‘ประเทศแห่งความสุข’ และ ‘ประเทศแห่งความเศร้า’ ดูเป็นวลีนามธรรมที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างคล่องปาก แต่เราเชื่อว่าทั้งสองคำนี้อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกขั้วตรงข้ามที่ต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับประเทศที่ผาสุกคงห้อมล้อมไปด้วยความเจริญและคุณภาพชีวิตที่ดี แต่อีกด้านของโลกก็มีประเทศที่โศกเศร้าและเต็มเปี่ยมไปด้วยความทุกข์จนยากที่จะใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนดังกล่าว มีรายงานจาก The Sustainable Development Solutions Network for the United Nations เผยว่า 5 ประเทศต่อไปนี้ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่เศร้าที่สุดในโลก แล้วพวกคุณคิดว่าเหตุผลใดที่ทำให้คนยกให้ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศโศกเศร้าและทุกข์ตรมได้ขนาดนั้น? SOUTH SUDAN สาธารณรัฐซูดานใต้ได้รับสมญานามว่าเป็นประเทศที่เศร้าที่สุดในโลก แม้จะเพิ่งได้เอกราชไปเมื่อปี 2011 แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ประเทศนี้อยู่ในสายตาของประเทศชั้นนำอื่น ๆ นอกจากความไม่สงบ กองกำลังติดอาวุธ และผู้ลักลอบล่าสัตว์ในเขตหวงห้าม ที่นี่ยังมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายอีกนับไม่ถ้วน ทั้ง Al-Shabaab, Lord’s Resistance Army, Boko Haram หรือแม้แต่ Janjaweed CENTRAL AFRICAN REPUBLIC สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ประเทศรองอันดับหนึ่งที่มีประชากรคนเศร้าเยอะไม่แพ้ซูดานใต้ ที่นี่เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลทำให้การติดต่อค้าขายทางเรือไม่เคยถูกบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ ทั้งยังเคยตกอยู่ใต้อาณัติของฝรั่งเศสและเพิ่งจะได้รับเอกราชไปเมื่อปี 1960 บวกกับความวุ่นวายของประธานาธิบดีที่สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ นำไปสู่การรัฐประหารและโค่นล้มระบอบการปกครอง ซึ่งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะจบลง แถมยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ AFGHANISTAN
เพราะการแต่งกายไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่การแต่งกายบ่งบอกไลฟ์สไตล์ สะท้อนตัวตน ไปจนถึงแสดงวิธีคิดเบื้องลึกของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนาฬิกาซึ่งถือเป็นไอเทมคู่ใจ ใคร ๆ ก็มองเห็นได้ง่ายจึงสามารถบอกเล่าเรื่องราวของผู้สวมใส่ได้ไม่น้อย การจะเลือกนาฬิกาสักเรือนที่ตอบโจทย์สไตล์การแต่งตัว แต่ขณะเดียวกันก็มีแก่นและคอนเซปต์ชวนค้นหาจึงเป็นเรื่องสุดท้าทายสำหรับผู้ชายอย่างเรา ๆ โดยเฉพาะผู้ชายที่นิยมชมชอบวิถีมินิมัลและต้องการไอเทมที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่ก็ยังต้องการนำเสนอแก่นแท้และวิธีคิดสุดลึกล้ำเพื่อแสดงให้เห็นว่าภายใต้ความเรียบเท่ ตัวตนของเรามีเรื่องราวมากมายรอให้ค้นเจอ วันนี้เราจึงมีไอเทมสำหรับผู้ชายผู้หลงใหลความมินิมัลมาแนะนำ “ISSEY MIYAKE 1/6” นาฬิกาดีไซน์เรียบเท่ แต่อัดแน่นด้วยคอนเซปต์และไอเดียเบื้องหลังการดีไซน์สุดลึกล้ำที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Tradition