ทุกวันนี้เรามักจะได้ยินคำว่า “เล่นใหญ่” กับทุกวงการที่เกี่ยวข้องกับไอเดีย เพราะคนมักคิดว่าการแสดงออกให้ใหญ่เข้าไว้จะสร้างความประทับใจได้ แต่สำหรับเรื่องของศิลปะมีไดนามิกมากกว่านั้น เพราะไม่จำกัดขนาด แนวคิด หรือกรอบกฎเกณฑ์ใดเลย เช่นเดียวกับผลงานศิลปะของ Tanaka Tatsuya ศิลปินชาวญี่ปุ่นที่อยู่ระหว่างจัดขึ้นที่ No. 8 Bridge Space of Art in Shanghai ภายใต้ชื่อนิทรรศการว่า “Miniature Life Exhibition” ซึ่งรวบรวมผลงานจำนวนกว่า 100 ชิ้น นำเสนอไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันในมุมมองต่าง ๆ ด้วยการ “เล่นเล็ก” แต่ทำให้รู้สึกใหญ่ได้ จากการหยิบวัตถุชิ้นเล็กใกล้ตัว มาเล่าเรื่องใหม่อย่างน่าสนใจ เบื้องหลังการสร้างสรรค์ภาพเหล่านี้มาจากความคิด และความประณีตในการจัดวางก่อนจะได้ภาพสวย ๆ ทุกใบ นี่คือตัวอย่างของภาพผลงานเพียง 1 ส่วน 10 ของจำนวนผลงานทั้งหมดที่เรานำมาฝาก ที่เราเชื่อว่าน่าจะช่วยปลดล็อกไอเดียความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้ไม่มากก็น้อย ใครชื่นชอบผลงานแนวมินิของเขา แต่ยังไม่จุใจอยากติดตามต่อ สามารถเข้าไปตามต่อได้ในนี้ SOURCE
ในตลาดซื้อขายเสื้อผ้ามือสอง มีเทรนด์ที่ทำให้พ่อค้าออนไลน์สายแฟชั่นหลายคนเลือกเก็บและทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ นอกจากเสื้อวง ความนิยมเก็บ Vintage Sportswear ก็การันตีความสำเร็จได้ตลอดกาลเช่นกัน ซึ่งหนึ่งแบรนด์ที่นักสะสมนิยมเก็บและหยิบมาใส่ ต้องยกให้ดีไซน์สุดคลาสสิคจาก Tommy Hilfiger จุดเด่นของเสื้อผ้าจากมันสมองของ Thomas Jacob Hilfiger แฟชั่นดีไซเนอร์ชาวอเมริกันที่สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักตั้งแต่ปี 1985 เสื้อผ้าที่ชูดีไซน์สี Bi-Color ขาวแดง เต็มไปด้วย essence ของความเป็น American Classic ก่อนจะดังเป็นพลุแตกในช่วง 90s จาก Rave Culture ปาร์ตี้ที่จัดให้บรรดาวัยรุ่นได้อวดท่าเต้นและการแต่งตัวสไตล์ Sportswear ไซส์ใหญ่เกินตัวเข้าแข่งกัน จนเป็นที่มาของเทรนด์ 90’s Vintage Sportswear มีแบรนด์ที่โด่งดังคุ้นหูพวกเรามากมายอย่างเช่น Fila, Champion และ Tommy Hilfiger แทรกซึมเข้าไปได้ในทุก Culture ตั้งแต่ Preppy, Hip-Hop หรือแม้แต่ Streetwear ที่นิยมความ Vintage ของแบรนด์นี้อย่างไม่เสื่อมคลาย ถือเป็นการ Collab ที่ดีสำหรับคนที่ไม่ถนัดเก็บเสื้อ Vintage แต่อยากแต่งตัวแนว
สำหรับหนุ่มคนไหนรักการตกแต่งพื้นที่ของตัวเองให้เป็นไปตามความชอบ คุมโทน คุมเรื่องราว ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือแม้แต่สตอรี่ของของตกแต่งชิ้นนั้น ๆ ก็สามารถมาเป็นสิ่งตกแต่งได้เช่นกัน เชื่อเถอะว่าหนุ่มประเภทนี้มักจะสอดส่ายสายตาไปที่ดีเทลของสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อปรับเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่บ้าง และมองหาสิ่งที่จะมาเพิ่มเติมบ้าง UNLOCKMEN อยากชวนหนุ่มที่ชื่นชอบ Interior Design มาดู Documentary ที่เราแนะนำซึ่งเกือบทั้งหมดสามารถหาดูได้ใน Netflix เผื่อว่าใครจะได้ไอเดียเจ๋ง