“เพราะความสำเร็จนั้นไม่มีทางลัด” ในยุคที่ทุกคนต้องการออกมาเป็นเจ้านายตัวเอง อยากเริ่มต้นสร้างธุรกิจและวิ่งหนีระบบองค์กรการทำงานประจำ เรามักถูก Life Coach หรือคำคมต่าง ๆ สอนให้เชื่อว่าสามารถประสบความสำเร็จได้ ทำให้เราได้เห็นธุรกิจ Start Up เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเด็กยุค Gen Z ที่มีฝันอันแรงกล้าต้องการจะประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย ๆ เพราะพวกเราล้วนถูกสอนให้มีไอดอลอย่าง Mark Zuckerberg หรือ Steve Jobs ซึ่งการที่เด็กคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาบอกตัวเอง “ฉันต้องเป็นนักธุรกิจ” นั้นไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว เนื่องจากคุณมีสิทธิ์ที่รุ่งหรือร่วงก็ได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยความพร้อมด้านต่าง ๆ ในวันนี้เราจะขอนำเรื่องราวของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง สน จันทร์ศุภฤกษ์ เจ้าของแบรนด์ชุดสูท SUITCUBE ผู้ที่ทำให้เรื่องสูทเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวคนไทยมากยิ่งขึ้น โดยคุณ สน มีแนวคิดเรื่องการทำงานที่ค่อนข้างน่าสนใจ และเป็นคนที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความสำเร็จนั้นไม่มีทางลัด ต้องลงมือทำ จนออกดอกผลทำให้ SUITCUBE ในปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 8 สาขาด้วยกันในระยะเวลาไม่ถึง 4 ปี ดังนั้น UNLOCKMEN จะขอมาถอดรหัสความสำเร็จของ คุณ สน จันทร์ศุภฤกษ์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่มีไฟอยากจะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ก่อนอื่นเลยเราอาจจะมาทำความรู้จักกับ คุณ สน ก่อนว่ามีที่มา เริ่มต้นจับพลัดจับผลูอย่างไรถึงได้มาเริ่มต้นธุรกิจ SUITCUBE
ผู้ชายทุกคนมีเรื่องให้หลงใหลในชีวิตมากมายต่างกัน บ้างมี 2 บ้างมี 10 อยู่ที่ว่าอะไรทำให้เรามีความสุขได้ ถ้าทั้งสองสิ่งได้มาหลอมรวมเข้าด้วยกัน เพื่อสนองความอยากของตัวเอง เหมือนกับ James Turner ได้สร้าง Porsche 911 Paul Smith Artist Stripe ขึ้นมา โปรเจคส่วนตัวที่นำเอา The best of both world มารวมเข้าด้วยกันได้อย่างยอดเยี่ยมชิ้นนี้คือ Porsche 911 x Paul Smith Artist Stripe ที่งามงดหยดย้อย พึ่งผ่านการอวดโฉมในงานรวมยอดรถคลาสสิกอย่าง Le Mans Classic 2018 ไปหมาด ๆ และล่าสุดกับงาน GoodWood Festival Of Speed ในโอกาสฉลองวาระครบรอบ 70 ปีของ Porsche ในปีนี้ ซึ่งก็สวยเตะตาสุด ๆ ทั้งยามหยุดนิ่งและเมื่อโลดแล่นบนถนน จุดเริ่มต้นของโปรเจคนี้เกิดจากความชื่นชอบส่วนตัวของ James
