Jerry Can คือภาชนะที่ทำจากเหล็กอัดแข็ง ได้รับการออกแบบในเยอรมนีช่วงปี 1930 สำหรับใช้งานทางทหารเพื่อเก็บเชื้อเพลิง ปริมาตรความจุ 20 ลิตร ซึ่งนอกจากมันจะมีบทบาทโดดเด่นในช่วงสงครามโลกแล้ว Jerry Can ยังถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของแกลลอนน้ำมันในปัจจุบัน แม้จะแตกต่างกันในเรื่องวัสดุหรือวิธีการผลิต แต่ในภาพรวมถือว่าได้รับอิทธิพลมาอย่างชัดเจน ด้วยความแข็งแกร่งและสมบุกสมบันของ Jerry Can เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง The Jerrybag Shield กระเป๋าเป้สะพายพันธุ์อึด ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความทนทาน นอกจากนั้นยังมาพร้อมออปชั่นป้องกันกระแทกเต็มรูปแบบ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา, แล็ปท็อป, ขวดเครื่องสำอาง, หรือสิ่งของเปราะบางใด ๆ เมื่อนำมาใส่ใน The Jerrybag Shield ก็มั่นใจได้ว่ามันจะไม่บุบสลาย ทำให้คุณลุยไปได้ทุกที่ทุกสถานการณ์อย่างไร้กังวล The Jerrybag Shield มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบง่าย เครื่องหมาย X บนพื้นตัวกระเป๋ามีไว้เพื่อ 2 จุดประสงค์ ประการแรกคือเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทนทานให้ตัวเป้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นค้อน ขวาน หรือแม้กระทั่งปืนก็ไม่อาจจะทำอะไรกระเป๋าเป้ใบนี้ได้ ประการที่ 2 เพื่อให้ The Jerrybag Shield มีความยืดหยุ่นเมื่อเจอความร้อนหรือความเย็น The Jerrybag Shield ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ฉบับย่อส่วน ดังนั้นสำหรับใครที่สัมภาระไม่เยอะ
เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ ประกาศความพร้อมจัดการแข่งขัน Asia Pacific Predator League 2019 ในประเทศไทย จัดเต็มด้วยอุปกรณ์การแข่งขันระดับตำนานในนามพรีเดเตอร์ และระบบสัญญาณเน็ตเวิร์กที่มีเสถียรภาพสูง บนพื้นที่กว่า 2,380 ตร.ม รองรับตัวแทนนักกีฬาอีสปอร์ตกว่า 26 ทีม จากทั่วภูมิภาคสู่ทัวร์นาเมนต์การแข่งขันสุดยิ่งใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมเปิดตัวทีมตัวแทนของประเทศไทยลงแข่งในเกม PUBG, DOTA 2 เข้าชิงชัยในทัวร์นาเมนต์ Asia Pacific Predator League 2019 ที่จะจัดในวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2019 ณ. อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ นายแอนดรู ฮู ประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาเอเซอร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในจัดการแข่งขัน Asia Pacific Predator League 2018 ที่จัดขึ้น ณ. กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เราได้รับการตอบรับจากนักกีฬาอีสปอร์ต ผู้เข้าชมทั้งออฟไลน์ และออนไลน์เป็นจำนวนมาก
