ชี้ช่องรวยยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง FBI อัดฉีดค่าหัวให้ผู้ที่มีเบาะแสเกี่ยวกับแก๊ง Conti ransomware จับได้ รับไปเลย $15 ล้านเหรียญ หรือกว่า 520 ล้านบาท Conti ransomware ได้ชื่อว่าเป็นแก๊งรีดไถทางออนไลน์ที่กำลังสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในหลายประเทศ โดยเน้นโจมตีไปที่หน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล คลีนิค องค์กรใหญ่ ๆ รวมไปถึงสถาบันสำคัญต่าง ๆ ในหลายประเทศ ซึ่ง FBI คาดว่าผู้อยู่เบื้องหลัง ransomware ตัวนี้คือแก๊งชาว Russia และมีหน่วยงานต่าง ๆ โดนโจมตีไปไม่น้องกว่า 1,000 แห่ง ได้รับค่าไถ่เพื่อให้ปลดล๊อคไวรัสจากระบบปฏิบัติการไปไม่ต่ำกว่า $150 ล้านเหรียญ ความน่ากลัวของ Conti ransomware นั้นมีตั้งแต่การเข้ารหัสไฟล์ของเครื่องที่ถูกโจมตี รวมไปถึงการขโมยข้อมูลสำคัญ การทำลายระบบปฏิบัติการณ์ หรือขู่จะเปิดเผยภาพหรือคลิปลับส่วนตัวของเหยื่อ แลกกับการจ่ายเงินเพื่อรับรหัสปลดล็อค ซึ่งล่าสุดได้เข้าโจมตี Health Service ในประเทศ Ireland ด้วยการเข้ารหัสข้อมูลคนป่วยทั้งหมด จนโรงพยาบาลไม่สามารถเปิดทำการได้ จากการหาข้อมูล พบว่า Conti
ของขายดี ต้องมีเปิดตัวเรื่อย ๆ โดยเฉพาะนาฬิการุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจาก Star Wars ดูจะเข้าทางแบรนด์ Citizen มากเป็นพิเศษ ปีที่มีทำ Citizen And-Digi Temp Star Wars ออกมา ซึ่งก็มีเสียงตอบรับที่ดี สาวก Star Wars ซื้อเก็บเหมากันจนเกลี้ยงแผง มาถึง Collection ล่าสุด Citizen Star Wars Record Label Tsuno Chrono collection ที่มีด้วยกัน 4 รุ่น 4 ลาย ดีไซน์โดยใจแฟน Star Wars ประกอบด้วยสองโรบอทฝ่ายดีสุดคลาสสิค R2-D2 และ C-3PO รวมถึงอีกสองตัวร้ายฝ่ายโหด Sith Lords Darth Vader และ Darth Maul บาลานซ์ทั้งสองฝ่ายในโลก Star Wars
ชีวิตของคนเราแน่นอนว่าต้องเจอทั้งวันที่ดี ๆ และวันที่ร้าย ๆ หมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนกันไป ในวันที่ดีย่อมสร้างกำลังใจในการใช้ชีวิตของเรา แต่ในวันที่แย่ก็มักจะมีเรื่องมาบั่นทอนความรู้สึกของเราได้เหมือนกัน จนในบางครั้งมันทำให้ความมีชีวิตชีวาของเราหายไปลุกลามถึงขั้นหมดกำลังใจได้เช่นกัน ในเมื่อหมดกำลังใจก็ต้องเติมกำลังใจไม่ว่าจะเป็นจากคนในครอบครัว, คนที่เรารัก, เพื่อนสนิท หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน แต่ถึงแม้จะมีคนรอบตัวมากมายก็อย่าเพิ่งคิดว่าจะได้รับสิ่งที่เราคาดหวังกลับมา เพราะมันอาจจะกลายเป็นสิ่งที่มาตอกย้ำทำให้คุณยิ่งรู้สึกดิ่งลงไปอีก ดังนั้นแล้วเราจึงจำเป็นที่จะต้องมาเรียนรู้การให้กำลังใจกับตัวเองให้เป็น แม้คนจะตีตราว่าการพูดกับตัวเองไม่ต่างจากคนบ้า แต่การไม่รู้จักพูดอะไรกับตัวเองเลยจะทำให้เราเป็นบ้ามากกว่าเดิมซะอีก สิ่งเหล่านี้ยืนยันได้จากผลวิจัยของ American Psychological Association ที่บ่งบอกว่าการพูดคุยกับตัวเองในทางบวกนั้นดีต่อสุขภาพจิตใจของคุณอย่างมากเลยทีเดียว การพูดในเชิงบวกให้ตัวเองยังส่งผลให้มีส่วนช่วยในการปรับอารมณ์และสภาวะจิตใจ ซึ่งวิธีดังกล่าวบรรดานักกีฬาโอลิมปิกหรือนักกีฬามืออาชีพมักจะหยิบนำมาใช้เวลาซ้อมหรือก่อนลงทำการแข่งขันอยู่เสมอเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง รวมไปถึงบรรดานักดนตรีแนวร็อกที่มักจะมีคำพูดปลุกความฮึกเหิมให้กับตัวเองก่อนขึ้นเวที การพูดกับตัวเองในเชิงบวกเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเยียวยาจิตใจของตนเอง และมันยังสามารถใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายซักบาท มันสามารถช่วยขจัดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าจากอารมณ์ของคุณออกไปได้ และเป็นวิธีการง่ายๆ ในการสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอการพูดกับตัวเองในเชิงบวกยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดให้ลดลงได้ ทาง Barton Goldsmith ปริญญาบัณฑิตสาขาจิตวิทยาได้เผยว่าตัวเขาได้เคยไปดูการทำงานของบรรดาสตั๊นท์แมนในกองถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งจะมีฉากที่ดูแล้วยังไงต้องได้รับอาการบาดเจ็บอย่างแน่นอน เช่น การตกบันได แต่สตั๊นท์เหล่านั้นดูเหมือนว่าแทบจะไม่เป็นอะไรเลย ซึ่งพวกเขาได้เปิดเผยเคล็ดลับกับทาง Barton ว่า “คุณต้องทำจิตให้ว่างและคอยพูดคุยกับร่างกายของตนเอง” หลังจากนั้นทาง Barton ได้มีโอกาสทดลองด้วยตนเองเพราะเขาได้ลื่นตกจากบันไดในอพาร์ตเมนต์ และเขาได้พยายามพูดกับตัวเองว่า “ทุกอย่างจะโอเค ปล่อยใจให้สบาย” สุดท้ายเขาก็ได้ผลลัพธ์ตรงตามที่สตั๊นท์แมนเคยแนะนำ เพราะ Barton พบว่าเขาไม่ได้มีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่าทุกคนคงเจอทั้งเรื่องราวดี ๆ ที่น่าจดจำ และเรื่องราวร้าย ๆ อันแสนเจ็บปวดกันมาอย่างโชกโชน แต่ชีวิตคนเรานั้น ไม่ได้มีอะไรที่คงอยู่ตลอดไป มีขึ้นก็ต้องมีลง มีชนะ มีพ่ายแพ้ นี่แหละคือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเป็นแบบทดสอบใจของคน สำหรับบางคน ปีที่ผ่านมาอาจจะเป็นปีชงที่โคตรจะเฮงซวย ทำอะไรก็ไม่เป็นอย่างที่หวังไปซะหมด แต่ถ้าหากคุณลองทบทวนดูดี ๆ อีกที เรื่องราวตลอดทั้งปีที่ผ่านมานี้ จะช่วยสอนให้คุณได้เรียนรู้ว่า อะไรที่คุณควรจะทำต่อไป และอะไรที่คุณควรจะทิ้งมันไว้เป็นอดีต และจำมันมาเป็นบทเรียนในการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต ดังนั้น วันนี้เราจึงได้นำเอาวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณนำไปใช้เริ่มต้นปีใหม่ เพื่อให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาฝากกัน กับ 6 สิ่งในชีวิตที่บางครั้งคุณไม่จำเป็นต้องฝืน แต่ควรจะช่างแม่ง และปล่อยวาง รับรองได้เลยว่า คุณจะมีความสุขกับชีวิตมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาอย่างแน่นอน 1. ช่างแม่งกับบุคคลมลพิษ มันอาจจะฟังดูน่าตลก แต่มันเป็นเรื่องจริงที่คนเรามักพยายามเอาชนะใจคนอื่น แม้แต่กับคนที่เรารู้อยู่เต็มอกว่า แม่งไม่ได้ทำดีอะไรกับเราเลย Toxic People หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ‘บุคคลมลพิษ’ กับเรานี้ อาจจะได้ทั้ง เพื่อน ญาติ คนในครอบครัว หรือใครก็ตามที่ผ่านเข้ามาชีวิต แต่ที่รู้ก็คือว่า
