Supreme และ Nike ถือเป็นขาประจำที่ร่วมกันปล่อยคอลเลกชันเสื้อผ้าชุดใหม่ส่งท้ายปี โดย Fall 2019 collection ปีนี้ทั้งสองก็กลับมาพร้อมคอลเลกชันสตรีตไอเทมจำนวนมาก Supreme แบรนด์สตรีตจากนิวยอร์กจับมือกับค่ายกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง Nike เปิดตัวคอลแลปส์คอลเลกชันประจำฤดูใบไม้ร่วง โดยในคอลเลกชันประกอบไปด้วย เสื้อฮู้ดและกางเกงวอร์มจากหนังพรีเมียมที่ส่วนลำตัวตัดจากหนังแท้และฮู้ดที่ทำจากหนังวัว รวมถึงเสื้อเบสบอลหนัง เสื้อฮู้ดผ้าคอตตอนและกระเป๋าเดินทางจากหนัง ทั้งหมดมี 3 โทนสี คือ สีแดง สีดำและสีขาว นอกจากเสื้อผ้าแล้วในคอลเลกชันยังประกอบไปด้วยเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นแว่นตากันแดด ผ้าเช็ดหน้า และแหวนทองคำ 14K ทั้งหมดตกแต่งด้วยโลโก้จากทั้งสองแบรนด์ ซึ่งต้องถูกใจหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสไตล์ Big Logo อย่างแน่นอน คอลเลกชัน Supreme x Nike Fall 2019 จะเริ่มวางขายในร้าน Supreme และทางเว็บไซต์ออนไลน์ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ส่วนโซนเอเชียจะเริ่มวางขายในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 30 พฤศจิกายน หนุ่ม ๆ ที่มองหาสตรีตไอเทมที่มีความหรูหราจากเครื่องหนัง ไม่ควรพลาด! SOURCE :1
เคยไหมครับ ชอบเพลงของศิลปินหญิงคนหนึ่งมาก ๆ อยากนำมาร้อง อยากนำมาส่งให้สาว ๆ อินกับความหมาย แต่ติดตรงที่เนื้อเพลงดันใช้สรรพนามเป็นเพศตรงข้ามกับเรา เช่น คุณไม่สามารถส่งเพลงที่มีท่อนร้องว่า “I Love You Boy” ไปให้แฟนได้ หรือบางทีทำนองเพลงมันก็หวานจ๋อยจนไม่เข้ากับลุคและใบหน้าของคุณสักนิด แม้คุณจะซาบซึ้งกับเนื้อหาในเพลงเสียเต็มประดาก็เถอะ อีกกรณีก็คือการร้องตามนี่แหละครับ บางทีเราชอบเพลงนี้มาก ๆ แต่ไม่สามารถขึ้นคีย์สูงได้แบบเขา ทำให้จำเป็นต้องหาเวอร์ชันผู้ชายสักคนมาไกด์ก่อนจะร้องจริง หรือบางทีคุณก็แค่อยากฟังเพลงที่เพราะขนาดนี้ในฟีลใหม่ ๆ ในแนวดนตรีที่ตัวเองชอบก็เท่านั้น ถึงแม้จะฟังดูเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่ UNLOCKMEN เข้าใจคุณ วันนี้เราจึงมาแนะนำ 10 เพลงจากศิลปินหญิงที่ถูกชายหนุ่มนำมาคัฟเวอร์ใหม่ ให้คุณได้ฟังเพลงเพราะเพลงเดิมด้วยสไตล์ที่ต่างออกไป If I Ain’t Got You – James Bay Original: Alicia Keys อันที่จริงเราเคยแนะนำเพลงนี้ไปแล้วใน WEEKLY PLAYLIST รวม 7 เพลงคัฟเวอร์เจ๋ง ๆ ในครั้งก่อน แต่เผื่อบางคนที่พลาดไป เราเลยขออนุญาตหยิบขึ้นมาพูดถึงกันอีกครั้ง เพราะเพลง
เชื่อเหลือเกินว่ามีผูัใช้งานสมาร์ตทีวีจำนวนไม่น้อย ตัดสินใจถอยทีวีสุดสมาร์ตเครื่องใหม่ ด้วยความหวังที่จะใช้เปิดช่องโปรดจาก YouTube เอาไว้นอนดูชิลล์ ๆ แบบเต็มตาบนจอใหญ่ แต่สุดท้ายกลับมาพบความจริงที่ว่าแอปฯ YouTube บนทีวีดันไม่สามารถเสิร์ชด้วยการพิมพ์ Keyword ภาษาไทยซะอย่างนั้น เจอแบบนี้เข้าไปแม้ภาษาอังกฤษจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเรา แต่ในเมื่อคลิปรายการที่อยากดูมันใช้ชื่อไทย ยังไงก็หนีไม่พ้นที่จะต้องค้นคลิปโดยใช้ภาษาแม่ จนสุดท้ายต้องแก้ปัญหาด้วยการยิงแอปฯ YouTube จากมือถือขึ้นหน้าจอทีวี