วินาทีนี้คงจะไม่มีซีรีส์เรื่องไหนจะร้อนแรงได้เท่ากับ Beef ของ Netflix อีกแล้ว ! ซีรีส์เรื่องนี้ผลิตโดย A24 ค่ายสุดไฮป์ผู้ขยันสร้างตำนานได้ทุกวัน กับเรื่องย่อสุดมินิมอลที่สามารถเล่าไว ๆ บรรทัดเดียวจบได้แบบนี้ “นี่คือเรื่องราวระหว่าง Danny Cho กับ Amy Lau คนแปลกหน้าที่ประทะอารมณ์กันบนท้องถนน บีบแตรรถใส่กัน ด่ากัน ชูนิ้วกลางให้อีกฝ่าย จนนำไปสู่ความวายป่วงของชีวิตเกินกว่าใครจะคิดฝัน” ถึงแม้ว่าเรื่องย่อของซีรีส์จะแสนสั้น แต่ซีรีส์เรื่องนี้อุดมด้วยรายละเอียดของประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างเข้มข้น ทั้งฉายภาพความเหนื่อยล้าของชนชั้นกลางที่ทำงานเพื่อคนอื่นตลอดชีวิตแต่ไม่มีใครเห็นค่า ความคิดชุ่ย ๆ ของ Privillage ที่มองคนเป็นคนไม่เท่ากัน และอีกหลายประเด็นที่ดูจบครั้งเดียวคงเก็บรายละเอียดไว้ไม่หมดแน่นอน สิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ อย่างแรกเกี่ยวกับ Beef คือการวางตัวของ Lee Sung Jin เดบิวต์ในฐานะ Creator และ Director เป็นครั้งแรก หลังจากที่เขาเป็นคนเขียนบทซีรีส์มาโดยตลอด ผลงานเด่น ๆ ก็จะมี Undone (2019) / Dave (2020) /
ผลงาน Concept design tribute ให้กับ Ken Block กับรถรุ่นสร้างชื่อ 1965 Ford Mustang “Hoonicorn” โดยเลือกใช้โทนสีเขียวใน Swoosh logo จุดเด่นจาก Monster logo ที่คุ้นตากันดี รวมถึง suede upper สีเทาเข้ม เป็นการใช้โทนสีเดียวกันกับตัวรถ Ford Mustang Hoonicorn นั่นเอง 1965 Ford Mustang “Hoonicorn” เป็นรถ custom-built ที่เปรียบเสมือน Icon ของ Ken Block สร้างมาเพื่อการขับ Gymkhana โดยเฉพาะ เครื่องยนต์ twin-turbo 6.7L V8 1,400 horsepower ส่งกำลังขับเคลื่อน 4-wheel drive system พร้อมช่วงล่างเสริมความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ เป็นตำนานที่มีครบทั้งความเท่ของดีไซน์
เหล่านักสะสมไฟแช็ค ห้ามพลาด! กับการร่วมมือกันของแบรนด์สาย Punk อย่าง Vivienne Westwood และ ZIPPO กับคอลเลคชันไฟแช็กรุ่นพิเศษที่มี 6 แบบด้วยกัน จุดเด่นของคอลเลคชันนี้คือโลโก้ Vivienne Westwood ที่มีการฝังและแกะสลักไว้ตามจุดต่าง ๆ นั่นเอง สำหรับไฮไลท์ของคอลเลคชันนี้ คือ รุ่น “SPIN ORB” ที่ใช้ตัวโครงสร้างของรุ่น Armor Zippo โดยรุ่นนี้มีสองสีด้วยกันคือ สีเงิน และสีทอง ต้องบอกเลยว่าความเท่ของรุ่น “SPIN ORB” คือลายสลักโลโก้ที่อยู่ระหว่างฝาบนกับตลับ เรียกได้ว่าเรียบแต่โก้เลยทีเดียว ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 ชิ้น เท่านั้น ต่อมารุ่น “BIG ORB” ลายแกะสลักโลโก้ขนาดใหญ่ที่ตัวตลับไฟแช็ก และ “OUTSTANDING ORB” ที่แกะสลักลายโลโก้ของ Vivienne Westwood รอบตัวตลับไฟแช็ก ซึ่งในสองรุ่นนี้ผลิตขึ้นมามีความหนากว่าปกติ อ้างอิงจากรุ่นคลาสสิกของ ZIPPO 200 เนื่องด้วยการใช้พื้นผิวสำหรับการสลักลายที่ตลับ สำหรับสองรุ่นสุดท้ายของคอลเลคชันนี้
