หลังจากทิ้งระยะห่างจากงานคอลแลปส์ร่วมกันมานานกว่า 3 ปี ในที่สุดรองเท้าโมเดลที่สองระหว่างแบรนด์สตรีตจากนิวยอร์กอย่าง Supreme และค่าย Air Jordan ก็กลับมาอีกครั้งโดยครั้งนี้เลือกใช้โมเดลที่มีเรื่องราวอย่าง Air Jordan 14 (XIV) ย้อนกลับไปในปี 2015 ทั้งสองค่ายเคยสร้างเสียงฮือฮาด้วยการใส่ Supreme Logo Box ลงใน Air Jordan 5 (V) โดยผลิตออกมาทั้งหมด 3 สีด้วยกันคือ White Black และ CAMO เมื่อบวกกับกระแสความไฮป์ของทั้งสองค่ายทำให้ขายหมดในเวลาไม่นาน ส่วนคู่ที่ถูกนำออกมา Resell ก็ราคาสูงเหลือเกิน ถืออีกเป็นโมเดลยอดฮิตที่เหล่าสนีกเกอร์เฮดสายสตรีตทั่วโลกต้องการ ล่าสุด Air Jordan และ Supreme กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งโดยเลือกโมเดลรองเท้าที่ผลิตออกมาครั้งแรกในปี 1998 อย่าง Air Jordan 14 ซึ่งเป็นรองเท้าประจำตัวของยอดนักบาสเกตบอล Michael Jordan โดยเขาสวมใส่ระหว่างการแข่งขันรอบชิงโดยปีนั้นสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 6 ให้กับตัวเองรวมถึงเป็นแชมป์สามสมัยติดของเจ้าตัว ว่ากันว่ารองเท้าคู่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Ferrari 550 Maranello รถยนต์สุดรักของนักบาสในตำนาน Air
ก้าวเข้าเดือนมิถุนายน เดือนแห่งฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าสายฝนก็พาเอาความเฉอะแฉะแวะมาทักทายจนน่ารำคาญ แล้วในช่วงที่ฝนตกกระปริบกระปรอยแบบนี้ เราเชื่อว่าคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้นอนเล่นเกมชิล ๆ อยู่บ้าน วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำ 5 เกมดังระดับตำนานที่จะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมิถุนายนนี้ จะมีเกมไหนน่าเล่นบ้าง ไปดูกันเลยครับ MY FRIEND PEDRO หลังจากปล่อยให้หนุ่มเกมเมอร์รอเก้ออยู่นาน บริษัทผู้พัฒนาเกม Deadtoast Entertainment ก็ประกาศเปิดตัวเกม MY FRIEND PEDRO ให้หนุ่ม ๆ ปลดปล่อยพลังแห่งการทำลายล้างผ่านเกมแอ็กชันบัลเลต์สุดกวน แม้จะเป็นเกมแอ็กชันรุนแรงแต่เกมนี้อัดแน่นไปด้วยจินตนาการ เพราะเล่าถึงนักบัลเลต์ชายในคราบมือปืนที่รับคำสั่งจากกล้วยหอม ให้มาคร่าชีวิตผู้คนนับร้อยและลบล้างมนุษย์ผู้ใดก็ตามที่ขัดขวางเส้นทางของเขา ในเกมนี้คุณจะได้อวดทักษะการลั่นไกปืนแบบเฟี้ยว ๆ พร้อมสารพัดท่าต่อสู้สุดกวนโอ๊ย ไม่เพียงแต่ใช้ปืนจ่อกระบาลศัตรู แต่ยังต้องควบคุมการเคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กันด้วย ทั้งกระโดดกลับหลังแล้วหันมายิง ตีลังกาพร้อมไขว้ปืนแล้วยิงศัตรูด้านข้าง หรือแม้แต่โหนสลิงกลางอากาศแล้วกระหน่ำกระสุนใส่หัวศัตรู คุณยังนำอุปกรณ์ที่มีอยู่ภายในฉากมาใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้ได้ และมีโหมด Slow Motion ให้ได้ชมชอตเด็ดเท่ ๆ และความกวนส้นจากลีลาของนักบัลเลต์หนุ่มผู้นี้ การผสมผสานระหว่างแอ็กชันเอฟเฟ็กต์มันส์ ๆ กับลีลาบัลเลต์กวน ๆ จะออกมาเป็นอย่างไร เตรียมพบกับสารพัดท่าต่อสู้ที่คุณไม่อาจจินตนาการได้ใน PC
