นอกจากบรรดาซูเปอร์คาร์และรถยนต์สายพันธุ์สปอร์ต รถในเซกเมนต์ SUV ถือเป็นอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ชายอย่างเราให้ความสนใจ โดย SUV ในโลกนี้มีจุดเด่นต่างกันออกไปหลายแบบ แต่คงไม่มีคันไหนที่จะแกร่งและแรงเท่ากับ Rezvani Tank คันนี้อีกแล้ว Rezvani Automotive Designs ค่ายผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากแคลิฟอร์เนียกำลังจะเปิดตัวRezvani Tank รถยนต์ SUV ประจำค่าย โดยถือเป็นรุ่นที่สองของสายการผลิตที่มีฉายาว่า “Off Road Supercar” ซึ่งพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากรุ่นแรกที่ปล่อยออกมาในปี 2017 Rezvani Tank ปี 2020 ถูกพัฒนาขึ้นมาจากโครงสร้างของ Jeep Wrangler JK รุ่นล่าสุด ก่อนครอบด้วยเกราะกันขีปนาวุธเกรดกองทัพที่ดีไซน์ออกมาอย่างดุดัน รวมถึงประตูและกระจกแบบกันกระสุนรอบคัน ก่อนเสริมความแกร่งของช่วงล่างด้วยล้อแม็กผลิตจากอลูมิเนียม T6061 แบบที่ใช้ในการผลิตอากาศยานและยางกันกระสุนแบบ Flat-Run ขนาด 37 นิ้ว รวมถึงคาลิปเปอร์เบรก 8 ลูกสูบ นอกจากความแกร่งภายนอกแล้ว เรื่องของขุมพลังก็โหดไม่แพ้กัน เพราะ Rezvani Tank รุ่นมาตรฐานมากับเครื่องยนต์ Wrangler’s ขนาด 3.6 ลิตร
ถ้าพูดถึง Chevrolet Camaro ผู้ชายอย่างเราคงรู้ดีถึงความสวยงามและสมรรถนะของอเมริกันมัสเซิลคาร์คันนี้ ที่ถูกปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นรถที่เร็วไม่แพ้ใครบนท้องถนน ผู้ผลิตเองก็ยังไม่ยอมหยุดพัฒนา เลยจัดการเปลี่ยนสัญชาติมันเป็น EV Muscle Car ที่มีความแรงไม่น้อยไปกว่าเครื่องยนต์สันดาปเลย Chevrolet Camaro eCOPO เคยอวดโฉมไปแล้วก่อนหน้านี้ในงาน SEMA 2018 โดยเป็นรถยนต์คอนเซปต์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเชฟโรเลตและ Hancock and Lane Racing ทีมที่พัฒนารถแข่งแบบวิ่งทางตรง (Drag) โดยมีต้นแบบมาจาก Chevrolet Camaro COPO รุ่นปี 2019 เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 1969 Chevrolet COPO Camaro ตำนานของค่าย ด้วยการใช้โทนสี Laguna Blue เหมือนกัน เป้าหมายคือการสร้าง Camaro ในระบบส่งกำลังไฟฟ้าขึ้นมาเพื่อแทนที่เครื่องยนต์ V8 แบบไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างดั้งเดิมของตัวรถ โดยขุมพลังของมันถูกแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า BorgWarner สองตัว ที่ได้พลังงานจากแบตเตอรี่ ลิเทียม-ไอออนขนาด 800 โวลต์ที่แบ่งออกเป็นสี่ก้อน แต่ละก้อนมีความจุ 200 โวลต์ที่วางกระจายตามส่วนต่าง ๆ ของรถที่สร้างสมดุลด้วยการส่งน้ำหนักไปที่ด้านหลังของตัวรถ