ๆ ไปไว้ใช้กับพื้นที่ของตัวเองกันบ้าง Amazing Interior บ้านหน้าตาธรรมดา ๆ หากมองจากภายนอก แต่พอได้ก้าวเข้าไปแล้วเราจะพบว่า Interior Design คือหัวใจสำคัญของบ้านหลังนั้น ๆ เพราะมันเปลี่ยนภายนอกที่น่าเบื่อ ธรรมดา เหมือน ๆ กันไปหมด ให้แตกต่างกันได้ตามความชอบของเราเอง ซึ่งเรื่องนี้จะพาเราไปดูบ้านเหล่านั้นที่ Interior Design ตอบโจทย์ความชอบส่วนตัวของเจ้าของแบบสุดขั้ว ไม่ใช่แค่การตกแต่งเล็กน้อย แขวนรูป ทาสี อะไรแบบนั้นแล้ว แต่ Beyond ไปถึงการทำพื้นที่นั้นให้กลายเป็นโลกส่วนตัวของเจ้าของจริง ๆ Stay Here ดีไซน์เนอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์จะพาเราไปดูพื้นที่เจ๋ง ๆ ที่เจ้าของเลือกจะเปลี่ยนมันให้เป็นที่พักแบบไม่เหมือนกันด้วย Interior Design
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดเหตุเรียกความฮาปนสงสัยขึ้นบนโลกแฟชั่น เมื่อ Dan Jagger ผู้จัดการร้าน Supreme สาขาลอนดอน ประเทศอังกฤษเดินมาทำงานในตอนเช้า แล้วพบว่าป้ายโลโก้หน้าร้านมีลักษณะห้อยลงมาอย่างน่าแปลกใจ จนเมื่อไปเปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่า ต้นเหตุเกิดจากชายคนหนึ่งพยายามจะดึงมันออก หมายจะขโมยมันไปอย่างไม่ต้องสงสัย แต่โชคดีของร้านที่มันทำไม่สำเร็จ ป้ายจึงมีสภาพอย่างที่เห็น ที่น่าแปลกคือความกล้าบ้าบิ่นของชายคนดังกล่าว เป็นความระห่ำอันยิ่งใหญ่แถมยังทำในจุดไม่ลับตาคน เนื่องจากช็อป Supreme สาขาลอนดอนนั้นตั้งอยู่ใจกลางย่าน Soho ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งกิน เที่ยว ช้อป ยอดนิยมของเขต West End ที่เต็มไปด้วย ผับบาร์ ร้านอาหาร รวมไปถึงแหล่งช้อปปิ้งสินค้ามากมาย ซึ่งจะมีคนไปพลุกพล่านตลอดเวลา แต่เท่าที่เห็นจากในวิดีโอ ชายคนนั้นก็ไม่ได้สนใจใคร คงเพราะโลโก้ Supreme มันช่างยั่วยวนใจให้กระชากมาครอบครองเหลือเกิน แต่อีกนัยยะหนึ่งมันแสดงถึงความมีคุณค่าและราคาของ Supreme Logo Box ที่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะถูกหยิบจับไปแปะกับอะไรก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งนั้นได้หลายเท่าตัว ยกตัวอย่างจาก Items ในคอลเลกชัน Supreme Accessories SS18 ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรือยางกับไม้พายขวาน สารพัดสิ่งไลฟ์สไตล์ที่ไม่เกี่ยวกับแฟชั่น ไปยันหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ The NewYork Post ก็ทำมาแล้ว แถมยังขายได้ขายดีทุกล็อต ซึ่งแฟน ๆ Supreme
การดูหนังในโรงภาพยนตร์คงเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนเคยพบผ่าน การตีตั๋วเข้าไปแต่ละครั้งก็คงไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนัก มีแค่ภาพยนตร์ที่เข้าฉายเท่านั้นที่เปลี่ยนไปทุกครั้ง ส่วนบรรยากาศสถานที่ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ที่ไหน ตั๋วราคาเท่าไร ก็ไม่แตกต่างกันนัก มีเพียงความสะดวกสบายเท่านั้นที่แปรผันตามราคาที่จ่ายไป แต่ Delphi Lux Cinema ที่เรานำมาบอกเล่าวันนี้คือโรงภาพยนตร์ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การดูหนังของคุณไปอย่างสิ้นเชิง