“OPPO Reno Series” ประกาศเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สมกับเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุดในไทย ที่พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม มาพร้อมนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพสุดล้ำเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสรรสร้างผลงานผ่านเลนส์ ภายใต้สโลแกน “Further Your Vision” การันตีโดยช่างภาพมืออาชีพรุ่นใหม่ อาทิ รัมภาพร วรสีหะ, ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ และตะวันวาด วนวิทย์ ที่สร้างผลงานมาสเตอร์พีซผ่าน OPPO Reno Series ด้วยกล้องซูมขั้นสุดถึง 60 เท่า และเทคโนโลยี OPPO 10x Hybrid Zoom ซูม 10 เท่าโดยไม่สูญเสียรายละเอียด มาพร้อมกล้องหน้าดีไซน์ล้ำ “Pivot Rising Camera” ด้วยเทคนิคซ่อนกล้องที่สมบูรณ์แบบและสวยงาม โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่า STYLE SEEKERS ทั่วฟ้าเมืองไทย เช่น โทนี่ รากแก่น, แมทธิว – ลิเดีย ดีน, เต้ย พงศกร, อองตวน ปินโต, พิมพ์เลิศ-จารุจิต ใบหยก,
ปัญหาเรื่องความสูงกับผู้ชายอย่างเราเป็นสิ่งที่น่าเหนื่อยใจและชวนท้อแท้ยิ่งนัก พูดไปคนสูงโปร่งก็คงไม่เข้าใจว่าประสบการณ์ที่ต้องสูดลมหายใจภาคพื้นดินมันเป็นอย่างไร ยิ่งเวลาที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน อย่าหวัง! ว่าจะได้มองเห็นอะไรต่อมิอะไรเบื้องหน้า เพราะไอ้ผู้ชายตัวสูงคนอื่น ๆ ยืนบังเราจนมิด ถือซะว่าเป็นความซวยของผู้ชายรูปร่างสันทัดแบบเราแล้วกัน ที่ไม่เคยได้รับโอกาสให้สูดอากาศบริสุทธิ์จากชั้นโอโซนด้านบนอย่างใครเขาเลย ถึงจะโทษกรรมพันธุ์จากบิดามารดรและพฤติกรรมการกินนมในตอนเด็กก็คงไม่ทำให้ความสูงของเราเพิ่มขึ้นมาสักฟุตสองฟุตได้ วันนี้เราเลยเอาของเล่นเจ๋ง ๆ ที่ช่วยทำให้วิสัยทัศน์ของหนุ่ม ๆ กว้างไกลยิ่งขึ้นมาฝากชาว UNLOCKMEN ทุกคน ตั้งแต่นี้เรื่องความสูงจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ชายอย่างเราอีกต่อไป! ONE FOOT TALLER แว่นตาปริทรรศน์กับมุมมองใหม่ที่สูงกว่า โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Dominic Wilcox ดีไซเนอร์ชื่อดังของลอนดอนถูกท้าทายจาก Microsoft Surface ให้ออกแบบแกดเจ็ตที่ช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเพื่อเอาไปจัดแสดงในนิทรรศการของกรุงลอนดอน Dominic Wilcox จึงสร้างสรรค์แว่นปริทรรศน์หรือแว่นเพอริสโคปสุดกวน โดยนำศิลปะมาประยุกต์กับงานดีไซน์ งานคราฟต์ และเทคโนโลยี จนได้ออกมาเป็น ONE FOOT TALLER แว่นตาที่ทำให้มุมมองของคนตัวเตี้ยเปลี่ยนไปตลอดกาล แรงบันดาลใจที่จุดไฟงานดีไซน์ครั้งนี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เขาเคยไปเข้าร่วมเทศกาลดนตรี