เพียงเพื่อจะได้ใช้ภาษาไทยในการเสิร์ช ซึ่งเป็นอะไรที่ดูวุ่นวายหลายขั้นตอน หลุดคอนเซ็ปต์การใช้งานสมาร์ตทีวี ที่ควรจะสมาร์ต สะดวก ง่ายดาย ไปไกลโข งานนี้ใครที่เพิ่งถอยสมาร์ตทีวีมาสด ๆ ร้อน ๆ คงต้องทำใจใช้วิธีการเสิร์ชคลิปบนมือถือให้เรียบร้อย แล้วยิง YouTube ขึ้นไปเล่นบนจอทีวีแก้ขัดไปก่อน ส่วนใครที่กำลังมองหาสมาร์ตทีวีครื่องใหม่ บอกเลยว่าคุณคือผู้โชคดีที่มาถูกที่ถูกเวลา เพราะคอลัมน์ Toys for Boys ในวันนี้ เราจะมาแนะนำ SAMSUNG UHD TV RU7200 สมาร์ตทีวีรุ่นใหม่ ที่เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มเด็ดเพื่อหนุ่มไทยสายบันเทิง พร้อมจบทุกปัญหาวุ่นวาย ทลายกำแพงด้านภาษากับความสามารถในการเสิร์ชคลิป YouTube ด้วยภาษาไทยง่าย ๆ จบได้ในตัวแบบไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม แค่เปิดแอปฯ YouTube
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ติดตามข่าวสารรอบโลกในช่วงนี้ เชื่อว่า ‘การประท้วงในฮ่องกง’ คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่คุณกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด (คุณสามารถอ่านข้อมูลเรื่องนี้เต็ม ๆ ได้ที่นี่ คลิก ) ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งวงการเพลง ที่ใดมีการประท้วงที่นั่นย่อมมีบทเพลงปลุกใจ เหล่าศิลปินผู้มีจุดยืนมักจะนำเรื่องราว ความคิด หรือทัศนคติของตัวเองที่มีต่อเหตุการณ์นั้น ๆ มาถ่ายทอดผ่านผลงานของตัวเอง และเมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่าน การแสดงจุดยืนของพวกเขาในวันนั้น ล้วนเป็นมรดกที่ส่งต่ออิทธิพลทางความคิดบางอย่างสู่คนรุ่นหลังต่อไป ‘เพลงฮิปฮอป’ เรียกได้ว่าเป็นศิลปะและวัฒนธรรมแขนงหนึ่งที่อยู่คู่กับการประท้วงบนโลกนี้มาโดยตลอด เฉกเช่นที่บ้านเราเคยมีเพลง ‘ประเทศกูมี’ อันเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งบางเมื่อปีก่อน ชาวฮ่องกงก็มีศิลปินฮิปฮอปหลากหลายกลุ่มที่กำลังขับเคลื่อนสังคมในบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองเช่นกัน ถึงแม้ศิลปินเมนสตรีมในฮ่องกงหลายคนจะแสดงตัวว่าอยู่ฝั่งเดียวกับรัฐบาล บ้างก็ไม่แม้แต่จะปริปากพูดเรื่องนี้ แต่ศิลปินนอกกระแสหลายคนก็กำลังเดินหน้าในการยืนหยัดจุดยืนของตน พวกเขามีความกล้าลุกขึ้นสร้างสรรค์บทเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประท้วงในครั้งนี้เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้คนในสังคม เพลงของพวกเขาถูกเผยแพร่จากใต้ดินขึ้นสู่บนดิน กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างในเวลาอันรวดเร็ว โดยที่ไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานใดให้ความสนับสนุน Credit: Joseph Chan หนึ่งในเพลงที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้คือเพลงที่ชื่อว่า FUCKTHEPOPO ของศิลปินที่ชื่อ JB (屌狗) ซึ่งคำว่า POPO ในที่นี้ก็ไม่ใช่อะไรที่ไหนแต่คือ Police หรือตำรวจนั่นเอง ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย ฮิปฮอปกับตำรวจก็ดูจะเป็นสองสิ่งที่ไม่เคยลงรอยกัน โดยเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา และปัจจุบันยอดวิวใน Youtube พุ่งสูงถึง 1.8 ล้านกว่าวิวเป็นที่เรียบร้อย