ถือว่าข่าวแรงพอสมควรในช่วงนี้ สำหรับกระแสการเฟ้นหา James Bond คนใหม่ เพื่อมาแทนที่ Daniel Craig ซึ่งจะอำลาบทบาทพยัคฆ์ร้าย 007 หลังจากจบตอนที่ 25 ของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ชุดสายลับอันโด่งดังนี้ โดยที่แคนดิเดทที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากคงจะหนีไม่พ้น Idris Elba นักแสดงผิวสีชาวอังกฤษ ขึ้นแท่นมาเป็นเต็งหนึ่งตามที่สื่อหลาย ๆ เจ้าคาดการณ์กันว่าจะเข้ามารับช่วงต่อ และกลายเป็น James Bond ผิวสีคนแรกอีกด้วย ซึ่งอันที่จริงแล้ว Idris Elba เป็นนักแสดง Under Radar มากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะภาพยนตร์ที่เขานำแสดงส่วนใหญ่จะไม่ได้โด่งดังและเป็นที่พูดถึงมากนัก ยกเว้นบทในภาพยนตร์ซีรีส์ John Luther แต่ทว่าบทสมบทต่าง ๆ ที่ Idris ไปร่วมแจมมักจะขโมยซีนตัวเอก อาทิ Heimdall ใน Thor หรือบทตัวร้ายอย่าง Krall จาก Star Trek : Beyond ดังนั้นก็ต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้ว Idris Elba จะกลายมาเป็น James Bond
นับตั้งแต่รองเท้าซี่รี่ย์ Air Jordan คู่แรกถูกวางขายในปี 1984 เป็นต้นมา ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี กับบทบาทในวงการกีฬาและแฟชั่น ทำให้มันกลายมาเป็นหนึ่งในรองเท้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมกับราคาที่อัพขึ้นทุกปี ทำให้มีหลายคนคิดจะหาเงินแบบผิด ๆ จากความต้องการทำกำไรจากตลาด Sneakers ที่หอมหวาน ล่าสุดจึงมีคดีใหญ่สะเทือนวงการ Sneakers โดยค่ายที่เกี่ยวข้องแบบเต็ม ๆ ก็คือ Nike หลังตำรวจนิวยอร์กได้จับกุมนักลักลอบขนของเถื่อนเข้าประเทศ 5 คน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวของกับการนำเข้ารองเท้า Nike และ Air Jordan ปลอมมากกว่า 385,280 คู่ เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือน มกราคม 2016 ถึง มีนาคม 2018 โดยซุกซ่อนแฝงเข้ามากับสินค้าอื่น ๆ ในตู้คอนเทนเนอร์กว่า 42 ตู้ ซึ่งคาดว่าถูกสั่งมาจากโรงงานในประเทศจีน เช่นเดียวกับสินค้าปลอมส่วนใหญ่ที่สหรัฐต้องจัดการล้วนมาจากที่นี่ทั้งสิ้น ถ้าประเมินผลกระทบด้านมูลค่า หากรองเท้าปลอมเหล่านี้หลุดรอดเข้าไปในสหรัฐได้สำเร็จ จะสร้างความเสียหายต่อตลาดรองเท้าและต่อ Nike มากถึง $73 ล้านเหรียญ
GIORGIO ARMANI แบรนด์ที่เป็นมากกว่าแบรนด์ สัญลักษณ์แห่งความสง่างามแบบอิตาเลียน แบรนด์ระดับโลกนี้สรรค์สร้างความงามแบบองค์รวมอย่างสง่าผ่าเผย ด้วยการเป็นแบรนด์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า น้ำหอม จนกระทั่งห้องเสื้อหรูหรา สำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ทุกอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่จะขับความเป็นตัวเอง ความโมเดิร์น และความหรูหราที่แท้จริง ซึ่งนั่นก็คือความโก้เก๋งามสง่าถึงขีดสุดเหนือกาลเวลา ดั่งเช่นคำกล่าวที่ว่า “Elegance Doesn’t Mean Being Noticed But Being Remembered.” ความเท่สง่าอาจไม่ใช่การเป็นที่สะดุดตา หากแต่คือการเป็นที่ตราตรึงในความทรงจำของผู้ที่พบเห็น GIORGIO ARMANI (จิออร์จิโอ อาร์มานี่) ขอแนะนำ Acqua Di Giò Absolu น้ำหอมลำดับที่ 3 ในตระกูล Acqua Di Giò ซึ่งรวมความสดชื่นของน้ำทะเลเข้ากับความอบอุ่นของไม้หอม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เสรีภาพ และการปลดปล่อยพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในตัวชายหนุ่ม Acqua Di Giò Absolu ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากสัมพันธภาพอันเย้ายวนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผสานพลังของน้ำเข้ากับเนื้อสัมผัสอันละเอียดอ่อนของไม้ เกิดเป็นน้ำหอมกลิ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับแก่นแท้ของน้ำและบทบาทสำคัญของน้ำในโลกธรรมชาติ ทั้งในแง่ของความลึกล้ำ พละกำลัง และความแรงกล้า นี่คือโลกที่มองผ่านสายตาของมิสเตอร์อาร์มานี่ที่ซึ่งการผนึกกำลังของน้ำและไม้พาเราเดินทางสู่ความเป็นชายที่อยู่เหนือกาลเวลาและมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมที่ลึกซึ้งขึ้น
การรีเซลล์รองเท้าแทบจะกลายเป็นธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรงที่มีเม็ดเงินสะพัดมากที่สุดประเภทหนึ่งในปัจจุบัน เพราะในแต่ละปีล้วนมีเงินหมุนเวียนทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (financial times) ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาจับตลาดทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลางจัดหาสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภค ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองไทยคือเราไม่ได้มีระบบรองรับ หรือการันตีสินค้าที่เป็นรูปธรรม ส่วนมากจะเป็นการโพสต์ขายกันตามแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Facebook ซึ่งแม้ว่ามันจะง่ายก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาส่วนใหญ่คือเคสโกงบ้าง นำเงินไปหมุนใช้ก่อนบ้าง ต่างจากเมืองนอกที่มีระบบแพลตฟอร์มการขายรองเท้าออนไลน์โดยเฉพาะ โดยเราอยากจะบอกว่า แท้จริงแล้วระบบเหล่านั้นล้วนมีบริการจัดส่งมาถึงประเทศไทยเกือบทั้งนั้น และอาจจะมีค่าดำเนินการ ส่งผลให้ราคาสูงกว่าท้องตลาดทั่วไปสักเล็กน้อย แม้จะแพงกว่าปกติแต่ผู้บริโภคก็จะได้รับการคุ้มครอง รวมถึงการันตีได้ว่าของแท้ส่งถึงมืออย่างแน่นอน ดังนั้นในวันนี้ UNLOCKMEN จะขอนำระบบการซื้อขายรองเท้าออนไลน์ต่าง ๆ ที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศมาแนะนำเป็นไกด์ไอเดียซื้อขายครั้งต่อไป eBay นี้คือต้นกำเนิดแห่งวงการรีเซลล์อย่างแท้จริง เนื่องจาก eBay ดำเนินกิจการมานานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 และยังเป็นโมเดลทางธุรกิจให้แก่ตลาดเทรนดิ้งออนไลน์ทั่วโลกอีกด้วย แต่ในปัจจุบัน eBay ไม่ใช่แหล่งรวมตัวให้สามารถเข้าไปค้นหารองเท้าเจ๋ง ๆ เหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป อาจเพราะความหลากหลายที่มากเกินไปของจำนวนสินค้า แล้วก็ยัง Feedback ด้านลบ ที่มักมีมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่เยอะ บวกกับไม่มีระบบ Verify ตรวจสอบเช็กสินค้า จึงทำให้มีเคสโดนโกง ของไม่ตรงรูปที่ถ่ายเยอะ หรือหนักเข้าคือไม่ได้ของเลยก็มี สำหรับข้อดีของ eBay ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลยซะทีเดียว เนื่องจากระบบ Bid