แล้วมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังดิ้นรนเพื่อชะเง้อคอมองเวทีที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่เป็นผลเมื่อถูกบดบังจากคนที่ตัวสูงกว่า ด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดค้นแว่นตาอัจฉริยะที่ช่วยให้คนตัวเตี้ยมองเห็นอะไรที่ไม่เคยได้เห็น ตัวแว่นด้านบนทำจากกระจกอะคริลิกสะท้อนแสงที่โค้งงอ 45 องศา และทำมุมกับกระจกแว่นที่อยู่บริเวณดวงตาของผู้สวมใส่ ทำให้สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าได้อย่างง่ายดายแม้จะมีสิ่งกีดขวาง ดู ๆ แล้วลักษณะการดีไซน์คล้าย ๆ กับกล้องเรือดำน้ำที่ถึงจะอยู่ใต้น้ำก็มองเห็นสิ่งที่อยู่บนน้ำได้
เคยไหมเวลาบอกเพื่อนว่าชอบฟังเพลงร็อกแล้วคุณจะต้องโดนทำสัญลักษณ์แบบนี้พร้อมแลบลิ้นใส่ (ถ้าไม่เคยก็ดีไป) ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เพราะสัญลักษณ์มือแบบนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมชาวร็อกมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะร็อกประเทศไหน อังกฤษ อเมริกา แคนาดา หรือไทย ก็ล้วนแล้วแต่ทำมือเหมือนกันทั้งนั้น หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ยังไม่รู้ที่มาที่ไปของมันละก็ วันนี้เราจะพาคุณเจาะเวลาหาอดีต มาดูกันว่าสิ่งนี้เริ่มต้นจากอะไรกันแน่? ชาวร็อกบอกต่อกันว่าชายคนแรกที่ทำให้สัญลักษณ์แบบนี้แมสในวงการก็คือ Ronnie James Dio นักร้องคนที่ 2 ของคณะ Black Sabbath วง Heavy Metal รุ่นบุกเบิกแห่งยุค 70 นั่นเอง เนื่องจากตัวเขารู้สึกว่านักร้องคนก่อนหน้าอย่าง Ozzy Osbourne เป็นคนมีเอกลักษณ์มาก โดยเฉพาะการทำมือชูสองนิ้ว (Peace Sign Hand) เขาจึงต้องหาอะไรมาดึงดูดแฟนเพลงบ้าง ซึ่งแท้จริงแล้วไอ้มือแบบนี้ Ronnie เอามาจากคุณยายเชื้อสายอิตาเลียนของเขา เธอมักจะยกมือทำสัญลักษณ์แบบนี้ทุกครั้งเวลาต้องการขับไล่สิ่งชั่วร้าย Ronnie คิดว่ามันก็เท่ดี เลยลองเอามาทำตอนขึ้นเวทีดูบ้าง ปรากฏว่าแฟนเพลงทำตามกันถ้วนหน้า จนกลายเป็นวัฒนธรรมแบบที่พวกเราเห็นกันในปัจจุบัน ฉะนั้นอาจถอดสมการได้ว่าจุดกำเนิดความแมสของมันอยู่ที่ราว ๆ ปี 1980 – 1982 ช่วงที่ Ronnie James Dio ยังอยู่ในฐานะฟรอนต์แมนของ Black Sabbath
ในปีนี้ถือว่า Adidas ออกสนีกเกอร์สำหรับโอกาสพิเศษต่าง ๆ มายั่วน้ำลายเหล่าผู้หลงใหลในรองเท้ากันตลอดทั้งปี โดยครั้งนี้แบรนด์เครื่องใช้กีฬาชื่อดังก็กลับมาทำให้กระเป๋าสตางค์ของใครหลายคนต้องสั่นอีกครั้ง เมื่อข่าวลือว่า Adidas จะปล่อยคอลเลกชันพิเศษ Adidas x Toy Story 4 เป็นจริง พร้อมยืนยันด้วยการปล่อยภาพรองเท้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับแฟนการ์ตูน Toy Story คงจะถูกอกถูกใจไม่น้อยกับคอลเลกชันพิเศษที่ Adidas และ Walt Disney Pictures ร่วมมือกันสร้างสรรค์ด้วยการนำรองเท้ามาเติมเต็มเรื่องราวของการ์ตูนในตำนาน Toy Story หยิบคาแรกเตอร์ของตัวละครนักบินอวกาศอารมณ์ดี Buzz Lightyear กับ Woody รวมถึงสมาชิกที่ไป ๆ มา ๆ อย่าง Bo Peep มาอยู่บนสนีกเกอร์รุ่น Ultraboost 19 สำหรับสนีกเกอร์ที่เล่าคาแรกเตอร์ Buzz Lightyear เน้นที่สีขาวเป็นหลัก และแต่งแต้มด้วยสีอื่นตามแบบชุดอวกาศของเขา ด้านในและด้านนอกของรองเท้าบุด้วยสีเขียวอ่อนคล้ายสีเขียวเรืองแสง ส่วนลิ้นรองเท้าใช้สีดำและปักคำว่า Toy Story 4 เอาไว้ด้วยด้ายสีขาว จากนั้นเพิ่มความโดดเด่นให้กับสนีกเกอร์คู่นี้ด้วยเส้นสีม่วงตรงบริเวณ Midsole รวมถึงจุดสีส้มตรงด้านหน้า
