ใครที่ยังช้าอยู่ต้องเร็วแล้วนะ เร็วอะไร ไปไหนอะ ? ก็ไปงานที่เหล่าผู้คนที่รักศิลปะกาปฎิทินรอวันอย่างใจจดจ่อ ‘เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ’ หรือที่เราเรียกกันติดปากอย่างคุ้นเคยว่า Bangkok Design Week งานที่จัดอย่างต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ปี 2018 ยังไงล่ะ ปีนี้ BKKDW ก็กลับมาเปลี่ยนให้กรุงเทพกลายเป็นเมืองศิลปะ ที่นอกจากให้ทุกคนได้เสพย์ศิลปะที่ถูกเลือกและทำขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะกันอย่างอิ่มเอมแล้ว ก็ยังให้เราได้ Unseen พื้นที่ต่าง ๆ ในเมืองกรุงเทพที่อาจไม่เคยเห็นกันมาก่อนตลอดทั้งสัปดาห์ งานเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 4 และจะจบวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้แล้ว Urban‘NICE’zation : ‘เมือง – มิตร – ดี’ คือคอนเซปต์ของาน BKKDW ในปี 2023 ให้ทุกคนมาจินตนาการร่วมกันว่าเราจะสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำให้เมืองดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง และเพื่อให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน งานในปีนี้เลยเล่นใหญ่กระจายงานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ ถึง 9 ย่าน 191 สถานที่ 515 งาน ทั่วกรุงเทพกันไปเลย ! และท่ามกลางงานแสดงศิลปะมากมายเต็มไปหมดของ BKKDW เราไม่อยากให้ทุกคนพลาดนิทรรศการที่ชื่อว่า Open
ในซอยสุรวงศ์ดงเจแปน มีร้าน Izakayz เปิดอยู่มากมาย แต่หนึ่งในร้านที่แอดว่าแจ๋วไม่แพ้ใคร ทั้งรสชาติดี บรรยากาศเยี่ยม และที่สำคัญราคามิตรภาพ แอดยกให้ エビスダイニング YEBISU DINING เป็นหัวแถวในตองอู Yebisu Dining ไม่ใช่ร้านเปิดใหม่ แต่เชื่อว่าหลายคนยังไม่เคยไปลอง ขนาดตัวแอดบ้านอยู่แถวนี้ยังพึ่งรู้จัก ร้านกึ่งลับตั้งอยู่บนชั้นสองของตึกแถวในซอยญาดา ตรงข้ามอาคารธนิยะ เป็นซอยแรกถ้าเข้ามาจากฝั่งถนนสีลมให้สังเกตป้ายสีขาว ๆ จะเห็นบันไดทางขึ้นอยู่ชัดเจน บรรยากาศร้านต้นตำรับญี่ปุ่น ทั้งเจ้าของร้านและพนักงานก็เป็นคนญี่ปุ่นที่พูดไทยได้ อารมณ์ดีและเป็นกันเองสุด ๆ ทำให้ร้านนี้เต็มไปด้วยลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่ขึ้นมานั่งกินดื่มหลังเลิกงาน เมนูอาหารของ YEBISU แตกต่างจากร้านอื่น ไม่เน้นไก่เสียบไม้ ไม่เน้นเนื้อวัว เพราะเชี่ยวชาญด้านหมู มีตั้งแต่ซาชิมิหมูและเครื่องใน หรือใครใจไม่ถึงเหมือนเราก็แนะนำเป็นเซ็ทหมูย่างเสียบไม้ โดยเฉพาะเมนูแนะนำ Rare Grilled Poek Liver ตับหมูย่างแบบ medium rare เป็นการย่างแบบความสุกพอดี ๆ กรอบนอกนุ่มใน หอม หวาน มัน เข้ากันกับเครื่องดื่มแอลเย็น ๆ อย่างที่สุด เมนูอร่อยมากแบบนอกกระแส ที่เราขอแนะนำว่าห้ามพลาดคือ
