เวลาเราดูหนังฮีโร่ เรามักเห็นเรื่องราวของวายร้ายที่ไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายมาแต่กำเนิด บางคนก่อนหน้านั้นเป็นคนดีด้วยซ้ำ แต่พวกเขาได้เจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของเขาดิ่งลงอย่างช้า ๆ เช่น ถูกทารุณกรรม ถูกกลั่นแกล้ง หรือ ถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็กมาเป็นเวลานาน เหตุการณ์ฝั่งใจเรานั้นกลายเป็นแรงบันดาลใจที่พาพวกเขาเข้าสู่โลกสีดำมืดในที่สุด ในโลกความจริง เราก็มีอาชญากรที่เกิดจากปมด้อยหลายคนเหมือนกัน หนึ่งในนั้น คือ Jason Vukovich ชายผู้เข้าสู่เส้นทางของอาชญากร เพราะถูกผู้ปกครองล่วงละเมิดในวัยเด็ก และฮีโร่ผู้นำความยุติธรรมมาสู่เด็กที่โดนละล่วงละเมิดทางเพศในสายตาของใครหลายคน เขาได้รับสมญานามว่า “Alaska Avenger” จากการตามล่าพวกไคร่เด็ก 3 คนในรัฐอลาสก้า ซึ่ง UNLOCKMEN อยากพาทุกคนไปรู้จักกับเขาให้มากขึ้น บาดแผลในใจของ Jason Vukovich เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ.1975 หนุ่มน้อย Jason Vukovich ได้ถือกำเนิดขึ้นในเมืองแองเคอเรจของรัฐอลาสก้า เขาเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่เคร่งศาสนาคริสต์อย่างมาก (มักเข้าโบสถ์เป็นเวลา 2 -3 ครั้งต่อสัปดาห์) โดยมีแม่ของเป็นผู้ปกครองคนแรก และเลี้ยงเขาด้วยตัวคนเดียวมาตลอด จนกระทั่งพ่อบุญธรรม Larry Lee Fulton ได้เข้ามาเป็นคนรับเลี้ยง Vukovich ในเวลาต่อมา
หลังจากที่เราได้นำเสนอเรื่องราวการ ‘ครบรอบ 150 ปี Continental หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตยางยักษ์ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในโลก’ กันไปแล้วในคราวก่อน วันนี้เรามีเรื่องราวเจ๋ง ๆ ของ Continental ที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนมาฝากกัน พวกเรารู้หรือไม่ว่า นอกจากผลิตยางรถยนต์แล้ว Continental ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตยางที่ใช้ในชิ้นส่วนและอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น เบียร์ที่ผลิตในประเทศเยอรมัน Continental ถือว่ามีส่วนร่วมในขั้นตอนการผลิตเกือบจะทุกแบรนด์ เพราะโรงผลิตเบียร์ส่วนใหญ่เลือกใช้สายยางในการลำเลียงเบียร์ซึ่งผลิตโดยบริษัท Continental กันเกือบทุกราย และในวันนี้เราจะนำเอาเรื่องราวการ Collaboration ที่ Continental ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จกับแบรนด์และผลงานเท่ ๆ ที่อยู่ใกล้ตัวพวกเราทุกคนมาให้ได้ดูกัน แม้แต่ในโลกของแฟชั่น หนึ่งในการร่วมมือกันสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์มากที่สุดของ Continental คงจะเป็น Continental X Adidas ในการผลิตพื้นรองเท้าหลายต่อหลายรุ่นของ Adidas ออกมาสร้างความประทับใจกับฟีลลิ่งการสวมใส่ที่ยอดเยี่ยม ยกตัวอย่างรุ่นยอดฮิตอย่าง Adidas ‘UltraBoost’ ซึ่งบางคนเพิ่งจะมารู้ในช่วงหลัง ๆ ตอนที่กระแส Sneaker เริ่มบูมว่าพื้นรองเท้าผลิตโดยบริษัท Continental ซึ่งจริง ๆ แล้ว Continental กับ
ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่ Harley-Davidson ที่วันนี้ยังต้องหันมาจับตลาดสองล้อภายใต้แบรนด์ Serial 1 Cycle และนี่คือ S1 Mosh/Tribute eletric bike รุ่นล่าสุดที่สร้างจากแรงบันดาลใจต้นแบบ ‘Serial Number One’ มอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดของค่ายจากปี 1903 และดีไซน์ที่ต่อยอดมาจาก prototype แรกสุดที่ Harley-Davidson ใช้เปิดตัวแบรนด์จักรยานไฟฟ้าในช่วงปลายปี 2020 Harley-Davidson S1 Mosh/Tribute จักรยานไฟฟ้า Limited Edition โมเดลแรกของค่าย ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์กึ่ง Vintage ผสมผสานความ Modern ออกแบบได้แข็งแกร่งบึกบึนไม่ทิ้งลายเก๋า เฟรมสีดำเงาพิมพ์ตัวอักษรสีทองตัดกับล้อสีขาวสุดเท่สะท้านใจจาก Schwalbe Super Moto-X ซึ่งเป็นยางพิเศษเฉพาะสำหรับ Serial 1 บริเวณ handgrips และเบาะนั่งใช้หนังแท้จาก Brooks England หุ้ม สร้างสัมผัสแบบลูกผู้ชายที่คุ้นเคย ภายในเฟรมบรรจุมอเตอร์ไฟฟ้า 250W จาก Brose ทำความเร็วสูงสุดได้
ในชีวิตนี้เราคงผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้เรามีความสุขมามากมาย เช่น ตอนที่ได้ของขวัญวันเกิด ตอนที่ได้รางวัลใหญ่ ตอนที่จีบสาวติด หรือ ตอนที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จ เหตุการณ์เหล่านั้นคงทำให้หลายคนเกิดอาการดีใจเบิกบาน ร่าเริง และมีกำลังใจในการใช้ชีวิตไปอีกหลายวัน แม้ความสุขดูจะเป็นสิ่งที่ดีจนทำให้หลายคนพยายามตามหามัน แต่วิทยาศาสตร์กลับบอกเราว่า การให้ความสำคัญกับความสุขมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อเราได้ในหลายด้านเหมือนกัน เช่น ทำให้เราเผชิญหน้ากับปัญหาได้แย่ลง ทำให้เราไม่มีความสุข ร้ายที่สุดมันอาจทำให้เราตายไวขึ้นด้วย ความสุขที่มากเกินไปอาจไม่ดีต่อหัวใจ ความสุขที่มากเกินไปอาจส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจของเราอ่อนแรงลงได้ไม่ต่างจากคนอกหัก ทีมวิจัยจาก University Hospital Zurich พบว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขอาจทำให้เราเกิด ภาวะใจแหลกสลาย (Takotsubo syndrome) หรือ ภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงแบบเฉียบพลันได้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย Takotsubo syndrome จำนวน 485 ราย แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยจำนวนกว่า 96% มีเหตุการณ์เศร้าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ ส่วนอีก 4% มีอาการจากเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาดีใจสุดขีด งานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ความเศร้าที่เป็นภัยต่อหัวใจ แต่ความสุขก็ทำให้ชีวิตตกอยู่ในอันตรายได้เหมือนกัน ความสุขที่มากเกินไปอาจทำให้เราแก้ปัญหาได้แย่ลง แม้ความปิติยินดีจะเป็นแรงผลักดันให้เราใช้ชีวิต และทำให้เราทำอะไรหลายอย่างได้ดีขึ้น แต่ถ้าเราถูกครอบงำด้วยความสุขมากเกินไป ผลที่เกิดขึ้นอาจมีร้ายมากกว่าดี งานวิจัยเมื่อปี 2008 ได้ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์และความคิดสร้างสรรค์ คือ
