คนทำงานประจำ 5 วันต่อสัปดาห์ มักรู้สึกฮึกเหิมในการทำงานในวันศุกร์มากกว่าวันอื่น เพราะวันถัดไป คือ เริ่มต้นวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งมักทำให้เรารู้สึกว่าทำงานอีกนิดเดียวก็จะได้พักผ่อนแล้ว!! หลายคนจึงเกิดแรงบันดาลใจอยากเคลียร์งานทั้งหมดให้จบในวันนี้กัน อย่างไรก็ตาม วันหยุดสุดสัปดาห์จริง ๆ อาจมีแค่วันเสาร์ เพราะวันอาทิตย์อยู่ใกล้กับวันจันทร์ และเป็นเหมือนสัญญาณว่าวันหยุดกำลังจบลง มันจึงทำให้เราได้พักผ่อนน้อย พร้อมกับมีอาการแย่ ๆ ที่เรียกว่า Sunday Blues หรือ ภาวะประสาทกินในวันอาทิตย์ได้เหมือนกัน หากชีวิตของใครกำลังอยู่ในวงจรนี้ อาจได้รับผลกระทบจาก Weekend Effect เสียแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะมันอาจทำให้สุขภาพจิตของคุณเสื่อมเสียเร็วกว่าปกติ จากการที่คุณรู้สึกว่าต้องอดทนทำงานไปวัน ๆ เพื่อให้มีชีวิตรอดถึงสุดสัปดาห์ เราจึงอยากมาแนะนำวิธีการเอาชนะ Weekend Effect เพื่อปลดล็อคความสุขในทุกวัน ทำไมสุดสัปดาห์ถึงเป็นเหมือนสวรรค์ของใครหลายคน แต่ก่อนอื่นเลย เราอยากทำให้ทุกคนเข้าใจสาเหตุที่ทำให้ Weekend Effect เกิดขึ้นก่อน โดยเรามีงานวิจัยเรื่องนี้ในบริบทของการทำงานมาช่วยอธิบายให้ทุกคนฟัง งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ใน Journal of Social and Clinical Psychology (2010) ได้ติดตามชีวิตของผู้ใหญ่จำนวน 74
เห็นป้าย Brabus แบบนี้ รับรองงานดีแน่นอน นี่คือ Brabus 900 Rocket Edition ผลงานสุดโหดที่พัฒนาจาก Mercedes-AMG GLE 63 S กลายเป็นรถ street-legal SUV ที่เร็วที่สุดในโลก สเปกเดิม ๆ ของ Mercedes-AMG GLE 63 S ก็แรงถึงระดับทะลุ 600 แรงม้า 0-100 km/h ใน 3.4 วินาที ยิ่งกว่าเหลือเฟือสำหรับคนเท้าหนักจิตวิญญาณนักซิ่ง แต่สำหรับ Brabus แรงจากโรงงานแค่ไหนก็ไม่เคยพอ จึงลงมือจูนเพิ่มสมรรถนะให้ขุมพลัง 5.4-liter V8 เพิ่มเป็น 900 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 992 lb-ft ความเร็วสูงสุด 328 km/h ทำเวลา 0-100 ได้เร็วขึ้นเป็น 3.2 วินาที แม้ตัวเลขที่ดูเหมือนจะขยับขึ้นไม่เยอะ
อาจจะเป็นการดูถูกและด้อยค่าจนเกินไป หากคุณตัดสินตัวตนของ Kanye West ผ่านความแสบอันหลากหลายจากหน้าข่าวซุบซิบที่เขาสร้างเรื่องและความฉาวมาตลอดนับตั้งแต่อัลบั้มชุดแรกเป็นต้นมา เพราะสำหรับผู้ชายคนนี้ มีด้านมืดย่อมมีด้านสว่าง เราจึงของเสนอเรื่องราวทั้งด้านแสบ ด้านซึ้ง และด้านที่สุดทึ่งของผู้ชายคนนี้ ต้อนรับอัลบั้มชุดที่ 10 ของเขา Donda มาดูกันว่าชีวิตของเขานั้นโลดโผนโจนทะยานขนาดไหน พ่อของเขาคือ Black Panther อย่าเข้าใจผิดนะ Black Panther ในที่นี้ ไม่ใช่ฝ่าบาทซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวล แต่เป็นกองกำลังที่ต่อสู้ปกป้องศักดิ์ศรีของคนผิวสีที่ถูกกดขี่มาอย่างยาวนานในทศวรรษที่ 1960s-1970s (สามารถรับชมเรื่องราวของชาว Black Panther ได้ในหนัง Judas and the Black Messiah) โดย Kanye ได้เปิดเผยเรื่องราวของ Ray West เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “พ่อของผม เคยอยู่ในกลุ่มเสือดำ Black Panther มันเท่มากนะที่พ่อของผมเคยเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองอันเข้มข้น” โดย Kanye เคยเขียนเพลงถึงพ่อของเขาในเพลง Follow Gold อีกด้วย นอกจากนี้พ่อของเขายังเป็นช่างภาพผิวดำคนแรกของ The Atlanta Journal-Constitution
