ใกล้เข้ามาทุกที กับ Tokyo Motor Show 2017 เทศกาลรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของฝั่ง JDM ที่แม้แต่ฝรั่งยังต้องบินมาเยี่ยมชม เพราะมีครบทั้งรถเท่ รถคลั่ง รถแรง และรถรุ่นใหม่ ๆ ที่มักจะนำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่นี่ และปีนี้เป็นปีที่แฟน ๆ ซูบี้จะได้ตื่นเต้นก่อนใคร เพราะ Subaru จะเปิดตัว 2 รุ่นพิเศษเป็นครั้งแรกในงานนี้ มีทั้ง WRX STi S208 และ BRZ STi Sport Edition ในโทนสีเดียวกัน ขอเริ่มจาก Subaru BRZ STi Sport Edition ก่อน เพราะนับตั้งแต่วันที่เปิดผ้าคลุมรถ Sport Coupe คันนี้ออกมา คนทั้งโลกก็ต่างเฝ้ารอวันที่ Subaru จะปลุกเสกเวอร์ชั่น STi เรียกพลังให้ BRZ แรงสมกับหน้าตา ลบคำครหาว่าแรงแต่รูป สูบไม่ไป แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่โผล่มาสักที ตอนนี้มันโผล่มาแล้วครับ
ของไร้สายใคร ๆ ก็ชอบ เกาะอกไร้สาย เสาไฟฟ้าไร้สาย ไปจนถึงที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย แต่ใครจะไปคิดว่าในชีวิตนี้จะทันได้เห็นที่ชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไร้สายเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ในภาพยนตร์ Scifi เป็นผลงานการประดิษฐ์ของ BMW ที่ลั่นวาจาไว้อย่างแน่วแน่ว่า ปีหน้าเตรียมเงินไว้ซื้อได้เลย ตอนนี้ในตลาดรถยนต์เต็มไปด้วยรถ Plug-In Hybrid ที่สามารถเสียบสายชาร์จเท่ ๆ ได้ตามคอนโด ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แต่เท่าที่ทราบ เรายังไม่เห็นใครใช้เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charging มาก่อน และ BMW ชิงพัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้ก่อนใคร เพื่อตอกย้ำความน่าใช้งานของรถยนต์กลุ่ม iPerformance พลังงานมอเตอร์ไฟฟ้า โดยเตรียม pilot ใช้กับ BMW 530e iPerformance ก่อนใครในตระกูลภายในปี 2018 วิธีการทำงานก็แสนง่ายไม่ต่างกับใช้ Wireless Charging ของโทรศัพท์ แค่ซื้อ Charging Pad ที่มี primary coil ไปติดตั้งบนพื้นที่จอดรถ จะในร่มหรือกลางแจ้งก็ได้ จากนั้นก็ขับรถ BMW iPerformance ที่ติดตั้ง
ถ้าหากให้นึกถึงแบรนด์รถที่ค่อนข้างหายากในบ้านเราน้อยคนนักที่จะนึกถึงแบรนด์อย่าง Alfa Romeo แต่หากใครรู้จักรถยนต์แบรนด์นี้จะรู้ดีว่า เรื่องของชื่อเสียง โดยเฉพาะในด้านรูปลักษณ์นั้น สามารถพูดได้เลยว่าไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว ดังนั้น วันนี้หลังจากที่เราได้ข่าวการเคลื่อนไหวของ Alfa Romeo ซึ่งนาน ๆ จะมีมาสักทีหนึ่ง เราจึงได้นำเอาประวัติ พร้อมกับข่าวคราวของค่ายรถยนต์ค่ายนี้มาอัพเดทให้แฟน ๆ ได้ทราบกันแบบสด ๆ ร้อน ๆ หากใครชอบ หรือกำลังเล็ง ๆ Alfa Romeo อยู่ บทความนี้ จะทำให้ คุณได้รู้จักกับ แบรนด์ Alfa Romeo เจ้าของสโลแกน “La Meccanica Delle Emozioni” ที่แปลจากภาษา Italy มีใจความว่า “The Mechanics of Emotions” เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน History of Alfa Romeo ผู้ก่อตั้ง Alfa Romeo ขึ้นนั้นมีทั้งหมด 3
เชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่ต้องชื่นชอบซีรีย์ Narcos ของ Netflix ที่สุดของความมันส์ เรื่องราวสงครามระหว่าง DEA และ Drug Lord ตัวพ่อระดับบิ๊กที่เรียกได้ว่าเป็นต้นทางของยาเสพติดทั่วโลก ความรุนแรง สงคราม สินบนระดับซื้อรัฐบาลได้ทุกพวง แน่นอนว่าเนื้อหาถูกสร้างจากเรื่องจริงเกือบจะ 100% เริ่มต้น 2 Season แรก (2015) ในการไล่ล่า Pablo Escobar เจ้าพ่อโคเคนแห่ง Colombia ที่แม้แต่ตำรวจ ทหาร และประธานาธิบดียังต้องยอมให้ จนถึง SS3 ที่เพิ่งจะออนแอร์ไปไม่นาน ในการไล่ล่าแกงค์ Cali Cartel ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ซีรีย์สุดมันส์เรื่องนี้ฮิตกระจาย ก็คือความสมจริงของเรื่องราว และโลเคชั่นถ่ายทำที่เข้าไปถึงสถานที่จริง แน่นอนว่าสถานที่เหล่านั้นเต็มไปด้วยความน่ากลัว ของบรรดาอาชญากรเหลืออยู่ไม่น้อย และนี่ก็คือผลงานที่สุดยอดของ Carlos Munoz Portal, Location Manager ของซีรีย์ Narcos และการเข้าถึงสถานที่จริงนี้เอง ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม เมื่อมีรายงานข่าวว่าพบศพของ Munoz ถูกยิงเสียชีวิตคาซากรถที่เต็มไปด้วยรูกระสุน เหมือนกับฉากในซีรีย์ Narcos ไม่มีผิด Carlos
เรียกได้ว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในหลายประเทศกันเลยทีเดียวสำหรับ BMW i3 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 นั่นก็คงเพราะว่าด้วยรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียว และขนาดที่ทำให้การขับขี่คล่องตัวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่หลายคนที่ยังคงต้องการการตอบสนองในเรื่องของความแรง และจิตวิญญาณความ Sport อาจจะมองว่า น่าเสียดายที่ BMW i3 ยังขาดจุดนี้ไป และรู้สึกว่ามันอาจจะดูติ๋มเกินไปที่จะขับมัน แต่ล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา BMW ได้ทำการเปิดตัว BMW i3S โฉมใหม่ล่าสุด ที่ต้องบอกเลยว่า คนที่เคยมอง BMW i3 เป็นรถติ๋ม ๆ ต้องเปลี่ยนตระหนักถึงศักยภาพ และเปลี่ยนความคิดไปจนหมด เพราะการเปิดตัว BMW i3S ในครั้งนี้นั้น ทาง BMW ได้ทำการจัดเต็มอัพเกรดทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่แรงขึ้น รวมไปถึงรูปทรงที่มีความเป็น Sport ดุดันขึ้นกว่าเดิมชนิดที่คาดไม่ถึง หลายคนคงจะอยากเห็นหน้าของ BMW i3S กันแล้วใช่ไหมล่ะว่ามันจะโหด ดุดัน และน่าจับจองเป็นเจ้าของมากขึ้นขนาดไหน ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะพาทุกคนไปพบกับ BMW i3S ด้วยตัวคุณเองกันเลย ถ้ามองผิวเผินจากรูปทรงภายนอก มันอาจจะดูไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกับ BMW i3 มากนัก