เมื่อช่วงสิงหาคมปีที่แล้ว Burberry แบรนด์แฟชั่นอายุกว่า 163 ปี สร้างความตื่นเต้นให้กับคนในวงการแฟชั่นและคนทั่วไปเป็นอย่างมากกับการประกาศปรับโลโก้แบรนด์ใหม่ นำเสนอภาพลักษณ์จากลายเส้นตรงเปลี่ยนเป็นโมโนแกรมสีสันสดใส และคอลเลกชันลายใหม่ก็เปิดตัวบนผลงานหลากหลายไอเทมให้โลกเห็นเป็นที่เรียบร้อย โบกมือลา Nova Check พร้อมต้อนรับลายใหม่อย่าง TB Monogram โมโนแกรมลายใหม่ของแบรนด์เป็นผลงานการออกแบบของ Riccardo Tisci ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ร่วมกับ Peter Saville กราฟิกดีไซเนอร์ของ Burberry ลายโมโนแกรมที่จะมาเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกบน Instagram ของ Burberry ผ่านบทสนทนาผ่านอีเมลของ Riccardo และ Peter ที่กำลังปรึกษากันเกี่ยวกับลายใหม่ ซึ่งไม่ได้มีแค่โมโนแกรมเท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนตัวอักษรของโลโก้จาก Bodoni ที่ใช้มายาวนานตั้งแต่ปี 1901 มาเป็น Sans-Serif และถอดโลโก้คุ้นตาอย่างอัศวินขี่ม้าถือธงที่มีภาษาละตินคำว่า ‘Prorsum’ ที่มีความหมายว่า ‘ก้าวต่อไป’ ออก จากลายเส้นตรงสีดำและเส้นสีแดงทแยงมุม 45 องศาที่พาดทับกัน ถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวอักษร TB ที่อ่านออกได้ชัดเจนและมีสีสันสดขึ้นกว่าเก่า ตัวอักษรย่อ TB ที่เลือกมาใช้เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ย่อมาจากชื่อของผู้ก่อตั้ง Thomas Burberry ช่วยดันให้ลายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่น่าจดจำและประทับความเป็น DNA
ไม่เพียงแต่ร่างกายกำยำล่ำสันและมังกรผงาดในกางเกงที่บ่งบอกถึงความเป็นชายชาตรี หนวดเคราและไรขนบนใบหน้าหนุ่ม ๆ ก็ตอกย้ำความเป็นเพศพ่อได้ดีไม่ต่างกัน สำหรับผู้ชายบางคนหนวดและเคราอาจเป็นที่มาของสิ่งสกปรกและความรกรุงรัง แต่กับบางคนมันช่วยเพิ่มเสน่ห์ มาดคมเข้ม และสะท้อนความน่าเกรงขามได้อย่างบอกไม่ถูก ความข้นของเคราเข้มที่มีมาตั้งแต่โบราณ หากย้อนไปอ่านบันทึกประวัติศาสตร์จะพบว่าการไว้หนวดเคราของคนไทยมีมาตั้งแต่อดีต ว่ากันว่าหนวดและเคราได้อิทธิพลมาจากชาติตะวันตก มีหลักฐานปรากฏให้เห็นสมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และการไว้หนวดเคราก็ก้าวสู่ความนิยมตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา คนในยุคนั้นเชื่อว่าหนวดเคราจะทำให้ผู้ชายมีหน้าตาคมสัน หากเป็นทหารก็ยิ่งดูแข็งแกร่งน่าเกรงขาม ในทางตรงกันข้าม ผู้ชายที่โกนหนวดดูมีใบหน้าจืดชืดละม้ายคล้ายผู้หญิง