พลังของการเชื่อมั่นในตัวเอง เป็น Mindset สำคัญที่หลายคนหลงลืมมันไปในยุคที่คนส่วนใหญ่สร้างกรอบทางเดินตามรอยเท้าคนอื่นโดยไม่รู้ตัว หลายคนเลือกจะเป็นเหมือนคนอื่นเพียงเพราะไม่กล้าที่จะเสี่ยง พยายามทำตามความสำเร็จของคนอื่นมากกว่าที่จะกล้าเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ จนในที่สุดก็หลงลืมความต้องการของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย David Wagoner นักกวีชาวอเมริกันเคยพูดถึงความสำคัญของการฟังเสียงตัวเองในผลงานชื่อ “The Hero with One Face” ที่ผ่านมาพวกเราเติบโตโดยฟังคำแนะนำจากคนรอบข้างมาตลอด เริ่มตั้งแต่ที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อน แฟน หลายครั้งเราเลือกที่จะทำตามคำแนะนำที่คนอื่นบอกว่าควรจะทำแบบนี้ ควรจะเลือกแบบนั้น มากกว่าเชื่อเสียงในใจของตัวเอง สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ เป็นเบ้าหล่อหลอมให้ตัวเรารู้สึกกลัวที่จะลุยเดินไปข้างหน้าตามที่ตัวเองต้องการ เป็นสาเหตุที่หลายคนเติบโตพร้อมกับความไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ หรือถึงขั้นไม่เชื่อความรู้สึกลึก ๆ ข้างในของตัวเอง การรับมือกับการไม่เชื่อมั่นในตัวเอง (Self-limiting beliefs) ที่คอยฉุดรั้งไม่ให้เราใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เริ่มได้ด้วยการปรับ Mindset ให้เรามีความกล้าที่จะแตกต่าง และเชื่อมั่นในเส้นทางที่เลือก เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เราแนะนำให้ลอง หยุดถามคนรอบข้าง ฟังเสียงตัวเองให้มากขึ้น และกล้าที่จะท้าทายลุยไปมันมันให้ถึงที่สุด ซึ่งเป็นวิธีที่ Richard Madden นักแสดงชายมากฝีมือใช้ในการเดินทางของตัวเอง Richard Madden เชื่อในความสามารถด้านการแสดงและเลือกที่จะทุ่มสุดตัว จากเด็กหนุ่มรูปร่างอ้วน นิสัยขี้อาย
เรื่องความปลอดภัยในชีวิตเจ้าหน้าที่ เป็น priotiry สำคัญของ US Department of State เรื่องยานพาหนะจึงต้องสั่งทำเป็นพิเศษโดยการร่วมมือกับ GM Defense แผนกย่อยของ General Motors ที่รับผิดชอบด้านรถยนต์สำหรับ Security Service ผลิตรถหุ้มเกราะให้หน่วยงานรัฐโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ GM Defense พึ่งจะได้รับ contract ให้ผลิตรถสำหรับกองทัพโดยใช้พื้นฐานของ Chevrolet Colorado ZR2 เป็นจำนวนเงินมากถึง $213.4 ล้านเหรียญ สำหรับยานพาหนะ 2.065 คัน และใน contract ใหม่ล่าสุดที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้มีมูลค่า $36.4 ล้านเหรียญ สำหรับรถยนต์ heavy-duty Chevrolet Suburban จำนวน 10 คัน เฉลี่ยคันละ $3.6 ล้านเหรียญ หรือราว 120 ล้านบาท ในขณะที่ราคารุ่นนี้ปกติอยู่ที่ $52,000 เท่านั้น Chevrolet
GoPro สร้างเซอร์ไพรส์ ประกาศเปิดตัวกล้องตระกูล HERO รุ่นใหม่ กับโปรเซสเซอร์ GP2 รุ่นใหม่ล่าสุดจากโกโปรที่จะช่วยทำให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์การถ่ายภาพและวีดีโอเหนือขึ้นอีกระดับด้วยกล้อง Action Camera อย่าง GoPro HERO 10 Black ภาพความละเอียดสูงที่สมจริงยิ่งขึ้นและระบบกันสั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา โปรเซสเซอร์ GP2 รุ่นใหม่ล่าสุดใน GoPro HERO10 Black ผสานเข้ากับเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้อย่างสมจริงถึง 23.6 ล้านพิกเซล และยังสามารถถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 5.3K ที่เฟรมเรท 60 เฟรมต่อวินาที ซึ่งมีความละเอียดสูงกว่าความละเอียดขนาด 4K ถึง 91% และยังให้ความละเอียดมากกว่าโหมด 1080p HD ถึง 665% แถมยังสามารถช่วยให้คุณถ่ายสโลว์โมชั่น 2X ได้ลื่นไหลมากกว่าเดิม ไม่หมดเพียงเท่านี้ผู้ใช้ยังสามารถถ่าย สโลว์โมชั่น 4K ได้ที่ 120 เฟรมต่อวินาที (สโลว์โมชั่น 4 เท่า) และถ่ายวิดีโอ 2.7K ได้ที่ 240
