‘YOU ARE WHAT YOU EAT’ มนุษย์เรากินอะไรเข้าไป ก็ได้ระดับสุขภาพออกมาอย่างนั้น ถ้ากินดี เราก็ได้ประโยชน์จากสารอาหาร ร่างกายก็จะแข็งแรง ผิวพรรณดูสดใสร่าเริงเหมือนฝูงนกน้อยในสวนดอกไม้ ใครมองมาก็ชื่นใจอยากเข้าใกล้ ส่วนใครที่กินอาหารไม่ครบหมู่ กินอาหารเก่า กินอาหารไม่สะอาด กินอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงไม่ดี ร่างกายก็จะอ่อนแอ ย่อยยาก มีซากตกค้างในร่างกาย สุขภาพทรุดโทรม เพราะขาดสาดอาหารที่สำคัญ เมื่อถึงเวลาต้องใช้แรงแข่งกัน คนที่กินอาหารที่ดีกว่าย่อมได้เปรียบจากความแข็งแรงและพลังที่มากกว่า ถ้าให้วิ่งแข่งกัน ก็คงทิ้งกันห่างเป็นทุ่งไม่เห็นฝุ่น เรียกว่าทั้งอึดกว่า วิ่งเร็วกว่า และวิ่งได้ไกลกว่า ในจุดนี้ มนุษย์ก็เหมือนกับรถยนต์ การเติมน้ำมันให้รถยนต์ก็เหมือนการเลือกกินอาหาร รถยนต์ที่เติมน้ำมันคุณภาพดี มีส่วนผสมที่มีประโยชน์ ย่อมช่วยให้รถยนต์คันนั้นมีสมรรถนะ และอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ารถยนต์ที่เติมน้ำมันคุณภาพต่ำ สำหรับคนใช้รถทั่วไปบางคนอาจจะไม่ค่อยให้ความสำคัญในจุดนี้มากนัก เพราะมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เป็นข้อดีที่สัมผัสไม่ได้ด้วยตา และอาจจะคิดว่าการเติมน้ำมันมีจุดประสงค์เพียงการทำให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ก็พอ แต่สำหรับคนที่รักรถยนต์ประหนึ่งอวัยวะที่ 33 คนที่ขับรถประสิทธิภาพสูง หรือเป็นคนที่มีความรู้เรื่องรถยนต์พอสมควร จะระมัดระวังในการเลือกคุณภาพของน้ำมันที่เติมให้รถยนต์เสมอ เพราะมันเปรียบเสมือนเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายมนุษย์ น้ำมันจะถูกดูดไปใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการจุดระเบิด และการเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถยนต์มีพลังไปหมุนเพลาขับ ทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ได้ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดี หรือที่เรียกว่าน้ำมันเกรดพรีเมียม นอกจากการเผาไหม้ที่ดีแล้ว ยังมีการเติมสารปกป้องที่มีประโยชน์อื่น ๆ เพื่อให้การทำงานของรถยนต์เป็นไปอย่างราบรื่นอีกด้วย
ถ้ายังจำกันได้ เมื่อไม่นานมานี้ เราได้แนะนำรถ SUV โคตรดุตัวล่าสุด LAMBORGHINI URUS ไปแล้ว และเราก็มีพูดถึง SUV ตัวแรกสุดของค่ายกระทิงดุ ในชื่อรหัส LM002 หรือชื่อที่คนเรียกขานกันว่า RAMBO LAMBO เพราะถูกสร้างมาใช้ลุยสำหรับทางการทหารมากกว่าใช้ขับเล่นกินลม ด้วยความหายาก และเรื่องราวที่สมบูรณ์แบบของมัน ทำให้มูลค่าล่าสุดของ LAMBORGHINI LM002 ‘RAMBO LAMBO’ พุ่งไปอยู่สูงยิ่งกว่ารถใหม่อย่าง URUS ซะอีก เหตุผลที่เราต้องใส่ LAMBORGHINI LM002 เข้ามาในทำเนียบ ‘COLLECTOR’ ของเรา เพราะจากงานประมูลล่าสุด ณ RM Sotheby ได้เซ็ทมูลค่าของ THE RAMBO คันนี้ใหม่ ด้วยข้อเสมอจากผู้ชนะการประมูล เคาะค้อนไปที่ราคา $467,000 หรือราว 15,000,000 บาท!! แน่นอน มันแพงกว่า LAMBORGHINI URUS ถึงสองเท่า ทั้งที่ไม่มีเทคโนโลยีหรูหราอะไรมากมาย สิ่งที่ LAMBORGHINI