โรงภาพยนตร์สุดล้ำนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ไปสด ๆ ร้อน ๆ ในปี 2017 ออกแบบโดย ‘Yorck Group’ บริษัทสถาปนิกชื่อดังที่ผลงานส่วนใหญ่ของพวกเขาจะมีสไตล์ชัดเจนและเอกลักษณ์เฉพาะตัว Delphi Lux Cinema มีโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 7 โรง สามารถรองรับได้กว่า 600 ที่นั่งโดยมีเคานต์เตอร์ขายตั๋วซึ่งตกแต่งอย่างหรูหราเป็นจุดศูนย์กลาง และสิ่งที่ทำให้โรงภาพยนตร์แห่งนี้โดดเด่นคือในแต่ละโรงจะมีบรรยากาศแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เปรียบแต่ละโรงเป็นเหมือนแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะที่มีคอนเซ็ปต์ไม่เหมือนกัน Delphi Lux Cinema สร้างคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างของแต่ละโรงด้วยสีของหลอดไฟ LED ซึ่งประดับประดาไว้บนผนังและเพดานอย่างมีชั้นเชิงทางศิลปะ ความรู้สึกเมื่อเข้าไปในแต่ละโรงจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ Delphi Lux Cinema ยังโดดเด่นด้วยระบบเสียง จึงทำให้โรงภาพยนตร์แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศและการตกแต่งทำนั้นแต่ยังทำให้ผู้ชมทุกคนสามารถเข้าถึงอรรถรสของภาพยนตร์ได้อย่างแท้จริง เอาเป็นว่าถ้าใครมีโอกาสไปเยือนกรุงเบอร์ลิน Delphi Lux Cinema เป็นอีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาดในการแวะไปเยี่ยมเยือน ลองตีตั๋วภาพยนตร์สักเรื่องแล้วเข้าไปสัมผัสความล้ำที่เหมือนหลุดไปอยู่ในโลกไซไฟแฟนตาซีของที่นี่ คงเป็นประสบการณ์แปลกใหม่และตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลย SOURCE1
ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับผู้ชายที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวหน้าอย่างจริงจัง ซึ่งคำว่าจริงจังในที่นี้ไม่ใช่เรื่องชวนเครียด หรือเป็นอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อน วุ่นวายหลายขั้นตอน จนทำให้หนุ่ม ๆ ทั้งหลายถอดใจกันตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ถ้าจะอธิบายให้นึกภาพตามง่าย ๆ มันคือการเริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวนั่นเองซึ่งสาเหตุที่ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้าขนาดนี้ ก็เพราะว่าผิวหน้าที่ดูดีถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง First Impression เป็นสิ่งแรกที่สามารถใช้สร้างความประทับใจในขณะที่พบปะผู้คนได้ก่อนที่จะเอ่ยปากทักทายกันเสียอีก เนื่องจากเป็นส่วนที่โดดเด่นและเรียกได้ว่าถูกเปิดเผยมากที่สุดของร่างกาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผิวหน้าจะต้องเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควัน รวมถึงสิ่งสกปรกทั้งหลายได้มากกว่าส่วนอื่น ๆ ในขณะเดียวกันผิวหน้ายังเจอกับศึกภายในที่มีปัจจัยจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบผู้ชายที่เป็นการทำร้ายผิวหน้าให้ต้องรับมืออยู่ตลอดเวลา