เมื่อมาถึงวันหยุดยาว ไม่มีอะไรจะเพลินไปกว่าการนั่งจิบเบียร์พร้อมกับแกล้ม นั่งดูหนัง Sci-Fi เพลิน ๆ แบบได้ทั้งความมันส์และความรู้จาก Netflix ชนิดฝังร่างกายใหจมโซฟาบ้าน เสน่ห์ของหนัง Sci-Fi คือการได้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่อยู่อาศัย อาหารการกินและชีวิตความเป็นอยู่ เคยสงสัยไหมว่าโลกในอนาคต มนุษย์จะมีความเป็นอยู่อย่างไร วันนี้เราจะพาไปสำรวจโลกอนาคตในจินตนาการ จากบรรดาซีรีส์ยอดฮิตทาง Netflix ที่คู่ควรแก่การนอนดูอยู่บ้านช่วงวันหยุดยาวกัน 1. รูปลักษณ์ของคุณเปลี่ยนได้ราวกับเสื้อผ้าในอัลเทอร์ด คาร์บอน (Altered Carbon) คุณอาจจะเคยผ่านตาซีรีส์เกี่ยวกับโลกอนาคตมาหลายเรื่อง แต่ซีรีย์ที่สร้างจากนวนิยายนัวร์ไซเบอร์พังก์คลาสสิกของ ริชาร์ด เค. มอร์แกน เรื่องนี้ จะทำให้คุณขบคิดกับมันมากกว่าที่เคย อัลเทอร์ด คาร์บอน (Altered Carbon) พาเราไปสำรวจโลกในปี ค.ศ. 2384 ที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด และเข้ามามีบทบาทหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตมนุษย์มากขึ้น เราจะเห็นโลกอนาคตที่ทุกคนสามารถเปลี่ยนร่างกายของตัวเองได้เหมือนกับเปลี่ยนรองเท้า! และยังเต็มไปด้วยจักรกลที่มีศักยภาพเทียบเท่ามนุษย์ รถลอยในอากาศ ด้วยเหตุนี้มันจึงนำไปสู่การตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณค่าพื้นฐาน อิทธิพลของอำนาจเงิน และความสัมพันธ์ในแบบที่ไม่ได้ยึดอยู่กับรูปลักษณ์ของเราอีกต่อไป 2. ชีวิตคือการต่อสู้ใน 3% ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังที่ตัวเอกต่างต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อชีวิต คุณอาจเคยผ่านตาซีรีส์เรื่องนี้ในรายการแนะนำของคุณมาบ้าง เพราะใน
The Purge เป็นภาพยนตร์ที่ตีความได้หลากหลาย ถ้าคนดูแบบไม่คิดอะไร มันคือภาพยนตร์ Action โหดเลือดสาดที่ดูมันส์ ดูเพลิน แต่ถ้าคนดู The Purge เป็นคนสนใจเรื่องการเมือง ก็สามารถตีความการเสียดสีเรื่องสังคมการเมืองในอเมริกาได้เจ็บแสบเช่นกัน โดยเฉพาะ The Purge ภาคล่าสุด ‘The First Purge’ ที่ผู้กำกับจะพาย้อนไปไขความลับ จุดเริ่มต้นของการเริ่ม Purge เป็นครั้งแรก เวลา 12 ชั่วโมงในค่ำคืนไร้กฎหมาย การปลดปล่อยความอำมหิตในใจมนุษย์ที่สามารถฆ่าคนได้อย่างอิสระ เพื่อการสร้างชาติที่สงบปลอดภัยตลอดปี มี Crime Rate ต่ำกว่า 1% แต่การจะได้มา ย่อมต้องมีคนเสียสละกันบ้าง The First Purge ภาคนี้อาจจะมีกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปจาก 3 ภาคแรก เพราะเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนตัวผู้กำกับเป็น Gerard McMurray ผู้เคยฝากผลงานไว้กับภาพยนตร์สุดเข้มข้น Burning Sands ได้รับความไว้วางใจให้นั่งตำแหน่งสำคัญ ไม่ต้องห่วงว่าเนื้อเรื่องจะเพี้ยนไป เพราะยังคงได้ James DeMonaco ผู้เขียนบทและกำกับ The Purge, The Purge:
เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านน่าจะเป็นวัยรุ่นยุค ’90s – 2000 กันมาก่อน… เปิดเรื่องมาแบบนี้เราไม่ได้มีเจตนาแซวว่าคุณกำลังเข้าสู่ช่วง ‘วัยรุ่น(ใหญ่)’ แล้ว แต่ทีมงาน UNLOCKMEN ตั้งใจจะบอกว่าถ้าใครที่เป็นวัยรุ่นยุคนั้นก็น่าจะเติบโตมาพร้อมกับเพลงแนว Disco, Soul, Funk จากผู้ชายที่ cool ที่สุดคนหนึ่งซึ่งก็คือ ‘บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์’ หรือ บุรินทร์ Groove Riders ที่เรารู้จักกันดี ซึ่งเขาแจ้งเกิดในทันทีนับตั้งแต่อัลบัมแรกของวงที่ใช้ชื่อว่า DiscoVery ปล่อยออกมาเมื่อปี 2544 ทั้งงานเดี่ยวของเขา และกับวง Groove Riders ทำให้เราดิ้นกระจายมานาน และไม่ได้มีแต่เพลงแดนซ์มันโคตรเท่านั้น เพลงซึ้ง ๆ ก็ถูกนำไปใช้ในงานวิวาห์กันเป็นว่าเล่น ส่วนเพลงเศร้าทำน้ำตาร่วงก็ทำงานได้ดีเหลือเกิน ซึ่งเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ติดหูทุกคนก็คือเสียงร้องของคุณบุรินทร์ที่มีทั้งความนุ่มลึก mood & tone ที่เข้ากับแนวเพลง ยังไม่รวมลีลาบนเวทีและสไตล์การแต่งตัวที่จัดจ้าน สำหรับผลงานทางด้านดนตรีของเขากับ Groove Riders มีสตูดิโออัลบัม 3 ชุด ไล่มาตั้งแต่ DiscoVery (2544) , DiscoVery2 (2545) และ The Lift (2550)
ดูหนังธรรมดา ๆ มันก็น่าเบื่อเกินไป วันว่าง ๆ แบบนี้ต้องหาเวลามาดูหนังพล็อตแปลกไปจากที่เคยดูกันบ้าง UNLOCKMEN ขอแนะนำ 10 เรื่องพล็อตล้ำ ๆ หลากหลายแนว ไม่ว่าจะทริลเลอร์ โรแมนติก หรือแม้แต่อะนิเมะ อย่ามัวแต่คิดว่ามีแค่หนังสืบสวนเท่านั้นที่จะมีพล็อตล้ำ ๆ ได้ พล็อตล้ำ ๆ มันสามารถมีได้ในหนังทุกแนวเลยต่างหาก มาดูกันให้ครบ รับรองว่าได้หนังใจดวงใจเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน Predestination (2014) Director : Michael Spierig, Peter Spierig เรื่องย่อ : The Barkeep เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่มีหน้าที่หยุดยั้งอาชญากรไม่ให้ก่อเหตุร้ายแรง ด้วยการเดินทางข้ามเวลาไม่ว่าจะเป็นอดีตหรืออนาคต และงานสุดท้ายก่อนลาวงการของเขาคือหยุดยั้ง Fizzle bomber นักวางระเบิดตัวฉกาจ แต่ทุกอย่างมันไม่ง่ายอย่างนั้น ยิ่งเขาถลำลึกลงไป เขายิ่งค้นพบปริศนาที่เป็นปมต่อกันยาวเหยียดไปเรื่อย ๆ และเป็นเขานี่แหละที่ต้องคลายปมนั้นด้วยตัวเอง มันเจ๋งตรงนี้! : ทำความเข้าใจก่อนว่ามันไม่ใช่แค่หนัง Sci-Fi ล้ำ ๆ ยิงกันมัน ๆ แล้วจบกันไป แต่ต้องเตรียมสมองคุณให้พร้อม กับหนังพล็อตล้ำเรื่องนี้
