ถือเป็นธรรมเนียมประจำของคนรักเสียงดนตรีก็ว่าได้ สำหรับช่วงเวลากลางเดือนเมษา (บางปีก็ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ของบ้านเรา) ที่เราจะจับจ้องรอดูเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่จัดมาอย่างยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ นั่นก็คือ Coachella หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า Coachella Valley Music and Arts Festival เทศกาลที่ถือได้ว่าเป็นตัวกำหนดเทรนด์ดนตรีในยุคปัจจุบันว่าจะขับเคลื่อนไปในทิศทางไหน และด้วยโปรดัคชั่นที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ทำให้หลายต่อหลายคนต่างตั้งเป้าหมายของชีวิตว่าจะต้องไปสักการะสักครั้งก่อนตาย แม้วิกฤตโรคระบาดจะทำให้เทศกาลนี้ต้องหยุดชะงักไปถึง 2 ปี แต่การกลับมาครั้งนี้ ก็ถือว่ามีโมเมนท์ที่น่าจดจำมากมาย UNLOCKMEN ขอมาย่อยโมเมนท์อันน่าประทับใจในครั้งนี้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเจ๋ง ๆ กันบ้าง MILLI กับการประกาศศักดาในฐานะศิลปินไทย และข้าวเหนียวมะม่วงสะท้านโลก เริ่มต้นด้วยความภาคภูมิใจของชาวไทย ที่สาวน้อยแร๊ปเปอร์ MILLI ได้เดินทางไปปักธงแห่งความภูมิใจด้วยการร่วมเดินทางไปกับ 88Rising ค่ายเพลงสุดทะเยอทะยานที่ต้องการประกาศศักดาแห่งดนตรีพ็อพเอเชียให้เจิดจรัสบนเวทีโลก และ MILLI ก็ทำสำเร็จดังฝันด้วยการไปขึ้นเวทีอันยิ่งใหญ่นี้ เคียงบ่าเคียงไหล่ศิลปินร่วมทวีปอย่าง Jackson Wang และ BIBI ได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร ในโชว์ที่ชื่อว่า “88rising’s HEAD IN THE CLOUDS FOREVER” และไฮไลท์สำคัญของเธอนอกจากการสร้างทรรศนะคติให้กับชาวต่างชาติว่า
ขวัญใจสายแคมป์คันใหม่ Hyundai Staria Lounge Camper รถตู้ตาเรียว edition พิเศษสำหรับคนที่มีแคมป์อยู่ในสายเลือด ใส่มาให้ครบเกือบจะเป็นบ้านหลังที่สอง ทั้งที่นอนหมอนมุ้งและระบบไฟฟ้า บนหลังคาเป็น pop-out roof tent ที่เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า แถมใส่ air mattress มาให้สำหรับพับเบาะราบแล้วปูนอนในรถ ซึ่งด้วยไซส์ของรถทำให้มีที่นอนเหลือเฟือสำหรับเพื่อนฝูง มีตู้เย็นขนาด 36 ลิตรติดตั้งมาให้แช่เบียร์เย็น ๆ โต๊ะกินข้าวพับได้ ตู้ใส่ของ built-in ไปจนถึงซิงก์ล้างจาน ใครอยากอาบน้ำ ไม่ต้องถือขันตักอาบอีกต่อไป ใน Staria Lounge Camper มีหัวต่อฝักบัวให้ที่ด้านท้ายรถ พร้อม power socket เสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ทุกชนิด ฝาท้ายเปิดรับลมได้ไม่ต้องกลัวยุงหรือแมลงเพราะมีตาข่ายมุ้งติดตั้งมาให้เรียบร้อย Hyundai Staria Lounge Camper มีให้เลือกสองรุ่นคือ Camper 11 ราคาในต่างประเทศอยู่ที่ราว 1.3 ล้านบาท และ Camper 4 ที่หรูหรากว่า ในราคาราว