พ.ศ. นี้ถือเป็นยุคทองของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนเราก็เจอแต่ดนตรีแนวเสียงสังเคราะห์เต็มไปหมด อีกทั้งเทศกาลดนตรี EDM หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าเพลงตี้ดแทบจะมีออกมาเดือนชนเดือนให้บรรดาเหล่า raver ได้ออกไปโยกย้ายส่ายสะโพกตาม ๆ กัน ซึ่งแต่ละงานก็มีผู้เข้าร่วมจำนวนไม่น้อยกว่าหลักพันคนเลยทีเดียว สำหรับคนที่ไม่ได้สนใจในเรื่องของดนตรีฝั่งอิเล็กทรอนิกส์ คงมีข้อสงสัยว่าทำไมในปัจจุบันดนตรีที่เรียกว่า EDM รวมถึงเทศกาลดนตรีที่มีดีเจขึ้นไปยืนสแคชแผ่นบนเครื่อง CDJ ถึงได้กลายมาเป็น Mass Music ได้รับความนิยมมากกว่าดนตรีสดเสียที เพราะไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าขนาดงานมหกรรมดนตรีอย่าง Coachella และอีกมากมายยังต้องใช้ชื่อดีเจชั้นนำเหล่านั้นเป็นตัวดึงคนมาร่วมงาน โดยที่ทีมงานเองก็เกิดเป็นข้อสงสัยอีกเช่นกันว่าทำไมดนตรี EDM ถึงได้รับความนิยมถึงเพียงนี้ ย้อนกลับไปราว ๆ 1-2 ปีมานี้คนไทยคุ้นเคยกับแนวดนตรีสังเคราะห์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากในต่างประเทศเองก็พยายามผลักดันแนวดนตรีเต้นรำให้กลายเป็นเพลงกระแสหลักของโลก โดยการนำเสนอวิธีใหม่ ๆ หยิบเพลงออกมาสู่งานเอ้าดอร์ด สร้าง vibe บรรยากาศใหม่ ๆ อย่างเช่น Ultra Music Festival , Tomorrowland , EDC ขึ้นเพื่อรองรับกับแนวดนตรีนี้โดยเฉพาะ ทำให้เพลงอิเล็กทรอนิกส์ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในคลับเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แล้วทำไมถึงต้องเป็น EDM ? ความจริงเรื่องนี้มันมีศาสตร์หลาย ๆ อย่างเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจิตวิทยาพฤติกรรมของมนุษย์ และหลักการณ์ทางวิทยาศาสตร์มาประกอบ ซึ่งทีมงานจะขอยกเอามาวิเคราะห์ชี้แจงเป็นข้อ
เมื่อร่างกายเราถูกใจอะไรเข้า มันจะเรียกร้องหาสิ่งนั้นมากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่หลายคนกินอาหารเมนูโปรดแล้วอิ่ม แต่ก็ยังไม่อยากหยุด เช่นเดียวกับการดื่มเบียร์ เรายอมรับเลยว่าชอบดื่มเบียร์ ดื่มเพื่อสร้างบรรยากาศให้สนุกสนานขึ้น ดื่มเบียร์ให้วันที่ดี ดื่มเบียร์ในวันที่แย่ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นข้ออ้างในการหาเรื่องดื่มของคนขี้เมา แต่งานวิจัยชิ้นล่าสุดออกมาสนับสนุนว่า ส่วนประกอบในเบียร์ สามารถกระตุ้น DOPAMINE D2 RECEPTOR (D2R) ในสมองส่วน REWARD CENTER ทำให้เรารู้สึกดี มีความสุข ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมในงานเบียร์ ถึงมีแต่คนอารมณ์ดีทั้งงาน ทีมนักวิจัยจาก FRIEDRICH ALEXANDER UNIVERSITAT ERLANGEN-NURNBERG (FAU) ได้ทำการทดลองเพื่อหาองค์ประกอบในอาหารว่าอะไรจะสามารถกระตุ้น DOPAMINE RECEPTOR ได้เหมือนสาร DOPAMINE อีกหรือไม่ โดยแยกเก็บตัวอย่างโมเลกุลที่มักจะมีอยู่ในอาหารมากถึง 13,000 โมเลกุล ทดสอบด้วยการใช้ VIRTUAL SCREENING PROGRAM วิเคราะห์ไปทีละอย่าง เพื่อหาว่าเรากินอะไรช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้ ก่อนจะพบโมเลกุลที่เข้ารอบ 17 ตัว และหนึ่งในนั้นก็คือเบียร์ครับพี่น้อง DR. MONIKA PISCHETSRIEDER ทีมวิจัยพบว่า หนึ่งในโมเลกุลที่ทำหน้าที่กระตุ้น DOPAMINE RECEPTOR ได้ดีไม่แพ้
AYRTON SENNA ยอดนักขับรถความเร็วสูง เจ้าของตำแหน่ง Formula One world championships ในรถ McLaren 3 สมัย 1988, 1990 และ 1991 ตำนานที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักขับรถที่ดีที่สุดในโลก ก่อนจะประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าในปี 1994 เขาเคยพูดไว้ว่า “You commit yourself to such a level where there is no compromise. You give everything you have; everything, absolutely everything.” ในวันนั้น ชื่อ SENNA เปรียบเสมือน ICON ของวงการนักแข่ง วันนี้ McLaren ได้สานต่อตำนานชื่อเสียง และความเชื่อของ AYRTON SENNA อีกครั้ง ด้วยการปลดล็อคทุกขีดจำกัดของรถ STREET-LEGAL
สำหรับการเล่นกีฬา ‘เวลา’ คือองค์ประกอบที่สำคัญ ทุกเสี้ยวนาทีมีความหมายถึงแพ้หรือชนะ โดยเฉพาะกีฬาบาสเกตบอล กีฬายอดนิยมที่มีสาวกนับล้าน กีฬาที่แม้จะหมดเวลาไปแล้ว แต่ยังมีโอกาสพลิกกลับมาชนะถ้าลูกบอลถูกปล่อยออกจากมือก่อนนั้นเพียงเสี้ยววินาที เป็นกีฬาที่มีลุ้นตลอดตั้งแต่วินาทีแรก จนถึงวินาทีสุดท้าย การแข่งขันที่ต้องเอาชนะทีมคู่แข่งด้วยการโยนลูกบอลให้เข้าห่วงมากที่สุดภายในเวลา 4 ควอเตอร์ ซึ่งลีกการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลกก็คือ บาสเกตบอล NBA ในทวีปอเมริกา ล่าสุดทางทิสโซต์ (Tissot) ผู้ผลิตนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ได้เปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นพิเศษ สำหรับการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ซีซั่นนี้ ทิสโซต์ โครโน เอ็กซ์แอล เอ็นบีเอ ทีม (Tissot Chrono XL NBA Team) นาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อแฟนกีฬาบาสเกตบอล NBAโดยเฉพาะ ด้วยการนำโลโก้ของ 6 ทีมตัวท็อปของ NBA มาใส่บนตัวเรือน 6 สี 6 สไตล์ นาฬิกาคอลเลกชั่นทั้ง 6 แบบ ประกอบไปด้วยหน้าปัดสกรีนสัญลักษณ์ 6 ทีม NBA ยอดนิยม ซึ่งมี
เรารู้จักคำว่า GLOBAL WARMING มานานแล้ว เรารู้จักผลของมัน เรารู้ว่ามันทำให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง พวกเรารู้ว่าแผ่นน้ำแข็งแถว GREENLAND ละลายเร็วขึ้นทุกปีแบบก้าวกระโดด ทั้งหมดนี้อาจจะยังไม่สามารถทำให้พวกเราเห็นความน่ากลัวเป็นรูปธรรมของมันออก ทำให้คนส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกห่างไกลจากมัน แต่ภาพของหมีขั้วโลกที่กำลังจะหิวตายเพราะไม่มีอะไรกิน ไม่มีน้ำแข็งซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของมันให้หาอาหาร อาจจะเป็นภาพที่ถ่ายทอดอันตรายของ CLIMATE CHANGE ได้รุนแรงและชัดเจนที่สุด PAUL NICKLEN นักชีววิทยา และช่างภาพประจำของ NATIONAL GEOGRAPHIC เป็นผู้บันทึกภาพวีดีโอของหมีขั้วโลกที่คาดว่ากำลังจะตายในอีกไม่กี่ชั่วโมง สภาพร่างกายผอมโซ กล้ามเนื้อลีบ ไม่มีแม้แต่แรงจะยืน ต้องขุดหาเศษอาหารจากพื้น แต่ทำได้ไม่นานก็หมดแรงอีก เป็นภาพที่ทีมงานของ NICKLEN บอกว่า เห็นแล้วน้ำตามไหลด้วยความสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะการให้อาหารเพียงนิดหน่อย ก็เหมือนยืดต่อความทรมานของมันออกไปอีก เพราะโดยปกติหมีขั้วโลกต้องกินสิงโตทะเลหนักราว 4.4 กิโลกรัมต่อมื้อ แต่ยิ่งแผ่นน้ำแข็งที่เป็นเหมือน ECOSYSTEM รวมถึงสิงโตทะเลหายไปแบบนี้ ยิ่งทำให้หมีขั้วโลกต่างประสบปัญหาอดตายกันมากขึ้นเรื่อย ๆ NICKLEN ต้องการให้ FOOTAGE ชิ้นนี้ เป็นสัญลักษณ์อันเป็นรูปธรรมของ GLOBAL WARMING โดยในบทสัมภาษณ์ของเค้านั้น ยิ่งถ่ายทอดเรื่องราวให้วีดีโอนี้มีความน่ากลัวครบถ้วนถึงยิ่งขึ้น “It’s a
เป็นที่ฮือฮา และน่ายินดีมากกับการเปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ หรือ MICHELIN Guide Bangkok เล่มแรก โดยมีร้านอาหารผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน คู่มือเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแง่มุมของความเป็นเมืองแห่งอาหารนานาชาติที่ยังคงรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ของอาหารไทยเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก เราเชื่อว่ายังมีหลายคนที่ยังไม่รู้ประวัติเรื่องราวว่า “มิชลิน ไกด์” คืออะไร เป็นอะไรกับยางมิชลิน แล้วดาวได้มาอย่างไร มีมาตรฐานอะไรวัดในการให้ดาวในแต่ละร้าน เราจึงขอสรุปให้ฟังสั้น ๆ ง่าย ๆ ประดับความรู้ก่อนไปชิมของอร่อย ๆ กัน ยางมิชลิน VS. มิชลินไกด์ เชื่อว่าเราต้องรู้จักบริษัทยางมิชลิน ผู้ผลิตยางรถยนต์ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างดี แต่บางคนอาจสงสัยว่าแล้วมันเกี่ยวอย่างไร กับมิชลินไกด์เล่มแดงนี้ ประวัติความเป็นมาเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1900 ด้วยไอเดียบรรเจิดของสองพี่น้อง Édouard และ André Michelin ผู้ก่อตั้งบริษัทยางมิชลิน สัญชาติฝรั่งเศส ที่อยากส่งเสริมให้ผู้คนหันมาสนใจการใช้รถยนต์ให้มากขึ้น และยังจะส่งผลดีต่อแบรนด์ของเขาด้วย จากแนวคิดนี้จึงทำให้เกิด “The Michelin Guide” (มิชลินไกด์) เล่มนี้ขึ้นมา โดยการตีพิมพ์มิชลินไกด์เล่มแรกของเขาได้ทำการตีพิมพ์ถึง 35,000
หลังจากหายไปนาน THE REAL SLIM SHADY ก็กลับมาฝากผลงานชิ้นใหม่อีกครั้ง ในยุคที่ RAPPER 2017 ต่างเปลี่ยนคำจำกัดความของการ RAP ไปอย่างสิ้นเชิง จากการพูดถึงสภาพสังคมแบบที่ OLD SCHOOL RAPPER ทำกันตั้งแต่สมัย 60s ปัจจุบันกลายเป็นเพลงอวดรวยของ CELEBRITY วัยรุ่น ที่แม้แต่ฝรั่งยังฟังไม่รู้เรื่อง การกลับมาครั้งนี้ของ EMINEM จึงเป็นสิ่งที่หลายคนเฝ้ารอ และ ‘UNTOUCHABLE’ single ใหม่ ที่จะอยู่ในอัลบั้ม Revival เตรียมปล่อยออกมาในอีกไม่นาน ก็ได้ระบายสภาพสังคมในปัจจุบันได้อย่างสะใจ ‘UNTOUCHABLE’ พูดถึงเรื่องความไม่เท่าเทียมกันของสัมคมอเมริกัน มีการพูดถึงเรื่อง White Privilege ที่แม้แต่ในยุค 2017 คำว่า RACISM ก็ยังคงอยู่ในกลุ่มคนผิวสี แม้สื่อหรือปากนักการเมืองจะพ่นแต่เรื่องความเสมอภาค แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงกระทำรุนแรง ใช้อาวุธ ยิงกันถึงขั้นเสียชีวิตทั้งเด็ก ผู้หญิง คนแก่ ซึ่งเป็นการกระทำที่ EM มองว่าเกินกว่าเหตุ และคนผิวขาว ก็ดูจะมีสิทธิพิเศษมากมาย เป็นที่มาของชื่อเพลง UNTOUCHABLE