เมื่อผิวหน้าต้องเจอศึกหนักขนาดนี้ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนออกไปเผชิญปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายที่คอยรบกวนผิวหน้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาคอยเยียวยาภายหลังถูกปัญหาผิวหน้ารุมเร้า แต่ก่อนจะไปพบกับการดูแลผิวหน้าที่ถูกวิธี ขั้นแรกผู้ชายอย่างเราจำเป็นต้องหยุดทำร้ายผิวหน้าด้วยวิธีผิด ๆ ที่หลายคนปฏิบัติกันมาเนิ่นนานจนเคยชิน ไม่ว่าจะเป็นการเอาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของแฟนสาวมาใช้ โดยไม่คำนึงถึงสภาพผิวที่แตกต่าง, เน้นง่ายเข้าว่าเอาสบู่ถูตัวมาล้างหน้า จนสมดุลผิวหน้าพังจากค่า pH ที่ไม่เหมาะสม, ปล่อยเซอร์ไม่ทาครีมบำรุงใด ๆ ทั้งสิ้น หรือแม้กระทั่งอยากให้หน้าสะอาดใสแต่ดันล้างหน้าผิดวิธี ออกแรงถูมากเกินไป จนทำร้ายผิวหน้าอันบอบบางโดยไม่รู้ตัว เมื่อเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลผิวหน้ากันแล้ว “The Men Expert Bible” by L’Oreal Men Expert ไบเบิลเสริมหล่อ ขอนำเสนอขั้นตอนง่าย ๆในการดูแลผิวหน้าให้ถูกวิธี ที่หนุ่ม
เดินทางเข้าสู่ปีที่ 90 แล้วสำหรับ Mickey Mouse ตัวการ์ตูน Iconic ซึ่งแน่นอนว่าต้องเคยผ่านตาผู้ชายอย่างเรากันมาบ้างในวัยเด็ก แต่ที่สำคัญกว่าคือในวาระนี้ มีการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 จิตวิญญาณลูกผู้ชาย หนึ่งคือ Vault by Vans และอีกหนึ่งคือ Disney โดยใช้การเล่าเรื่องผ่านศิลปินชื่อดัง 4 คน แถมเลือกใช้รองเท้า Signature High-Top อย่าง Vans OG SK8- Hi LX เป็นโมเดลหลักอีกด้วย ไปดูกันว่าคอลเลกชันไหนของใครจะโดนใจกันบ้าง x John Van Hamersveld ขาใหญ่วงการกราฟิกดีไซน์ตั้งแต่ยุค 60’s ผู้เคยออกแบบปกอัลบั้มให้กับศิลปินในตำนานอย่าง Jimi Hendrix, The Rolling Stone และยังทำงานเกี่ยวกับแวดวงดนตรีอีกมากมาย เขาเป็นเหมือนตัวแทนกราฟิกตี้ของชาวแคลิฟอร์เนียตอนใต้ โดยผลงานที่โดดเด่นคือการใช้สีสันเป็นตัวแทนอารมณ์การแสดงออก ผสมผสานความสดใสของการเล่นเซิร์ฟและดนตรี งานออกแบบครั้งนี้เขาแสดงมันผ่านตัวการ์ตูน Mickey Mouse แทนกลุ่มคลื่นที่พวกเราคุ้นเคย x Mark
อาจเป็นเพราะการเริ่มต้นด้วยความเข้าใจของศิลปินหรืออาจเป็นเพราะความคิดแบบเหมารวมของผู้คนในสังคมไทยที่ว่า งานศิลปะและศิลปินเป็นสิ่งที่แปลกแยกไปจากสังคม ไม่ได้มาซึ่งประโยชน์อะไรต่อผู้ใดเลยนอกจากศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน จึงทำให้การชื่นชมและเข้าใจผลงานศิลปะกลายเป็นเรื่องไกลตัว จับต้องได้ยาก และดูจะห่างไกลจากชีวิตอันเร่งรีบของคนทั่วไปซะเหลือเกิน การชื่นชมงานศิลปะจึงเป็นเรื่องของบุคคลที่มีเวลาและมีทรัพย์สินมากจนเหลือกินเหลือใช้แล้ว ความคิดในลักษณะนี้อาจเป็นความคิดที่ถูกต้องในด้านหนึ่ง เพราะหากเปรียบเทียบเป็นสินค้าแล้ว ผลงานศิลปะของศิลปินที่มีชื่อเสียงหรือจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ มักถูกซื้อขายให้กับผู้ที่มีฐานะดีในราคาที่สูง ไม่ต่างจากการจ่ายค่าบูชาพระเครื่องชื่อดังที่การซื้อขายแต่ละครั้งก็เป็นข่าวให้พูดถึงกันไป