Richard Mille เปิดตัวนาฬิกาจิตวิญญาณ Samurai ในรหัส RM 47 Tourbillon ได้แรงบันดาลใจจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ 47 Ronin – The revenge of the forty-seven ronin กลุ่มโรนินที่รวมตัวกันตามล้างแค้นให้กับหัวหน้า Asano Naganori ในช่วง 18th-century RM 47 Tourbillon เลือกใช้กลไก manual-winding calibre RM47 ที่มีขนาดเล็ก โครงสร้างผลิตจาก grade 5 titanium เพื่อใช้พื้นที่ที่เหลือในการดีไซน์ซามูไรในชุดเกราะพร้อมรายละเอียดที่ประณีตสวยงามเปรียบเสมือนงานศิลป์ทรงคุณค่าที่ถูกย่อส่วนมาเก็บไว้ในตัวเรือนของ RM 47 Tourbillon การตกแต่งใช้ทองคำ 18K 3N Yellow Gold แกะสลักด้วยมือ บริเวณ tourbillon มีตราสัญลักษณ์ Kamon ของตระกูล Asano clan ประดับอยู่ พร้อมดาบคู่วางพาดกันเพิ่มความน่าเกรงขามให้หน้าปัด ชุดเกราะซามูไรของ
จากกระแสที่ Milli แร็ปเปอร์สาวตัวจี๊ดแห่งวงการเพลงฮิปฮอปไทยได้ไปแสดงฝีมือในเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Coachella 2022 โดยเฉพาะจังหวะประทับใจกับการนำข้าวเหนียวมะม่วงมารับประทานยั่วยวนน้ำลายคนดูทั่วโลกให้ไหลหยดติ๋ง ๆ เล่นเอากลายเป็นกระแสไวรัลทั่วโลกออนไลน์ราวกับน้ำมันติดไฟ จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้เราได้นึกย้อนไปถึงโชว์ที่มีการเอาอะไรแปลก ๆ มาเซอร์ไพรส์ให้กับเหล่าบรรดาคนดู โดยทาง Unlockmen ขอคัด 5 ศิลปินที่ทำให้โลกต้องอ้าปากค้างกันมาแล้ว จะมีใครบ้าง ตามมาเลยครับ! นักร้องวง BRASS AGAINST ฉี่ใส่คนดู เหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 เมื่อ Sophia Urista นักร้องนำสาวเกิดอาการปวดฉี่กระทันหันระหว่างโชว์ และน่าจะมีอาการมึนเมาผสมอยู่ด้วย เธอได้กระทำการที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยการขออาสาสมัครคนดูขึ้นมาบนเวทีเพื่อกินฉี่ของเธอ ใช่แล้วคุณคงคิดว่าใครจะกล้า แต่มันก็ดันมีคนบ้าใจถึงพึ่งได้ขึ้นไปบนเวทีตามคำท้า ก่อนจะนอนลงให้เธอปลดกางเกงลงและปล่อยสายน้ำยิงตรงพุ่งสู่หน้าและปากแบบชุ่มช่ำ (ตรงไหน) เรียกได้ว่าคนฉี่ก็โล่ง คนโดนก็ฟิน วินวินกันทั้งสองฝ่าย แต่หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวทางวง Brass Against ก็ออกมาโพสต์ขอโทษและยืนยันว่าจะไม่ให้นักร้องนำของพวกเขากระทำอะไรแบบนี้อีก ไม่รู้ตอนนี้คนดูคนนั้นจะโดนเพื่อนล้อยับเยินว่าเป็น “คนกินฉี่” ไปแล้วหรือยัง RAMMSTEIN วงผู้ท้าทายเปลวเพลิง เป็นกิจวัตรประจำวัน Rammstein สุดยอดวงอินดรัสเตียลเมทัลจากประเทศเยอรมนี ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงสดสุดอลังการงานสร้างเป็นอย่างมาก
“ต้องทำงานให้หนัก ไม่มีหยุดพัก ไม่ต้องคบใคร แล้วคุณจะประสบความสำเร็จ” หากใครฟังไลฟ์โค้ชบ่อย ๆ น่าจะคุ้นกับประโยคปลุกใจทำนองนี้ ซึ่งอาจจะมีส่วนถูกอยู่บ้างบางส่วน เช่นการทำงานที่ช่วยพัฒนาตัวเองมากกว่าคนอื่น ย่อมสร้างโอกาสให้เราได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน หรือในภาวะเศรษฐกิจทรุด ค่าเงินเฟ้อ หลายคนต้องทำงานอย่างหนักหลายช่องทางเพื่อหารายได้เสริม หรือบางคนอาจจะมีค่านิยมว่าต้องทำงานให้หนักอยู่เสมอ ตัวเองถึงจะมีคุณค่า ไม่ว่าคุณจะทำงานหนักด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หากรู้สึกว่ามันหนักเกินไปจนชีวิตของคุณกำลังพัง แปลว่าคุณกำลังเจอกับอาการ “Toxic Productivity” Toxic Productivity คือความพยายามเป็นคน Productive ตลอดเวลา ไม่คิดจะหยุดพัก