MEISTER ค่ายผู้ผลิตนาฬิกาจากลอสแองเจลิส โคจรกลับมาร่วมงานกับ Marvel อีกครั้งในคอลเลกชันนาฬิกาชุดที่ 2 ที่มีชื่อว่า MEISTER: Avengers Endgame MEISTER คือค่ายผู้ผลิตนาฬิกาอิสระที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 ที่มีความโดดเด่นเรื่องการสร้างนาฬิกาสไตล์ Luxury ในราคาที่จับต้องได้ เน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ โดยร่วมงานกับแบรนด์และวัฒนธรรมย่อยเพื่อสร้างนาฬิกาสไตล์ที่แตกต่างขึ้นมา ทั้งเกี่ยวกับ วิดีโอเกม ภาพยนตร์ เพลง รถยนต์และอีกสารพัด มาปีนี้พวกเขากลับมาร่วมงานกลับ Marvel เพื่อปล่อยคอลเลกชันนาฬิกาชุดที่ 2 ซึ่งเป็นชุดต่อเนื่องของคอลเลกชัน Avengers Engame หลังจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาทั้งสองร่วมกันปล่อยนาฬิกา 6 เรือนแรกที่มาพร้อมดีไซน์ของตัวละครอย่าง Tony Stark, Thor, Captain America, Captian Mervel และดีไซน์ของถุงมือสำหรับรวบรวมอัญมณีทั้ง 6 หรือ Infinity Gauntlet ช่วงปลายปีพวกเขากลับมาอีกครั้งพร้อมคอลเลกชันต่อเนื่อง Avengers Endgame 2 ซึ่งประกอบไปด้วยนาฬิกา 5 เรือน ดีไซน์ผ่าน 5 ตัวละครขวัญใจแฟนเดนตายของจักรวาล
เมื่อถึงคราวที่พระจันทร์ต้องขึ้นไปส่องสว่างแทนที่พระอาทิตย์ ความมืดมิดก็ค่อย ๆ เยื้องกรายเข้าปกคลุมท้องฟ้า และนั่นเป็นสัญญาณที่บอกว่าชีวิตกลางคืนของผู้ชายอย่างเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว นี่เป็นอีกวันที่เราโคตรเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน และกำลังมองหาเครื่องดื่มดี ๆ สักแก้วมาช่วยทุเลาความเหนื่อยล้านั้น ทันทีที่นึกได้ว่าแถว ๆ พร้อมพงษ์เหมือนจะมีบาร์เหล้าเปิดใหม่ เราก็ไม่รอช้าและรีบเดินทางไปยังที่นั่น แม้ต้องผ่านอุปสรรคที่เรียกว่าผังเมืองกรุงเทพฯ เจอกับความป่วยของการจราจร หรือแม้แต่เดินสวนกับฝูงชนที่พลุกพล่าน แต่เมื่อมาถึงร้าน ‘Alonetogether’ ดูเหมือนว่าความว้าวุ่นก่อนหน้ากลับหายไปเป็นปลิดทิ้ง ‘ALONETOGETHER’ บาร์ลับที่ชวนคนเหงามานั่งเมาไปด้วยกัน แม้บรรยากาศของย่านพร้อมพงษ์จะคึกคักและมีผู้คนสัญจรไปมาอย่างคับคั่ง แต่เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน เรากลับรู้สึกได้ถึงความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความลึกลับบางอย่างที่ทำเอาเราอยากเดินเข้าไปโดยไม่ลังเล ‘Alonetogether’ เป็น Speakeasy Bar ที่มองเผิน ๆ แล้วอาจไม่รู้ว่ามันคือบาร์เหล้า เพราะหน้าร้านมีเพียงป้ายไฟสีขาวขนาดจิ๋วเท่านั้น แถมตัวร้านก็ไม่ได้กว้างขวางอะไรมาก เหมือนกับซ่อนอยู่ในซอกหลืบเล็ก ๆ ของตึกแถวในย่านนี้ เมื่อผลักประตูร้านเข้าไปจะเจอกับทางเดินแคบ ๆ ที่ขนาบข้างกับเคาน์เตอร์บาร์ไม้ ทางเดินขนาดกะทัดรัดนี้จะพาคุณไปยังโถงดนตรีที่อยู่สุดทาง อันเป็นที่ตั้งของกองชุดและเปียโนสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งทุก ๆ วันพุธถึงวันเสาร์จะมีวงต่าง ๆ มาบรรเลงดนตรีแจ๊ส ตั้งแต่สามทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืน ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ตั้งใจจะสร้างบาร์เหล้าย้อนยุค เจ้าของร้านจึงเนรมิตห้องแถวขนาดจิ๋วให้กลายเป็นบาร์ร่วมสมัย ที่เน้นใช้วัสดุไม้และแสงเทียนเป็นพระเอกหลัก ไม่เพียงสร้างความอบอุ่นด้วยพื้นไม้ ผนังไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม้