แต่สิ่งที่เป็นข่าวมักเป็นจำนวนหลักตัวเลขของราคาซะมากกว่า น้อยครั้งหรือแทบจะไม่เคยปรากฏว่าสื่อได้นำเสนอเนื้อหาสาระอันเป็นแก่นของผลงานราคาแพง ทำให้ผู้ที่มีฐานะปานกลางหรือผู้ใช้แรงงานหาเช้ากินค่ำ ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตนเองต่างลงความเห็นกันอยู่ในใจว่าพวกเขาไม่มีโอกาสครอบครองงานศิลปะดีๆ จากศิลปินชั้นเยี่ยมเหล่านั้น ประเทศไทยมีศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพิ่มขึ้นทุกวัน มีสถาบันที่ให้การเรียนการสอนศิลปะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตที่แทบจะนับจำนวนสถานที่ฝึกสอนและจำนวนคนเรียนได้เป็นรายบุคคล การสนับสนุนให้ผู้คนเกิดการรับรู้ก็มีมากขึ้น แต่อย่าพึ่งพูดถึงการสะสมผลงานศิลปะเลย แม้แต่การไปชื่นชมผลงานศิลปะตามแหล่งที่จัดนิทรรศการต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากการเดินทางและค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามปกติก็ยังเป็นกิจกรรมลำดับท้าย ๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะเลือกทำ หรืออาจไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำไป ทำให้แนวคิดที่ว่า เรื่องศิลปะเป็นสิ่งไม่จำเป็นสำหรับชีวิต กลายเป็นเรื่องจริง! หากมองในเชิงธุรกิจแล้ว ให้ศิลปะเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่มีละคร เกมโชว์ และสิ่งบันเทิงต่าง ๆ เป็นคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ศิลปะคงเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบอยู่ไม่น้อย หากแข่งขันภายใต้วิธีการเดียวกัน เพราะในขณะที่คู่แข่งมีทุน มีเทคนิค มีรูปแบบเนื้อหาที่ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย ผู้ชมยังได้ตื่นตาตื่นใจกับดารานักร้องหน้าตาหล่อสวย หัวเราะสนุกสนานกับบรรดาสารพัดตลก เร้าใจไปกับเกมโชว์ต่าง ๆ แม้แต่ร่วมลุ้นรางวัลที่สามารถมีส่วนร่วมได้ด้วย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อแต่งตัวออกจากบ้านแล้วเดินทางไปหอศิลป์แห่งหนึ่งเพื่อชมงานศิลปะของศิลปิน เราอาจรู้สึกว่าโอกาสที่ศิลปะจะเข้าถึงจิตใจของผู้คนในสังคมดูจะมีน้อย แต่หากมองในอีกมุมหนึ่งจะเห็นว่า เป็นโอกาสดีที่ศิลปะยังจะมีโอกาสได้เติบโตอีกมาก เพราะยังมีการตั้งคำถามว่าศิลปะคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และจะเข้าใจศิลปะได้อย่างไร
ถือว่าเป็นรองเท้าที่ Collaboration กันอย่างยิ่งใหญ่ที่คนในวงการต่างเรียกขานกันว่าเป็นระดับ Super Bowl แห่งวงการ Sneaker เลยทีเดียว และยังวางขายต้อนรับช่วงเทศกาล Super Bowl 2019 พอดีด้วย (February 3, 2019) นั่นคือ SuperBowl Exclusive Bape x adidas UltraBoost เมื่อลายสามขีดกับลิงมาพบเจอกัน โดยก่อนหน้านี้ YeezyMafia ได้เผยโฉมออกมาให้เราเห็นกันไปแล้วรุ่นนึง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวอีกครั้งในโทนสีดำที่ขรึมเท่น้ำตาไหล เราจึงรวมไว้อัพเดทให้พร้อมกันซะเลย เริ่มจากช่วงสับดาห์ที่แล้ว YeezeMafia เผยโฉม Bape x adidas UltraBoost คู่แรก ที่มาในลวดลาย Camo เขียวของ Bape มีสัญลักษณ์ลิงยักษ์ผสมอยู่ประปรายกระจายทั่ว upper บริเวณ Cage ใช้ลาย 3 ขีดสีขาวขนาดใหญ่เด่นชัดกลางคู่ พื้น Sole ใช้สีดำทำให้โทนโดยรวมดูขรึมเท่ขึ้นกว่าพื้น Sole สีขาวปกติแบบในรุ่นก่อน คู่แรกคาดว่าจะวางขายช่วงมกราคม 2019 ราคาป้ายราว 6,500