แม้ว่างานของวันนี้จะถูกเคลียร์ไปหมดแล้วก็ตาม เป็นสิ่งที่พบเห็นได้มากในกลุ่ม Manager level ขึ้นไป ซึ่งอยู่ในช่วงสำคัญที่ต้องการสร้างผลงานเพื่อเลื่อนขั้นต่อไป หรือ Freelance ที่รับงานมากเกินไป เพราะการมีลูกค้าเข้ามาว่าจ้าง หมายถึงความสามารถที่เหนือกว่าคู่แข่ง และเป็นช่วงกอบโกยรายได้ จะเห็นว่าการนำคุณค่าของตัวเองไปวัดกับประสิทธิภาพการทำงาน จะยิ่งก่อให้เกิดความเครียดจากวงจรการทำงานที่ไม่มีวันหยุดพัก ยิ่งทำงานได้มาก ยิ่งงานออกมาได้ดี ยิ่งแสดงถึงคุณค่าของตัวเองมากขึ้น เพื่อให้หัวหน้าและลูกน้องมองเห็นความสำคัญในการมีอยู่ซึ่งตัวตนแบบอย่าง หากไม่มีงาน เราจะรู้สึกว่าไม่เหลืออะไรในชีวิตให้ทำอีกเลย และเมื่อไหร่ที่นั่งว่างงานเฉย ๆ ระหว่างวัน กลับทำให้รู้สึกว่าเป็นคนขี้เกียจ ด้อยคุณค่าในตัวเองลงไป นอกจากนี้การ Work from home
พวกเราต้องเจอกับ Presentation มาตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าจะเป็น PowerPoint หรือ Keynote ก็ตาม หลายครั้งที่เราพยายามตั้งใจดูสไลด์พร้อมกับฟังคำอธิบายในการประชุมอย่างจดจ่อ กลายเป็นว่าสมองยิ่งสับสน ไม่สามารถจดจำเนื้อหาอะไรได้เลยแม้แต่ท่อนเดียว ถ้าคุณเป็นแบบนี้บ่อย ๆ อย่าพึ่งโทษตัวเอง หรือโทษลูกน้องของคุณ เพราะวิทยาศาสตร์ได้อธิบายเหตุการณ์นี้เอาไว้ว่า สาเหตุนั้นมาจากวิธีทำ Presentation เอง การทำสไลด์ที่น่าเบื่อ มีตัวหนังสือพรืดเต็มหน้าจอ พร้อมกับการพูดอธิบายข้อมูลที่ซับซ้อน ทำให้สมองของคนฟังต้องทำงานตีความหมายจากสอง inputs ไปพร้อม ๆ กันแบบ multitasking มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว Presentation ที่ดี ไม่ควรมีความซับซ้อน หากใครเคยเห็น Presentation ที่เต็มไปด้วยข้อความหรือ bullet ยิบย่อยมากมาย และคน present ก็พูดอธิบายข้อความเนื้อหาจำนวนมากไปพร้อม ๆ กัน แทนที่จะช่วยย้ำหรืออธิบายข้อมูลให้เข้าใจง่าย กลับกลายเป็นการเพิ่มโหลดให้สมองส่วนจดจำข้อมูล เพราะในขณะที่ตาเราจ้องอ่านข้อความบนสไลด์เพื่อตีความหมาย หูของเราก็ฟังคำอธิบายที่แตกต่างจากบนสไลด์เพื่อตีความหมายไปพร้อม ๆ กัน เมื่อหูและตาเจอกับข้อความที่แตกต่างกัน รวมถึงการเสียสมาธิเพราะต้องสลับโฟกัสระหว่างคำพูดและข้อความบนสไลด์ ทำให้เกิดการส่งข้อมูลที่ซับซ้อนไปสู่สมองจากคนละประสาทสัมผัส ผลคือสมองของเราจะเหนื่อยล้า สมาธิหลุด ส่งผลให้เรารู้สึกเบื่อการประชุม และลืมข้อมูลไปจากความทรงจำอย่างรวดเร็ว
Jaguar XK European ผลงานการ restomod จากสำนักแต่งชื่อดัง “Thornley Kelham” แห่งประเทศอังกฤษ เปิดตัว Restomod division เน้นสร้างสรรค์ผลงานคลาสสิคขึ้นใหม่ให้แตกต่างและทันสมัย ได้อดีตดีไซน์เนอร์ผู้สร้างสรรค์ McLaren P1 และ 720S “Paul Howse” เป็นผู้ปลุกปั้นโพรเจกต์การ redesign Jaguar XK แน่นอนว่าการสร้างสรรค์ผลงานจากตำนานที่ยิ่งใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกขั้นตอนต้องคงเอาไว้ซึ่งจิตวิญญาณและจุดเด่นสำคัญ The Jaguar XK European ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยตัวถัง aluminum ที่ขึ้นรูปเคาะด้วยมือ จึงได้สัดส่วนที่โค้งมน เตี้ยลง และกว้างขึ้น ให้ความสวยงามสะท้อนคุณภาพการ craftsmanship ที่ประณีตจากยุค ’50s ขุมพลังของ Jaguar XK European ใช้เครื่องยนต์เดิม 3.8 ลิตร นำมาปรับแต่งใหม่ทุกรายละเอียดจนได้สมรรถนะ 340 แรงม้า แรงขึ้นกว่าเครื่องเดิมถึง 200 แรงม้า พร้อมช่วงล่างและ disc
