสีส้มอิฐส่งให้ดีไซน์ดูเรียบหรู มาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำและเหงื่อ ส่วนการใช้งานสามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชัน Klipsch Connect พร้อมระบบไมโครโฟน Clear Voice Chat เชื่อมต่อกับ Siri
สุขาไม่ใช่เรื่องตลก แม้ลูกผู้ชายเราจะไม่ต้องเครียดกับการเข้าห้องน้ำเท่าสาว ๆ แต่เราก็ยังต้องการห้องน้ำที่สะอาดและสะดวกใจในการปลดทุกข์ วันนี้ UNLOCKMEN จึงนำนวัตกรรมสุขาแปลก ๆ ที่หลายคนไม่เคยเห็นหรือรู้ว่ามีมาแบ่งปันกัน ลองมาดูกันว่าจะตอบโจทย์พวกเราบ้างไหม หรือลองเตรียมใจเผื่อวันหนึ่งข้างหน้าในอนาคตเราอาจได้ใช้งานพวกมันก็ได้ ส้วมไร้น้ำ รักษ์โลก ส้วมดีไม่ต้องมีน้ำก็ได้? คนส่วนใหญ่อาจจะคิดภาพชักโครกไม่มีน้ำไม่ออกถ้าไม่ได้อยู่บนเครื่องบิน แถมไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร แต่ความเป็นจริงสุขาไร้น้ำเป็นสิ่งที่มนุษยชาติพยายามไปให้ถึง จากความตระหนักเรื่องวิกฤตการขาดแคลนน้ำในอนาคต ยิ่งชักโครกนี่ก็ตัวดีเลยกดครั้งหนึ่งดึงน้ำไปเยอะ คนทำสุขภัณฑ์ทั้งหลายเลยพยายามออกแบบกัน จนในที่สุดได้เจ้า Loowatt หรือชักโครกไร้น้ำหน้าตาแบบนี้มา คิดภาพไม่ออกว่าถ้าไม่ใช้น้ำมันจะคลีนได้ไง (ตัดเรื่องสายฉีดไปนะเพราะเขาไม่ใช้น้ำแต่ทิชชูม้วนยังใช้ได้ตามปกติ) เรามีภาพเคลื่อนไหวด้านบนให้ดู สิ่งนี้คือนวัตกรรมฟิล์มโพลีเมอร์ย่อยสลายที่เก็บทั้งกลิ่นและเชื้อโรคนำมาติดกับสุขภัณฑ์ พอเรากด flush ปุ๊ปแผ่นฟิล์มก็จะค่อย ๆ โดนรีดและดึงลงไปยังบ่อพัก ข้อดีของชักโครกอัจฉริยะแบบนี้คือทันทีที่ของเสียในร่างกายเราลงไปกองรวมกันมันจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้จากการผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ ปุ๋ยหมัก และนำไปผลิตกระแสไฟต่อ เรียกได้ว่า Zero Waste ของจริง ถึงจะมองว่ามันไม่น่าจะมีประโยชน์หรือดีกว่าห้องน้ำที่มีอยู่ แต่ด้วยสารคดีตัวอย่างของ Loowatt ที่นำติดตั้งที่มาดากัสการ์น่าจะยืนยันว่าห้องน้ำสไตล์นี้จะเป็นห้องน้ำแห่งอนาคตได้ เพราะหลายพื้นที่ในโลกใบนี้ยังขาดสุขอนามัยที่เหมาะสม ส้วมพกพาสำหรับสายเที่ยว สาย Trekking เข้าป่า เดินทางแบบ Backpack ค่ำไหนนอนนั่นเป็นประจำต้องอยากได้นวัตกรรมชิ้นนี้แน่นอน เพราะเรารู้ดีว่าเวลาเดินทางไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจะปลดทุกข์แต่ละครั้งต้องเสียเวลาและลำบากกับการหายุทธศาสตร์เหมาะ ๆ แม้ผู้ชายเราจะสะดวกเรื่องการยิงกระต่ายที่ไม่ต้องเลือกพื้นที่มาก
SWATCH (สวอท์ช) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟเปิดตัวคอลเลคชั่นไฮไลท์แห่งปี ‘BIG BOLD’ จากไอเดียสุดขบถ สู่นาฬิกาดีไซน์สุดคูลที่แฝงกลิ่นอายสายสตรีท เพื่อเหล่าผู้กล้าที่จะแตกต่าง และไม่กลัวที่จะแสดงความเป็นตัวเอง จัดเต็มความสนุกสนานด้วยปาร์ตี้มันสุดเหวี่ยงจากดีเจชื่อดังและสตรีทแดนซ์โชว์ที่มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน พร้อมด้วยเหล่าสตรีทไอคอนแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง ปิ๊น อนุพงศ์ (ปิ๊น Carnival), บ็อบ วรากฤช (บ็อบ V.A.C. Thailand), จี๊ด เมืองสิริขวัญ, บอล กันตพัฒน์ (บอล SneakaVilla) และเหล่าบรรดาแฟชั่นไอคอนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ Swatch Flagship Store, Central World ชั้น 1 จักรพันธ์ ญาณประสิทธิ์เวทย์ ผู้จัดการแบรนด์ SWATCH ประเทศไทย กล่าวว่า “แบรนด์นาฬิกา “สวอท์ช”เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนแนวคิดในแบบคนรุ่นใหม่ที่ปฏิวัติรูปแบบนาฬิกาสวิสที่ทั่วโลกรู้จัก ความไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา เพื่อให้ก้าวทันโลกด้วยไอเดียที่สร้างสรรค์และสดใหม่รวมถึงยังสนับสนุนทุกแรงบันดาลใจของการใช้ชีวิต ในแง่ของศิลปะและกีฬา การเปิดตัวคอลเลคชั่น BIG BOLD นี้ นับเป็นการตอกย้ำถึงแนวคิดที่สำคัญของแบรนด์อย่างการหยิบวัฒนธรรมย่อยอย่างสตรีทคัลเจอร์มาถ่ายทอดลงบนเรือนเวลาได้อย่างลงตัวเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มคนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และด้วยที่มาจากไอเดียสุดขบถของนาฬิกา คอลเลคชั่นนี้ ทำให้
ตลาดรองเท้าทั่วโลกกำลังขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผู้คนหันมาพิถีพิถันกับเครื่องแต่งกายชิ้นนี้มากขึ้น ทำให้แต่ละปีมีโมเดลรองเท้าทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ รวมถึงงานคอลแลปส์จำนวนมากปล่อยออกมาเรียกเงินในกระเป๋าของหนุ่ม ๆ อย่างเราไปไม่น้อย แต่ท่ามกลางรองเท้าจำนวนมากกลับมีเพียงไม่กี่โมเดลเท่านั้นที่เรารู้จัก ยิ่งโมเดลที่สามารถยืนระยะยาวนานในทุกยุคทุกสมัยยิ่งมีน้อยลงไปอีก แต่ถ้าจะให้ยกสักโมเดลในตำนานจาก Nike ชื่อของ Air Force-1 (AF-1) คงเด่นชัดขึ้นมาในใจของใครหลายคน และนี่คือเรื่องราวความเป็นมา รวมถึงเหตุผลที่ทำให้เสน่ห์ของมันไม่เคยเสื่อมคลายไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย จุดกำเนิดของตำนาน Air Force 1 “Air In a Box“ คือสโลแกนที่ Nike ใช้เปิดตัวผลิตภัณฑ์รองเท้ารุ่นใหม่ของพวกเขาเมื่อปี 1982 โดยถือเป็นครั้งแรกที่คนทั้งโลกได้รู้จักโมเดลรองเท้าที่ดีไซน์แบบ High-Top ซึ่งมีเอกลักษณ์จากอัปเปอร์วัสดุหนังสีขาวยาวหุ้มข้อ มีแถบคาดที่ทำจากผ้าโทนสีเดียวกัน ก่อนตกแต่งเอาต์โซลและโลโก้ Swoosh สี Neutral Grey พร้อมส่วนโซลขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่น ก่อนตั้งชื่อให้มันว่า Air Force 1 ตามชื่อเรียกเครื่องบินส่วนตัวของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยรองเท้าคู่นี้เป็นฝีมือการออกแบบของสุดยอดดีไซน์เนอร์อย่าง Bruce Kilgore ในเวลานั้น Air Force 1 เปิดตัวออกมาในฐานะรองเท้าบาสเกตบอลคู่แรกของค่าย Swoosh ที่ใช้เทคโนโลยี “AIR” เพื่อเพิ่มความนุ่มสบายและรองรับแรงกระแทกเพื่อให้เหมาะสมกับกีฬายัดห่วง โดยเปิดตัวแคมเปญโฆษณาชิ้นแรกพร้อมสตาร์จาก NBA
‘STAR WARS’ ภาพยนตร์สงครามจักรวาลที่เข้าฉายครั้งแรกในวันที่ 25 พฤษภาคม 1977 ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เราเชื่อว่าพล็อตเรื่องที่เล่าถึงจักรวาลสมมติบวกกับการต่อสู้ฟาดฟันของเหล่ามนุษย์ต่างดาวหลากเผ่าพันธุ์ คงยังฝังอยู่ในความทรงจำวัยเด็กของหนุ่ม ๆ หลายคน UNLOCKMEN เลยอยากพาพวกคุณย้อนวันวาน ไปชมคอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์สุดเฟี้ยวที่ผสมผสานคาแรกเตอร์ตัวละครใน STAR WARS รูปแบบงานดีไซน์ และฟังก์ชันการใช้สอยออกมาอย่างลงตัว บอกเลยว่าโคตรเท่ โคตรคูล และคงช่วยให้หนุ่ม ๆ คลายความคิดถึงที่มีต่อหนังจักรวาลอันดับหนึ่งในใจเราได้อย่างดี Kenneth Cobonpue ดีไซเนอร์ชาวฟิลิปปินส์ร่วมมือกับ DISNEY สร้างคอลเลกชันเฟอร์นิเจอร์จากการตีความคาแรกเตอร์ตัวละครใน STAR WARS ถอดแบบความเท่และเอกลักษณ์ออกมาจากหนังฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ได้แบบไม่ผิดเพี้ยน คอลเลกชันชุดนี้ประกอบไปด้วยเก้าอี้นั่ง 3 ตัว โคมไฟ 1 โคม และเก้าอี้โยกอีก 1 ตัว ความโดดเด่นของตัวละครถือเป็นแรงบันดาลใจหลักในการรังสรรค์ผลงาน แม้กระนั้นการดีไซน์โครงสร้างและวัสดุที่ใช้ก็ต้องแข็งแรงทนทานและสอดคล้องกับฟังก์ชันการใช้งานที่ต่างกันด้วย Kenneth Cobonpue ผนวกความเท่ สไตล์ตัวละคร และเทคนิคการสร้างเฟอร์นิเจอร์เข้าด้วยกัน หวังจะจำลองจักรวาล STAR WARS ออกมาเพื่อแฟนหนังที่คลั่งไคล้แฟรนไชส์เรื่องนี้ ตัวแรกเป็น The Chewie Rocking
ถือเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งสำหรับวงการสนีกเกอร์และแฟชั่นเครื่องกีฬา จากเหตุการณ์การฟ้องร้องระหว่างแบรนด์รองเท้าชื่อดังอย่าง Adidas กับ Skechers ที่ทำให้หลายคนจับตามอง ซึ่งหลังจากขึ้นโรงขึ้นศาลกันมาหลายครั้งในที่สุดบทสรุปของคดีความเรื่องการถือครองลิขสิทธิ์บนภาคพื้นยุโรปก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะคนในวงการรองเท้ากีฬา วงการแฟชั่น หรือคนอื่น ๆ ก็คงมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ Adidas แถบสามขีดหรือที่เรียกกันว่า Three-Bar Logo และเมื่อเห็นแถบสามขีดบนรองเท้าคนส่วนใหญ่ก็จะรู้ทันทีว่ามันคือรองเท้าของ Adidas อย่างไรก็ตามดูเหมือนความเข้าใจของคนทั่วโลกก็อาจจะไม่หนักแน่นพอสำหรับการขึ้นศาลยุโรปของแบรนด์เครื่องกีฬาชื่อดัง การฟ้องร้องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อแบรนด์สนีกเกอร์ Skechers ถูกฟ้องร้องโดย Adidas ว่ารองเท้ารุ่นหนึ่งของแบรนด์มีแถบด้านข้างที่คล้ายกับแถบสามขีดที่เป็นสัญลักษณ์ของ Adidas มากจนเกินไป กรณีการฟ้องร้องของ Adidas ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ย้อนไปอีกพักใหญ่ แบรนด์ Payless เคยถูกฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ปี 2008 โดยใช้แถบสี่ขีดคล้ายกับ Three-Bar Logo ทำให้ Adidas ได้เงินจากการฟ้องครั้งนั้นไปถึง 305 ล้านดอลลาร์ หรือกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว ส่วน Macr Jacobs โดนฟ้องในปี 2015 ต้องยกเลิกการขายผลิตภัณฑ์ที่แบรนด์เครื่องกีฬาบอกว่าคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ของแบรนด์ นอกจากนี้ Thom Browne ก็เคยถูก Adidas ฟ้องมาแล้วเหมือนกันเพราะลายเสื้อมีแถบสามขีดจนทำให้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเลยว่าหลาย ๆ เมืองเริ่มคิดแผนปรับปรุงและวางผังเมืองเพื่อรองรับการใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจัง แต่ BICYCLE ARCHITECTURE BIENNALE (BAB) ยังคงกล้าหาญที่จะจัดนิทรรศการประจำปี เพื่อแสดงงานสถาปัตยกรรมที่ช่วยยกระดับทางจักรยาน หวังเปลี่ยนชุมชนทั่วโลกให้ดีขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาใช้จักรยานสองล้อมากกว่ารถยนต์พ่นควัน ปี 2019 นี้นับเป็นปีที่สองของนิทรรศการดังกล่าว BAB ได้คัดเลือกนักออกแบบจากทั่วทุกมุมโลกที่เห็นความสำคัญของจักรยาน มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมครั้งนี้ ซึ่งในปีนี้มีทั้งหมด 15 โปรเจ็กต์จาก 9 ประเทศถูกเลือกเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการของ BIENNALE โดยมี Routes, Connections และ Destinations เป็นธีมหลักในการดีไซน์ สถาปัตยกรรมของแต่ละเมืองล้วนมีรูปลักษณ์ ฟังก์ชัน และเสน่ห์แตกต่างกัน แต่ทั้ง 15 โปรเจ็กต์ต่างเผยให้เห็นความหลากหลายของวิถีชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมต่างที่ ทั้งยังถ่ายทอดความสมดุลระหว่างการเคลื่อนไหวและชุมชนพักอาศัยออกมาได้อย่างสมบูรณ์ CYCLING AND PEDESTRIAN CONNECTION (Barcelona, Spain) COFFEE & BIKES (Delft, the Netherlands) CURTIN BIKE HUB (Perth, Australia) XIAMEN