เพราะกีฬาบาสเก็ตบอล ไม่เพียงต้องใช้พละกำลัง หรือทีมเวิร์คในการช่วงชิงลูกบาสจากคู่แข่งเท่านั้น ท่วงลีลาในการเลี้ยงลูกหรือยัดห่วงก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะเป็นตัวชี้วัดความเป็นสตาร์ในสนามได้มากน้อยแค่ไหน จึงไม่แปลกที่วงการหนังจะคว้าเหล่าซุเปอร์สตาร์นักยัดห่วงเหล่านั้นมาโลดแล่นบนจอเงิน ซึ่งก็มีทั้งแจ้งเกิดในวงการ และแจ้งดับในวงการเช่นกัน UNLOCKMEN จึงรวบรวมเหล่านักกีฬายัดห่วงที่โลดแล่นบนจอเงิน เพื่อต้อนรับการมาของหนังภาคต่อในตำนาน Space Jam: A New Legacy มาดูกันว่าใครปังใครแป๊กในวงการหนังกันบ้าง Michael Jordan – Space Jam (1996) เริ่มต้นด้วยนักบาสระดับคลาสสิค ดาวเด่นแห่งทีม Chicago Bulls ที่โดดเด้งในยุค 80s-90s ที่นอกจากผลักดันให้กีฬาบาสเก็ตบอล กลายเป็นกีฬาสุดฮิปส์ที่ใครต่อใครอยากจะมีลีลาการยัดห่วงให้เท่เท่ากับ Jordan แล้ว ในด้านวงการบันเทิง Michael Jordan ก็คว้าทุกโอกาสที่พุ่งเข้ามาหา ตั้งแต่การเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ตั้งแต่รองเท้ากีฬา ไปยันน้ำอัดลมชื่อดัง จนมีรุ่นรองเท้าเป็นของตัวเอง ไปจนถึงการเป็นนักร้อง มีเหรอที่วงการหนังจะไม่คว้าเขามาแสดง แถมหนังยังพิเศษด้วยการจับเขาต้องเล่นร่วมกับตัวการ์ตูนอีกด้วย และ Space Jam คือบทบันทึกถึงความโด่งดังที่อยู่ในช่วงเวลาที่พีคสุดของ Jordan เรื่องราวของนักบาสมืออาชีพที่ทะลุมิติไปช่วยเพื่อนตัวการ์ตูนแข่งกีฬายัดห่วงกับมนุษย์ต่างดาวนี้ ฉายความเป็นสตาร์ของตัว Jordan ได้อย่างลงตัว แม้ว่าหนังจะคราคร่ำไปด้วยคาแรคเตอร์สุดวายป่วงจาก Looney
ในปี 2009 Azimuth ได้สร้างความประหลาดใจแก่วงการนาฬิกาด้วยการนำเสนอนาฬิการุ่น Back-In-Time (BIT) ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่พิสดารด้วยกลไกบอกเวลาเดินถอยหลังแบบเข็มเดี่ยว ถือเป็นนาฬิการุ่นแรกของโลกที่นำเสนอนวัตกรรมของกลไกอันแสนขบถเช่นนี้ และเป็นหนึ่งไอคอนที่ได้รับความนิยมสูงสุดของแบรนด์ จากการฉีกขนบธรรมเนียมเช่นนี้ ในปี 2017 Azimuth จึงได้รับเกียรติและความร่วมมือจากสมาคมอัสสัมชัญแห่งประเทศไทยให้ผลิตนาฬิกา Azimuth Round-1 Back in Time 132nd Anniversary Assumption College Limited Edition ที่มีจำนวนจำกัดเพียง 132 เรือน และปีนี้ถือเป็นโอกาสอันพิเศษอีกครั้งที่ Azimuth BIT ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ประเทศสิงค์โปร์ด้วย “Garfield 56 BIT Commemorative Edition” โดยมีเจ้าแมว Garfield รับบทเป็นพระเอก “Garfield” คาแรกเทอร์แมวอ้วนสีส้มจอมขี้เกียจผู้แสบสันและตะกละตะกลามที่โด่งดังเป็นอย่างมาก เป็นการ์ตูนสัญชาติอเมริกันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเรื่องหนึ่ง หลังจากปรากฎตัวครั้งแรกในปี 1978 ตลอด 41 ปีที่ได้สร้างความสุขให้แก่แฟนๆทั่วโลกมาหลายยุคหลายสมัย ได้รับการตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารกว่า 2,570 ฉบับ จนได้รับการบันทึกลง Guinness Book ว่าเป็นการ์ตูนที่ได้รับการตีพิมพ์มากที่สุดในโลกจึงทำให้คาแรกเทอร์ตัวนี้มีความคลาสสิกเป็นอย่างมาก
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเบสบอลถือเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากคนทั่วทุกมุมโลก มีสื่อหลายแขนง ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือแม้แต่การ์ตูนหลายเรื่องที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวสปิริตและความมุ่งมั่นของนักกีฬาเบสบอลออกมาได้อย่างน่าประทับใจ และไม่ใช่เพียงเท่านั้น เพราะ ‘เบสบอล’ ยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แฟชั่นของแบรนด์ต่าง ๆ อีกมากมาย ล่าสุดทาง BOSS และ RUSSELL ATHLETIC ซึ่งร่วมกันทำคอลเลคชันเสื้อผ้าใหม่ “BOSS X RUSSELL ATHLETIC PRE-SPRING 2022” ต้องบอกว่า “BOSS X RUSSELL ATHLETIC PRE-SPRING 2022” ถือเป็นคอลเลคชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกกีฬาเบสบอลมาอย่างเข้มข้น โดยนำมาผสมผสานระหว่างสไตล์แคชวลและโมเดิร์นเทเรอร์ริงอันโดดเด่น เป็นการนำมุมมองอันสดใหม่มาสู่ความเรโทรแบบอเมริกัน ผสานความเชี่ยวชาญของ BOSS ด้านการตัดเย็บสุดเนี้ยบ และความสวยงามของชุด Sportwear อันเป็นที่จดจำได้ในทันทีของ Russell Athletic แบรนด์กีฬาเก่าแก่ของโลกเข้าไว้ด้วยกัน โดยไอเทมแต่ละชิ้นในคอลเลคชันนี้ได้ถ่ายทอดการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณแห่งทีมเวิร์กและความคึกคักของกีฬาเบสบอลออกมาผ่านงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากคลังแสงของทั้งสองแบรนด์ ที่ถูกนำเสนอในรูปแบบของเสื้อผ้าที่ใส่สบายเข้ารูป และสไตล์แบบ 90s ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน เฉดสี น้ำเงินเข้ม (Dark Blue) ครีม (Cream) และน้ำตาลคาเมล (Camel)
หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของ ‘ผู้นำ’ คือ การนำพาทีมหรือองค์กรไปสู่ความสำเร็จให้ได้ในที่สุด ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นต้องอาศัยหลายทักษะ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะในกำกับดูแลผู้อื่น ทักษะในการสื่อสารอย่างชัดเจน ไปจนถึง ทักษะในการให้กำลังใจคนอื่น แต่ในองค์กรมักจะมีหัวหน้าประเภทหนึ่ง ที่เมื่อเลือนขั้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำในองค์แล้ว พวกเขากลับไม่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเหมาะสม พวกเขาเลือกที่จะเพิกเฉยต่อทีมทำงานของตัวเอง ไม่ยอมกำกับการทำงาน หรือ ดูแลสารทุกข์สุขดิบของลูกน้องเลย เอาแต่สนใจผลประโยชน์รวมถึงอภิสิทธิ์ที่ได้รับจากตำแหน่ง เราเรียกหัวหน้าประเภทนี้ว่าเป็น absentee leader ซึ่งเป็นผู้นำประเภทที่ทำลายองค์กรได้อย่างร้ายกาจ ความร้ายกาจของ absentee leader หลายคนคิดว่า หัวหน้าที่ปล่อยให้ลูกน้องทำอะไรตามอำเภอใจ ไม่ค่อยจู้จี้จุกจิก หรือ สนใจการทำงานของลูกน้องมาก จะทำให้ลูกน้องมีความสุขมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง absentee leader อาจทำให้ลูกน้องไม่มีความสุขในการทำงานเลย เพราะพฤติกรรมต่าง ๆ ของพวกเขา (เช่น ไม่ยอมควบคุม หรือ กำกับการทำงานของลูกน้องในระดับที่น้อยมาก มักตัดสินใจล่าช้าอยู่ ไม่มี performance feedback หรือ ไม่เคยกระตุ้นให้พนักงานทำงาน เป็นต้น) สามารถทำให้ลูกน้องเจอกับปัญหากับเพื่อนร่วมงานบ่อยขึ้น เกิดความคลุมเครือในบทบาทหน้าที่ของตัวเองได้ง่ายขึ้น ถูกกลั่นแกล้งได้มากขึ้น และรู้สึกหมดไฟกับการทำงานได้ง่ายขึ้น เมื่อปัญหาเหล่านี้
นาฬิกาที่สร้างมาสำหรับข้อมือผู้ชายโดยเฉพาะ การร่วมมือที่ใช้เวลาพัฒนานานถึง 3 ปี นี่คือ Panerai x Brabus Submersible S Black Ops Edition PAM01240 ความเท่ขรึมสุดพิเศษที่มีจำกัดเพียง 100 เรือน หลายคนอาจสงสัยที่เห็น Panerai นาฬิกาที่เกิดมาจาก Royal Italian Navy ผู้เชี่ยวชาญทางน้ำ ทำไมถึงมาร่วมงานกับสำนักแต่งรถ Benz จากเยอรมนีอย่าง Brabus ได้ ที่จริงแล้ว Brabus ยังมีเรือ ‘Shadow Black Ops’ ที่ผลิตโดยทีม Brabus Marine division เรือทรงพลังระดับ 450 แรงม้าจากเครื่องยนต์ V8 ความเร็วระดับ 60 knots เป็นเรือความเร็วสูงที่ขึ้นชื่อในหมู่นักเล่นเรือ มีจุดเด่นคือการออกแบบที่สวยงามในโทนสีเทา gunmetal gray และแดง มีการตกแต่งที่หรูหราพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน นาฬิการุ่นพิเศษเรือนนี้มีหน้าปัดขนาดใหญ่ 47mm ตัวเคสผลิตจากวัสดุสุดแกร่ง
นับเป็นข่าวดีสำหรับตากล้องสาย mirrorless เมื่อทาง Fujifilm ได้เปิดตัวกล้องไฮเอนด์ระดับพรีเมี่ยม รุ่นใหม่ชื่อว่า ‘GFX50S II’ ที่มาพร้อมกับเลนส์ GF35-70 mm F4.5-5.6 WR ซึ่งตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพอย่างจริงจัง เพราะตัวกล้องสามารถให้คุณภาพไฟล์ที่ดีเยี่ยม แถมยังมีขนาดเล็กน้ำหนักเบา ช่วยให้พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกอีกด้วย กล้อง FUJIFILM GFX50S II จะแตกต่างจากกล้อง GFX รุ่นก่อนหน้า คือ ได้รับการปรับปรุงฟังก์ชันการใช้งานให้มีความหลากหลายมากขึ้น มันมีน้ำหนักเบากว่าเดิมเพื่อให้ง่ายต่อการพกพา และยังมีคุณภาพไฟล์ภาพที่เหนือชั้นกว่ากล้อง Full Frame ทั่วไป (More than Full Frame) ตัวกล้องจะประกอบไปด้วย เซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเซนเซอร์ของกล้อง Full Frame แบบ 35 มม. ถึง 1.7 เท่า ความละเอียดที่สูงถึง 51.4 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผล X-Processor 4 และระบบป้องกันการสั่นไหวในบอดี้ 5 แกน สูงสุด