แม้ในหนึ่งวันเราจะใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่ห้อง แต่เชื่อว่าเมื่อกลับห้องไปหนุ่ม ๆ ส่วนใหญ่คงทิ้งตัวนอนแหมะอยู่บนเตียงและแทบไม่อยากก้าวขาออกนอกเขตฟูกเลยแม้แต่น้อย ก็ทำไงได้ล่ะ เตียงมันทั้งนุ่ม สบาย และกว้างขวางมากเสียจนมีพื้นที่ให้เราเกลือกกลิ้งเรือนร่างกำยำ พลิกไปพลิกมา และเปลี่ยนแปลงอิริยาบถได้แทบทุกท่าตามใจนึก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ‘เตียง’ ถึงตอบโจทย์ผู้ชายเราตั้งแต่กิจกรรมทางเพศไปจนถึงกิจกรรมยามว่าง ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและพัฒนาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก็ยิ่งช่วยยกระดับและรังสรรค์นวัตกรรมเตียงให้มีอะไรมากกว่าแค่เป็นพื้นที่นอนเพื่อฆ่าเวลาแก้เบื่อ Fabio Vinella ดีไซเนอร์หนุ่มร่วมมือกับทีมสถาปนิกชาวอิตาลีออกแบบเตียง HIBED ของแบรนด์ Hi-Interiors ซึ่งเป็นเตียงที่มีแอปพลิเคชันเป็นของตัวเอง ผนวกเฟอร์นิเจอร์ในบ้านและอุปกรณ์อัจฉริยะเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้ชายเรา ตัวโครงสร้างเตียงใช้โครงเหล็กพร้อมพื้นผิวไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น ดีไซน์เตียงคล้าย ๆ กระโจมแต่ปราศจากผ้าม่านบดบัง ส่วนบริเวณปลายเท้าติดตั้งหน้าจอโพรเจกเตอร์ 4K และลำโพงขนาด 70 นิ้วที่พับเก็บได้แบบไม่เกะกะ นอกจากอรรถรสที่ได้รับชมภาพยนตร์และซีรีส์เรื่องโปรด เตียง HIBED ยังมีความสามารถในการวิเคราะห์และติดตามรูปแบบการนอนหลับ เพื่อให้หนุ่ม ๆ มีตารางการนอนที่เหมาะสม ซึ่งพวกคุณสามารถตรวจสอบคะแนนการนอนได้ทุกเช้าที่ตื่น เตียงมีระบบ Biometric Parameters ที่พร้อมรายงานคุณภาพอากาศและตรวจวัดอุณหภูมิภายในห้องนอน ทั้งยังวิเคราะห์ระดับเสียงรบกวนหรือแม้แต่น้ำหนักตัวของผู้ใช้ได้อีกด้วย บริเวณหัวเตียงและฐานเตียงสอดแทรกชุดไฟ built-in เพื่อสร้างแสงสว่างในยามค่ำคืนและเอื้อประโยชน์ต่อหนุ่มหนอนหนังสือให้ท่องโลกตัวอักษรได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มระบบการเตือนอัจฉริยะที่จะคอยแจ้งข่าวสารและสภาพอากาศประจำวันให้กับผู้ใช้ เรียกได้ว่าเป็นเตียงนอนที่ครบครัน ทันสมัย และมีฟังก์ชันเจ๋ง ๆ เหมาะกับผู้ชายยุคใหม่อย่างเราเป็นที่สุด ‘HIBED’ ถือเป็นตัวการันตีว่าอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่ง ในรอบหลายศตวรรษของประวัติศาสตร์โดยได้แรงหนุนจากเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและนวัตกรรมล้ำสมัยที่ช่วยให้ชีวิตของผู้ชายเราสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิม
ในยุคที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังไปได้สวย และการสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอบน Youtube มาแรงอย่างตอนนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ใช้กล้องพกพาที่ละเอียดคมชัด มีช่วงไดนามิกกว้าง และโดดเด่นทั้งการแสดงแสงที่สว่างหรือแม้แต่เงาที่มืดที่สุด BLACKMAGIC DESIGN บริษัทชั้นนำที่รังสรรค์นวัตกรรมกล้องเพื่อการสร้างภาพยนตร์ได้เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ ‘BLACKMAGIC POCKET CINEMA 6K’ ที่ดูเผิน ๆ แล้วงานดีไซน์แทบไม่แตกต่างอะไรจาก 4K รุ่นก่อนมากนัก แต่ตัวกล้องถูกอัปเกรดให้เอื้อประโยชน์ต่อนักสร้างสรรค์ภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น และมันกลายเป็นกล้องคอมแพกต์ขนาดพกพาที่เหมาะที่สุดสำหรับถ่ายภาพยนตร์ในตอนนี้ ‘BLACKMAGIC POCKET CINEMA 6K’ เพิ่มเซนเซอร์ภาพ Super 35 HDR ขนาด 6144 x 3456 มอบคุณภาพการบันทึกภาพและวิดีโอในระดับดีเยี่ยม ทั้งตัวเซนเซอร์ยังดีไซน์มาเพื่อลดเสียงรบกวนอันเนื่องมาจากทำงานของตัวเครื่อง คอมแพกต์ตัวนี้มาพร้อม Dynamic Range 13 stops และช่วง ISO สูงถึง 25,600 ที่มีสัญญาณรบกวนต่ำในทุกสภาพแสง ทำให้กล้องสามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้ดีแม้จะเจอสภาพแสงที่ท้าทาย แถมยังเก็บรายละเอียดบริเวณที่สว่างและมืดที่สุดของภาพได้อย่างมืออาชีพ กล้องยังรองรับการถ่ายภาพทั้งมุมกว้างและภาพระยะใกล้ มีเลนส์เมาท์ EF ที่เข้ากันได้กับเลนส์ของ Canon, Zeiss, Sigma และเลนส์ยอดนิยมจากค่ายอื่น
ร้อยทั้งร้อย คนทำงานต้องเคยกดซ่อนจอเวลางานตอนเจ้านายเดินผ่านสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าด้วยเหตุผลร้อยแปด เช่น พักสายตา ติดซีรีส์ เปิดเฟซบุ๊ก แชทหญิง เล่นเกม ไปจนถึงดูหนังโป๊ แต่ส่วนใหญ่พอเข้าจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มกำลังเพลินเรามักจะสลับจอไม่ทัน โดนจับได้ โดนบ่นให้เสียเส้นตลอด ระหว่างที่เราพยายามหาวิธีเอาชนะเรื่องนี้แบบเอาเป็นเอาตาย ฝึกคีย์ลัดกับตั้งสติสุด ๆ ให้ทุกประสาทสัมผัสเปิดรับความเคลื่อนไหวเจ้านายเสมอ จะได้กดเปลี่ยนจอทันเวลาเจ้านายเดินผ่าน เราก็ดันไปเจอของเจ๋ง ๆ ชิ้นนี้ที่ชื่อว่า “Daytripper” เข้า บอกจริง ๆ ว่าขอบคุณสวรรค์ ถึงจะมาช้าแต่ก็มาทันเวลาพอดี หน้าตาเขียว ๆ เหมือนแผงวงจรจิ๋ว ๆ อย่าประมาทความสามารถที่ซ่อนอยู่เป็นอันขาด เพราะเจ้า Daytripper มันคือเซนเซอร์ที่เกิดมาเพื่อพวกเราชาว Urban Men ทุกคนที่อยากใช้เวลา Private ระหว่างเวลางานโดยไม่ให้เจ้านายจับได้ จากส่วนประกอบและฟังก์ชันเหล่านี้ Daytripper ประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ชิ้นด้านใน คือเครื่องส่งสัญญาณ (TX) และเครื่องรับสัญญาณเซนเซอร์ (RX) วิธีการใช้ไม่ยากแค่เอา TX ไปวางจับสัญญาณความเคลื่อนไหวตรงจุดอันตรายที่เราคิดว่าเจ้านายกำลังจะเดินมาเพื่อเตือนเราล่วงหน้า ส่วนเจ้า RX เราเสียบไว้กับ
เห็นนวัตกรรมชิ้นนี้ปุ๊บ สิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวเราทันทีคือโฆษณาฮอลคูลไปของลูกอมฮอลปี 2010 ที่ยังเป็นมีมมาจนถึงวันนี้ แต่เปลี่ยนจาก ‘ฮอลคูล’ ไปเป็น “ส่ง-ปลา-กู-ไป” แทน ใครที่เกิดไม่ทันให้หรือสงสัยว่ามันเกี่ยวกันยังไง ลองไปดูโฆษณาตัวนี้ก่อน เอาฮา ก่อนจะไปดูของจริงว่าอะไรที่ทำให้เราคิดถึงนวัตกรรมตัวนี้ ส่วนนี่คือพระเอกของเรา เจ้า Whooshh ปืนใหญ่ส่งปลาผ่านท่อ ชนิดที่ถึงปลายทางแล้วยังดิ้นดิ๊ก ๆ ลงไปว่ายน้ำต่อสบาย ๆ เหมือนยิงจรวด พรึ่บ! ไปถึงปลายทาง ดูจบเชื่อว่าเพลินมาก แต่ไอ้ที่มาพร้อมความเพลินแบบนี้คือความสงสัยว่า เฮ้ย! ทำไมคนเราถึงจะต้องทำ Hyperloop ไว้ส่งปลาแซลมอนบินผ่านหัว ทุ่มทุนสร้างขนาดนั้น มันคุ้มกันไหมเนี่ย ดังนั้น เราเลยเจาะไปถึงจุดตั้งต้นเลยว่า ไอ้นวัตกรรมชิ้นนี้เขามีไว้ทำไม จะขายได้ไหม แล้วดีแค่ไหนกันแน่ มาดูความเจ๋งของมันไปพร้อมกัน ไอเดียส่งปลา เริ่มต้นจากสวนส้ม ถึงจะดูประมงจ๋าขนาดไหน แต่ความจริงจุดเริ่มต้นของ Whooshh ได้ไอเดียตั้งต้นมาจากภาคเกษตรกรรมของรัฐวอชิงตัน เมื่อ 8 ปีที่แล้วระหว่างการทดสอบเก็บเกี่ยวผลผลิตภาคสนาม Vincent Bryan III ซีอีโอของ Whooshh สังเกตเห็นการขนปลาแซลมอนข้ามเขื่อนด้วยการนำมันใส่ถังขนาดใหญ่ด้วยเฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้า
คงไม่ได้มีเพียงค่ายรถชั้นนำในยุโรป อเมริกาหรือในเอเชียเท่านั้นที่เดินหน้าพัฒนาความเร็วให้รถพวกเขาแบบไม่เคยหยุดพัก เพราะค่ายรถขนาดกลางอย่าง Tushek จากประเทศสโลวีเนียก็เตรียมเปิดตัวไฮเปอร์คาร์คันใหม่ของค่ายอีกครั้งหลังจากหายเงียบไปจากวงการเกือบ 10 ปีเต็ม Tushek TS 900 H APEX คือชื่อของไฮเปอร์คาร์สายพันธุ์ไฮบริดสัญชาติสโลวีเนียจากค่ายรถที่ชื่อ Tushek ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีผลงานเป็นซูเปอร์คาร์ Tushek renovotio 500 ก่อนจะเงียบหายไปหลายปี ใครจะรู้ว่าพี่เขาไปซุ่มเงียบพัฒนารถ Prototype คันใหม่ของค่ายกันอยู่ โดยจะเปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการในงาน Salon Prive ที่กำลังจะจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ มองกันที่ดีไซน์ภายนอกของรถคันนี้มากับเส้นสายที่ดุดัน แม้บางมิติจะดูเยอะเกินแต่เชื่อว่าสัดส่วนต่าง ๆ คงถูกพัฒนาให้เพิ่มประสิทธิภาพในงานทำงานของระบบ Aerodynamic ให้ดีที่สุด โดยตัวรถเลือกผสมผสานระหว่างวัสดุอย่าง Chrome-Moly และคาร์บอนไฟเบอร์ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 1,410 กิโลกรัมเท่านั้น นอกจากมียังมีช่วงล่างที่ไว้ใจได้จากเบรค Brembo และยางจาก Pirelli Trofeo R มาเพิ่มการยึดเกาะถนนเพิ่มขึ้นอีกแรง ส่วนเรื่องของขุมพลัง ไฮเปอร์คาร์สัญชาติสโลวีเนียคันนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร เพราะมาพร้อมเครื่องยนต์แบบไฮบริด V8 ขนาด 4.2 ลิตร ที่จะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวที่จะให้พลัง 937 แรงม้าและแรงบิดที่ 1033