Scale หรือ เครื่องมือวัดรุ่นเก่า อีกทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งสำคัญระหว่างแบรนด์ ISSEY MIYAKE WATCH Project และ Nao Tamura ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก แม้ปกติ Nao Tamura จะออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ไลต์ติ้งและอื่น ๆ มาไม่น้อย แต่ความพิเศษสำหรับงานดีไซน์ชิ้นนี้คือการออกแบบนาฬิกาทั้งเรือนครั้งแรกของเธอ จึงยิ่งทำให้มุมมองการดีไซน์นั้นเต็มไปด้วยความสดใหม่ ดึงดูดใจ และไร้กรอบแห่งความจำเจมาจำกัด “วินาทีที่นาฬิกาพาดอยู่บนข้อมือ มันเสริมสร้างตัวตนและเอกลักษณ์ให้กับผู้สวมใส่ด้วย อาจพูดได้ว่านาฬิกาคือที่ซึ่งอารมณ์และฟังก์ชันรวมอยู่ด้วยกัน” – Nao Tamura สำหรับ Nao Tamura นาฬิกาจึงเป็นพื้นที่แห่งฟังก์ชัน แต่ในขณะเดียวก็มีอารมณ์อันซับซ้อนซ่อนอยู่ เธอต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นมากกว่านาฬิกาทั่วไป
สาวก Pop Punk เตรียมผงาด เพราะเทพ 3 องค์อย่าง Blink-182 วง Pop Punk สุดแสบจาก California ได้ประกาศชื่ออัลบั้มใหม่ BOJMIR เป็นที่เรียบร้อยแม้จะยังไม่มีกำหนดการปล่อยที่แน่นอน พอแฟนเพลงอย่างเราได้ยินชื่อปุ๊บ ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าจะต้องออกเสียงว่าอะไร แต่เมื่อวงเปิดเผยที่มาของชื่อ ก็เล่นเอาต้องกุมขมับหนักกว่าเดิม เพราะพวกเขาบอกว่า มันคือคำว่า Rim Job ศัพท์เรื่องเพศที่แปลตรงตัวว่า ‘ล้างตู้เย็น’ นั่นเอง (ขออนุญาตไม่อธิบายต่อว่าล้างตู้เย็นคืออะไรนะ) บอกแล้วว่าถึงอายุอานามจะสูงขึ้น แต่ความแสบของพี่แกไม่เคยลดลง! ซึ่งในปี 2019 นี้วงก็ได้ปล่อยเพลงออกมาให้แฟน ๆ ชิมลางกันก่อน 3 เพลง คือ Blame It On My Youth, Generation Divide และ Happy Days โดย Mark Hoppus ฟรอนต์แมนของวงก็ได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับเพลง Happy Days ว่า “Happy
นิสัยชอบฟังเพลงเดิม ๆ ซ้ำไปมาไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะคนเราเวลาเจอเมโลดี้ที่ถูกใจ มันยากจริง ๆ ที่จะเอาออกจากหัว และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้หลายคนเสพติดเพลง Cover เพราะไม่อยากฟังเพลงเดิมจนซ้ำ แต่ยังเสพติดเมโลดี้เดิม ๆ อยู่ วันนี้เราก็เลยหยิบเพลง Cover หลากหลายทั้งใหม่และเก่า มาแนะนำคอเพลงทุกคน เผื่อจะได้อะไรดี ๆ ไปแอดเข้าเพลย์ลิสต์กับเขา Nine Inch Nails Cover David Bowie สิ่งนี้ไม่มีใน Spotify ต้องรับชมผ่าน Youtube เท่านั้น แต่เป็นอีกหนึ่งโชว์ Cover เพลงอันดับต้น ๆ ที่เราประทับใจ เพราะวง Industrial Rock อย่าง Nine Inch Nails ได้ทำ Tribute แสดงความอาลัยต่อการจากไปของราชา Glam Rock อย่าง David Bowie โดยหยิบขึ้นมาร้องถึง 3 เพลง I’m