Shonen Jump และอาจารย์ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ ผู้เขียนการ์ตูน SLAM DUNK เตรียมปล่อยสมุดภาพชุด “SLAM DUCK ILLUSTRATION 2” ที่มาพร้อมงานอาร์ตเวิร์กชิ้นพิเศษจำนวนมาก รวมถึงภาพวาดที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน! SLAM DUNK (แสลมดังก์) คือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นหรือมังงะที่มีอิทธิพลต่อวัยรุ่นยุค 90’s ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยแต่ทั่วทั้งโลก โดยทำให้วัยรุ่นได้รู้จักกับกีฬาบาสเกตบอลมากขึ้น รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มหลายคนตัดสินใจเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจัง และตอนนี้เวลาก็ผ่านมาถึง 29 ปีแล้ว นับตั้งแต่การ์ตูนตอนแรกเผยแพร่ออกมา มังงะในตำนานเรื่องนี้เขียนโดย อาจารย์ ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ เผยแพร่ครั้งแรกทางนิตรสาร Shonen Jump ในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ปี 1990 ก่อนจะสิ้นสุดในวันที่ 17 มิถุนายนปี 1996 เป็นมังงะ 31 เล่มจบ นับเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นก็ขายไปมากกว่า 120 ล้านเล่ม โดยความนิยมในเวลานั้นทำให้ผู้สร้างแอนิเมชันชั้นนำอย่าง Toei Animation นำมาสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหว ก่อนเผยแพร่และถูกแปลไปหลายภาษาทั่วโลก ทั้งหมดทำให้ SLAM
“เราอาจเคยหลงใหลใช้เวลาร่วมกันชั่วขณะหนึ่ง แล้วเราก็พรากจากกัน พลัดหล่นหายไปในกาลเวลา” – โชติรส นาคสุทธิ์ ครั้งหนึ่งในชีวิตของทุกคนต้องเคยเอาตัวเองไปผูกไว้กับใครสักคนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการผูกมัดที่เต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตามที เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องใช้เวลาทำความรู้จักเพื่อเข้าใจกันและกัน ไม่ต่างจากศิลปะหรือแม้กระทั่งเซ็กซ์ระหว่างคนสองคน ต่างต้องใช้เวลาเพื่อคุ้นเคย ผูกพันเพื่อใกล้ชิด และคลายปมเชือกเพื่อจากลา เมื่อชีวิตความสัมพันธ์ของเราละม้ายคล้ายกับศิลปะที่ใช้เชือกพันธนาการร่างกายของมนุษย์อย่าง Shibari (ชิบาริ) จนบางครั้งแยกไม่ออก UNLOCKMEN จึงต้องการลงลึกสู่รายละเอียดทุกเรื่องที่สงสัย ดื่มด่ำกับทุกพันธนาการ จนให้กำเนิดอีเวนต์อาร์ต ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมค้นหากันว่าศิลปะ พันธนาการ ดนตรี และความสัมพันธ์ มันมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรในงาน SHIBARI WORKSHOP x GARAGE: “FREEDOM FROM BONDAGE อีเวนต์เดียวแต่กลับได้ร่วมวงสนทนากับ Unnamedminor หญิงสาวที่เชี่ยวชาญเรื่อง ‘การมัด’ สไตล์ชิบาริอย่างลึกซึ้ง และลูกแก้ว-โชติรส หญิงสาวผู้บอกเล่าความสัมพันธ์อันหลากหลายออกมาเป็นตัวอักษรและพึงพอใจกับ ‘อิสระ’ ในความสัมพันธ์ ทั้งคู่นั่งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างสถานการณ์ เพื่อค้นหาว่าการมัดกับอิสระจากความสัมพันธ์สามารถมาบรรจบกันได้หรือไม่ ก่อนสัมผัสกับบทสนทนาชวนให้คิดตามหรือดูการรัดรึงด้วยตาของตัวเอง แค่ก้าวเข้ามาภายในสตูดิโอเราจะเห็นโปสเตอร์ที่แปะเรียงราย ม่านสีแดง แสงไฟสลัว ควันจาง ๆ ดนตรีที่เปิดคลอ และเชือกกับห่วงที่ถูกห้อยไว้กลางห้อง โหมบรรยากาศรอบตัวให้น่าตื่นเต้นมากขึ้น ถ้อยคำเต็มไปด้วยความรู้สึกของลูกแก้วที่เอื้อนเอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนไปจนถึงหลายคน
“ความสำเร็จอาจจะเกิดจากใครสักคนมีชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อเขาได้มาเจอเรา” นี่คือความสำเร็จที่ทั้งแปลกและมักน้อยที่สุดตั้งแต่เราเคยคุยด้วย เพราะมันไม่ได้วัดผลจากคุณภาพชีวิตของคนทำ ไม่ได้มุทะลุจะไปในระดับโลก และไม่น่าเชื่อว่าการตั้งเป้าหมายก้าวเล็ก ๆ แบบนี้จะเป็นเบื้องหลังเหตุผลของการขับเคลื่อนชีวิตในหัวใจใครได้ จากนี้ไปเป็นเรื่องราวที่เราพูดคุยกับอดีตเด็กหญิงวัย 17 ปีที่ไม่ชอบเรียนเลข มีการ์ตูนเล่มโปรดและไกด์บุ๊กการอยู่ต่างแดนเล่มเดียวกันคือ “เครยอนชินจัง” เธอฝันอยากเป็นนายกหญิงคนแรกของประเทศไทยจนเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจเรียนต่อและใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นนานถึง 10 ปี ถ้าพูดแบบนี้หลายคนคงเดาไม่ถูกแน่ ๆ แต่ถ้าสโคปให้สั้นลงว่าเด็กสาวในวันนั้นคือคอลัมนิสต์ที่เล่าเรื่องไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นจัดจ้านในวันนี้ เธอเป็นคนแรก ๆ ที่ทำให้เรารู้ว่าญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภูเขาไฟฟูจิและโตเกียวบานาน่าผ่านเว็บไซต์มารุมุระ และปัจจุบันยังเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนนี้คุณอาจจะเริ่มคิดออกแล้วว่าเธอคนนั้นคือใคร นี่คือ “เกตุวดี มารุมุระ” แต่วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักตัวตนแท้ ๆ ของเธอในชื่อที่คุณอาจยังไม่คุ้น “ดร. กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (เกด)” เป้าหมายของการเรียนต่อญี่ปุ่นคือการเป็นนายกหญิงคนแรก กว่าจะเป็นคนที่คุ้นเคยกับญี่ปุ่นดี วันที่เป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับกันและกัน เป้าหมายของเกดที่ตั้งใจไปเรียนต่อญี่ปุ่นคือการมีโปรไฟล์เรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์ก่อนสมัครเป็นนักการเมือง เธอยิ้มอย่างอารมณ์ดีและเล่าเรื่องความฝันชิ้นโตวันวานที่ล้มกระดานไปแล้วอย่างไม่อาย “สมัยเด็ก ๆ ฝันใหญ่มาก อยากจะเป็นนายกหญิงคนแรกของประเทศไทย อยากพัฒนาประเทศค่ะ ตอนนั้นตัวเองไม่ใช่คนที่เก่งเลขเลย แต่ก็ตัดใจ เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์เดินตามทางปณิธานอันยิ่งใหญ่ เพราะรู้สึกว่าถ้าเราเป็นนักการเมืองขึ้นชื่อโปรไฟล์ว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์มันต้องดูเท่มาก ๆ พอเรียนไปได้ 4 ปีแล้วรู้สึกว่าด้วยความรู้ระดับเราที่ไม่ได้เข้าใจเศรษฐศาสตร์เท่าไหร่ คงสร้างนโยบายช่วยประชาชนไม่ได้แน่ เลยกลับมานั่งทบทวนตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เราชอบ