Honda NSX หรือชื่อที่วางขายในตลาดสหรัฐอเมริกาว่า Acura NSX ถือเป็นหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่หนุ่มหลายคนหมายตา ถึงแม้การทำตลาดในเมืองลุงแซมจะไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ Acura NSX ปี 2020 เตรียมกลับมาอีกครั้งพร้อมกับสี Indy Yellow Pearl ที่คล้ายกับสีดั้งเดิมของรถเจเนอเรชันแรก หนุ่ม ๆ ที่กำลังรอฟังข่าวของซูเปอร์คาร์จากค่าย Honda อย่าง Acura NSX คงตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อทางค่ายผู้ผลิตประกาศแล้วว่า Acura NSX ปี 2020 จะเพิ่มทางเลือกด้วยสีสุดพิเศษอย่าง Indy Yellow Pearl ซึ่งเป็นสีที่ทำมาเพื่อระลึกถึงสีเหลืองยอดนิยมของ NSX ในเจเนอเรชันแรกที่ผลิตระหว่างปี 1990 – 2005 ซึ่งถูกเรียกว่า Spa Yellow และ Rio Yellow และเป็น 1 ใน 5 สียอดนิยมที่ลูกค้าสั่งซื้อมากที่สุด ก่อนหน้านี้ Acura NSX เคยนำสีดั้งเดิมจากรถในเจเนอเรชันแรกกลับมาใช้ในรุ่นปัจจุบันอีกครั้งนั่นคือสี Berlina Black โดยสีมาตรฐานที่มีให้เลือกคือ
สำหรับผู้ชายอย่างเรา การมีโอกาสได้ครอบครองรถยนต์รุ่นในฝันหรือโมเดลที่หลงใหลถือเป็นการเติมเต็มความสุขในชีวิตอีกอย่างหนึ่ง รถหลายคันมีความต้องการในท้องตลาดสูง ความต้องการในตลาดมืดจึงสูงไม่ต่างกันโดยเฉพาะในดินแดนที่กว้างใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาที่ตลาดรถยนต์มีขนาดใหญ่ มีสถิติที่น่าสนใจจาก The Insurance Institute For Highway Safety หรือบริษัทประกันภัยทางหลวงของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายชื่อรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมมากที่สุด นับเฉพาะโมเดลใหม่ที่ผลิตออกมาระหว่างปี 2016-2018 มาดูกันว่ารถยนต์จากค่ายไหน รุ่นใดที่มีความต้องการในตลาดมืดมากที่สุดในแดนลุงแซมปีนี้ 10. Mercedes-Benz S-Class 4Matic รถรุ่นยอดนิยมของ Mercedes-Benz อย่าง S-Class หนึ่งในยนตรกรรมคลาสสิกที่หนุ่ม ๆ รู้ดีว่าขึ้นชื่อด้านความหรูหราและได้รับความนิยมในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะเสียงของเครื่องยนต์ V8 ใน S-Class 4Matic คันล่าสุด ก็ทำให้อัตราการถูกขโมยของมันเพิ่มขึ้น 2.91 เท่าจากรถยนต์รุ่นเดิมที่เคยผลิตออกมา 9. CHRYSLER 300 ลำดับต่อมาของลิสต์คือ Chrysler 300 จากบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกาที่หลายคนอาจไม่คุ้ยชื่อกันนัก อย่างไรก็ตาม Chrysler 300 ถือเป็นยนตรกรรมที่หรูหราทั้งดีไซน์ภายนอกที่ใกล้เคียงกับ Bentley และงานภายในห้องโดยสารที่สวยงาม อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.7 ลิตรที่ให้พลังม้า 363
Monterey Car Week จากงานแข่งรถโบราณอันโด่งดังแห่งอเมริกาได้กลายมาเป็นมหกรรมยานยนต์ที่คึกคักที่สุดของโลก ในงานไม่เพียงแต่นำรถยนต์สุดแรร์ของแต่ละค่ายมาจัดแสดงต่อสายตาสาธารณชน หากยังจัดประมูลรถยนต์เท่ ๆ ที่ผู้ชายอย่างเราหลงใหลและคลั่งไคล้เสียยิ่งกว่าอะไร เมื่อสัปดาห์แห่งโลกยานยนต์เริ่มต้นขึ้น UNLOCKMEN ก็ไม่พลาดที่จะหยิบรถยนต์ไฮไลต์ของงานมาให้หนุ่ม ๆ ของเราได้ยลโฉมกัน แล้วนี่คือ 30 คันรถที่ราคาต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะปรากฏตัวในงานประมูลรถ MONTEREY ของปีนี้ 973 Datsun 240Z ($60,000 – $75,000) 1977 Italycar 1/2 scale Grand Prix Racer ($60,000 – $80,000) Real McCoy Chevrolet Corvette Replica ($75,000 – $100,000) 1979 Volkswagen Super Beetle Convertible 1926 Bugatti Type 35 Replica