ในการทำงานแต่ละวันของชาว UNLOCKMEN พวกเรามักจะเปิดเพลงคลอไปกับการทำงานอยู่เสมอโดยไม่เกี่ยงประเภทเพลง บางวันเป็นเพลงร็อก เพลงสากล เพลงอินดี้ แต่จะมีเพลงของวงวงหนึ่งที่ UNLOCKMEN จะต้องเปิดอยู่เกือบทุกวัน ซึ่งเพลงของวงนั้นคือ Telex Telexs และในที่สุดในวันนี้เราก็ได้พูดคุยกับพวกเขาตัวเป็น ๆ สมาชิกของวง Telex Telexs ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน ปิ้ว (คีย์บอร์ด), นาว (กีตาร์), กร (เบส) และสมาชิกหญิงเพียงคนเดียวของวงอย่าง ออม (ร้องนำ) เมื่อเราได้พูดคุยด้วยบทสนทนาที่ไหลไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้เห็นว่านอกจากดนตรีโดน ๆ ที่ได้ยินเกือบทุกวัน ยังมีแนวคิดอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจซ่อนอยู่หลังเมโลดี้และเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์นั้น จุดเริ่มต้นของ Telex Telexs เด็กวิศวะและดุริยางคศิลป์ กับดนตรีที่ทำให้เราหลงรัก เด็กต่างคณะต่างมหาวิทยาลัยมารวมตัวกันตั้งวงดนตรีได้ยังไง ? ปิ้ว : ผมกับกรเคยมีวงดนตรีด้วยกันแล้วล้มไป แต่ว่าพวกเรายังอยากเล่นดนตรีกันต่อเลยตั้งโปรเจกต์ขึ้นมาก่อน ตอนนั้นยังไม่มีชื่อเลยไปเปิดดิกชันนารีดูแล้วเจอคำว่า Telex ที่แปลว่าโทรเลขแล้วเราชอบ ก็เลยใช้คำนี้พร้อมกับเบิ้ลคำแล้วเติม s วงมี 4 คน
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่เป็นสาวกรองเท้าจากค่าย Nike โดยเฉพาะโมเดล Air Max 1 คงต้องเตรียมเงินกันให้พร้อม ถ้าได้เห็นภาพต้นแบบ “TINKER” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากภาพร่างดั้งเดิมของรองเท้า Air Max 1 ที่ Tinker Hatfield เคยวาดไว้ตั้งแต่ปี 1984 ซึ่งมีภาพหลุดออกมาถึง 3 สีด้วยกัน หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าชายที่ชื่อ Tinker Hatfield เป็นใครหรือมีความสำคัญกับ Nike มากขนาดไหน แต่สำหรับสาวกของค่าย Swoosh คงทราบกันดีว่าเขาคือชายที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบรองเท้ามากมายในค่าย Swoosh ไล่ตั้งแต่ Air Jordan 3-15 รวมถึง Air Jordan XX, XXlll และ XXV รวมไปถึงรองเท้ากีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอย่าง Air Max 90 และ Air max 1 แต่ใครจะรู้ว่าภาพร่างของเขาที่วาดเอาไว้เมื่อ 35 ปีที่แล้วจะกลายมาเป็นแรงบันดาลในการออกแบบแคปซูล
ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตอนนี้ เชื่อว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนคงนึกถึงชื่อของ ‘Netflix’ เป็นอันดับแรก เพราะไม่ว่าจะปล่อยภาพยนตร์หรือซีรีส์เรื่องใดออกมาก็โด่งดังเป็นพลุแตกทั้งนั้น ไหนจะ Kingdom, Umbrella Academy, Black Mirror, Dark หรือแม้แต่ซีรีส์กระตุกต่อมหลอนที่เขย่าขวัญคนทั้งโลกอย่าง The Haunting of Hill House ในเดือนกรกฎาคมที่เต็มไปด้วยเม็ดฝนจนไม่อยากจะออกไปไหน UNLOCKMEN เลยจะชวนหนุ่ม ๆ มาดู 4 ซีรีส์เรื่องใหม่ที่จะช่วยคลายความน่าเบื่อของพวกคุณที่มีต่อฤดูฝนอันเปียกปอนนี้ได้เป็นอย่างดี THE LAST CZARS ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับประวัติศาสตร์รัสเซียหรือเรื่องราวของราชวงศ์โรมานอฟมากแค่ไหนก็ตาม แต่ THE LAST CZARS จะพาคุณไปยืนตรงกึ่งกลางระหว่างข้อเท็จจริงและตำนานคร่ำครึ พร้อมขุดคุ้ยประวัติศาสตร์ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นช่วงที่รัสเซียกำลังประสบวิกฤตความวุ่นวาย แม้บ้านเมืองจะเต็มไปด้วยความไม่สงบและประชาชนลุกฮือเพื่อต่อต้านสังคม แต่ Rogue Czar Nicholas II ยังยืนหยัดจะต่อสู้กับฝูงชนที่เห็นต่าง จนเรื่องราวย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ และกลายเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการปฏิวัติตลอดจนโค่นล้มราชวงศ์ของเขา เตรียมพบกับซีรีส์พีเรียดที่นำเสนออำนาจ ความรัก การต่อสู้ และความพังพินาศแห่งราชวงศ์รัสเซีย 3