Red Hot Chili Peppers คืออีกหนึ่งวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ พวกเขาเสิร์ฟคนฟังด้วยซาวด์สไตล์ฟังก์ร็อกสุดร้อนแรงเร้าใจเข้ากับชื่อวงได้เป็นอย่างดี เป็นวงที่โดดเด่นทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว แถมยังมีลีลาการเล่นสดแบบสุดเหวี่ยง โดยเฉพาะในคอนเสิร์ต Woodstock ปี 1999 ที่ทุกคนต่างจดจำการแก้ผ้าเล่นเบสของ Flea ได้เป็นอย่างดี Red Hot Chili Peppers ก่อตั้งวงตั้งแต่ปี 1983 พวกเขาค่อย ๆ ไต่ระดับความสำเร็จจนมาเริ่มพีคในอัลบั้ม “Mother’s Milk” ในปี 1989 หลังจากนั้นชื่อเสียงของพวกเขาก็ติดลมบน จนได้ก้าวมาเป็นวงร็อกระดับโลกได้สำเร็จ ส่วนผลงานเพลงที่เราหยิบยกขึ้นมาเล่าก็เป็นเพลงที่ฮิตระเบิดในช่วงต้นยุค 2000’s นั่นก็คือ “By The Way” “By The Way” เป็นผลผลิตจากอัลบั้มชื่อเดียวกับเพลง มันถูกปล่อยให้ฟังเมื่อวันที่ 24 มิถุยายน ปี 2002 ซึ่งเป็นเพลงแรกที่ถูกนำมาโปรโมต โดยเป็นช่วงเวลาก่อนที่อัลบั้มจะวางขายประมาณ 2 สัปดาห์ และมันยังเป็นเพลงแรกที่อยู่ในอัลบั้มด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ณ ตอนแรก ทางวง Red Hot Chili
หากให้พูดถึงวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากวงหนึ่งในช่วงที่กระแสดนตรีอีโมเบ่งบาน (2003-2007) คงต้องยกให้ My Chemical Romance วงอีโมพังก์จากเมืองนิวอาร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ฟอร์มวงตั้งแต่ปี 2001 ก่อนจะมาประสบความสำเร็จในระดับเมนสตรีมกับอัลบั้มที่ 2 “Three Cheers for Sweet Revenge” และเพลงที่เป็นตัวชูโรง จนทำให้ใครหลายคนถวายจิตวิญญาณเป็นสาวกพวกเขา คงต้องยกให้กับเพลง “Helena” “Helena” ถูกหยิบมาโปรโมตเป็นซิงเกิ้ลที่ 3 ในอัลบั้มต่อจากเพลง “I’m Not Okay (I Promise)” และ “Thank You For Your Venom” โดยแรงบันดาลใจการสร้างเพลงนี้มาจากการเสียชีวิตของ Elena Lee Rush ซึ่งเป็นคุณยายของ Gerard Way นักร้องนำของวง เขามีความผูกพันธ์เป็นอย่างมาก เพราะคุณยายเป็นคนสอนการวาดรูป, การร้องเพลง รวมไปถึงยังซื้อรถคันแรกให้กับ Gerard ซึ่งรถคันนั้นคือรถตู้สีขาวที่ปรากฏใน MV เพลง “I’m Not Okay (I
การเลือกซื้อรถแต่ละคันถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราต้องผูกพันใช้งานกันนานหลายปี มีแฟนเพจปรึกษาเข้ามากันเยอะว่า จะซื้อรถรุ่นไหนดีในงบประมาณ 3 ล้านบวกลบ มองหารถคันหลักของบ้านที่มีความหรูหรา นุ่มนวล ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย และให้ความภูมิใจในภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับโจทย์นี้ เราขอแนะนำ 2022 Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport เป็นรถที่เหมาะสมและตอบโจทย์นี้มากที่สุด ด้วยเหตุผลเหล่านี้ครับ ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย และขับง่ายกว่าที่คิด พื้นที่ในห้องโดยสารของ 2022 Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งทั้งผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง แม้รถจะดูคันใหญ่จากภายนอก แต่ตำแหน่งการนั่งขับออกแบบได้ดีมาก ช่วยให้กะระยะรถยนต์รอบคันได้ง่าย ตัวแอดมินสูง 178 cm. นั่งตำแหน่งคนขับยังมี headroom เหลือเฟือ แผงคอนโซลหน้าออกแบบให้มีความโค้ง ช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่งมากขึ้น เบาะนั่งที่ให้มาโอบกระชับและนุ่มสบาย ส่วนด้านหลังผู้โดยสารมี legroom และ headroom เยอะมาก ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวแม้จะมีผู้โดยสารนั่งหลัง ลองให้ลูกกับภรรยาขึ้นไปนั่งสักที รับรองว่าทุกคนต้องติดใจจนสนับสนุนให้ควักเงินจ่ายค่ามัดจำแน่นอน Cruise in
ช่วงนี้กระแส Y2K ฮอตฮิตเป็นอย่างมากไปทั่วโลก มันเป็นปลุกไลฟ์สไตล์หลาย ๆ อย่างในปี 2000 ในกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากนัก เพราะแฟชั่นพอผ่านไปจุดหนึ่งมันก็จะถูกนำกลับมาเล่าใหม่อีกครั้งอยู่เป็นประจำ แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกันว่ากระแสดังกล่าวที่ได้เกิดขึ้น มันก็มีส่วนทำให้เรานึกถึงอดีตที่เคยสนุกสนานกันในปี 2000 รวมไปถึงนึกถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ในยุคนี้ไม่สามารถทำได้แบบเดิมแล้ว และยังทำให้เรานึกถึงบทเพลงในยุคนั้นเช่นกัน ซึ่ง 1 ในเพลงที่สร้างปรากฏการณ์ในช่วง Y2K ไปทั่วโลก มันคือ “In The End” ของวง Linkin Park นั่นเอง “In The End” คือผลงานจาก “Hybrid Theory” อัลบั้มแรกของวง Linkin Park ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2000 ซึ่งมันก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวร็อกและแฟนเพลงในยุคนูเมทัลเป็นอย่างมาก เพราะวง Linkin Park สามารถเบลนด์เอาความหนักหน่วงเข้ากับสัดส่วนของเพลงป๊อปได้อย่างลงตัว แต่ละเพลงในอัลบั้มล้วนฟังง่ายแต่ไม่ทิ้งความมันส์ รวมไปถึงสามารถฟังได้ทุกเพศทุกวัย เพราะในอัลบั้มนี้ปราศจากคำหยาบ ทำให้ผู้ปกครองสบายใจที่จะปล่อยให้ลูกหลานได้ฟัง “In The End”
Skid Row คือหนึ่งในวงดนตรียุคแฮร์แบนด์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ชื่อเสียงของพวกเขาโด่งดังไม่แพ้วง อย่าง Guns N’ Roses หรือ Motley Crue แต่อย่างใด สาเหตุไม่ได้มาจากความฟลุ๊ค แต่มันมาจากฝีมือทางดนตรีอัดยอดเยี่ยมของพวกเขา วง Skid Row มีสกิลในการสร้างสรรเพลงเร็วได้อย่างถึงใจชาวเฮฟวี่เมทัล แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างเพลงช้าสไตล์บัลลาดที่บาดใจคอเพลงร็อกทั่วโลกได้ไม่น้อยหน้ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพลง “18 And Life” ผลผลิตจากอัลบั้มแรกของ Skid Row ที่ใช้ชื่อเดียวกับวง ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 มกราคม ปี 1989 โดยพวกเขาเลือกเปิดตัวด้วยเพลง “Youth Gone Wild” ที่เป็นเพลงเร็วและมีจังหวะที่ฮึกเหิมเร้าใจ ซึ่งก็ได้รับความสนใจพอประมาณ จนกระทั่งเดินทางมาถึงซิงเกิ้ลที่ 2 ในการโปรโมต นั่นก็คือ “18 And Life” ดนตรีในเพลงนี้มีความกระชับเป็นอย่างมากด้วยเวลาที่บรรเลงเพียง 3:50 นาทีเท่านั้น แต่แค่เท่านี้ก็เพียงพอที่วง Skid Row จะสามารถสื่อสารทุก ๆ สิ่งที่ต้องการออกมาได้อย่างครบเครื่อง ลงตัว