“แต่งตัวแบบนี้คนอื่นหัวเราะเยาะแน่เลย” “เราต้องทำอะไรผิดพลาดไปแน่ๆ ทำไมคนอื่นดูไม่ค่อยพอใจเราเลย” รู้ไหมว่าบางครั้ง คุณอาจคิดไปเองว่าคนอื่นจะสนใจเรามากเกินความเป็นจริง เพราะมนุษย์มีธรรมชาติที่มักเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเสมอ และมักมองเรื่องต่าง ๆ ผ่านความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเอง คิดว่าคนอื่นจะต้องทำหรือรู้สึกเหมือนที่ตัวเองรู้สึก ทางหลักจิตวิทยาเรียกปรากฎการณ์นี้เรียกว่า ‘Spotlight Effect’ วันนี้ UNLOCKMEN จะมาอธิบายให้ฟังว่า Spotlight Effect คืออะไร ทำงานยังไง และเราจะก้าวข้ามมันไปได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจคำว่า Spotlight Effect ตรงกัน ก่อนอื่นเราอยากให้ทุกคนลองจินตนาการว่า พวกเรากำลังอยู่ในโรงละครที่การแสดงละครเวทีกำลังดำเนินอยู่ บนเวที พระเอกและนางเองกำลังแลกเปลี่ยนบทสนากัน ภายใต้แสง spotlight ที่ส่องมายังทั้งคู่ เพื่อเป็นการบ่งบอกผู้ชมว่านี่คือตัวละครสำคัญในฉาก พร้อมดึงดูดความสนใจของสายตาทุกคู่ที่อยู่ในโรงละครให้จับจ้องไปที่นักแสดงใต้แสง spotlight นั้น Spotlight Effect จึงเป็นคำเรียก ปรากฎการณ์ที่คนคิดไปเองว่าตัวเองได้รับความสนใจจากคนอื่นตลอดเวลา เหมือนกับมีแสง spotlight ส่องมายังพวกเขาตลอดเวลา (ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่โรงละคร ไม่มีแสง spotlight และคนเราไม่ได้สนใจคนอื่นมากขนาดนั้น) ทำให้พวกเขารู้สึกต้องระแวดระวังตัวเองอยู่เสมอ เพราะกลัวคนอื่นจะสังเกตเห็นความผิดพลาดของตัวเองได้ ยกตัวอย่าง เวลาเล่นกีฬา คนจะรู้สึกว่าเพื่อนร่วมทีมสังเกตข้อบกพร่องของตัวเองมากกว่าความเป็นจริง งานวิจัยหลายชิ้นได้พยายามอธิบายการมีอยู่ของ
Brabus ฉลองครบรอบ 45 ปี ด้วยการสร้างผลงานสุดบ้าระห่ำที่แตกต่างจากที่ผ่านมา นี่คือ Brabus 900 Crawler Supercar ในร่าง Four-seater Dune Racer ที่สร้างทุกรายละเอียดขึ้นมาใหม่เกือบทั้งหมดในจำนวนจำกัดเพียง 15 คันเท่านั้น นอกจากด้านหน้าจะดูคล้าย Mercedes-AMG G63 ส่วนที่เหลือของรถลุยทะเลทรายคันนี้แทบไม่มีอะไรเหมือน G63 เลย โครงสร้างเปลือยเสาแบบ exposed tubular chassis สไตล์ Dune Racer ผลิตจากเหล็กกล้ากำลังสูง (high-intensity steel) พ่นสีโทนแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของ Brabus ช่วงล่างยกตัวรถให้มี ground clearance สูงจากพื้นถึง 53 เซนติเมตร ทำให้มันสามารถลุยผ่านได้ทุกอุปสรรค และโช้คอัพยังมาพร้อม Height-adjustable damping แบบเลือกปรับความหนืดสปริงได้สูงสุดถึง 160 มิลลิเมตร เพื่อลดน้ำหนักให้รถเบาที่สุด Brabus เลือกใช้ล้อ Monoblock HD forged ขนาด 40