หลังจากได้ยินข่าวการร่วมมือระหว่าง Xiaomi และ Leica เชื่อว่าหลายคนคงอยากเห็นศักยภาพของกล้องจากมือถือตระกูล Ultra ซึ่งจัดได้ว่าเป็นแรงค์เรือธงที่แท้ทรูของ Xiaomi และเมื่อช่วงหัวค่ำของวันอังคารที่ 18 เมษา ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ก็ถึงเวลาประกาศศักดาของ Xiaomi 13 Ultra ซึ่ง Matt Stuart ช่างภาพสายสตรีทชื่อดังชาวอังกฤษให้คำนิยามว่า “This is a camera phone, not a phone with a camera.” กันเลยทีเดียว โดยคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพของ Xiaomi 13 Ultra เรียกได้ว่าจัดมาแบบดุดันไม่เกรงใจใคร ด้วย Quad camera with six focal lengths กล้องถ่ายภาพ 4 ตัวหลัก ครอบคลุมระยะ 0.5x to 10x เทียบเท่าระยะเลนส์ 12 –
ทำเอาแฟน ๆ ตามหากันให้วุ่นว่าเขาคือใคร? เมื่อมีหน้ากากดอกกุหลาบลึกลับนามแฝงว่า DIDE เปิดตัวซิงเกิล “Thrill” ออกมาบน YouTube และยังเปิด IG Account ชื่อว่า dideworld พร้อมตั้งคำอธิบายโปรไฟล์ว่า “ผมเป็นนักฟุตบอลในสนาม แต่ที่บ้านเป็นแร็ปเปอร์” . ซึ่งภาพที่ปล่อยออกมาในมิวสิกวิดีโอเพลง “Thrill” นั้นเป็นภาพบรรยากาศบนท้องถนนในเมืองหลวงของสหราชอาณาจักร ทำให้แฟน ๆ แทบจะคาดเดาได้ทันทีว่า แร็ปเปอร์หน้ากากกุหลาบผู้นี้คือนักเตะพรีเมียร์ลีกจากทีมในลอนดอน มีการเดาชื่อต่าง ๆ มากมายเช่น Wilfred Zaha, Noni Madueke, Reiss Nelson และ Eddie Nketiah กองหน้า Arsenal ที่แฟน ๆ หลายคนเชียร์ให้เป็นเขา . แต่หน้ากากดอกกุหลาบจะเป็นใครนั้น ยังไม่น่าสนใจเท่าพรสวรรค์ในการแต่งเพลงอันน่าทึ่งของเขา “Thrill” นั้นเป็นเพลงที่เล่าถึงชีวิตเบื้องหลังของเขาอย่างลึกซึ้ง พูดถึงสิ่งที่ทำให้ทีมชนะอย่างต่อเนื่อง และการใช้ความรู้เรื่องบอลของเขาเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม สุดท้ายนี้หน้ากากกุหลาบจะเป็นใคร เค้าจะเปิดเผยตัวจริงหรือไม่ คงต้องมาลุ้นกันต่อไป ตอนนี้ไปชม Dide –
นี่คือการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการรถคลาสสิก ภาพที่เราเห็นคือรถคลาสสิกทั้งหมด 230 คันซึ่งถูกค้นพบในโกดังของ Ad Palmen ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นักสะสมชาวดัตช์ เขาเก็บเป็นความลับโดยไม่มีใครรู้มากว่า 40 ปี แต่สุดท้ายขุมทรัพย์รถคลาสสิกเหล่านี้ได้ถูกค้นพบโดยผู้ดูแลของ Palmen หลังจากที่ Palmen เกิดภาวะสมองเสื่อม ซึ่งโกดังเก็บรถของ Palmen นั้นเป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักรถคลาสสิกเลยทีเดียว เพราะรถที่ถูกค้นพบนั้นเรียกได้ว่ารวมแทบทุกรุ่นของรถคลาสสิกที่มีบนโลกใบนี้ไว้หมดแล้วไม่ว่าจะเป็นรถคลาสสิกแบรนด์สัญชาติอิตาลีที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันอย่าง Alfa Romeos, Maseratis, Ferraris รถยุโรปแบรนด์ดังที่ใคร ๆ ก็ต้องอยากได้อย่าง BMW, Mercedes-Benz, NSU รถหล่ออย่างมีระดับแบรนด์สัญชาติอังกฤษอย่าง Jaguar, Aston Martin, Rolls-Royce รถยนต์สัญชาติอเมริกันอย่าง Chevrolet, Cadillac, Ford นอกจากนั้นยังมีแบรนด์ลึก ๆ อื่น ๆ อีกเพียบไม่ว่าจะเป็น Tatra, Monica, Moretti, Matra, Alvis, Imperia และ Villard สิ่งที่ทำให้สายคลาสสิกหลาย ๆ