Lamborghini เปิดตัว Huracan มาตั้งแต่ปี 2014 ถือเป็น entry-level ขุมพลัง V10 ที่ประสบความสำเร็จแบบสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นขับพลังอย่าง EVO หรือรุ่นแรงสุดอย่าง STO สำหรับโมเดลล่าสุดที่ Lamborghini พึ่งจะเปิดตัวไปในรหัส “Huracan Tecnica” เป็นรุ่นที่หยิบเอาจุดเด่นของ STO และ RWD EVO มารวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เรียกว่าเป็น Track-ready road version ก็ไม่ผิด และยังมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในหลายจุดที่น่าสนใจ ด้านขุมพลัง Lamborghini Huracan Tecnica นิยามรถคันนี้ว่าเป็น “perfect fun-to-drive Huracan,” ใช้เครื่องยนต์ NA 5.2 ลิตร V10 จาก STO ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง Read-wheel-drive และ Rear-steering system จาก EVO กลายเป็น
รู้หรือไม่ว่ายางแต่ละประเภทที่คุณเลือกใช้ มีผลต่อประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการใช้รถลุยมากอย่างที่คุณคาดไม่ถึง เรื่องยาง เป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะผู้ขับรถยนต์ประเภท PPV, กระบะ หรือปิคอัพยกสูงแบบ 4×4, 4×2 การเลือกยางให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้งานถือเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะปัจจุบันผู้ใช้งานรถประเภทนี้ นอกจากจะใช้ขับบนถนนเรียบแบบออนโรดในวันทำงาน ก็มักจะใช้ขับออกไปลุยทางฝุ่น ขึ้นป่าฝ่าดินหินทรายไป trekking หรือขึ้นเขาตั้งแคมป์ในวันหยุด ยางเดิมที่ติดรถยนต์มาจากโรงงาน อาจไม่เหมาะกับการใช้งานอย่างหลัง ซึ่งเสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ง่าย และคงเป็นฝันร้ายแน่ ๆ หากไปเกิดยางแตกกลางป่าเขาอยู่เพียงคันเดียว ดังนั้นใน Man Up เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับยางประเภทต่าง ๆ สำหรับรถปิคอัพและรถ PPV ว่ามียางแบบไหนบ้าง แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกยางแบบไหนเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันมากที่สุด โดยคุณ ภูมินทร์ ทองแสง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องยางรถประเภทนี้โดยเฉพาะ เริ่มจากยางประเภทแรกคือ HT หรือ Highway Terrain เป็นยางที่มักจะติดรถยนต์ออกมาจากโรงงาน เหมาะกับการใช้งานบนถนนราดยาง หรือถนนทางเรียบในเมือง ด้วยการออกแบบและคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับยางรถยนต์เก๋ง เน้นความนุ่ม เงียบ แต่แลกมาด้วยความแข็งแกร่งของโครงสร้างที่รับโหลดน้ำหนักได้น้อยกว่า รวมถึงการออกแบบหน้ายางที่แตกต่างจากยางออฟโรดทั่วไป ไม่เหมาะกับการนำไปใช้ขับทางฝุ่นหรือทางหินกรวด เพราะเสี่ยงต่อการบาดและฉีกขาดได้ ไม่เหมาะสำหรับการยึดเกาะเพื่อตะกุยอุปสรรคบนทางออฟโรด ยาง HT