เจอจั่วหัวไปอาจจะงง ก็เห็นอยู่ว่ามันชื่อ Polaroid แต่ทำไมมันไม่ได้ผลิตโดย Polaroid ที่จริงแล้ว Polaroid เลิกผลิตกล้องไปแล้วเป็นเวลาร่วม 10 ปี และเลิกผลิตฟิลม์ไปแล้วประมาณ 9 ปี ซึ่งแฟนพันธ์แท้กล้อง Polarod อาจจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า มีกลุ่มคนที่หลงรักเสน่ห์ของมัน ไม่ยอมปล่อยให้แบรนด์นี้ตายไปจากประวัติศาสตร์ จึงเปิดบริษัทชื่อ Impossible Project พร้อมเช่าโรงงานและกว้านซื้ออุปกรณ์ Polaroid ทั้งหมด กระบวนการผลิต พร้อมสิทธิการใช้ชื่อแบรนด์ Polaroid เพื่อสานต่อการผลิต Instant Camera ต่อไป ในช่วงแรก Impossible Project เน้นผลิตฟิลม์ Polaroid เพียงอย่างเดียว ก่อนจะเปิดตัวกล้องโปรเจคแรกไปเมื่อปีที่แล้ว ในชื่อ i-1 กล้องหน้าตาสุด vintage แต่ผสมผสานเทคโนโลยีกล้องทันสมัยเข้าไป และปีนี้ Impossible Project ได้เปิดตัวโปรเจคที่ดึงเอาความเป็น Polaroid ออกมาใช้แบบเต็ม ๆ ทั้งรูปทรงและชื่อแบรนด์ โดยมีการดึงเอาโมเดลเก่า OneStep ปี 1977
ได้ชื่อว่ากลิ่นเหม็นจากร่างกาย ไม่ว่าจะมาจากช่องทางไหน ก็ทำร้ายจิตใจทั้งคนรอบข้างรวมถึงเจ้าตัวอย่างรุนแรงได้ทั้งนั้น และกลิ่นเหม็นที่ติดอันดับน่าเป็นห่วงใน chart Top 3 ต้องมีกลิ่นเท้าเข้าไปติดโผอยู่ด้วยแน่นอน ลองคิดดูว่าคุณต้องถอดรองเท้า คลานเข่าเข้าไปหาผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อสู่ขอสาวแต่งงาน ทันใดนั้นกลิ่นเท้าก็โฉยออกมาอย่างรุนแรงจนรับไม่ได้ เรียกว่าวงแตกคากลิ่นตีน แบบนี้ไม่โอเค โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่มักจะถอดรองเท้า นั่งล้อมโต๊ะกินเหล้ากับลูกค้าและหัวหน้าหลังเลิกงาน การมีกลิ่นเท้ารุนแรงเกินไป ย่อมหมายถึงโศกนาฏกรรมในหน้าที่การงาน นี่จึงเป็นที่มาของ Hana-Chan หุ่นยนต์หมาน้อยที่มีหน้าที่คอยดมกลิ่นเท้า Hana-Chan หรือเรียกไทย ๆ ว่า ฮานะจัง คือหุ่นยนต์สุนัขขนาด 15 เซนติเมตร รูปร่างตัวเล็กน่ารัก ประมาณชิสุ พุดเดิ้ล ที่บริษัท NEXTTECHNOLOGY ซึ่งเป็น StartUp ญี่ปุ่นสร้างขึ้นมา โดยอาศัย Insight ของผู้ชายคนทำงานที่ต่างกังวลว่ามีกลิ่นเท้ารุนแรงหรือไม่ เพราะกลิ่นเท้าถือเป็นสิ่งที่น่าอับอาย ไม่มีมารยาททางสังคม ไม่ให้เกียรติคนรอบข้าง และในเกือบทุกจังหวะชีวิตเข้าสังคม ต้องมีการถอดรองเท้าเสมอ คนรอบข้างอาจจะไม่กล้าบอกเรื่องกลิ่นเท้า เจ้าตัวก็อาจจะไม่รู้ว่าเหม็นขนาดไหน จึงเป็นหน้าที่ของฮานะจัง ที่จะใช้ Sensor รับกลิ่นซึ่งติดอยู่ที่จมูกในการเตือนสติระดับความเหม็นของเท้า ความพิเศษของมันคืออาการหลังดมกลิ่น ถ้าไม่มีกลิ่นเท้า ฮานะจังจะสั่นหางเหมือนตอนสุนัขดีใจ ถ้าเหม็นประมาณนึง ฮานะจังจะบอกเราด้วยการเห่า
เป็นงาน Press Conference ที่เรียกเสียงเป่าปากได้มากอีกครั้งจาก Apple หลังจากเปิดตัวแบบขาดความน่าตื่นเต้นไปหลายทีหลายหน จนคนเริ่มหมดความศรัทธา แต่ล่าสุด กระแส Apple Fever ก็กลับมาดังโฉ่งฉ่างอีกครั้ง พร้อมราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นมายืนรอการเปิดตัวครั้งสำคัญ ที่คนทั้งโลกเฝ้ารอ นั่นก็คือ iPhone 8 แต่รอบนี้ Tim Cook จัดเต็ม ทำเซอร์ไพรส์ เปิดตัว iPhone X มันพร้อมกันสองโมเดลซะเลย เรื่องสเปคเราได้พูดไปแล้วที่บทความก่อนหน้า (Click Here) แต่สิ่งที่ทำให้เราสนใจก็คือ แล้วชื่อ iPhone 9 หายไปไหน ทำไม Cook ถึงยอมทิ้งชื่อนี้ข้ามไป สาเหตุที่ Apple ตัดสินใจแบบนี้ เป็นเรื่องของการตลาด และการเอาชนะคู่แข่งล้วน ๆ ก่อนอื่นต้องเริ่มจากการออกเสียง คุณเรียก iPhone X ว่าอะไร ไอโฟน เอ็กซ์? ผิดครับ ที่จริงแล้ว Apple เรียกมันว่า iPhone 10 ซึ่งในความหมายนึง