แม้กระนั้นการไว้หนวดสไตล์ไทยก็ไม่ได้ปล่อยยาวรุงรังเฉกเช่นฝรั่ง หากตัดเล็มและตกแต่งให้เป็นระเบียบ เพราะเชื่อว่าเวลาที่จุดบุหรี่ดูดจะไม่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้เปลวไฟไหม้ลามมายังหนวดงาม แล้วถ้าเราบอกว่าหนวดเคราไม่ได้แค่มีไว้เท่ ๆ แต่ยังซ่อนเสน่ห์ดึงดูดสาว ๆ ให้หลงใหล หนุ่ม ๆ จะว่ายังไง? ผู้ชายที่มีหนวดเคราดูเซ็กซี่มากกว่าในสายตาหญิง? จากบทความในวารสาร Journal of Evolutionary Biology ที่สำรวจผู้หญิง 8,500 คน ว่าหนวดและเครามีผลต่อความน่าดึงดูดอย่างไร โดยขอให้พวกเธอให้คะแนนรูปภาพของผู้ชายที่มีความยาวของหนวดและเคราที่ต่างกัน ผลปรากฏว่าในสายตาผู้หญิงผู้ชายที่ไว้หนวดเคราดูโดดเด่นและน่าเชื่อถือมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ไว้ ทีมนักวิจัยนำภาพผู้ชายที่โกนหนวดจนเกลี้ยงเกลา, หนวดเล็กน้อยหลังจากโกน 5 วัน, หนวดคมเข้มหลังจากโกน 10 วัน และหนวดเครายาวรกรุงรังหลังจากโกน 4 สัปดาห์ มาให้ผู้หญิงทั้ง 8,500 คนให้คะแนนโดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย
เป็นอีกครั้งที่ UNLOCKMEN ได้แวะเวียนไปเยี่ยมชายคา What The Duck โดยที่ผ่านมาเรามีโอกาสพูดคุยกับศิลปินจากค่ายนี้มากมายหลายคน แต่คราวนี้คนที่อยู่ตรงหน้าคือศิลปินน้องใหม่ของค่ายอย่าง ‘BOWKYLION’ หรือ โบกี้-พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ หลายคนอาจติดตามเธอพร้อม ๆ กับผู้ติดตามอีกกว่า 5 แสน 2 หมื่นคนทาง YouTube หลายคนอาจรู้จักเธอผ่านการประกวด The Voice Thailand จะว่าเราเป็นแฟนคลับเธอก็ไม่เชิงนัก เรียกว่าเติบโตมาด้วยกันดีกว่า ด้วยช่วงวัยที่ใกล้เคียงกัน เคยฟอร์มวงประกวด Hotwave Music Awards ต่างกันที่วงเธอเข้ารอบ วงเราตกรอบ เท่านั้นเอง แต่ด้วยคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนของโบกี้ ทำให้ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เราก็ยังจดจำเธอได้เป็นอย่างดี ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้สนทนากับเธอ เรื่องราวจากจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอหลงรักการร้องเพลงจนถึงตอนนี้ เส้นทางที่ผ่านมาเป็นอย่างไรและจะมุ่งไปทางไหนในอนาคต เริ่มรู้ตัวตอนไหนว่าชอบร้องเพลง? จริง ๆ ก็รู้ตัวตั้งแต่ตั้งแต่ยังไม่รู้ตัว เพราะว่าเริ่มร้องเพลงได้ตั้งแต่พูดได้ ในความรู้ตัวก็มีความไม่รู้ตัวอยู่ เอาจริง ๆ ก็จำไม่ได้แล้วว่าตอนไหน เพราะเราได้รับอิทธิพลจากครอบครัวด้วยหรือเปล่า ? เพราะคุณแม่เป็นนักร้องเหมือนกัน ถือว่ามีอิทธิพลมาจากครอบครัวเหมือนกันเพราะคุณแม่เล่าให้ฟังว่าตอนที่อุ้มท้องอยู่ก็ร้องเพลงตลอด อยากให้ลูกร้องเพลงได้ ตอนที่จะเรียนดนตรีที่มหิดลก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะเลือกการร้องเพลงเป็นอาชีพเลยไหม? จริง ๆ ตอนนั้นก็ไม่มั่นใจนะคะ เข้ามั่ว ๆ เลย ตอนแรกที่เข้ามหิดลก็คือ เห็นเขาบอกว่ามีเอก