ห้องน้ำปลดทุกข์ บางทีก็กลายเป็นสถานที่ที่ทำให้เราทุกข์ยิ่งกว่าเดิม เพราะดันลืนของมีค่าไว้! ร้อยทั้งร้อยในชีวิตของผู้ชายเราคงต้องมีสักครั้งที่เดินออกมานอกห้องน้ำสาธารณะไปสักพักแล้ว ต้องใส่เกียร์เท้าวิ่ง 4×100 กลับไปห้องเดิมเพราะดันลืมของสำคัญอย่างสมาร์ตโฟนหรือกระเป๋าสตางค์ ซึ่งถ้าวันนั้นโชคดี ห้องน้ำห้องที่เราเข้าอาจจะยังไม่มีใครเข้าต่อ หรืออาจจะเจอคนใจดีเก็บไว้ให้ แต่ถ้าโชคร้าย ดวงซวย วันนั้นเราอาจจะต้องออกจากห้องน้ำมือเปล่า โดยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือออกมาเลย โทษใครก็ไม่ได้ สาเหตุที่เราทำหาย ส่วนใหญ่เพราะระหว่างที่เรากำลังใช้งานของเหล่านั้นเพราะมันไม่อยู่ในระดับสายตา ถ้าไม่ใช่ตะขอแขวนตรงประตูที่อยู่เหนือหัวเรา ก็เป็นหลังพนักชักโครก ดังนั้น พอเราใส่ใจกับการชำระอวัยวะตรงหน้าหลังปลดทุกข์ เราก็เลิกแคร์ รีบเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่เหลียวหลังเพราะจะได้ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นคนปล่อยระเบิดไว้ ปัญหาเรื่องลืมของนี้จัดเป็นปัญหาระดับโลกก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอนว่าหลายที่ก็พยายามใช้วิธีในการเตือนสติกัน อย่างบ้านเราก็มีสติกเกอร์บนบานประตูที่บอกให้เช็กของก่อนออกจากห้องน้ำ แต่มันไม่ค่อยได้ผลอย่างที่เห็น ประเทศละเอียดอ่อนอย่างญี่ปุ่นเองก็ลืมบ่อยเช่นกัน เขาจึงคิดค้นวิธีแก้ปัญหานี้อย่างเฉียบ ไม่เปลืองต้นทุนด้วยการเปลี่ยนอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวอย่างลูกบิด! NEXCO บริษัทธุรกิจรับเหมาก่อสร้างธุรกิจให้บริการพื้นที่และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทางหลวงสาขาฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ดีไซน์รูปแบบลูกบิดห้องน้ำแบบใหม่นี้และติดตั้งมันไว้กับห้องน้ำสาธารณะตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว เนื่องจากพบปัญหาต้องพยายามส่งของหายเหล่านั้นคืนเจ้าของ ซึ่งต้องเปลือง man hour ของพนักงานโดยใช่เหตุเฉลี่ยประมาณ 30 ชั่วโมงต่อเดือน โดยจากผลสำรวจของกว่า 60% ที่ลืมไว้ในห้องน้ำก็คล้ายในบ้านเรา คือ สมาร์ทโฟน กระเป๋าสตางค์ หรือของเล็ก ๆ เช่นเดียวกับบ้านเรานั่นเอง ลูกบิดเตือนสติออกแบบให้มีขนาดแบนขนาดใหญ่แนวระนาบ 180 องศาเพื่อพลิกในการปิดเปิด สามารถใช้เป็นถาดวางของได้โดยรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 1 กิโลกรัม วางทั้งมือถือและกระเป๋าสตางค์ได้สบาย
“Carr Fire” หรือสถานการณ์ไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างหายนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้เปลวเพลิงได้โหมพัดทำลายล้างสร้างความเสียหายกินพื้นที่เป็นวงกว้างกว่า 100,000 เอเคอร์ บ้านเรือนอีกกว่า 1,500 หลัง ส่งผลให้มีผู้อพยพและไร้ที่อยู่หลายหมื่นราย เป็นภัยธรรมชาติขาประจำย่านนี้ก็ไม่ผิด ซึ่งเราแค่เห็นภาพก็พอจะจินตนาการความเซ็งของผู้คนแถวนี้ได้ หลายองค์กรยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติครั้งนี้ แต่ที่น่าสนใจเพราะหนึ่งในนั้นคือ Vans แบรนด์สเก็ตบอร์ดขวัญใจผู้ชายทั่วโลก ซึ่งได้รับคำสั่งตรงจากทายาทของผู้ก่อตั้ง Steve Van Doren