สายหวานชาว Street ห้ามพลาด collection ที่มาแรงแซงทุกความคาดหมาย Hello Kitty x Nike กับ Lookbook ล่าสุดที่พึ่งปล่อยออกมาเผยลวดลายที่หลายคนเฝ้ารอ กับตัวละครที่คลาสสิคเหนือกาลเวลาจาก Sanrio “Hello Kitty” วัฒนธรรมที่คนยุค ’90s มีความหลังกันมาอย่างลึกซึ้ง Hello Kitty x Nike Collection โดดเด่นด้วย monogram print บนพื้นสีฟ้าสดใส มีทั้ง T-shirt, sweatpants, hoodies ไปจนถึงรองเท้า Air Presto หรืออาจจะลดความสดใสลงหน่อยด้วยเสื้อ T-shirt ขาว Nike Air Hello Kitty ที่เคยแง้มให้เห็นกันไปตั้งแต่ช่วงต้นปี Hello Kitty เคยร่วมงานกับ Nike มาแล้วครั้งนึงในปี 2004 อย่างไม่เป็นทางการ แต่เป็น design พิเศษที่ร่วมมือกันระหว่าง Steven Smith
ปัญหาที่ Netflix กำลังเจออยู่ตอนนี้ เรียกได้ว่ามาจากความสำเร็จอย่างสูงที่ตัวเองสร้างขึ้นมา การทำให้วัฒนธรรมดูหนัง Streaming กลายเป็นวัฒนธรรมหลักไปทั่วโลก เพียงแต่จากที่ Netflix เคยเป็น Streaming platform เจ้าใหญ่ที่เกือบจะกินรวบตลาด วันนี้กลับมีคู่แข่งที่น่ากลัวเกิดขึ้นมากมาย มีจุดเด่นด้าน Content ไม่แพ้ Netflix ในราคาที่ถูกกว่า หลายคนน่าจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับช่วงเวลาที่แสนท้าทายของ Netflix ในรอบ 10 ปี หุ้นก็ร่วง รายได้ก็ลด ลูกค้าก็ค่อย ๆ หายไป จนต้องเตรียมแผนจะจัดการกับระบบ password sharing ซึ่งตัว Netflix เคยเป็นคนบอกเองว่าดี แต่เรากลับมองว่าวิธีแก้ปัญหารายได้ด้วยการห้ามแชร์ password จะทำให้ผู้คนอยากจ่ายเงิน subscribe ให้ Netflix จริงหรือ? น่ากลัวว่าจะยิ่งยกเลิกแล้วไปสมัครเจ้าอื่นที่มี Original Content ดี ๆ ระดับคุณภาพ 4K อย่าง HBO Go, Disney+ ค่ายเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง Paramount,
คุณเคยรู้สึกไหมว่างานศิลปะสามารถผสมผสานและแตกแขนงไปในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด หากคุณยังไม่รู้สึก อยากให้ลองมองไปรอบ ๆ ตัว สิ่งของต่าง ๆ ที่ปรากฏตรงหน้า หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ ล้วนผ่านกระบวนการงานศิลปะมาแล้วทั้งสิ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันได้บ่งบอกความไร้ขอบเขตของงานศิลปะ แม้กระทั่งศิลปะวัฒนธรรมของไทยเองก็ยังสามารถนำไปประยุกต์ให้เข้ากับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว และ “โตส-ปัญญวัฒน์ พิทักษวรรณ” คือหนึ่งในตัวแทนศิลปินที่กำลังมาแรง ผลงานที่สามารถสะท้อนการฟิวชั่นของงานศิลปะให้ออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ โตส ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นนักออกแบบเต็มตัว ตั้งแต่กำหนดภาพลักษณ์องค์กร รวมไปถึงทำแบรนด์เสื้อผ้าภายใต้ชื่อ Mia.Company โตส สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองอย่างมากจากผลงานที่ฝากไว้กับทาง Adidas Brand Center ที่สยามสแควร์ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะสื่อผสมจำนวน 2 ชิ้น ได้แก่ “กึกก้อง” และ “เปล่งประกาย” รวมไปถึงยังเคยร่วมงานกับทางพิพิธภัณฑ์จิม ทอมป์สัน, นิตยสาร A Day, Joox Music Award 2019 และอีกมากมาย โตสมีความหลงใหลศิลปะไทยมาตั้งแต่วัยเด็ก เพราะเคยแสดงเป็นโขนมาก่อน “ตอนนั้นเราเริ่มหลงใหลวัฒนธรรมไทยเพราะรู้สึกมันมีความพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของรามเกียรติ์ (Ramakien) มันจะมีเรื่องของตัวร้าย