ย้อนไปเมื่อ 40 ปีก่อน สมัยที่อินเทอร์เน็ตกับสมาร์ตโฟนยังไม่ค่อยคุ้นหู และเชื่อว่าระบบสตรีมมิ่งเพลงก็คงยังไม่เกิด ในตอนนั้นผู้คนที่หลงรักเสียงดนตรีต้องฟังเพลงผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ แต่ด้วยขนาดและน้ำหนักของมัน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพกเพลงไปฟังได้ทุกหนแห่ง แถมผู้ใช้ยังไม่อาจเลือกเพลย์ลิสต์ที่ตนอยากฟังได้ตามใจนึก Masaru Ibuka และ Akio Morita สองผู้ก่อตั้ง SONY พร้อมกับทีมวิศวกรแผนกเทปจึงร่วมกันคิดค้นเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา โดยมีโจทย์ในการออกแบบคือขนาดที่กะทัดรัดและสามารถให้ผู้ใช้เลือกเพลงฟังได้ตามต้องการ พวกเขาจึงนำเครื่องบันทึกเทปของนักข่าวมาดัดแปลง ตัดฟังก์ชันการอัดเสียงออกไปและเพิ่มวงจรสเตอริโอกับชุดหูฟังเข้าไปแทน ในยุคที่โลกยังไม่รู้จักเครื่องเล่นเพลงมากนัก ทำให้กระแสความนิยมของ SONY WALKMAN ก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่ผู้ผลิตรายแรกที่เข้ามาในตลาด แต่ต้องยอมรับว่าเครื่องเล่นเพลงชิ้นนี้มีวิวัฒนาการที่น่าทึ่ง และไม่นานนักชื่อของ WALKMAN ก็กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลกอย่างง่ายดาย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ SONY ได้จัดนิทรรศการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ครบรอบ 40 ปี ของ WALKMAN ใจกลาง Ginza ย่านชอปปิงที่คึกคักที่สุดของโตเกียว งานนี้มีการแสดงอุปกรณ์ SONY WALKMAN กว่า 230 เครื่อง ตั้งแต่ TPS-L2 รุ่นแรกของปี 1979 ยันรุ่นล่าสุดของปี 2019 ตัวงานแบ่งเป็นสองส่วนคือโซน
รถยนต์สายพันธุ์ครอสโอเวอร์คันล่าสุดอย่าง BMW X6 ปี 2020 เปิดเผยภาพและสเปคคร่าว ๆ ออกมาให้ยลโฉมกันแล้ว โดย BMW X6 ถือเป็นตัว ReDesign ของรถยนต์ที่ทางค่ายเรียกเป็นเซกเมนต์ SAV (Sport Activity Vehicles) มาพร้อมเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกถึง 3 แบบ ตอบโจทย์หนุ่ม ๆ ผู้กำลังมองหายนตรกรรมที่คล่องตัวและเต็มไปด้วยพลังอย่างแน่นอน มาเริ่มกันที่ดีไซน์ภายนอกของ BMW X6 ปี 2020 ซึ่งเราจะได้เห็น Kidney Grille หรือกระจังหน้าทรงไตคู่ ดีไซน์ใหม่ที่ส่องสว่างได้เมื่อสตาร์ท สามารถสั่งงานเปิดปิดได้โดยเชื่อมต่อกับไฟหน้าแบบ Adaptive Full LED ที่มาในดีไซน์บางเฉียบและไฟท้ายรูปตัวแอลอันโฉบเฉี่ยว ขนาดของตัวรถที่ขยายจากรุ่นก่อนหน้าเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็นความกว้างของตัวรถที่เพิ่มขึ้น 15 มิลลิเมตร ฐานล้อกว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร พร้อมความดุดันที่ได้จากล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้วและ 22 นิ้วที่เป็นออปชั่นเสริมรวมถึงท่อไอเสียแบบ M Sport แต่คงไม่มีทางเลือกไหนที่น่าสนใจไปกว่าเครื่องยนต์ของ BMW X6 ปี 2020 ที่มีให้เลือกถึง 3