ให้จัดรถบรรทุกแพ็คของเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ ประกอบไปด้วยรองเท้า 2,500 คู่ ร่วมทั้งเสื้อผ้าและหมวกรวมกันกว่า 2,000 ชิ้น โดยพี่ Steve ของเราได้ฝากข้อความไปด้วยว่า “เราคิดว่าผู้คนคือหัวใจหลักของบริษัท เรามีร้านค้ามากมายอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ดังนั้นเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น เราก็ต้องรีบตอบแทนชุมชนกลับคืนไปทันที” สาเหตุหลักมาจากความผูกพันระหว่าง Vans และผู้คนใน Cali ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน ย้อนไปตั้งแต่วันที่พี่น้อง Van Dolen ตัดสินใจตั้งฐานการผลิตแห่งแรกขึ้นในแคลิฟอร์เนีย รวมถึงในปี 1977 พวกเขาใช้แคลิฟอร์เนียเป็นแหล่งตีตลาดแข่งขันกับ Converse และ Adidas โดยใช้ Skateboard God ในยุคแรกอย่าง Tony Alva
แม้เทคโนโลยีล้ำ ๆ ในปัจจุบันจะก้าวหน้าไปมาก ทำให้เราสามารถเข้าถึงเสียงเพลงได้ง่าย เพียงแค่ควักสมาร์ตโฟนออกมาและเสียบหูฟังเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันเครื่องเล่นเพลงดี ๆ สักเครื่องก็เป็นสิ่งที่ผู้ชายผู้รักในเสียงเพลงควรจะมีติดบ้านไว้เช่นกัน เพราะนอกจากเพลงที่เลือกฟังแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกของมันยังสามารถบ่งบอกรสนิยมได้ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่หลงใหลใน American Muscle Car คงไม่มีอะไรตอบโจทย์ได้ดีไปกว่า ION : Mustang LP เครื่องนี้ ดีไซน์ของ Mustang LP อาจดูคุ้นตากันดีสำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามซีรีส์ของม้าป่ามานาน เพราะการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจาก หน้าปัดวัดความเร็วของ Ford Mustang ปี 1965 พร้อมปุ่ม Tuning แบบแอนาล็อก ทำให้ตัวเครื่องดูคลาสสิกโดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่ม แต่ขณะเดียวกันกลับดูโฉบเฉี่ยวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัว นอกจากเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกอันสวยงามแล้ว Mustang LP ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งาน แบบ 4 in 1 คือ Turntable , Radio , USB และ AUX ที่สามารถเล่นและอัดเสียงพร้อมรับการเชื่อมต่อทุกรูปแบบที่ผู้ใช้ต้องการ ทั้งยังมีลำโพงภายในขนาด 1.2 วัตต์อีก
การสั่งซื้อรองเท้าออนไลน์กลายเป็นอีกช่องทางช็อปปิ้งของผู้ชายสาย Sneakerhead อย่างเรา เพราะปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เอื้อให้เราไปซื้อเองที่ร้านอีกต่อไป หรือบางครั้งรุ่นที่ต้องการก็เป็นของหายากซึ่งมีขายแค่ในต่างประเทศเท่านั้น ลำบากต้องมานั่งรอพ่อค้าสายหิ้วไปอีก แต่เมื่อเรากลายร่างมาเป็นนักช็อปฯ ออนไลน์มือใหม่ กลับต้องนั่งกุมขมับงงเป็นไก่ตาแตกกับสารพัด Code แปลก ๆ ที่คนขายพิมพ์ต่อจากชื่อรุ่น ไม่ว่าจะเป็น DS , VNDS , OG , PE , LE สำหรับคนที่โปรอยู่แล้ว คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าเป็นบางคนซึ่งยังไม่เชี่ยวชาญ แต่อยากได้รองเท้าดี ๆ มาครอบครองสักคู่แล้วละก็ กว่าจะทำความเข้าใจด้วยตัวเองของจะพาลหมดสต๊อกไปเสียก่อน วันนี้ UNLOCKMEN จะขออาสาไขความกระจ่างของรหัสอักษรเหล่านี้ให้เอง 1. รหัส DS หมายถึง Deadstock DS คืออักษรย่อที่บ่งบอกว่ารองเท้าคู่ดังกล่าวไม่มีวางขายตามร้านทั่วไปแล้ว และไม่มีการเก็บไว้ในสต๊อก พูดง่ายๆ คือขายดีจนเกลี้ยงไปแล้ว บางรุ่นอาจยกเลิกสายการผลิต ไม่มีคู่ใหม่แน่นอน ตัวอย่างเช่น Converse ที่ผลิตใน ปี 60 s , 70 s ,
