สำหรับผู้ชายอย่างเรามีไม่กี่เรื่องที่สามารถปลุกเร้าความตื่นเต้นเร้าใจ และทำให้นัยน์ตาหรี่ปรือเบิกโพลงได้ในทันที ‘มอเตอร์ไซค์คลาสสิก’ ก็เป็นหนึ่งในความสนใจที่มีไม่กี่เรื่องนั้น นอกจากความเก๋เท่เก๋าของรถคลาสสิกที่คนอื่นมองเห็น บรรดาผู้ชายต่างรู้กันดีว่ามันมีคุณค่ามากกว่านั้น แล้วดูเหมือน RECAST MOTO บริษัทเวิร์กช็อปรถจักรยานยนต์ชื่อดังแห่งเบลารุสก็คิดเช่นเดียวกับเรา โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และความรู้ทั้งหมด ถ่ายทอดลงในมอเตอร์ไซค์คลาสสิกที่ดัดแปลงให้ทันสมัย เพิ่มดีกรีความเท่ และไม่ทิ้งกลิ่นอายของมอเตอร์ไซค์เก่าที่ยังสวยงามเสมอแม้เวลาเปลี่ยน หลังจากประสบความสำเร็จจากการดีไซน์ MOTO GUZZI NEVADA 750 รุ่นก่อน RECAST MOTO ก็นำทายาทคันใหม่ ‘MOTO GUZZI CALIFORNIA 1100’ ออกมาโลดแล่นบนถนนอีกครั้ง โดยเอาโครงรถของปี 2005 มาดัดแปลงรูปลักษณ์ให้มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น เพิ่มขนาดรถ กันชน และเครื่องยนต์ให้ใหญ่กว่าเดิม ปรับปรุงส่วนท้ายรถและโช้คอัพด้านหลังให้แข็งแรงและมีประสิทธิภาพ แถมยังตัดแต่งหน้ารถให้สั้นลงเพื่อให้มันดูเท่และก้าวร้าวเมื่อต้องขับโฉบเฉี่ยวบนท้องถนน เสริมความปราดเปรียวอีกชั้นด้วยเบาะนั่งเพรียวบาง พร้อมชุดตกแต่งด้านหลังของ Tarozzi ที่ดัดแปลงมาเพื่อสร้างตำแหน่งการขับขี่ทีดีขึ้น มาพร้อมชุดยาง Hendenau K60 ที่ใช้วัสดุไทเทเนียมทองคำตกแต่งบริเวณจุกยาง ดัดแปลงขอบยางของล้อหลังให้กว้างกว่าเดิม แถมตัวดิสก์เบรกและเฟืองโซ่ก็ทนทานกว่า MOTO GUZZI NEVADA 750 คันก่อน ทั้งยังนำมาตรวัดความเร็วของ T&T มาใช้แทนบาร์ตัวเดิมด้วย เพิ่มถังแก๊ส
ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยของเล่นตัวต่อและรถมอเตอร์ไซค์คันงามก็เป็นไอเทมที่ไม่มีวันหายไป โดยเฉพาะกับ Lego และรถมอเตอร์ไซค์คันโตสัญชาติอเมริกาอย่าง Harley-Davidson® แต่จะเป็นอย่างไรถ้าทั้งแบรนด์ของเล่นและแบรนด์รถจักรยานยนต์หันมาจับมือกันปล่อยคอลเลกชันตัวต่อสุดพิเศษที่ถอดแบบ Fat Boy รถรุ่นดังออกมาได้เหมือนเปี๊ยบ? ตัวต่อจำลองที่ถอดแบบรถรุ่น Fat Boy เป็นผลงานการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ของเล่นชื่อดังกับแบรนด์มอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิกสัญชาติอเมริกาอย่าง Harley-Davidson® ประณีตบรรจงทุกอณูจากการเก็บรายละเอียดครบถ้วนตั้งแต่งานออกแบบ สีแดงสดที่แต่งแต้มลงบนตัวถัง สีดำตรงตัวรถ ล้อแม็กแบบตัน ถังน้ำมันเทียร์ดรอป เซ็ตมาตรวัดความเร็ว ท่อไอเสียแบบคู่ ไปจนถึงการเคลือบผิวให้เงาวับ นอกจากนี้ล้อ ลูกสูบ ก้านเบรก แฮนด์มอเตอร์ไซค์ของตัวโมเดลยังสามารถขยับได้ แถมขาตั้งที่ให้มาก็สามารถพับตั้งโชว์ได้เพื่อให้ Lego รุ่นพิเศษนี้เหมือนกับรถมอเตอร์ไซค์ต้นแบบทุกประการ รูปทรงของ Lego Harley-Davidson® Fat boy™ มีขนาดความสูง 7 นิ้ว (20 เซนติเมตร) กว้าง 18 เซนติเมตร ยาว 12 นิ้ว (33 เซนติเมตร) และมีตัวต่อทั้งหมด 1,023 ชิ้น นอกจากความเหมือนระดับเคาะพิมพ์ออกมา Fat Boy ที่ไม่ได้ซิ่งลงถนนคันนี้ยังน่าสนใจกว่าจาก Option ที่เราสามารถดัดแปลงเพิ่มเติมให้มีดีไซน์เฉพาะเป็นของตัวเองได้ ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน สำหรับหนุ่มผู้ชื่นชอบและหลงใหลรถมอเตอร์ไซค์
ใกล้ถึงเวลาเตรียมโบกมือลาไอเทมแฟชั่นคอลเลกชัน Spring/Summer 2019 จากแบรนด์สตรีตไฮเอนด์อย่าง Supreme กันแล้ว ในช่วงที่เหล่าคนแฟชั่นต่างเฝ้ารอการเปิดตัวคอลเลกชัน Fall/Winter 2019 กันอย่างใจจดใจจ่อ เราก็จะมาย้อนดูกันว่าไอเทมอะไรบ้างที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน SS19 เพื่อบางคนอาจจะยังพลาดของดีไปโดยไม่รู้ตัว Supreme Buju Banton Tee เสื้อยืด photo print จากแบรนด์ Supreme เป็นอีกหนึ่งไอเทมแฟชั่นที่ราคาขึ้นเร็วมาก ๆ ไม่ว่าจะออกลายไหนมาก็มักจะโดนกว้านซื้อกลายเป็นเสื้อหายากไปโดยปริยาย และครั้งนี้ก็เช่นกันกับเสื้อ photo print คอลเลกชัน Spring/Summer 2019 ที่ประทับลายของ Buju Banton ศิลปินชื่อดังชาวจาไมกาที่เป็นหนึ่งในตำนานแห่งวงการเพลง Reggae ที่ในรูปเขาก็สวมใส่เสื้อ Supreme Box Logo สีขาวอยู่ด้วยเช่นกัน ความน่าสนใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะด้านหลังของเสื้อยืด Supreme Buju Banton Tee จะมีลายเซ็นของเขาพร้อมกับข้อความเท่ ๆ ว่า “Supreme forward even
ถือเป็นอีกไฮไลท์สำคัญของ SWATCH ในปีนี้เลยทีเดียว กับการเปิดตัวนาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่น สวอท์ช ฟลายแมจิก (SWATCH FLYMAGIC) ปรากฏการณ์ความอัศจรรย์แห่งวงการเรือนเวลาเรือนแรกของโลกที่มาพร้อมกลไกอัตโนมัติกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด แฮร์สปริงนิวาครอง (Nivachron™) ที่มีคุณสมบัติไม่มีผลต่อแรงจากสนามแม่เหล็ก SWATCH FLYMAGIC เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย กับ 3 รุ่นได้แก่ BLACK SUSPENSE, RED SURPRISE และ BLUE HAWK โดยทั่วโลกมีวางจำหน่ายรุ่นละ 500 เรือน รวมทั้งสิ้นเพียง 1,500 เรือน และในประเทศไทยมีเพียง 60 เรือน โดยแบ่งเป็นรุ่นละ 20 เรือนเท่านั้น SWATCH FLYMAGIC ถือเป็นผลงานชิ้นเอกแห่งโลกนาฬิกาที่น่าอัศจรรย์ ด้วยการพลิกกลไกอัตโนมัติแบบกลับด้าน รวมไปถึงเข็มวินาทีเดินถอยหลัง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่เช่นนี้ เป็นนาฬิกา SWISS MADE 100% ทุกเรือนได้รับการประกอบในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาตรฐานการผลิตเดียวกับแบรนด์ชั้นนำ ด้วยวัสดุที่คัดสรรจากแหล่งที่ดีที่สุด นับเป็นเรือนแรกที่มีการติดตั้งกลไกโดยใช้แฮร์สปริง Nivachron™ ซึ่งคือนวัตกรรมวัสดุผลิตจากอัลลอยที่มีพื้นฐานมาจากไทเทเนียม Nivachron™ถูกจัดอยู่ในวัสดุประเภทโลหะ ที่มีคุณสมบัติไม่ตอบสนองต่อผลกระทบของสนามแม่เหล็กที่มีต่อกลไกนาฬิกา
หลังจากผ่านอากาศสุดร้อนแดดจ้ากันมาได้สักพัก ตอนนี้ฤดูฝนก็มาเยือนประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าฝนเจ้าปัญหากับอากาศชื้นต้องสร้างอุปสรรคชวนปวดหัวตอนเลือกเสื้อผ้าของใครหลายคนแน่นอน เพราะไม่มีใครมีสภาพเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำ ดังนั้น UNLOCKMEN จึงอยากแนะนำไอเทมเท่ ๆ รับหน้าฝนที่หนุ่ม ๆ ควรมีติดตัวไว้ รวมถึงไอเทมที่ไม่ควรหยิบมาใส่ช่วงนี้ว่ามีอะไรกันบ้าง WATERPROOF JACKET สำหรับใครที่ยังไม่มี Waterproof Jacket หรือเสื้อกันฝนดี ๆ สักตัวก็ควรเริ่มมองหากันไว้ได้แล้ว ถึงหนุ่มมีสไตล์ส่วนใหญ่มักจะไม่ชายตาแลเสื้อกันฝนที่ขายตามร้านสะดวกซื้อ เพราะมันเป็นเสื้อกันฝนที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งและติดภาพความคิดเดิมของสไตล์เสื้อกันฝนด้านบน แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสินเพราะเดี๋ยวนี้เสื้อกันฝนแฟชั่นมีเยอะหลายประเภทมาก ทั้งเสื้อกันฝนที่เหมาะกับวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน เสื้อเทรนซ์ (Trench) หรือที่เสื้อโค้ทน้ำหนักเบาที่สามารถกันน้ำได้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเนื้อผ้าที่ไม่หนาเกินไปเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น วันที่ฝนตกเพียงหยิบเสื้อเทรนซ์มาคลุมทับชุดทำงานก็ช่วยให้เราสามารถตะลุยฝ่าฝนไปทุกที่ ส่วนสีก็สามารถเลือกตามที่ชอบได้เลย นำมาสวมทับเสื้อยืดหรือเสื้อเชิ้ตก็ดูดีมีสไตล์มากกว่าเสื้อกันฝนตามร้านสะดวกซื้อเป็นไหน ๆ กางเกงที่พร้อมฝ่าฝนไปด้วยกัน หนึ่งในปัญหาที่หนุ่ม ๆ ทุกคนจะต้องพบเจอเหมือนกันช่วงหน้าฝนคงหนีไม่พ้นขากางเกงที่เปียกแฉะ ดังนั้นหากใครที่ใส่กางเกงขายาวไปทำงานหรือออกไปข้างนอกเป็นประจำก็ขอให้ลองอะไรใหม่ ๆ อย่างกางเกงขาสั้นดูบ้าง โดยเลือกเนื้อผ้า ลาย และสีที่เหมาะสม กรณีที่กลัวว่าไม่สุภาพก็สามารถใส่คู่กับเสื้อสูทเพื่อสร้างลุคกึ่งทางการได้ แต่ถ้าที่ทำงานไม่อนุญาตให้ใส่กางเกงขาสั้นจริง ๆ เราก็มีตัวเลือกที่สองให้กับผู้อ่านเสมอ กางเกงห้าส่วนหรือกางเกงขายาวตัวเก่งตัวเดิมเปลี่ยนสไตล์การสวมใส่โดยพับขาขึ้นก็จะทำให้เราเลิกกังวลเกี่ยวกับความเปียกได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน “เนื้อผ้า” สิ่งสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม ความชื้นจากฝนเป็นตัวอันตรายสำหรับกลิ่นกายโดยเฉพาะกับผู้ชายที่มีเหงื่อง่าย ดังนั้นการเลือกเสื้อที่มีเนื้อผ้าน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดีเป็นสิ่งสำคัญ ผ้าที่เหมาะจะสวมใส่ช่วงหน้าฝนมีหลายประเภทด้วยกัน เช่น
วงการโฆษณาเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง ทำงานบนข้อจำกัดด้านเวลา พื้นที่เล่าเรื่อง และงบประมาณ แต่สิ่งที่ห้ามมีจำกัดคือจินตนาการ ดังนั้น ไม่ว่าโจทย์ที่ได้จะเป็นลูกค้าเจ้าเดิมที่พรุนสายตาผู้บริโภค อยู่มานาน หรือมีบรีฟที่จำเจขนาดไหน สิ่งที่คนทำงานต้องทำคือหยุดผู้บริโภคให้ได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ฝังความทรงจำของผู้บริโภคให้นาน วันนี้เราจึงรวม Print Ads ซึ่งเป็นหนึ่งในแขนงงานโฆษณาที่เราชื่นชอบมากที่สุด เพราะมันมีโอกาสเล่าเรื่องด้วยภาพเพียงภาพเดียวเท่านั้นจากหลายแบรนด์ดัง หลายภาพในนี้ทำให้เราไต่ไปถึงคอนเซ็ปต์แบรนด์จนเกิดความประทับใจ ลองมาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง แล้วภาพพวกนี้ Kill คุณได้เหมือนที่เรารู้สึกหรือเปล่า McDonalds 24/7 ผลงานจาก Cream Electric Art สตูดิโอครีเอทีฟโปรดักชันที่ออกแบบโปสเตอร์โฆษณาให้กับ Fast Food เจ้าของตัวอักษร M ที่เราคุ้นเคยซึ่งจำหน่ายตลอด 24 ชั่วโมง โผล่มาอยู่ทุกช่วงเวลาสำหรับคนทุกอาชีพ ไม่ว่าค่ำคืนดึกดื่นแค่ไหน คุณจะได้เห็นอักษรสีเหลืองอยู่เป็นเพื่อนเสมอในทุก ๆ กิจกรรม อาทิ การลาดตระเวนของหน่วยรักษาความปลอดภัย การเล่นเกม คนที่ติดไฟแดงระหว่างขับรถยามค่ำ คู่เพื่อนที่ติวหนังสือกัน KFC ชิ้นนี้หลายคนเคยเห็นเวอร์ชันแรกกันไปแล้ว สำหรับเวอร์ชัน 2 เอเจนซี่ดังอย่าง Ogilvy & Mather
TAKARAWONG (ทาการะวอง) ในคอลเลกชันใหม่ได้ทลายเขตแดนของเครื่องแต่งกายระหว่าง “เพศหญิง” และ “เพศชาย” ลงด้วยการรวม Womenswear และ Menswear เข้าด้วยกัน โดยในคอลเลกชัน FALL 2019 นี้ได้ผสมผสานความเท่าเทียมทางเพศให้อยู่ในจุดยืนที่แข็งแรงร่วมกัน จากความคิดหลักของครีเอทีฟและดีไซน์เนอร์ ฐกร วรรณวงษ์ ได้สร้างรากฐานแบรนด์ให้แกร่งกร้าว ทว่าคงแฝงด้วยความอ่อนโยน โดยไร้เส้นแบ่งระหว่างเครื่องแต่งกายหญิงและชาย ไอร้อนจากดินปืน บาดแผลจากการรบราไม่รู้จบ สงครามที่ไม่ละเว้นผู้ใด ทั้งชายชาตินักรบหรือแม้กระทั่งสตรีเฝ้าเรือน จากดินแดนตะวันออกอย่างประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน และประเทศไทย ประวัติการณ์อันยิ่งใหญ่จากสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นห้วงเวลาและสถานการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้วรรณวงษ์ได้หยิบยกขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวอันน่าสลด หดหู่ หากแต่ยังทิ้งร่องรอยความงดงามเอาไว้ ผ่านเสื้อผ้าคอลเลกชัน FALL2019 โดยดีไซน์เนอร์ตั้งใจที่จะผสมผสานความแข็งแรง ห้าวหาญจากชายชาติทหารหลอมรวมกับความเป็นกุลสตรีในยามสงคราม อีกทั้งยังต้องการที่จะนำเสนอในแง่มุมที่ยกย่องในความกล้าหาญทางของจิตใจของกุลสตรีที่ถูกส่งไปเป็นเชลยทางเพศ บำเรอสุขทางกายให้กับทหารชาติอื่นในสมัยสงคราม เพื่อช่วยปกป้องชีวิตของตัวเองหรือคนในครอบครัวของพวกเธอเหล่านั้น เมื่อความเป็นหญิงถูกลิดรอน โดยความเป็นชายเข้ารุกราน วรรณวงษ์ได้มัดรวมความคิดและนำเสนอผ่านรูปแบบเสื้อผ้าที่คงความ “No Gender” ในแบบฉบับของ TAKARAWONG ในคอลเลกชัน FALL2019 จาก TAKARAWONG วรรณวงษ์ได้เลือกวิธีการนำเสนอในรูปแบบการ Switch Materials และรูปแบบของเสื้อผ้าที่จะปรากฏใน
เคยมีงานวิจัยของ Massachusetts Institute of Technology (MIT) อ้างว่ากว่าจะออกมาเป็นสนีกเกอร์หนึ่งคู่ มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 13.6 กิโลกรัม ยิ่งถ้าการผลิตใช้วัสดุจากหนัง ตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัว แต่ต้องบอกว่าตอนนี้แฟชั่นสนีกเกอร์ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว หลายแบรนด์รองเท้าเริ่มหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่เพียงเน้นหนักแง่งานดีไซน์และประโยชน์ใช้สอย หากให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตโดยเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อมหรือน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในช่วงหลายปีมานี้เราเลยได้เห็นรองเท้าดีไซน์รักษ์โลกคลอดออกมาให้หนุ่ม ๆ หัวใจสีเขียวเลือกสอยกันไม่หยุดหย่อน UNLOCKMEN เลยอยากพาคุณสุภาพบุรุษไปชมสนีกเกอร์สุดเจ๋งจาก 5 แบรนด์ที่ทำจากสับปะรด ข้าวโพด พลาสติกชีวภาพ จวบจนขยะรีไซเคิล จะเท่และคลีนขนาดไหน ไปดูกัน! PLANT SHOE BY NATIVE SHOES สนีกเกอร์มินิมัลที่สร้างสรรค์โดยฝีมือของแบรนด์รองเท้าสัญชาติแคนาดา NATIVE SHOES คู่นี้ผลิตจากพืช 100% ได้ยูคาลิปตัส เปลือกสับปะรด ใยปอแก้วออร์แกนิก และยางพาราเป็นส่วนประกอบหลัก PLANT SHOE ดีไซน์มาให้เป็นแบบ unisex จึงสวมใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ด้านบนของรองเท้าทำจากเปลือกสับปะรดและใยปอแก้วออร์แกนิก