เป้าหมายของงานดีไซน์ คือการยกระดับคุณภาพชีวิตที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ออกแบบให้ดูสวยงามเพียงอย่างเดียว ซึ่งการออกแบบสามารถเป็นอะไรก็ได้ แม้แต่ตัวหนังสือ โดยล่าสุดนักออกแบบ Kosuke Takahashi ผู้เกิดความสงสัยว่า ทำยังไงถึงจะอ่านอักษรเบรลล์ ซึ่งเป็นอักษรสำหรับคนตาบอด ประดิษฐ์โดย หลุยส์ เบรลล์ (Louis Braille) ครูตาบอดชาวฝรั่งเศส ทำให้คนตาบอดจำนวน 285 ล้านคนสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ Kosuke จึงเกิดไอเดียอยากออกแบบตัวอักษรที่ทำให้ทั้งคนตาดีและคนตาบอดใช้ร่วมกันได้ นี่จึงเป็นที่มาของ BRAILLE NEUE ฟอนต์สุดเท่เปลี่ยนโลกชุดนี้ Kosuke เริ่มการทดลองโดยการเอาตัวอักษรเบรลล์มา map เข้ากับตัวอักษรปกติ แน่นอนว่าการวางเข้าไปเฉย ๆ มันยังไม่พอ เพราะอักษรเบรลล์นั้นมีความซับซ้อน ไม่ได้ represent ตัวอักษรปกติได้มากนัก ตัวอย่างเช่นเลข 2 กับ 3 โดยเลข 2 ในอักษรเบรลล์จะเป็น 2 จุดเรียงลงมา แต่เลข 3 ก็มี 2 จุดเหมือนกัน ไม่ใช่ 3 จุด และเรียงเป็นแนวนอนด้านบน ยิ่งยากยิ่งท้าทาย
บอกตามตรงว่ามีไม่กี่รายการที่เรายังคงติดตามดูหน้าจอทีวีอยู่ นอกจาก บริษัทฮาไม่จำกัด อีกรายการหนึ่งก็คือ Iron Chef สมรภูมิเชฟกระทะเหล็ก ด้วยความเข้มข้นของการทำอาหารที่ยากเกินคนธรรมดาอย่างเราจะสามารถสร้างสรรค์ได้ ก็ขนาดทำข้าวผัดธรรมดา เรายังใช้เวลาเป็นชั่วโมง พร้อมข้าวของในครัวเละเทะเหมือนเกิดสงครามโลก การเห็นคนทำอาหารเก่ง ๆ ใช้วัตถุดิบเทพ ๆ แข่งกัน มันให้อารมณ์น่าติดตามอย่างบอกไม่ถูก ถ้าคุณก็ดูเหมือนกัน น่าจะเคยคิดอิจฉากรรมการ และเต็มไปด้วยความสงสัยว่า อาหารจากฝีมือเชฟเทพ ๆ เหล่านั้นรสชาติจะดีขนาดไหนกันนะ ด้วยความอยากลิ้มรสนี้เอง จึงกำเนิดเป็นร้านอาหาร Iron Chef ที่ The Taste ทองหล่อ 11 ซึ่งเป็นร้านที่แฟนรายการ และนักชิมที่อยากกินของดีที่สุดต้องเคยไปลองกันมาแล้ว กับอาหารที่รังสรรค์โดย บรรดาสุดยอดเชฟกระทะเหล็ก ทั้ง เชฟเอียน เชฟชุมพล เชฟบุญธรรม เชฟป้อม เชฟไก่ เชฟอาร์ท แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าร้านได้มีการปรับเปลี่ยน Concept ใหม่ กลายเป็น Iron Chef Dragon ที่เน้นรังสรรค์อาหารจีนร่วมสมัยเมนูสุดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ วัตถุดิบจัดเต็ม ในรสชาติดีเกินบรรยาย Iron Chef
ปฎิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันวัฒนธรรมสเก็ตบอร์ดนั้นได้ก้าวเข้ามามีส่วนสำคัญต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ชายส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก เพราะหากลองมองไปรอบ ๆ ตัวแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังมากมายล้วนได้ไอเดียคอนเซ็ปต์การออกแบบมาจากชีวิตบนหลังกระดานสี่ล้อแทบจะทั้งนั้น ถ้าหากชาว UNLOCKMEN ยังไม่เชื่อเราขอนำ แบรนด์เสื้อผ้าจากสเก็ตบอร์ดที่ร้อนแรงและเป็น must item จนบางทีคุณอาจจะไม่คิดว่าเนี่ยหรอแบรนด์เสื้อผ้าสเก็ตบอร์ด SUPREME กลายเป็นแบรนด์เสื้อผ้าล้ำค่าที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก เพราะหากคุณมี Supreme อยู่ในมือวันนี้ก็เปรียบเสมือนการครอบครองหุ้นชั้นดีสักตัวที่รอวันออกดอกผล ยิ่งเมื่อบวกกับคอลเลคชั่นสะท้านโลกอย่าง Supreme x Louis Vuitton ทำให้สินค้าของพวกเขาทวีคูณความนิยมกลายเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น แต่ทว่าจะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้ว Supreme มีต้นกำเนิดมาจาก James Jebbia ผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการสเก็ตบอร์ด แม้ตัวเขาจะไม่ใช่นักสเก็ตบอร์ดที่โด่งดังก็ตาม โดยความตั้งใจของ Jebbia คือการทำเสื้อผ้าให้กับโปรสเก็ตบอร์ดได้มีเสื้อผ้าสวยงามไว้ใส่ขณะโชว์สกิลบนบอร์ดสี่ล้อ แถมยังมีเกร็ดเล็กน้อยอีกด้วยว่า Supreme ไม่ได้มีความหมายใด ๆ เพียงแค่ James Jebbia เห็นว่าคำนี้มันเท่ดีก็เท่านั้น Link to shop PALACE ทุกวันนี้คนยังสงสัยด้วยซ้ำว่าสุดท้าย Palace คือสตรีทแบรนด์เนม หรือ สเก็ตบอร์ดแบรนด์ด้วยความก้ำกึ่งและดีไซน์ที่สุดเอกลักษณ์ทำให้ Palace กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากจนแทบจะหาราคาป้ายไม่ได้เลย ดังนั้นเมื่อเจอสินค้ายี่ห้อ Palace เราก็ต่างจะคิดไปเองว่ามันเป็น High-street
คนเราให้ความสำคัญของแต่ละอย่างไม่เท่ากัน อย่างเจ้าของบ้านหลังงามในเมือง Yokohama ครอบครัวนี้ เป็นบ้านที่รักการอ่านหนังสือมากเป็นพิเศษ จึงมีชั้นวางหนังสือที่ใหญ่โตกว่าบ้านทั่วไปนัก แต่ติดปัญหาที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ต้องพบกับแผ่นดินไหวบ่อย ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่าชั้นวางหนังสือที่ใหญ่โตขนาดนี้ ย่อมทำให้เสี่ยงอันตราย และชั้นวางรูปทรงทั่วไป ยิ่งทำให้หนังสือตกเสียหายได้ จึงตัดสินใจไปปรึกษากับบริษัทออกแบบ Shinsuke Fujii Architects ได้ออกมาเป็นบ้านในคอนเซปต์ชื่อ The Bookshelf House Shinsuke Fujii Architects แก้ไขปัญหาชั้นหนังสือ ด้วยการปรับเปลี่ยนมุมชั้นวางที่มีขนาดใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของกำแพง ให้มีองศาโน้มเอียงลึกลงไปแบบเส้นทะแยงมุม แต่ละชั้นมีไม้ยื่นออกมาเหมือนขั้นบันได