ในยุคที่ City Car พลังงานไฟฟ้าสามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น มันได้รับความนิยมจากเหล่าคนเมืองมากขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากมันจะช่วยประหยัดค่าน้ำมันในวันที่การจราจรเป็นอัมพาต ยังช่วยลดมลภาวะในอากาศได้ดีอีกด้วย ซึ่งหลายประเทศต่างก็ผลักดันให้มีการใช้รถพลังงานไฟฟ้าแทนกันแล้ว เช่นในยุโรปและจีน รวมถึงการลดภาษีให้อย่างเช่นในประเทศไทย ในเมื่อเราต้องใช้มันในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน วันนี้เราจึงขอนำเอา EV City Car พลังงานไฟฟ้าที่น่าสนใจไม่แพ้ Tesla มาแนะนำ และมันเพิ่งถูกนำออกมาโชว์สายตาสาธารณะชนเป็นครั้งแรก หลังจากซุ่มอยู่เงียบ ๆ ปล่อยให้คนอื่นเปิดตัวกันยกใหญ่ หลายคนก็ถามหาว่า แล้ว EV ของ Honda อยู่ที่ไหน ตอนนี้มันโผล่มาแล้วกับ Honda “Urban EV” Concept ในงาน Frankfurt Motor Show 2017 ที่ผ่านมา บอกเลยว่าเห็นหน้าแล้วต้องตกหลุมรักในทันที Honda “Urban EV” ที่เพิ่งปล่อยออกมานี้ ถูกออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจาก Honda Civic hatchback generation แรกที่เคยผลิตในปี 1970 แต่ถูกปรับให้มีรูปร่างหน้าตาที่เท่ทันสมัย เราจึงดูแล้วได้ทั้งความรู้สึกคลาสสิคและล้ำหน้าไปพร้อมกัน แม้ว่ารายละเอียดของระบบขับเคลื่อนยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่ามันยังเป็นเพียง
เป็นคำถามโลกแตกอีกคำถามหนึ่งที่ถามใคร ใครก็ต้องส่ายหัวงุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้ง ๆ ที่เจ้าแท่งน้อยกลอยใจลูกชายของเรามันปักหลักซ่อนตัวอยู่ในกางเกงแทบจะตลอดเวลา ไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวันอย่างใครเขา แต่ทำไม้ ทำไม สีของมันถึงได้คล้ำเข้มคมขำกว่าสีผิวส่วนอื่น ๆ ได้ชัดเจนขนาดนั้น? UNLOCKMEN ไม่ได้จะอาสาควักออกมาหาคำตอบเอง แต่นี่คือคำตอบจาก Dr. Cameron Rokhsar และ Dr. Lindsey Bordone สองแพทย์ผิวหนังจาก New York และคำตอบทั้งหมดนั้นก็เริ่มต้นที่ฮอร์โมนเพศของเรานั่นเอง ฮอร์โมนเพศชาย Testosterone และฮอร์โมนเพศหญิง Estrogen ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเรานั้นจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์เมลาโนไซท์ ซึ่งเจ้าเซลล์เมลาโนไซท์เหล่านี้เองที่เป็นเซลล์ผิวหนังและเส้นผมที่ปล่อยเมลานินหรือโปรตีนสีอันเป็นตัวกำหนดสีผิวของเรา ดังนั้นเมื่อเราเริ่มเข้าสู่วัยแรกแย้ม ฮอร์โมนเพศพุ่งกระฉูดอย่างวัยแรกรุ่น เมื่อฮอร์โมนเพศยิ่งหลั่ง เซลล์ที่ควบคุมเรื่องเม็ดสียิ่งทำงาน พื้นที่เฉพาะส่วนสำคัญที่เกี่ยวกับเพศอย่างน้องชายเรา หรือหัวนมเราจึงมีสีเข้มขึ้นมากกว่าส่วนอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนวัยเด็กมันก็ดูชมพูอ่อนใสน่าขบกัดอยู่ดี ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือ ยิ่งโตยิ่งมีสีคล้ำขึ้นเพราะฮอร์โมนเพศ ทั้ง ๆ ที่ไม่โดนแดดนั่นแหละ Dr. Cameron Rokhsar ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ฮอร์โมนควบคุมการผลิตเม็ดสีของเมลาโนไซท์สิ่งเหล่านี้สามารถมีผลต่อเม็ดสีในบริเวณนั้น ทำให้โดยทั่วไปพื้นที่ดังกล่าวจะสีคล้ำขึ้น”