ก่อนจะใช้น้ำมันมะกอกและกาวจากยางพาราเชื่อมวัสดุทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตัวพื้นรองเท้าด้านนอกทำจากน้ำยางพาราธรรมชาติ แต่ไม่ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาทางปิโตรเคมีเหมือนกับยางชนิดอื่น ๆ ทำให้มันสามารถย่อยสลายจุลินทรีย์ได้เองตามธรรมชาติและเร็วกว่าปกติหลายเท่า รวมถึงกลายเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพเยี่ยมได้อีกด้วย TREAD
เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับหนังซูเปอร์ฮีโร่ปิดเฟส 3 ของฮีโร่จากตระกูล Marvel กับ Spider-Man: Far from home ทำให้แบรนด์เครื่องกีฬาชื่อดังอย่าง Adidas ไม่พลาดที่จะลุกมาออกรองเท้าคอลเลกชันพิเศษสองคู่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดสูทของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ AlphaBOOST x SPIDER-MAN AlphaBOOST รองเท้ากีฬาที่ออกแบบมารองรับการวิ่งโดยเฉพาะได้รับการดัดแปลงลวดลายใหม่โดยนำต้นแบบมาจากชุดสูทเฉพาะกิจสำหรับต่อสู้กับเหล่าวายร้ายในทวีปยุโรปของ Spider-Man ที่ผู้คนทั่วไปเรียกชุดนี้ว่า Night Monkey เพราะชุดดังกล่าวทำจากวัสดุสีดำทั้งหมด เว้นไว้แค่เพียงบริเวณดวงตาที่เป็นสีขาวเท่านั้น AlphaBOOST ที่ Adidas ร่วมสร้างสรรค์กับ Marvel จึงใช้ผ้าสีดำทั้งหมดและตัดด้วยสีขาวบริเวณ Midsole เพื่อขับให้ภาพรวมของรองเท้าโดดเด่นขึ้น สามารถสวมใส่เดินถนนในวันที่ต้องออกไปข้างนอก ไปออกกำลังกายบนลู่วิ่งในฟิตเนสหรือลงจากลู่ไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้านก็ได้ทั้งนั้น NEMEZIZ x SPIDER-MAN Adidas NEMEZIZ 19+ รองเท้าฟุตบอลที่พัฒนามาเพื่อความได้เปรียบบนสนามที่พร้อมสำหรับการบุกทำประตูไปจนถึงการออกแบบที่ป้องกันการปะทะจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดสูทหลักของ Spider-Man ที่ประกอบด้วยสีน้ำเงินและแดงเป็นหลัก เอกลักษณ์ที่น่าสนใจสะท้อนผ่านการออกแบบที่เล่นกับความเข้มอ่อนของแต่ละสีที่พาดเป็นเส้นสลับไปมาคล้ายกับใยแมงมุมลงยิงพันลงบนผ้าที่พันอยู่ทั่วรองเท้า ตรงส่วน Heel Counter และ Insole ประทับด้วยแถบสามเส้นสัญลักษณ์แสนคุ้นตาของ Adidas บริเวณ
ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์เก่าแก่ระดับโลกที่เหล่าบรรดาผู้หลงใหลในมนต์เสน่ห์แห่งเรือนเวลารู้จักกันดี กับแบรนด์ Longines (ลองจินส์)อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของนวัตกรรมเวลาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ยืนหยัดมายาวนานกว่า 187 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาในปี 1832 ที่เมือง Saint-Imier ก่อนที่จะใช้ชื่อ Longines