วันหยุด วันว่าง อากาศร้อนระอุ ใครวางแผนว่าจะอยู่บ้านยาว ๆ ใช้เวลาดูหนังเพลิน ๆ UNLOCKMEN ขอแนะนำหนัง 10 เรื่อง ที่มีธีม ‘หน้าร้อน’ เป็นฉากหลัง ฤดูกาลซึ่งถูกใช้เป็นตัวเปลี่ยนผ่านการเติบโตของตัวละครในโลกภาพยนตร์อย่างงดงามมาโดยเสมอ : ) It’s a Summer Film (2021) Soushi Matsumoto เรื่องย่อ : นี่คือเรื่องราวของกลุ่มเด็กสาววัยมัธยม 3 คน ที่คลั่งหนังซามูไรยุคคลาสสิกอย่างเข้าเส้น และต้องการจะถ่ายหนังซามูไรย้อนยุคในแบบของตัวเองเพื่อเข้าฉายในงานเทศกาลโรงเรียน แต่ทว่า ติดที่ไม่ได้งบจากชมรม ทีมงานก็ก็เป็นตัวเฉพาะกิจที่ยื้มจากชมรมอื่นเสียเกือบหมด ที่แย่ที่สุดคือหาคนมาแสดงเป็นพระเอกของเรื่องไม่ได้อีก แล้วปิดเทอมหน้าร้อนนี้จะถ่ายหนังเสร็จมั้ยนะ ! หนังญี่ปุ่นที่ว่าด้วยการทำตามความฝันของวัยรุ่นนี่มันฮีลใจดีจริง ๆ อาาา ‘เกือบจะไม่ได้ฉายแล้วหน้าร้อนนี้’ (ชื่อไทยของหนัง) ก็เป็นหนังแบบนั้นล่ะ เป็นหนังที่เคารพการมีอยู่ของภาพยนตร์ ผ่านความรัก ความเสียใจ และความหวังของเหล่าหนุ่มสาว Stand By Me (1986) Rob Reiner เรื่องย่อ
เอาใจหนุ่มนักกิจกรรม! “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัว “โอเชียน สตาร์ ทริบิวท์ สเปเชียล อิดิชั่น” (Ocean Star Tribute Special Edition) เรือนเวลาสไตล์เรโทรที่มาพร้อมเฉดสีฟ้าแห่งท้องทะเลและประสิทธิภาพการทำงานสุดล้ำสมัย อีกหนึ่งสัญลักษ์แห่งความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาดำน้ำประสิทธิภาพสูงจาก “มิโด” (MIDO) ที่พร้อมให้หนุ่มนักกิจกรรมได้ยลโฉมแล้ววันนี้ “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน สำหรับ “โอเชียน สตาร์ ทริบิวท์ สเปเชียล
BMW M1 ตำนานรถสปอร์ตคันแรกที่ติดสัญลักษณ์ M อย่างเป็นทางการตั้งแต่ยุค ’70s และใช้แพลตฟอร์มเครื่องยนต์วางกลางโมเดลแรกของค่ายใบพัดฟ้าขาว (mid-engine BMW คันที่สองคือ i8 plug-in hybrid sports car) ให้ประสิทธิภาพขับเคลื่อนที่ดีและมีการกระจายน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม จากเดิมที่วางแผนจะพัฒนาร่วมกับ Lamborghini แต่เหมือนฟ้าลิขิตด้วยปัญหาบางอย่าง ทำให้ BMW นำ M1 กลับมาพัฒนาทั้งหมดแบบ in-house อีกครั้งในปี 1978 และในที่สุด M Division ก็สามารถสร้างรถที่มาทดแทน BMW 3.0 CSL race cars ได้สำเร็จ หลังจัดการปัญหาทั้งหมดเรียบร้อย BMW M1 เริ่มผลิตรถคันแรกได้ในปี 1979 เป็นการเน้นโชว์ไม่เน้นขาย ด้วยป้ายราคาที่สูงลิ่ว ทำให้ยอดขายของมันไม่ดีมากนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำคัญอะไร เพราะ M1 คือโปรเจคที่เกิดขึ้นในสนามแข่งอยู่แล้ว ดีไซน์ออกแบบโดย Giorgetto Giugiaro automotive designer ชื่อดังผู้เคยฝากผลงานระดับ