ตราบใดที่มนุษย์ยังคงต้องสวมใส่เสื้อผ้า เมื่อนั้นแฟชั่นก็ยังถือเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ แม้หนุ่ม ๆ หลายคนจะพลางคิดในใจว่า แท้จริงแล้วแฟชั่นนั้นคืออะไร? จำเป็นต้องแต่งตัวด้วยไอเทมหรูหราราคาแพงถึงจะออกมาดูดีหรือไม่? ซึ่งพวกเราอยากจะบอก ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายสไตล์ไหน ใส่เสื้อยืดรองเท้าแตะธรรมดา หรือสูทราคาเป็นแสน มันคือเรื่องของสไตล์ที่ไม่มีใครสามารถปรับเปลี่ยนกันได้ วันนี้ UNLOCKMEN จะนำบทสัมภาษณ์จากสองแฟชั่นตัวพ่อแห่งวงการสตรีทแวร์ ที่มีไลฟ์สไตล์โดดเด่นอย่าง คุณ ปิ๊น อนุพงศ์ คุตติกุล หรือที่น่าจะรู้กันดีในชื่อ ปิ๊น Carnival และ คุณ กัญ ชลัช ปุณยาฤทธิ์ แฟชั่นนิสต้าที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน ซึ่งจะมาเผยถึงความหลงใหล รวมถึงตัวตนของพวกเขาที่มีแฟชั่นเป็นแรงขับเคลื่อน รับรองว่าหลังจากทุกคนอ่านบทสัมภาษณ์นี้จบแล้ว คุณจะได้เข้าใจและมีมุมมองต่อแฟชั่นที่เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ปิ๊น Carnival “เพราะแฟชั่นคือความสุขที่ผมมอบให้กับตัวเองได้ในทุก ๆ วัน……การแต่งตัวไม่จำเป็นจะต้องเป็นยี่ห้อแพง ถ้าเกิดมันไม่เข้ากับตัวคุณ ลองค้นหาสไตล์จนเจอ Distinctive Style คุณก็จะสนุกกับแฟชั่นโดยที่คุณไม่ต้องแคร์ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาใส่หรือฮิตอะไรกัน เพียงแค่มันเป็นสไตล์ที่เราอยากนำเสนอพอ” ก่อนอื่นเลย อยากจะถามว่าอะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้มาหลงใหล รวมถึงชอบเรื่องแฟชั่น? คือมนุษย์ต้องแต่งตัวทุกวันอยู่แล้ว เสน่ห์ของมันคือการที่เราพรีเซ้นท์ตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน นิสัยยังไง ทั้งหมดมันสามารถถูกนำเสนอผ่านการแต่งตัวได้ ที่เราสามารถเลือกที่จะพรีเซ้นท์ในแต่วัน อย่างเช่น อินกับหนังเรื่องนี้ เราอินกับเพลงนี้
เจเกอร์-เลอคูลทร์ (Jaeger-LeCoultre) แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานเอ็กซ์คลูซีฟ ปาร์ตี้ ฉลองเปิดตัวเรือนเวลาคอลเลคชั่นใหม่ Jaeger-LeCoultre Polaris อย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย กับการปลุกตำนานความยิ่งใหญ่ 50 ปี ของนาฬิการุ่นไอคอนนิคที่มาพร้อมฟังก์ชั่นปลุกเตือนให้หวนกลับมาโลดแล่นในโลกแห่งเวลาอีกครั้ง ด้วยการพลิกโฉมสู่ความสง่างามมิติใหม่ในสไตล์สปอร์ตเต็มรูปแบบตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของสุภาพบุรษ อีกทั้งร่วมชมนิทรรศการประวัติศาสตร์เรือนเวลาครั้งสำคัญจากเจเกอร์-เลอคูลทร์ เพื่อซึมซับจิตวิญญาณแห่งเส้นทางการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกอันล้ำค่า