ซึ่งเป็นการนำเอาชื่อบริเวณที่ตั้งโรงงานมาใช้เป็นชื่อแบรนด์อย่างเป็นทางการ จากวันนั้นถึงวันนี้ชื่อเสียงของ Longines และโลโก้นาฬิกาทรายติดปีกกลายเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลก ในเรื่องของความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาที่มีดีไซน์เรียบหรู ผสานเข้ากับเทคโนโลยีการบอกเวลาทรงประสิทธิภาพ จนได้รับเลือกให้เป็นผู้จับเวลาการแข่งขันกีฬาระดับโลกมากมาย รวมถึงเป็นพันธมิตรกับสมาพันธ์กีฬานานาชาติ ทำให้ชื่อของ Longines เป็นส่วนหนึ่งของโลกกีฬามาโดยตลอด และคุณสมบัติเด่นเหล่านั้นได้รับการถ่ายทอดมาสู่เรือนเวลาคอลเลคชัน Longines Sport ซึ่งมี Longines HydroConquest ยืนหนึ่งเป็นรุ่นยอดนิยม ด้วยรูปลักษณ์ และฟังก์ชั่นตอบโจทย์โดนใจผู้ที่หลงใหลการออกผจญภัยในกีฬาทางน้ำ แต่ขณะเดียวกันภายใต้ดีไซน์สปอร์ตนั้นก็ยังคงความเรียบหรูสง่างามอันเป็นหัวใจของแบรนด์ไว้ได้เป็นอย่างดี THE NEW HYDROCONQUEST หลังจากที่ Longines เปิดตัวนาฬิกาขอบตัวเรือนเซรามิกสีต่าง ๆ ในคอลเลกชัน HydroConquest ไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดยังได้มีการเติมความสมบูรณ์แบบให้กับคอลเลกชัน HydroConquest อีกครั้ง ด้วยเรือนเวลาโฉมใหม่ขยี้ใจคนชอบของดำด้วย All-black ceramic version ผลิตจากเซรามิกสีดำทั้งตัวเรือน ที่ยังคงสะท้อนถึงแรงบันดาลใจจากโลกกีฬาทางน้ำ ผสมผสานเข้ากับความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีการผลิต และความเท่แบบหรู ๆ ดูมีระดับตามสไตล์ Longines เอาไว้อย่างชัดเจน สำหรับวัสดุที่ใช้นั้นขอบอกว่าไม่ใช่เซรามิกแบบไก่กา แต่ Longines HydroConquest โฉม All-black มาพร้อมตัวเรือนที่ผลิตขึ้นจาก
เคยสงสัยกันไหมว่าเสื้อผ้าสุดอลังการที่เหล่าศิลปินใส่ขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตนั้น พวกเขานำกลับมาใส่อีกครั้งหรือไม่? สุดท้ายแล้วมันไปอยู่ที่ไหน? หรือถูกวางขายในตลาดมือสองสักแห่งไปแล้ว? ถึงจะมีศิลปินหลายคนที่ใส่เสื้อผ้าซ้ำในการทัวร์คอนเสิร์ต แต่สำหรับงานพิเศษ ๆ อย่าง Glastonbury หรือ Coachella ที่หนึ่งปีมีครั้งนั้น แน่นอนว่าพวกเขาพร้อมจะอวดโฉมกันแบบไม่มีใครยอมใคร เสื้อผ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าของแต่ละคนจะต้องโดดเด่น และอาจสวมใส่เพื่องานนี้เท่านั้น โดยคุณจะไม่ได้เห็นมันที่ไหนอีก! วัฒนธรรม “Throwaway Fashion” หรือ “แฟชั่นใส่แล้วทิ้ง” กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก แต่แฟชั่นกับดนตรีก็นับว่าเป็นสองสิ่งที่ไม่มีวันแยกจาก ในเมื่อโลกเปลี่ยนแปลง ศิลปินก็มีการปรับตัวเช่นกัน เหล่าศิลปินที่ขึ้นโชว์ในงาน Glastonbury