ตอนคุณอายุ 11 ปี คุณอาจจะนั่งอยู่หน้าจอคอมเพื่อเล่นเกมโปรด หรืออาจจะรอคอยตอนใหม่ของ One Piece อย่างใจจดใจจ่อ แต่ในอีกซีกโลก มีเด็กน้อยคนหนึ่งปรากฎตัวอยู่หลังกลองชุด โดยมีชาวร็อคกว่าหมื่นคนเป็นสักขีพยานในความสามารถอันโดดเด่นของเขา “พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับตำนานที่น่าทึ่ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วง The Beatles บ้าง Rolling Stones บ้าง Pink Floyd บ้าง แต่สำหรับคนนี้…แม่งไม่ใช่ว่ะ” Dave Grohl แห่งวง Foo Fighters ประกาศแนะนำแขกรับเชิญคนสำคัญในคอนเสิร์ตที่ The Forum เมือง แอล.เอ. เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา “ขอเสียงเฮให้กับ “มือกลองที่โคตรเจ๋งที่สุดในโลก”…Nandi Bushell!!!” ต่อจากเสียงแนะนำของ Dave Grohl คือเสียงจากการหวดกลองสุดระห่ำในเพลง Everlong เพลงฮิตของ Foo Fighters หากคุณหลับตาจินตนาการถึงเจ้าของเสียงกลองนั้น คุณอาจจะคิดไปถึงมือกลองสุดเก๋าที่ผ่านการเล่นคอนเสิร์ตมาอย่างนับไม่ถ้วน แต่เมื่อคุณเปิดตาดู คุณจะแทบไม่เชื่อสายตา เพราะเจ้าของเสียงคำรามผ่านการรัวกลองคนนั้นกลับเป็นเด็กสาวอายุเพียง 11 ปี
เวลาเปิดไอจี หรือ ดูเฟสบุ๊ค เรามักจะได้เห็นเรื่องราวดี ๆ ของเพื่อน และเปรียบเทียบตัวเองกับพวกเขาอยู่เสมอ บางทีเราอาจรู้สึกอิจฉาเพื่อนที่ได้ไปเที่ยว หรือ ประสบความสำเร็จในชีวิต ในขณะที่เรากำลังนั่งทำงานอย่างหลังขดหลังแข็งตั้งแต่เช้ายันเย็นทุกวัน บางครั้งเราอาจรู้สึกว่าเพื่อนของเราห่างไกลออกไป หรือ เริ่มอยู่คนละโลกกับเรามากขึ้นเรื่อย ๆ จนเราเริ่มเกิดความโดดเดี่ยว และทุกข์ใจตามมา เมื่อชีวิตที่แสนธรรมดากำลังทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกทิ้ง รู้สึกกำลังไล่ตามหลังคนอื่นอยู่ หรือ รู้สึกไม่ได้รับการยอมรับจากคนอื่น เราก็เริ่มก็เริ่มกลัวการใช้ชีวิตของตัวเอง และพยายามทำในสิ่งที่เราเชื่อว่าจะทำให้ตัวเองเป็นคนพิเศษมากขึ้น เช่น ทำตามความคาดหวังของคนอื่น จู้จี้จุกจิก หรือ เป็น perfectionist ทั้งเรื่องงานและการใช้ชีวิต หรือ พยายามเอาชนะคนอื่นในทุก ฯลฯ แต่พอทำไปได้สักพัก เรากลับยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม เพราะเราฝืนตัวเองไปไกลจนกู่ไม่กลับ เราเรียกอาการกลัวชีวิตที่แสนธรรมดานี้ว่า ‘Koinophobia’ ซึ่งบางสิ่งที่เราทำเพื่อเอาชนะความกลัวก็สามารถกลับมาทำลายชีวิตของเราได้เหมือนกัน อย่างการเป็น perfectionist ก็อาจทำให้เราทำงานช้าลงจนส่งงานไม่ทันเดดไลน์ หรือ ทำให้โลกหมุนรอบตัวเรามากขึ้น จนเราหัวแข็งและฟังคนอื่นน้อยลง สุดท้ายก็ไม่มีใครอยากคบกับเราในที่สุด หากคุณกำลังกลัวชีวิตที่แสนธรรมดาของตัวเอง และความกลัวนั้นทำให้คุณรู้สึกแย่ รู้สึกเครียด หรือ ได้รับความทรมานจากมัน ข่าวดี คือ มันมีสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง และกลายเป็นคนที่ดีขึ้น