ที่นำมาจัดแสดงในโอกาสพิเศษนี้โดยเฉพาะ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้และวอทช์ เลิฟเวอร์ตบเท้าเข้าร่วมงานมากมาย ย้อนไปในปี 1968 หลังจากที่คอนาฬิกาวินเทจจากทั่วโลกได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเรือนเวลาในตำนานอย่าง “เมโมว็อกซ์ โพลาริส” (Memovox Polaris) นาฬิกาสำหรับดำน้ำที่ได้ชื่อว่าเป็นรุ่นต้นแบบของการประดิษฐ์จักรกลเวลาที่ติดตั้งด้วยฟังก์ชั่นปลุกเตือน (Alarm) ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์อันตราตรึงผสานกับการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม จึงทำให้ปัจจุบันเมโมว็อกซ์ โพลาริส ยังคงน่าพิสมัยเสมอในสายตาของเหล่านักสะสมนาฬิกา โดยในปี 2018 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ให้กับเรือนเวลาอันชวนหลงใหล เจเกอร์-เลอคูลทร์จึงถือเอาฤกษ์ดีนี้เปิดตัว “เจเกอร์-เลอคูลทร์ โพลาริส” (Jaeger-LeCoultre Polaris) คอลเลคชั่นใหม่ ที่ยังคงสืบทอดจิตวิญญาณจากรุ่นดั้งเดิมไว้ได้อย่างไร้ที่ติ ภายใต้ประเพณีอันลึกซึ้งของการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาจักรกลที่มีความสลับซับซ้อน โดยนำมาตีความอย่างร่วมสมัยเพื่อมอบสัมผัสแสนสมบูรณ์แบบด้วย 5 รุ่น 5 ดีไซน์ล่าสุดที่มาพร้อมความหลากหลายด้านฟังก์ชั่นครบทุกความต้องการ มนต์เสน่ห์แห่งความเรียบง่าย “Jaeger-LeCoultre Polaris Automatic” ผลงานสไตล์สปอร์ตที่มอบสัมผัสความเรียบง่ายแต่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ล้นเหลือ
นับวันเทคโนโลยิ่งก้าวหน้าขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งจนบางครั้งเราเองก็ตามไม่ทัน ในขณะที่เรายังรู้สึกทึ่งต่อการมาเยือนของ 3D-Printed ที่สามารถปรินท์ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันออกมาใช้งานได้จริง เทคโนโลยีก็เหมือนตบหน้าเราฉาดใหญ่พร้อมบอกว่าข้ายังเจ๋งกว่านั้นได้อีกเยอะ เพราะสิ่งที่ UNLOCKMEN นำมาเสนอในวันนี้คือ Curve Appeal 3D-Printed House บ้านสุดหรูที่ไม่ต้องใช้แรงงานในการก่อสร้าง แต่ปรินท์มันออกมาจากเครื่อง 3D-Printed ที่เห็นแล้วต้องอุทานว่าบ้าไปแล้ว! ด้วยความทะเยอทะยานในการพัฒนาเทคโนโลยี 3D Printed จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดโครงการ Curve Appeal 3D-Printed House นี้ขึ้นมา โดยบริษัท WATG เป็นผู้ออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมยุค 50 โดดเด่นด้วยดีไซน์โค้งมน กระจกโปร่งใสทำให้ได้รับแสงจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ และไม่ใช่แค่ความสวยงามเท่านั้นเพราะโครงสร้างนี้ยังมาพร้อมความคงทนแข็งแรง รูปทรงแนวโค้งทำให้การถ่ายเทน้ำหนักเป็นไปอย่างสมดุล บ้านขนาด 1,000 ตารางฟุตนี้จะถูกเนรมิตรขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยี 3D Printed จากบริษัท Branch Tecnchology’s ตั้งอยู่ที่เมือง Chattanooga รัฐ Tennessee ซึ่งถึงแม้ในตอนนี้โครงการจะยังไม่แล้วเสร็จแต่เราจะได้เห็นบ้านหลังนี้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างภายในสิ้นปีนี้แน่นอน SOURCE1