ปี 2019 นี้ จึงหันมารวมตัวกันทำสิ่งดี ๆ บริจาคเสื้อผ้าที่ใช้ขึ้นแสดงบนเวทีให้กับองค์กรการกุศลที่ชื่อว่า Oxfam เสียเลย ซึ่งมูลนิธินี้ต่อสู้กับ Throwaway Fashion มาอย่างยาวนาน โดยเสื้อผ้าที่ศิลปินบริจาคจะถูกนำไปวางขายหรือเปิดประมูลต่อ เพื่อนำรายได้เข้าสู่องค์กร และนำไปทำประโยชน์ต่อ ๆ ไป ว่าแต่จะมีใครบ้างที่ร่วมการบริจาคครั้งนี้เรามาดูกัน Kylie Minogue ป๊อปสตาร์ตัวแม่คนนี้เป็นเจ้าของตำแหน่ง Legend Slot งาน Glastonbury ประจำปีนี้ (หลังจากห่างหายจากงานไปยาวนานถึง 14 ปี) เธอได้บริจาคหมวกกันแดด (Sun
เป็นอีกครั้งที่แบรนด์นาฬิการะดับตำนานอย่าง Patek Philippe ส่งผลงานเข้าสู่งานประมูลนาฬิกาเพื่อการกุศลชื่อดังอย่าง OnlyWatch ที่จัดขึ้น 2 ปีหน และครั้งนี้ถือเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 นับจากเริ่มต้นครั้งแรกในปี 2005 จากคอนเซ็ปต์การประมูลนาฬิกาพิเศษที่มีเพียงเรือนเดียวในโลก ตรงกับชื่องานที่ตั้งไว้คือ “Only Watch” ทำให้งานนี้กลายเป็นงานที่รวมนาฬิกาหายากจากแบรนด์ชั้นนำทั่วทุกมุมโลก และอยู่ในระดับแรร์สุด ๆ เพราะบางเจ้าถึงกับออกแบบและผลิตนาฬิกามาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ OnlyWatch งานประมูลนาฬิการะดับโลกที่นำรายได้ทั้งหมดมอบให้กับ Monegasque Association องค์กรที่นำเงินไปสนับสนุนโครงการวิจัยเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้อเสื่อมดูเชน Duchenne muscular dystrophy (DMD) และแม้งานนี้จะเป็นงานประมูลการกุศลแต่อย่าได้ดูถูกความสามารถของคำว่า “เรือนเดียวในโลก” เด็ดขาด เพราะในปีที่ผ่านมาเงินสะพัดภายในงานประมูล OnlyWatch นั้นสูงถึง 1,300,000,000 ล้านบาท แน่นอนว่าไม่มีทางที่ Patek Philippe จะพลาดงานนาฬิกาการกุศลที่ใหญ่ขนาดนี้ ชื่อของ Patek จึงอยู่ในลิสต์หนึ่งในห้าสิบสองแบรนด์ที่จะนำนาฬิกามาประมูลในปีนี้ทันทีพร้อมระบุรุ่นนาฬิกาที่เคาะราคาไม่ได้ง่ายอย่าง Grandmaster Chime 6300A (Grandmaster Chime Ref.6300) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ หน้าปัดบอกเวลาทั้งหน้าและหลัง แถมได้รับการยอมรับจนถูกขนานนามให้เป็นนาฬิกาข้อมือที่มีความซับซ้อนที่สุดในโลก Patek Philippe ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตในการสร้างระบบกลไกแสดงเวลาที่ซับซ้อน หน้าปัดทั้งสองด้านผลิตจากทองคำ 18 กะรัต ด้านหนึ่งใช้สีแซลมอนพร้อมแกะสลักลวดลาย Guilloche หรือที่เรียกว่าลายกิโยเช่ที่รับแรงบันดาลใจจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ออกมาเป็นลายเส้นบนหน้าปัดนาฬิกา รังสรรค์โดยช่างฝีมือที่รับประกันว่าเป็นงานทำมือ