สำหรับไลฟ์สไตล์เร่งรีบ โลดโผน และแฝงไปด้วยอันตรายของผู้ชายเรา บางครั้งก็ต้องเลือกใช้เครื่องมือ EDC ที่มีศักยภาพสูงและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากพาหนุ่ม ๆ ไปรู้จักกับมีดพก SEAL XR ของ SOG ที่ทั้งหล่อ เท่ ง่ายต่อการพกพา และเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพจากวัสดุสุดแกร่ง ตัวมีดดีไซน์เป็นสีดำเทาให้ความรู้สึกเท่ แต่ก็ซ่อนความก้าวร้าวรุนแรงจากบอดี้ผิวขรุขระ ด้ามจับ GRN ทำจากวัสดุไนลอนเสริมใยแก้วจึงทนทานเป็นพิเศษ แถมออกแบบช่องนิ้วมาเพื่อให้รับกันกับขนาดมือผู้ชาย แม้มีดพก SOG SEAL XR จะถูกดีไซน์มาให้กะทัดรัด แต่ก็ไม่เล็กจนจิ๋วเกินไป เพราะผ่านการทดสอบและปรับปรุงรูปร่างให้เหมาะสมกับผู้ใช้มืออาชีพ เพื่อให้หนุ่ม ๆ ถือครองและใช้งานได้อย่างถนัดมือ เสริมความคมอีกขั้นด้วยใบมีดเหล็กกล้า CPM-S35VN ที่ผลิตจากอเมริกาขนาด 3.9 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามีด EDC รุ่นดั้งเดิม ความยาวโดยรวมของมีดอยู่ที่ 9.2 นิ้ว และน้ำหนัก 8.2 ออนซ์ ช่วยให้มีดเล่มนี้สะดวกสบายต่อการพกพาเป็นที่สุด นอกจากมีดจะต้านทานต่อการกัดกร่อนในระดับสูงและเกิดสนิมได้ยากแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่ามีดเล่มนี้จะใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวและทันต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเพิ่มกลไก flipper
‘ความเร็ว’ ‘ซูเปอร์คาร์’ ‘ศาสดาอาร์ต’ ‘งานศิลปะ’ ทั้งหมดนี้เมื่อมองดูแล้วไม่น่าจะเป็นสิ่งที่สามารถรวมกันได้ แต่สำหรับ BMW มองเห็นความเจ๋งของทุกอย่างที่กล่าวมาจนเกิดงานศิลปะสุดแนวชื่อว่า BMW Art Car โดยได้เหล่าศิลปินชื่อก้องโลกแต่ละยุคมามีส่วนสร้างสรรค์รถซูเปอร์คาร์ให้กลายเป็นศิลปะ เช่นเดียวกับผลงานที่ครบรอบ 40 ปี ในปีนี้กับงานของ BMW M1 และ เจ้าพ่อ Pop Art นาม Andy Warhol คอรถวินเทจหลายคนคงรู้จักซูเปอร์คาร์จากค่าย BMW กับรุ่น M1 ทวินแคม 6 สูบเรียง 3,500 ซีซี (3.5 ลิตร) เครื่องยนต์วางกึ่งกลาง โดดเด่นทุกครั้งเวลาเปิดประตูด้วยประตูแบบปีกนก ไฟหน้าแบบ pop up สุดคลาสสิก พร้อมขุมพลัง 470 แรงม้า ซึ่งถือว่า BMW เป็นแบรนด์รถยนต์แรก ๆ ที่สามารถทำความเร็วแรงได้มากขนาดนี้ BMW M1 เริ่มวางจำหน่ายช่วงปี 1978-1981 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวก็มีศิลปินชาวอเมริกันกำลังโด่งดังเป็นพลุแตกด้วยผลงานแนว