Iconic Piaget Polo ปี 2023 เพียเจต์ โปโล ปลดล็อกความท้าทายอย่างไม่เคยมีมาก่อนด้วยการคิดค้นและสร้างสรรค์ Piaget Polo Perpetual Calendar Ultra-thin ขึ้น โดยเรือนเวลาที่ไม่ธรรมดาชิ้นนี้ นอกจากขับเคลื่อนด้วยกลไกเพรียวบางชุดใหม่อย่าง Calibre 1255P เมซงยังผนวกคอมพลิเคชั่นมูนเฟสเข้ามาในโมเดลนี้อีกด้วย หากย้อนรอยความสำเร็จเพียเจต์ โปโล ยุคก่อนไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนสีทอง หรือ สตีล ถือเป็นหนึ่งในไอเท็มคู่ใจที่ปรากฏอยู่บนข้อมือไอคอนระดับตำนานหลายคน อาทิ Ursula Andress, Roger Moore, Andy Warhol ไปจนถึง Bjorn Borg ด้วยรูปทรงสะดุดตา ดีไซน์แบบยูนิเซ็กส์ ลุคสปอร์ตที่ไม่ตกยุค ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จที่ว่านี้จะยกเครดิตให้ใครไม่ได้นอกจาก มร.อีฟ เพียเจต์ ด้วยความที่เป็นนักเดินทางตัวยง บวกกับความหลงใหลในสุนทรียภาพทางศิลปะเช่นเดียวกับที่ลุ่มหลงในงานฝีมือ ประสบการณ์ทั้งหมดจึงถูกนำมาหลอมรวมเป็นเพียเจต์ โปโล เรือนเวลาที่แทบไม่มีใครเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ The emblematic Perpetual Calendar นับเป็นครั้งแรกสำหรับคอลเลกชั่นเพียเจต์ โปโล ที่ถูกเติมเต็มด้วยระบบกลไกปฏิทินถาวร –
Phum Viphurit เริ่มต้นด้วยการเป็น New Blood ในยุคที่ Rats Record กำลังจะเปลี่ยนกระแสดนตรีไทยให้รุ่งเรืองด้วยภาษาสากล จากเพลงกลิ่นอายโฟล์คในอัลบั้มเต็ม Manchild (2017) เดินทางสู่เพลงเจือส่วนผสมของ Funky Soul ในอีพี Bangkok Balter Club (2019) ที่ Lover Boy เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหนุ่มที่ทั่วโลกต่างรักเขาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง อัลบั้มล่าสุด The Greng Jai Peice ปี 2023 คือการเติบโตที่เอาทุกอย่างที่พูดถึงในบรรทัดก่อน โยนส่วนผสมใส่ครกตำจนละเอียด จนเกิดเป็นเครื่องเทศเจือกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างพอเหมาะ ในแบบแนวดนตรีและวิธีการเล่าเรื่องของ Phum Viphurit อย่างเต็มเปี่ยม อัลบั้มที่พาร์ท Music เล่าถึงความหลงใหลในดนตรียุค 70s-80s ผ่านเมโลดี้ ซาวด์กีตาร์ ซาวด์เบสและการดีไซน์เสียงสังเคราะต่าง ๆ ผ่านเรื่องเล่าของเสียงซึ่งสะท้อนอยู่ในหัวของตัวเอง ที่เขาให้สัมภาษณ์กับ NME เอาไว้เมื่อปีที่แล้ว “เพลงในอัลบั้มนี้คือเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากชีวิตของผม ผสมกับความคิดถึงที่มีให้กับอดีต (nostalgia)