ถ้าเราให้เรียงลำดับว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิต นอกจากปัจจัย 4 แล้ว บอกเลยว่า โทรทัศน์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากสุด ๆ ไปเลย ลองคิดดูว่าในชีวิตนึงเราผูกพันกับ TV มากแค่ไหน ในวันที่เหนื่อยล้า ก็ได้ TV นี่แหละคอยเยียวยาหัวใจให้หายเครียด ในวันที่มีความสุข ก็ TV นี่แหละที่เพิ่มอถรรสความมันส์บันเทิงให้ชีวิต หรือแม้แต่ในวันที่เราต้องการความรู้ ก็ได้ TV เป็นครูสอนเรื่องราวน่าสนใจจนเกิดไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าจะลงทุนกับอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด TV ก็เป็นสิ่งที่เราทุ่มได้แบบไม่ต้องเสียดายเงิน ปัจจุบันการซื้อ TV ไม่ใช่แค่กล่องสี่เหลี่ยมที่ฉายภาพได้อีกต่อไป เพราะคุณภาพที่ได้รับคือความคมจัดชัดจริงที่สังเกตความแตกต่างได้ชัดเจน และประสบการณ์รวมถึงอารมณ์ที่ได้นั้นแตกต่างจาก TV คุณภาพพอใช้ เรียกว่าเข้าถึงอารมณ์มากกว่าก็ไม่ผิด ลองนึกถึงความอินในอารมณ์จากการดูภาพยนตร์ในโรงหนัง กับการดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกันบนจอทีวีที่ภาพเบลอ ๆ สีจืด ๆ ดูซิครับ ฉากบู๊ล้างผลาญถึงกับดูไม่น่าเกรงขามกันเลยทีเดียว นอกจากนี้เรื่องดีไซน์ ก็เรียกได้เลยว่า TV เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ทำให้ดูโมเดิร์น เท่และลงตัวขึ้น เพราะ TV มันมีค่ากว่าความมินิมอลเรียบเท่ อีกทั้งดีไซน์ของ TV สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณได้
ทุกวันนี้เรื่องการเขียนด้วยปากกาดินสอ ถ้าไม่นับการเซ็นบัตรเครดิตก็แทบไม่ค่อยได้ใช้งานกันเท่าไหร่ เนื่องจากนวัตกรรมส่วนใหญ่มันอำนวยความสะดวกให้เราเหลือเกิน ทั้งการเขียนผ่านเสียง หรือการขยับนิ้วพิมพ์แล้วมีโปรแกรมช่วยสะกดเดาข้อความให้ก่อนที่เราจะพิมพ์เสร็จ ประกอบกับการรณรงค์ paperless เพื่อช่วยเรื่องภาวะโลกร้อนด้วย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลให้นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนอยากเข้ามาพัฒนานวัตกรรมกระดาษมหัศจรรย์ขึ้น ล่าสุดวารสาร ACS Applied Materials and Interfaces ได้ตีพิมพ์เรื่องนวัตกรรมกระดาษมหัศจรรย์ รีเฟรชตัวเองให้เขียนได้ไม่หยุดและไม่ต้องขยำลงถัง โดยเป็นผลงานการวิจัยของทีมนักวิจัยชาวจีน นำโดย Luzhuo Chen หนึ่งในผู้นำทีมวิจัยจาก Fujian Normal University ใช้หลักการที่เราคล้ายกับหมึกลบได้ โดยเอาเรื่องอุณหภูมิมาเป็นกุญแจสำคัญในการประดิษฐ์ ด้วยการนำกระดาษธรรมดามาเคลือบด้านหนึ่งด้วยสาร thermochromic (สารที่เปลี่ยนสีเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน) ย้อมสีน้ำเงิน นำมาเคลือบกระดาษด้านหนึ่ง และเคลือบผิวด้านอื่น ๆ ด้วยผงหมึกสีดำจากเทคนิค Photothermal ที่ใช้วิธีซับแสงเป็นพลังงานความร้อน หลักการใช้งานจะเป็นการใช้กระดาษใบนี้ร่วมกับ heat-emitting pen (ปากกาความร้อนหรือปากกาแสง) จากนั้นเมื่อหมึกได้รับความร้อนจะเปลี่ยนสีบริเวณที่ถูกย้อมให้สว่างขึ้น เผยให้เห็นผิวกระดาษสีขาวด้านล่าง ซึ่งในอนาคตมันจะสามารถใช้งานได้กับเครื่องปรินต์แสง ทำให้เราประหยัดหมึกไปในคราวเดียว ทีเด็ดที่มันทำได้เหนือกว่านวัตกรรมในอดีตก็อยู่ที่การจัดการให้อยู่ได้นานและจำนวนครั้งที่ใช้งานได้ซึ่งพอเห็นแล้วออฟฟิศเราก็อยากอุดหนุนเหมือนกัน เพราะนักวิจัยเขาประดิษฐ์ให้มันสามารถเก็บไว้ระยะเวลานานสุด ๆ โดยกว่าข้อความหรือภาพจะลบเลือนกลับไปเป็นสีฟ้าทั้งแผ่นจะต้องเจอกับอุณหภูมิที่เย็นถึง 14 องศาฟาเรนไฮน์ หรือ 10 องศาเซลเซียส ซึ่งแน่นอนว่าเราเก็บไว้ในออฟฟิศได้สบาย ๆ
หนุ่มวัยเก๋าและแฟน ๆ ของเครื่องเกมคอนโซลสุดคลาสสิกอย่าง PlayStation 1 ถ้าได้ฟังข่าวนี้คงจะดีใจกันแน่นอน หลังจากล่าสุด Sony ได้วางขายเครื่องเกมคอนโซล PlayStation Classic All-In-One ซึ่งไม่ต้องพึ่งพาการใช้แผ่น รวมถึงมีขนาดที่กะทัดรัด เหมาะกับการพกพาไปเล่นกับที่ไหนก็ได้ในวันหยุดพักผ่อน ถ้าจะบอกว่า PlayStation 1 คือตำนานแห่งเครื่องเกมคอนโซลในยุค 90’s ก็คงไม่ผิดนัก เพราะนับตั้งแต่มันถูกวางขายสู่โลกครั้งแรกในปี 1994 ซึ่งในยุคแรกเริ่ม PS 1 นั้นทำให้หนุ่ม ๆ ทั่วโลกต้องใช้เวลาไปกับการเซฟเงินค่าขนมตัวเอง เพื่อนำมาจ่ายค่าแผ่นเกมของแท้ที่ราคาแสนจะแพง รวมไปถึง Memory Card สำหรับใช้เชฟเกม ส่วนคนที่มีเงินถุงเงินถังก็หิ้วมานั่งเล่นอยู่บ้านคนเดียวแบบสบายใจกันไปเลยก็มี และความสำเร็จดังกล่าวก็ส่งผลให้มีเครื่องเกมรุ่นพัฒนาตามออกมาอีกมากมาย อย่างที่เราเห็นกันมาตลอด 25 ปี โดยล่าสุด PlayStation 5 ก็กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเพื่อรอจังหวะวางขายอย่างเหมาะสม ทำให้หลายคนต้องอดใจรอกันไปก่อน ซึ่งทางผู้ผลิตอย่าง Sony ก็เสนอทางเลือกระหว่างรอด้วยการนำรูปแบบในตำนานของ PS1 กลับมาอีกครั้งในระบบการเล่นที่ไม่ต้องพึ่งพาแผ่นเหมือนวันวาน PlayStation Classic All In One เปิดตัวพร้อมขนาดที่เล็กลงกว่ารุ่นคลาสสิกถึง 45%
ในปัจจุบันเทรนด์เรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือ Electric Vehicles กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง และสร้างความตื่นตัวให้แก่วงการรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์ดังหลายค่ายต่างก็เปิดตัวโมเดลรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า พากันตบเท้าเข้าแข่งขันในตลาดยานยนต์กันอย่างคึกคัก ค่ายรถสี่ห่วงที่รู้จักกันดีอย่าง Audi คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่กระโจนเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ส่งรถรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Audi e-tron GT รถยนต์กึ่ง Crossover รุ่นที่สามจากตระกูล e-tron พร้อมเผชิญหน้ากับคู่แข่งในตลาดรถพลังไฟฟ้าเจ้าดังอย่าง