ช่วยให้ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานได้ง่าย แม้ต้องปีนขึ้นไปหยิบหนังสือชั้นบนสุด ก็สะดวกเหมือนเดินขึ้นลงทั่วไป ที่สำคัญคือความปลอดภัยในสุขภาพของคนในบ้านเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เพราะจะไม่โดนหนังสือถล่มทับ และสุขภาพของหนังสือสะสมหายาก ที่จะไม่หล่นลงมาชำรุดเสียหาย นอกจากชั้นหนังสือ พื้นที่ฟังก์ชั่งทั้งหมดของตัวบ้านออกแบบสไตล์ Seamless แทนที่จะแบ่งพื้นที่เป็นชั้น 1 ชั้น 2 เจ้าของบ้านตัดสินใจรวมพื้นที่ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันให้ความรู้สึกเหมือนห้อง Penthouse ขนาดใหญ่ โต๊ะทานข้าวและครัวอยู่บริเวณด้านล่าง ส่วนด้านบนซึ่งเป็นพื้นยกระดับ เป็นส่วนของพื้นที่นั่งเล่น ห้องทำงาน และห้องนอน ไม่ใช่เด่นแค่ด้านใน ภายนอกก็ออกแบบได้เท่ไม่น้อย แผ่นเหล็กสีดำขนาดใหญ่ยาวต่อเนื่องตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนฐานคอนกรีต ทำให้เห็นประโยชน์ใช้สอยอีกอย่างของชั้นหนังสือจากภายนอก ซึ่งมุมทะแยงช่วยกันฝนขณะเปิดปิดประตูได้อีกด้วย และเพื่อความเป็นส่วนตัว
จุดร่วมของผู้ชายอย่างเรามันมีอยู่ไม่กี่อย่าง และสิ่งที่เป็น Pop-Culture สุด ๆ ที่ทุกคนต้องเคยสัมผัสไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก เป็นวัยรุ่นหรือโตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วก็ตาม นั่นคือ “เกม” ที่อยู่กับเรามาเสมอ เรียกว่าเติบโตมาพร้อมกับเราก็ยังได้ แม้มันย้ายจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ แต่ก็มีลูกเล่นหลากหลายเอามาหลอกล่อให้เด็กน้อยในส่วนลึกของเราตาลุกวาวได้เสมอ วันนี้ UNLOCKMEN ขอพามาย้อนรอยวันวานไปพร้อมกัน รื้อค้นความทรงจำของเราตั้งแต่วัยเด็กจนมาถึงวัยรุ่นร้านเกมและวัยที่พร้อมซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า (อย่างในตอนนี้) ในทุกแพลตฟอร์มเท่าที่จะนึกออก ทั้งนี้อาจจะเก็บไม่ครบ เพราะแต่ละคนก็จะมีความทรงจำ ความชอบ กันคนละแบบ เลยขอยกอะไรที่ดัง ๆ ในช่วงนั้น อาจจะไม่ครอบคลุมทั้งหมด เพราะไม่งั้นอาจจะไปแตะที่ร้อยเกมก็ได้ Super Mario Bros. จุดเริ่มต้นแห่งความคลาสสิกของ Theme Song ที่คุ้นหูและเป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าจริง ๆ ถ้าถามหนุ่ม ๆ คงจะปลื้ม Super Mario 3 กันมากกว่า แต่ขอเลือกภาคนี้มาเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความคลาสสิกที่เราคิดถึงกัน แม้ว่าจะไม่สนุกเท่าภาค 3 แต่ว่ามันเป็นเกมในความทรงจำของเรานั่นเอง และมันยังเข้ามาช่วยปลุกกระแสของวงการวิดีโอเกมให้มาเฟื่องฟูแบบระเบิดระเบ้ออีกครั้ง The Legend of Zelda เกมช่วยเจ้าหญิงในตำนาน