ช่วงสามถึงสี่ปีที่ผ่านมา วงการแฟชั่นสปอร์ตแวร์ถือว่าคึกคัก และก้าวกระโดดอย่างมาก เพราะแต่ละแบรนด์ต่างงัดเอาของดีออกมาปล่อย พร้อมขยับปรับกลยุทธ์ เพื่อสอดคล้องกับเทรนด์การแต่งตัวของคนในยุคปัจจุบันที่หันมาสนใจเรื่องของแอคทีฟสไตล์ จนเราจะสามารถเห็นคนใส่สูทกับรองเท้าผ้าใบ หรือคนแต่งตัวสบาย ๆ ไปทำงานได้มากขึ้นอย่างเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว โดยวันนี้ UNLOCKMEN ได้นำข่าวซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อยสำหรับแบรนด์ยักษ์หลับอย่าง Reebok มาฝากกัน โดยถ้าพูดกันตามความจริงแล้ว หลังจากยุค 90’s เป็นต้นมาถือเป็นดาวร่วง ที่ไม่สามารถสร้างผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จับโปรเจ็คต์ไหนก็ดูจะเจ๊งไปเสียหมด ทว่ายังโชคดีที่ยังมีบุญเก่า และรองเท้าเก๋า ๆ โมเดลคลาสสิคก่อนหน้านี้ จึงทำให้ยังสามารถพยุงบริษัทให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่จากข่าวล่าสุดน่าจะเป็นทิศทางอันยอดเยี่ยมอีกครั้ง เมื่อ Matt O’Toole ประธานบริษัท Reebok ได้เปิดเผยถึงการว่าจ้างอดีตผู้บริหารระดับสูงจาก Nike อย่าง Kelly Hibler ให้มารับตำแหน่ง General Manager ของไลน์ Reebok Classic เพื่อหวังจะฟื้นฟูสินค้าให้กลับมาโด่งดังอีกครั้ง ในส่วนของ Kelly Hibler จะเข้ามารับหน้าที่ดูแลภาพรวมของไลน์สินค้า Reebok Classic ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิต ประชาสัมพันธ์ และการกระจายตลาด โดยเบื้องต้นเขามีความคิดที่จะนำโมเดล Classic
วันนี้ Kanye West แร็พเปอร์ฝีปากกล้า ได้ทำตามสัญญาที่ได้เคยให้ไว้กับแฟน ๆ ที่หลงใหลสตรีทแฟชั่นแล้ว ด้วยการทำให้สินค้า YEEZY ของเขาเองสามารถเข้าถึงทุกคนได้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นไอเทมหรือคอลเลกชั่นอะไรก็แล้วแต่ พอใส่คำว่า Design by Kanye West เท่านั้น ก็แทบจะเพิ่มมูลค่าก่อนออกจากร้านทันที 3-5 เท่าตัว จนคนธรรมดาแทบจะไม่มีโอกาสได้ใส่เลยทีเดียว กระทั่งล่าสุด Kanye West ได้สร้างเว็ปไซต์ yeezysupply เพื่อเป็นหนึ่งช่องทางสำหรับคนที่ชื่นชอบในผลงานของเขาจะได้มีสิทธิ์จับจองเป็นเจ้าของ เพราะแต่เดิมเว็บไซต์ yeezysupply จะจัดจำหน่ายเพียงเสื้อผ้าคอลเลกชั่น YEEZY จะไม่มีรองเท้าที่เรียกได้ว่าเป็นไอเทมสร้างชื่อของเขาเลย โดยนอกเหนือจากนี้ก็มีข่าวลือว่า Kanye West จะทยอยรีสต๊อกรองเท้ารุ่นเก่า ๆ ที่เคย Sold Out ไปแล้วทุกรุ่น อาทิ Yeezy Boost 350 “Pirate Black” , Yeezy Boost 750 “Light Grey” เป็นต้น เนื่องจากเขาได้ใส่ภาพรองเท้าทุกโมเดลที่เคยออกแบบไว้ในเว็บไซต์