Tesla Model S แต่มุ่งไปในตลาดสปอร์ตซีดานมากกว่า รถ Passenger และ SUV แบบเทสล่า Audi e-tron GT เกิดจากความร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่อย่าง Audi Sport และเจ้าชายกบแห่งวงการสปอร์ตคาร์อย่าง Porsche ที่เป็นบริษัทเครือเดียวกันทั้งที จึงได้เปรียบจากการแชร์ความรู้และเทคโนโลยีร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มแบตเตอร์รี่ให้มีรูปแบบเดียวกับ Porsche Taycan สามารถขับเคลื่อนระยะทางไกลได้กว่า 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง และรองรับการชาร์จไฟแบบเร่งด่วนได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 20 นาที รวมไปถึงตัวถังแบบไฟฟ้า (EV) ที่เรียกว่า J1 ซึ่งทางออดี้ยังไม่เปิดเผยข้อมูลมากนัก และลือกันว่าตัวถังดังกล่าวจะช่วยเซฟงบประมาณในการพัฒนาไปได้กว่าร้อยล้านยูโร หรือว่าสามพันล้านบาทเลยทีเดียว ด้านสมรรถนะในการขับขี่เรียกได้ว่ามันส์สะใจสไตล์ audi แน่นอน ใส่มาอย่างเต็มที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขุมกำลังแรงเทียบเท่า 590
เป็นเวลาราว 2 ปีเห็นจะได้ นับตั้งแต่วันที่ DJI เริ่มนำเทคโนโลยีกันสั่นมาใส่ใน Gimbal และเรียกมันว่า ‘Osmo’ เป็นเหมือนไม้กายสิทธิ์คู่ใจคนถ่ายวีดีโอ ด้วยความสามารถในการกันสั่นที่นิ่งราวกับจับวางแม้คนถ่ายจะมือสั่นเป็นเจ้าเข้า ทำให้ Osmo ได้การตอบรับอย่างกว้างขวาง นำไปสู่การพัฒนา Gimbal กันสั่นรุ่นใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เทคโนโลยีของ Osmo พัฒนาจากกันสั่นสำหรับกล้อง DSLR สู่ Smartphone และวันนี้ DJI ได้พัฒนาไปอีกขั้นกับ Osmo ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือที่เหมาะสำหรับตากล้อง Online, Blogger และ YouTuber ยุคนี้สุด ๆ กับ DJI Osmo Pocket กล้องที่มีจุดเด่นด้วย 3-axis stabilized handheld camera มากับกันสั่นสามแกนในขนาดเล็กที่สุดเท่าที่ DJI เคยสร้างสรรค์มา ด้วยความสูงเพียง 4 นิ้ว หนักเพียง 116 กรัม พร้อมเก็บใส่กระเป๋าได้สมชื่อ Osmo
ในยุค 2018 ที่มนุษย์สามารถส่งยานสู่ดาวอังคารได้แล้ว ถ้ายังมีใครคิดว่าการเข้าครัวเป็นเรื่องไกลตัวของหนุ่ม ๆ อยู่อีก บอกได้เลยว่าเชยระเบิด เดี๋ยวนี้หนุ่ม ๆ ส่วนใหญ่เริ่มหันมาใส่ใจการเข้าครัวกันแล้ว นอกจากจะเป็นกิจกรรมยามว่างที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ ยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเองอีกด้วย เพราะการทำอาหารอร่อยคือไม้เด็ดในการมัดใจสาว ๆ เลยก็ว่าได้ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการทำอาหารก็คือ ‘มีด’ อาวุธสำคัญที่สุดยามเข้าครัว บรรดาเชฟชื่อดังระดับโลกต่างก็มีมีดประจำตัวกันทั้งนั้น แต่ต่อให้เราจะเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหาร แต่การที่มีมีดดี ๆ สักเล่มไว้คู่กายก็น่าจะเป็นอะไรที่ดีไม่น้อย VEARK CK01 คือมีดที่ออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อหนุ่ม ๆ โดยเฉพาะ นอกจากดีไซน์ภายนอกที่ดูเท่โฉบเฉี่ยวแล้ว ในแง่การใช้งาน มีดเล่มนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร เริ่มต้นที่ส่วนของด้ามจับที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกสบายมือและกระชับยามใช้งาน ในส่วนของใบมีดก็แหลมคม สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานโดยปราศจากการลับ เคล็ดลับความแข็งแรงและเฉียบคมดังกล่าวคือแหล่งผลิต VEARK CK01 ถูกรังสรรค์ขึ้นที่เมือง Solingen ประเทศเยอรมนี ซึ่งที่นี่คือเมืองแห่งการผลิตมีดที่เก่าแก่ยาวนาน เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งในยุโรป VEARK CK01 ทุกเล่มจะผ่านกรรมวิธีหลอมแบบพิเศษ ส่งผลให้มีดแต่ละเล่มที่ออกมานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุกเล่มมีเพียงเล่มเดียวในโลก แต่เรื่องของคุณภาพการใช้งานนั้นไม่มีขาดตกบกพร่องแน่นอน หลังจากผ่านขั้นตอนการผลิตโดยเครื่องจักรกลที่มีความแม่นยำสูงแล้ว ช่างฝีมือที่มีประสบการณ์จะนำมาเจียรด้วยมือต่ออีกทอดเพื่อให้ได้ความเรียบเนียนของใบมีดและความคมที่มากขึ้น ด้วยการออกแบบสไตล์ Unibody ที่นอกจากจะทำให้ VEARK CK01 ออกมาเป็นมีดที่สวยโฉบเฉี่ยวแล้ว ยังเอื้อต่อการใช้งาน บริเวณนิ้วหัวแม่มือเปิดโล่งช่วยให้สามารถหยิบจับมีดได้อย่างมือโปร ใบมีดโลหะมีสมดุลในการถ่วงน้ำหนักที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดวางมีดได้อย่างสะดวก รูปร่างที่เบาบางทำให้ VEARK
เรื่องการหาหมอผ่านระบบ AI การวินิจฉัยโรคหรือการตรวจสุขภาพทั่วไปผ่านช่องทางออนไลน์เป็นกระแสที่หลายคนคงพอได้ยินมาบ้าง แต่อาจไม่ค่อยเชื่อกันว่ามันใช้งานได้จริงหรือมันจะโตได้ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่น่ายอมฝากชีวิตไว้กับเทคโนโลยีมากกว่าคนจริง ๆ ด้วยกัน แต่สำหรับประเทศที่มีจำนวนคนมากกว่าหมอหลายเท่าอย่างจีน การพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ก้าวหน้าผ่านแอปพลิเคชั่นดูแลสุขภาพออนไลน์ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีความสำคัญและมีบทบาทกับชีวิตอย่างมาก Ping An Good Doctor คือแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นสุขภาพที่กำลังมาแรงในจีน นับเฉพาะผู้ลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาก็มีจำนวนสูงถึง 28 ล้านรายแล้ว จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นด้านเทคโนโลยีการแพทย์ ทำให้ล่าสุดในการประชุมงานอินเทอร์เน็ตโลก (World Internet Conference) ครั้งที่ 5 Ping An Good Doctor ผู้นำด้านเทคโนโลยีการรักษาได้ประกาศแผนการสร้างคลินิกรักษาพยาบาลไร้มนุษย์ที่ทำงานด้วยระบบ AI แห่งแรกในโลกขึ้น เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคลินิกหนึ่งนาทีของคุณหมอ AI ขึ้นโชว์ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางงานประชุมให้คนได้เข้าทดลองใช้งานกันจริง ๆ ถึงบอกว่าเป็นคลินิกหมอ AI แต่ก็ยังเป็นการทำงานควบคู่กับหมอที่เป็นมนุษย์จริง ๆ ด้วย โดยหมอจริงทำหน้าที่กำกับและตรวจสอบการทำงานของ AI สม่ำเสมอ ส่วนลักษณะของเจ้าคลินิกสีส้มนี้ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก คล้ายกับห้องคาราโอเกะในบ้านเรา แต่คอนเซ็ปต์ของมันค่อนข้างเนี้ยบและดีทีเดียว เนื่องจากมันสามารถให้การรักษาได้ในระยะไกล คนอยากเจอหมอเก่ง ๆ ก็ไม่ต้องไปต่อคิวที่โรงพยาบาลให้เสียเวลาเหมาะกับคนกรุงที่มีไลฟ์สไตล์รีบเร่ง และหลังรักษาสามารถจ่ายยาให้ได้ตามต้องการทันทีด้วย ส่วนยาไหนที่ไม่มีในสต๊อกระบบก็ให้ซื้อได้ผ่านแอปฯ และจัดส่งให้ถึงบ้านภายใน
หลายแนวคิดและธรรมเนียมของญี่ปุ่นคือสิ่งที่เราชื่นชอบ เพราะส่วนใหญ่เน้นความเรียบง่ายแต่ให้ลายละเอียดลงลึก จึงไม่แปลกที่คอนเซ็ปต์นี้จะถูกส่งต่อมาเป็นเรื่องราวของโปรดักส์แทบทุกชิ้น เช่นเดียวกับตัวนี้ที่เราเพิ่งไปเจอมาคืออุปกรณ์อัจฉริยะหน้าตาเรียบ ๆ ทำจากแผงไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ใช้ชื่อว่า “Mui” Mui คืออุปกรณ์อัจฉริยะลูกผสมระหว่าง ความเชื่อและความไฮเทคมารวมกันอย่างลงตัว ซึ่งความเชื่อมาในรูปแบบของวัสดุที่ใช้แผ่นไม้ เชื่อมโยงกับวลีในภาษาญี่ปุ่นที่ว่า “Kuwabara kuwabara” (桑原桑原) หรือเคาะไม้แล้วจะกันโชคร้ายได้ นำมารวมกับความทันสมัยด้วยการออกแบบให้ไม้นั้นแสดงไฟ Led ขึ้นเป็นอักษรหรือภาพในระบบ interactive ที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ MUI ทำอะไรได้บ้าง? เปลี่ยนบ้านให้เป็นสมาร์ตโฮมที่จะทำให้คุณใกล้ชิดกับคนในครอบครัวมากขึ้น ควบคุมได้ทั้งแสงไฟและอุณหภูมิของฮีทเตอร์ในห้อง เป็นอุปกรณ์สื่อสารสำหรับคนในครอบครัว เพื่อใช้ติดต่อกัน ให้ข้อมูลสภาพอากาศ ปฏิทิน หรือนาฬิกา โดยไม่ต้องจับมือถือบ่อย ๆ ทำหน้าที่เป็นสมาร์ตโฟนสำหรับ Google Home และ Alexa ตอนแรกเราเองก็สงสัยว่าแค่เป็นไม้แล้วอย่างไร มันต่างจากการใช้กระจกหรือจอ Led ปกติ Google home หรือ Alexa ตรงไหน คำตอบมันอยู่ที่คอนเซ็ปต์การผลิตที่ผู้ผลิตเขาต้องการให้มันเป็นอุปกรณ์แห่งอนาคตไว้ลดความว้าวุ่นใจเวลาใช้งานโลกออนไลน์หันมาใช้เวลาร่วมกัน ด้วยรูปลักษณ์เรียบ ๆ เป็นเพียงแผ่นไม้ของมัน ที่พอเราไม่ไปสัมผัสมันก็กลับเป็นแผงไม้ปกติเหมือนเก่าจึงทำให้เราหันกลับไปโฟกัสกับคนด้วยกันมากกว่า ชนิดที่ว่าเราจะไม่ไปนั่งพะวงกับการใช้งานมันบ่อย ๆ เหมือนตอนใช้อุปกรณ์ตัวอื่นเพราะส่วนใหญ่พอเรากดมือถือไปเพื่อใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้
ผลงานสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอดีตของ Apple ชิ้นนึงซึ่งหลายคนเสียดายที่มันต้องหายไปจากตลาด แต่ด้วยฟังก์ชันที่ทดแทนกันได้ง่าย ๆ ด้วยการรวมเข้ากับ iPhone ทำให้ iPod เครื่องเล่น MP3 Music Player ไม่มีที่ยืนในแผงสินค้าของ Apple Store อีกต่อไป แต่ด้วยความผูกพันที่โตมาพร้อมกันตั้งแต่ Classic iPod รุ่นแรก จึงทำให้ Designer ชาวเกาหลีเกิดปิ้งไอเดียออกแบบ Apple Watch case ที่ทำให้มันกลายเป็น iPod ได้ แม้จะแค่คล้าย ๆ ก็ยังดี Yeonsoo Kang นักออกแบบชาวเกาหลีได้ปล่อยโปรเจคที่ทำงานร่วมกับ Caseology บริษัทผู้ผลิตเคสสำหรับ Apple Product มากมายหลายชนิด รวมถึง Apple Watch ที่น่าสนใจชิ้นนี้ด้วย ซึ่งลักษณะเป็นซิลิโคนสีขาวที่มาพร้อม Click Wheel แบบใน iPod ซึ่งแม้เวอร์ชันปัจจุบันจะใช้งานปุ่มเหล่านี้ไม่ได้ ยังคงต้องสั่งงานด้วยการกดหน้าปัดนาฬิกา เป็นเพียงดีไซน์ที่สร้างสีสันให้ Apple Watch
เพราะกว่า 60% ของร่างกายคนเราประกอบด้วยน้ำ ดังนั้นน้ำคือสิ่งที่เราจะขาดไม่ได้เลย โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ นักผจญภัยสายลุย ที่ในแต่ละวันต้องทำกิจกรรมเสียเหงื่อจำนวนมาก การดื่มน้ำให้เพียงพอจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ใช่ว่าน้ำจืดจะมีอยู่ทุกที่ เพราะในบางทริป โดยเฉพาะทริปทะเลที่รอบตัวเต็มไปด้วยน้ำเค็ม ถึงกระหายแค่ไหนก็ดื่มไม่ได้ ดังนั้นจะวิเศษแค่ไหนถ้ามีอุปกรณ์ที่สามารถเสกน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำดื่มได้ ‘Matt Marchand’ Industrial Designer สายลุยจาก California น่าจะเข้าใจไลฟ์สไตล์หนุ่ม ๆ เป็นอย่างดี เพราะดูจาก Social Network แล้ว เขาคือนักท่องโลกตัวยง รวมถึงน่าจะเคยประสบปัญหาไม่สามารถหาน้ำจืดมาดื่มได้จากบางทริปของตัวเอง นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นไอเดียให้เขาออกแบบ ‘Desalinator’ ตัวกรองมหัศจรรย์ขนาดจิ๋วที่สามารถเปลี่ยนน้ำทะเลให้ดื่มได้ขึ้นมา เวทมนตร์ของ Desalinator อยู่ที่ระบบกรองอัจฉริยะที่มีถึง 4 ชั้น เริ่มชั้นแรกด้วยลูกปัดซิลิกาทำหน้าที่กรองเศษตะกอนและสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ต่อด้วยชั้น Electrodialysis ซึ่งในชั้นนี้คือขั้นตอนของการแยกเกลือออกจากน้ำ ชั้นที่ 3 รับช่วงต่อด้วยการใช้รังสี UV เพื่อกำจัดแบคทีเรียออกไป ก่อนจะเข้าสู่ชั้นที่ 4 โดยในชั้นนี้จะเป็นการกรองด้วยถ่านเพื่อความสะอาดขั้นสุดท้าย จากนั้นน้ำทะเลที่ในตอนนี้ได้แปรสภาพไปเป็นน้ำดื่มเรียบร้อยแล้วจะไหลลงสู่ภาชนะด้านล่าง พร้อมให้ผู้ใช้งานดื่มได้ทันที ด้วยระบบกรองที่มีความซับซ้อนและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ใช้จึงมั่นใจได้เลยว่าน้ำที่ผ่านการกรองจาก Desalinator สะอาด ปลอดภัย ดื่มได้แน่นอน นอกจากประสิทธิภาพในการใช้งานจะยอดเยี่ยมแล้ว ขนาดที่เล็กกะทัดรัดทำให้ผู้ใช้สามารถพกพา Desalinator เรียกว่าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเลยทีเดียว


