บางทีพวกเราก็อยากรู้ว่ามีอะไรบ้างประกอบกันอยู่ในรถยนต์ของเรา สำหรับบางคนที่มีสกิลช่างระดับเทพ ก็คงแกะเข้า แงะออกได้สบาย ไม่มีปัญหา แต่สำหรับอีกหลายคน ต้องบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย ต่อให้เป็นรถบ้านที่ส่วนประกอบไม่ซับซ้อนอะไรมากมายก็ตาม ยิ่งถ้าเป็น 12 Iconic Car ระดับโลก ที่มีความซับซ้อนของเทคโนโลยีอยู่ข้างใน ถ้าไม่ใช่คนพิเศษจริง ๆ คงไม่มีทางได้พบเห็นในชาตินี้ แต่โชคดีที่มักจะมีศิลปินรับผิดชอบงานด้านนี้โดยเฉพาะ ค่อย ๆ ศึกษาชิ้นส่วนแต่ละอย่างของ Supercar ก่อนจะค่อย ๆ วาดมันออกมาให้เหมือนจริงที่สุด ซึ่งขั้นตอนการวาดถือว่าเป็นขั้นตอนที่ง่ายไปเลย ถ้าเทียบกับการแพลนล่วงหน้าว่าจะนำเสนอยังไงให้คนดูเข้าใจง่าย เพราะภาพวาดพวกนี้มันจะต้องนำเอาใช้ใน Catalogue, Manual รถคันนั้น ๆ และนี่คือ 12 ผลงาน Cutaways ที่สวยงาม ดูง่าย และน่าตื่นเต้นจนเราต้องนำมาฝากกัน เพราะนอกจากรูปสาว ๆ แล้ว ก็เป็นระบบที่สวยงามของรถ Iconic Car นี่แหละ Ford GT40 Mk. IV by James Allington Lancia
เชื่อว่าผู้ชายหลายต่อหลายคน ต่างก็หลงใหลในเสน่ห์แห่งท้องทะเล กับความงดงามของผืนน้ำสีครามที่ส่องประกายระยิบระยับยามเกลียวคลื่นต้องกับแสงแดด รวมถึงผืนทรายขาวละเอียดทอดตัวยาวไกลสุดสายตา และแน่นอนว่าการได้มีโอกาสออกไปล่องเรือยอร์ช ปล่อยใจให้ว่าง เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ สูดกลิ่นอายทะเล คือกิจกรรมในวันพักผ่อนที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ ยากที่จะปฏิเสธ ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของการใช้ชีวิตอิสระ ท่องไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่นั้น เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ถูกถ่ายทอดมาสู่อีกหนึ่งสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น Key Piece ชิ้นสำคัญคู่กายผู้ชายแทบทุกคน แทบทุกโอกาส นั่นก็คือนาฬิกา ที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องบอกเวลา แต่มันคือเรือนเวลาที่บ่งบอกตัวตนของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งตัวแทนแห่งท้องทะเลที่เราพูดถึงนั่นก็คือ OMEGA Seamaster Aqua Terra 15 YEARS OF AQUA TERRA เรือนเวลา Aqua Terra เป็นสมาชิกใหม่ของตระกูล Seamaster ซึ่ง Seamaster นั้นถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์นาฬิกาของ OMEGA ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และมีเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 69 ปี ส่วนน้องใหม่อย่าง Aqua Terra นั้นถูกเปิดตัวออกมาให้โลกได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2002 หรือ 15 ปีมาแล้ว ชื่อของ Aqua
นอกเหนือจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย นาฬิกาก็ถือเป็นอีกไอเทมที่สามารถบ่งบอกสไตล์ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี และสำหรับผู้ชายสายครีเอทีฟทั้งหลาย ที่ดำรงอาชีพเป็นนักคิด นักเขียน ช่างภาพ กราฟิก สถาปนิก ผู้กำกับ นักออกแบบ ฯลฯ เราเชื่อว่ามีอยู่จำนวนไม่น้อย ที่นิยมชมชอบในวิถีมินิมัลและแสดงออกมาผ่านเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ที่มีดีไซน์เรียบง่าย สีสันไม่ฉูดฉาด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความง่ายในการหยิบจับมาสวมใส่ ดูดีได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เป็นการเซฟพลังสมองเอาไว้ใช้คิดงาน สร้างสรรค์ไอเดีย แทนที่จะต้องมาเหนื่อยวุ่นวายมิกซ์ แอนด์ แมทช์ เสื้อผ้าสำหรับการแต่งตัวในแต่ละวัน ซึ่งในวันนี้เราก็มีไอเทมแนะนำ สำหรับประดับลงบนข้อมือของผู้ชายสายมินิมัล กับ ISSEY MIYAKE GLASS WATCH นาฬิกาดีไซน์เรียบ แต่ไม่ง่าย ด้วยขั้นตอนการผลิตออกแบบที่ซับซ้อน จากวัสดุโปร่งแสง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Glass Blog อีกทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งล่าสุดระหว่างแบรนด์ ISSEY และ Tokujin Yoshioka ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ที่ฝากฝีไม้ลายมืองานออกแบบกับแบรนด์ระดับโลกมาแล้วมากมาย และมีผลงานร่วมกับ ISSEY มายาวนานกว่า 20 ปี โดยจุดเด่นในการสร้างงานของเขา คือการที่เขามักจะเลือกนำเอาสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว มาเพิ่มความน่าสนใจโดยมุ่งเน้นไปที่ความรู้สึกของมนุษย์เป็นหลัก
สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นโมเม้นต์ชวนปวดหัวของคนมีบ้าน หากไม่นับถึงเรื่องของการกำหนดงบประมาณ เลือกทำเล เลือกแบบบ้านที่ใช่ รวมถึงขั้นตอนตรวจรับงาน ที่ต้องส่องหา Defect แทบทุกซอกทุกมุมแบบละเอียดยิบ คงหนีไม่พ้นการออกแบบตกแต่งภายใน เพราะจะโยนความรับผิดชอบให้สถาปนิก หรือมัณฑนากรออกแบบมาให้เสร็จสรรพก็อาจไม่โดนใจเท่าไหร่นัก มันต้องมีขั้นตอนการพูดคุยตกลงความต้องการให้เข้าใจตรงกันทั้งเจ้าบ้าน และทีมออกแบบเพื่อการสื่อสารที่สามารถเห็นภาพ สร้างความเข้าใจได้ชัดเจนที่สุด ความวุ่นวายจึงตกมาอยู่กับการหา Reference ที่ถูกใจ ซึ่งใครที่มีภาพชัดเจนในหัวอยู่แล้วว่าต้องการให้สถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายในบ้านออกมาเป็นแบบไหนคงไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไหร่ แต่สำหรับใครที่มืดแปดด้าน ยังหารูปแบบการแต่งบ้านแสนรักของตัวเองไม่เจอ เรามีแนวทางที่น่าสนใจมานำเสนอ กับการเอาบ้านเท่ ๆ จากหนัง Hollywood มาเป็นไอเดียต้นแบบในการแต่งบ้านกันซะเลย กับบ้าน 4 หลังจากหนัง 4 เรื่องที่เราเลือกมา เชื่อว่าสามารถทำให้เห็นภาพ เห็นบรรยากาศ คุมโทนในการแต่งบ้านได้ชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอน IRON MAN เริ่มต้นด้วยคฤหาสน์โคตรหรูซึ่งตั้งอยู่บนผาสูงริมทะเลที่มาลิบู ของมหาเศรษฐี Tony Stark หรือ Iron Man ซูเปอร์ฮีโร่อีโก้จัด ที่มีฝีปากกล้าไม่แพ้ความสามารถด้านวิศวกรรมอันโดดเด่นเข้าขั้นอัจฉริยะ ซึ่งปกติวัน ๆ เขาจะหมกตัวอยู่ที่ห้องทำงานสุดไฮเทคอุปกรณ์เพียบในชั้นใต้ดิน แต่ในวันสบาย ๆ เขาก็มักจะเลือกขึ้นมาพักผ่อนยังโถงนั่งเล่นที่เน้นความโปร่งโล่ง และเรียบง่าย เพื่อผ่อนคลายจิตใจพักผ่อนสมองจากความวุ่นวายในชีวิตทั้งเรื่องธุรกิจ และการปกป้องโลก
ถ้าจะให้พูดถึงสิ่งของสักชิ้นที่สามารถบ่งบอกถึงตัวตน ไลฟ์สไตล์ รวมถึงรสนิยมของชายผู้เป็นเจ้าของได้อย่างดี หลายคนอาจจะนึกถึงรถยนต์, สูท, เข็มขัด, รองเท้า ฯลฯ แต่ในมุมมองของ UNLOCKMEN เราคิดว่า นาฬิกา คือไอเทมซึ่งเป็น Key Piece ที่สามารถสะท้อนตัวตนของผู้ชายอย่างเรา ๆ ออกมาได้อย่างชัดเจนผ่านดีไซน์ มรดกแห่งเรื่องราวของแบรนด์ รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงความเยี่ยมยอดของเทคโนโลยีกลไกการบอกเวลาอันซับซ้อน ที่กว่าจะได้มาอยู่บนข้อมือของผู้ชายแต่ละคน ล้วนต้องผ่านการเฟ้นหาเรือนเวลาที่เหมาะสมกับตัวเองอย่างที่สุด เพราะนอกจากเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก สิ่งที่ผู้ชายแทบทุกคนต้องการคือนาฬิกาคู่ใจที่เป็นได้ทั้งสิ่งที่บ่งบอกรสนิยม และอุปกรณ์บอกเวลาที่สามารถใช้งานได้จริง มีฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการในทุกด้านของชีวิตที่แตกต่าง ซึ่ง MIDO ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ ที่สร้างสรรค์ประดิษฐกรรมแห่งเวลาคุณภาพสูงออกมาอย่างมากมาย โดยแต่ละรุ่นแต่ละคอลเลคชั่นต่างมีการยอมรับถึงความสวยงามของดีไซน์ และคุณภาพมาตรฐาน Swiss Made จนทำให้นาฬิกาจาก MIDO จำนวนนับไม่ถ้วนถูกเลือกให้เป็นสิ่งสะท้อนตัวตนของผู้ชายจากทั่วโลกในแทบทุกยุคทุกสมัย ต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลาเกือบ 100 ปี นับตั้งแต่ Mr. Georges Schaeren เริ่มต้นก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกา MIDO G. Schaeren & Co. AG ขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันท่ี 11
เมื่อพูดถึงวิถีคนเมืองในปัจจุบัน นอกจากความเรื่องของความสะดวกสบายทันสมัย เราเชื่อว่าสิ่งแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงคือความเร่งรีบที่ต้องเผชิญเป็นกิจวัตร ที่อยู่อาศัยทำเลดีมีจำกัดและราคาสูง ด้วยอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วของชุมชน ก่อให้เกิดสิ่งปลูกสร้างมากมายเพื่อรองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และการเพิ่มขึ้นของประชากรที่หลั่งไหลกันเข้ามาทำงาน ศึกษาต่อ ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโอกาส แต่ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้นอีกมากมายแค่ไหนก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าเราทุกคนต่างก็ยังคงต้องอยู่รวมกันภายใต้พื้นที่ซึ่งมีอาณาเขตทางภูมิศาสตร์ที่ตายตัวไม่สามารถขยายพื้นที่ออกไปได้ตามอำเภอใจ ซึ่งข้อจำกัดทางด้านพื้นที่เหล่านี้ คือโจทย์สำคัญของดีไซน์เนอร์ในการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่อันจำกัดได้สูงสุด และโจทย์ข้อนี้คือสิ่งที่จุดประกายให้กับ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับ FABRICA (แฟบริก้า) ดีไซน์สตูดิโอชื่อดังจากประเทศอิตาลี นำเสนอวิธีคิดในการออกแบบพื้นที่แห่งอนาคต และร่วมคิดค้นนวัตกรรมพื้นที่ที่สาม ที่เกิดจากการทับซ้อนทางดีไซน์จนเกิดเป็นพื้นที่ซึ่งมีมิติของประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้น นำไปสู่วิถีการอยู่อาศัยแห่งศตวรรษใหม่ โดยนำเสนอผ่านโปรเจคต์พิเศษเพื่อสังคมที่ชื่อว่า AP SPACE SCHOLARSHIP ซึ่งถือเป็นครั้งแรกกับการให้ทุนการศึกษาที่เป็น ‘ที่พักอาศัย’ พร้อมจัดแสดงแนวคิดงานดีไซน์ที่ทำลายกรอบความคิดการออกแบบเดิม ๆ ให้ผู้ที่สนใจในงานดีไซน์ได้สัมผัสในนิทรรศการ ‘Spaces within Space, A Vision of Co-Living Generation’ ซึ่งจัดขึ้นที่ Wolf Pack Space ศาลาแดง เมื่อวันที่ 22 – 26
หากพูดถึงความเกี่ยวข้องระหว่างนาฬิกา OMEGA กับองค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐอเมริกาอย่าง NASA เชื่อว่าสาวกเรือนเวลาแทบทุกคนคงจะเคยรับรู้ถึงกิตติศัพท์ของตำนาน Moonwatch กับการที่นาฬิกา OMEGA Speedmaster ได้ถูกสวมใส่อยู่บนข้อมือนักบินอวกาศในการลุยภารกิจพิชิตดวงจันทร์กันมาบ้างแล้ว แต่เมื่อมีชื่อของอีกหนึ่งตัวละครหลักอย่าง Snoopy ตัวการ์ตูนสุนัขบีเกิ้ลที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งมักจะปรากฎตัวอยู่ในเรือนเวลารุ่นพิเศษรำลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่าง OMEGA และ NASA เข้ามาร่วมด้วย งานนี้คงมีอีกหลายคนนึกสงสัยในใจว่าเหตุใด Snoopy ถึงได้มีบทบาทในวาระสำคัญต่าง ๆ ของ OMEGA และ NASA มาโดยตลอด และในวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจถึงที่มาที่ไปของความความผูกพันระหว่าง SNOOPY, NASA และ OMEGA ที่มีมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษให้ชาว UNLOCKMEN และเหล่าผู้หลงใหลในเรือนเวลา ที่อาจยังไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้ได้กระจ่างกัน SNOOPY ไอคอนแห่งโลกการ์ตูน สู่สัญลักษณ์ภารกิจพิชิตดวงจันทร์ และรางวัลแห่งเกียรติยศ ถ้าจะต้องเล่าเรื่องราวสายสัมพันธ์สุดพิเศษระหว่าง Snoopy และ NASA คงต้องย้อนไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 60 เมื่อ Charles M. Schulz ได้วาดการ์ตูนที่มีสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลนาม Snoopy สวมชุดอวกาศพร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการ Apollo
ถ้ามีการทำกราฟแสดงระยะเวลาที่มือของเราใช้งาน Smartphone ในแต่ละวัน เชื่อว่าแท่งกราฟคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสองสามเท่าตัวถ้าเทียบกับในสมัยก่อน ด้วยความเปลี่ยนแปลงทางการใช้ชีวิต ที่ยกทุกอย่างไปไว้ใน Smartphone ให้เราใช้ชีวิตได้โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนแม้แต่ท่านั่ง รวมถึงการเสพติดเรื่องราวบนโลกออนไลน์ ทำให้ทุกวันนี้เรามีการสัมผัส Smartphone มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะยามยืน เดิน นั่ง โดยที่เราไม่รู้ตัว ผลเสียของการเสพติด Smartphone มากเกินไปนั้นมีอยู่มากมายอย่างที่เรารู้กันบ้างอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสมาธิที่สั้นลง ความเครียดจากการเห็นชีวิตดีเกินจริงของคนอื่น ผลเสียทางประสาทสัมผัสจากท่านั่ง การโน้มคอ ข้อนิ้ว สายตา ออกห่างจากสังคม การนอนหลับ และอื่น ๆ อีกมากมาย นี่จึงเป็นสาเหตุและเหตุผลที่งาน Design ต้องเข้ามามีบทบาท เพราะโดยพื้นฐานแล้ว Design ไม่ใช่เกิดขึ้นมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่การแก้ปัญหาการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของการออกแบบด้วยเช่นกัน KLEMENS SCHILLINGER นักออกแบบชาว Vienna เมืองหลวงของประเทศ Austria มองว่า Smartphone Acciction ก็เป็นอาการเสพติดไม่ต่างกับยาเสพติดชนิดอื่น ถ้าเสพมากเกินไปก็ทำให้เกิดผลเสียรุนแรงได้ จึงเกิดไอเดียที่จะบำบัดอาการเสพติดนี้ ด้วยการสร้างโปรเจค Substitute
นอกจากดีไซน์ที่ถูกใจ กลไกการบอกเวลาที่เที่ยงตรง ปัจจัยการเลือกเรือนเวลาคู่ใจของเหล่าคนรักนาฬิกา คงหนีไม่พ้นเรื่องราว ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นาฬิกาไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์บอกเวลา หรือเครื่องระดับที่บ่งบอกฐานะ แต่มันเป็นสิ่งที่สามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจให้กับผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Hamilton ถือเป็นอีกแบรนด์นาฬิกาที่มีหลากรุ่น หลายซีรี่ส์ที่มีเรื่องราวและประวัติอันยาวนาน ผ่านหน้าประวัติศาสตร์กว่า 125 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้งแบรนด์ขึ้นที่เมืองแลงคาสเตอร์ รัฐเพนซิลวาเนีย ในปี 1892 โดยเริ่มต้นจากการผลิตนาฬิกาพกคุณภาพสูงในจำนวนน้อย ๆ จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนาฬิกามาตรฐานของการทางรถไฟของสหรัฐอเมริกาในฐานะ “Watch of Railroad Accuracy” และ “The Railroad Timekeeper of America” นอกจากนี้ความยิ่งใหญ่ของเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตยังได้ส่งต่อถ่ายทอด DNA มาถึงคอลเลคชั่นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาสำหรับกองทัพสหรัฐฯ ที่ Hamilton ผลิตในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในรุ่น Khaki Field หรือคอลเลคชั่น Broadway ที่ตั้งชื่อมาจากนาฬิกาพกรุ่น Broadway ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับ Hamilton เมื่อครั้งอดีต และเมื่อพูดถึงคอลเลคชั่นเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Hamilton ถ้าไม่พูดถึงรุ่น Ventura ก็คงไม่ได้