“So you can keep me Inside the pocket of your ripped jeans…” ท่อนคุ้นหูจากเพลง Photograph หนึ่งในเพลงฮิตของพ่อหนุ่มผมแดง Ed Sheeran ที่สื่อความหมายสุดลึกซึ้งว่าภาพถ่ายคืออีกหนึ่งรูปแบบของความทรงจำ ซึ่งสามารถเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาด ๆ เพื่อนำมาระลึกถึงกันได้เสมอ แต่นอกเหนือจากภาพถ่าย อีกสิ่งหนึ่งที่เรายอมรับว่า Ed Sheeran สามารถเก็บรักษาเอาไว้ในกระเป๋าได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่เขาใช้ความสามารถหามาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ในฐานะของศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมี่ เจ้าของเพลงฮิตมากมายจากสตูดิโออัลบั้มทั้ง 3 ชุด และทัวร์คอนเสิร์ตอีกเพียบ ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเขาในปีที่แล้วนับเป็นเงินเหนาะ ๆ 33.5 ล้านเหรียญสหรัฐ คนวงนอกอย่างพวกเราคงคิดว่า Ed Sheeran ต้องมีชีวิตที่อู้ฟู้ ใช้จ่ายเงินกระจุยกระจาย ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องผิดคาดสักเท่าไหร่ กับการที่ Ed เคยให้รางวัลตัวเองด้วยการใช้เงินไปกับการสร้าง Bar ส่วนตัวในบ้านราคาหลายล้านของเขา รวมถึงควักเงิน 2 ล้านเหรียญซื้อฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนจากงานเพลงด้วยวิถีชีวิตหนุ่มชาวไร่ แต่ใช่ว่าคนดังอย่าง Ed
คนเรานั้นมีจุดมุ่งหมายในชีวิตแตกต่างกัน อย่างตอนสมัยเราเด็ก ๆ เราก็จะเห็นว่า บางคนชอบเรียน บางคนชอบโดดเรียน พอโตมาถึงเวลาที่ต้องทำงานก็เช่นกัน นั่นก็คือ คนที่ชอบทำงาน กับคนที่ไม่ชอบทำ แต่ในความเป็นจริงของโลก คนเราเกิดมาก็ต้องทำงานเพื่อให้เกิดคุณค่าต่อตัวเอง และสังคม เพราะจะว่าไปการทำงานนั้น มันก็เป็นเหมือนกันพัฒนาความสามารถของตัวเอง สั่งสมประสบการณ์การทำงานต่าง ๆ และที่แน่นอนเลยก็คือ ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้เข้ามาเลี้ยงดูตัวเอง แล้วคนที่ไม่ชอบทำงานล่ะ จะทำยังไงถึงจะมีรายได้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แถมมีความสุขกับชีวิตควบคู่ไปด้วย และคำตอบที่ได้ก็คือ วิ่ง!! ใช่แล้ว ไหน ๆ ก็เป็นของถนัดของหลาย ๆ คนตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เพราะให้ไปเรียนก็โดดปีนรั้ววิ่งหนีออกมา ไม่ก็ไปวิ่งไล่ตีไล่เตะเด็กโรงเรียนอื่น ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ทำไมไม่เอาดีทางวิ่งกันไปซะเลย จากการหาข้อมูล พบว่าการลงแข่งวิ่งมาราธอน เป็นการแข่งขันที่เปิดให้เข้าร่วมได้อย่างอิสระ มีเงินรางวัลแบบเน้น ๆ ชนิดตั้งตัวได้ เหลือเงินใช้ไปหลายปี และแน่นอนว่า ถ้าหากมีโอกาสจะไต่ไปถึงการเป็นเจ้าของสถิติโลกด้วยแล้ว คุณจะกลายเป็น Celebrity มีเงินก้อนใหญ่เข้ากระเป๋าอย่างต่อเนื่อง ดีไม่ดีแข่งครั้งเดียวจะเยอะกว่าบางคนที่ทำงานออฟฟิศทำทั้งปีด้วยซ้ำไป วันนี้เราจึงได้นำเอาข้อมูล และช่องทางที่จะให้คนชอบวิ่งทุกคน มีรายได้ และมีชื่อเสียงเป็นกอบเป็นกำ


