หลังจากที่แบรนด์รองเท้าสัญชาติเยอรมนีอย่าง Puma ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากการปล่อยสนีกเกอร์โมเดล CELL VENOM ไปก่อนหน้านี้ ในตอนนี้แบรนด์เครื่องกีฬาชื่อดังก็พร้อมต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวด้วยการเบนเข็มมายังฝั่งมังงะและแอนิเมชันเรื่องดังของประเทศญี่ปุ่น มังงะที่ว่าคือการผจญภัยของเหล่าโจรสลัดที่ตามหาขุมทรัพย์ ณ เกาะสุดท้ายกับเรื่อง One Piece ผลงานจากปลายปากกาของอาจารย์เออิจิโระ โอดะ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยจะหยิบประเด็นที่ว่าด้วยความมืดและความสว่างที่เป็นแกนกลางของเรื่องมาเล่าบนสนีกเกอร์รุ่น LQD CELL เส้นแบ่งระหว่างความดีและความชั่วคืออะไร ? คือทหารเรือกับโจรสลัด หรือแท้จริงแล้วเราทุกคนไม่ว่าจะมีจุดยืนอยู่ฝ่ายไหนต่างก็ล้วนมีด้านมืดและด้านสว่างอยู่ในตัว ? ถ้าใครที่เป็นแฟนมังงะจะรู้ว่าไม่ใช่ทหารทุกคนจะเป็นคนดี และไม่ใช่ว่าโจรสลัดจะชั่วร้ายไปเสียหมดทุกคน ด้วยประเด็นแสนละเอียดอ่อนที่อาจารย์โอดะสอดแทรกอยู่ในผลงานอย่างน่าสนใจ Puma จึงนำแรงบันดาลใจที่ว่าเปลี่ยนเป็นแฟชั่นโดยใช้ความมืดและความสว่างมาบรรจบกันอยู่บนสนีกเกอร์ LQD CELL ที่ถูกแต่งแต้มด้วยเรื่องราวของความมืดและแสงสว่างจากเรื่อง One Piece เป็นสนีกเกอร์ที่รับแรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นรองเท้ายุค 90 และนำมาผสานกับเทคโนโลยีปัจจุบันอย่างลิควิดเซลล์รูปทรงหกเหลี่ยม นุ่มและคืนตัวซ่อนอยู่ในส้นรองเท้าแบบหนา รองรับแรงกระแทกจากการเดิน วิ่ง และกระโดดได้เป็นอย่างดี การเล่าเรื่องความมืดและความสว่างบน Puma LQD CELL จะประทับอยู่บนสนีกเกอร์สีขาวสะอาดตา เมื่อยามเดินตามปกติในเวลากลางวันหรือสถานที่มีแสงเยอะก็จะเป็นการเผยตัวตนของความดีที่อยู่ด้านสว่าง แต่ความพิเศษขั้นกว่ากลับถูกซ่อนไว้ในด้านมืดเพราะเมื่อเราเดินเข้าสู่สถานที่ที่มีแสงน้อยหรือตอนกลางคืน สนีกเกอร์ตัวแทนด้านสว่างก็จะเปลี่ยนไปเป็นด้านมืดพร้อมกับโชว์ลวดลายเรืองแสงตรงแถบ 3M Sock Lining รูปหัวกะโหลกสวมหมวกฟาง สัญลักษณ์ธงโจรสลัดของกลุ่มลูฟี่ ที่อยู่รอบบริเวณ Upper
ปีนี้ Sneakersnstuff เปิดตัวคอลเลกชันเสื้อผ้าและรองเท้าออกมาฉลองครบรอบ 20 ปี นับตั้งแต่การเปิดร้านครั้งแรกของตัวเอง ล่าสุดร่วมงานกับค่าย Air Jordan ปล่อยคอลเลกชันรองเท้าแห่งกาลเวลาออกมาทั้งหมด 3 คู่ด้วยกัน Sneakersnstuff (SNS) เดินทางมาถึงวันครบรอบ 20 ปีนับตั้งแต่ Erik Fagerlind หัวเรือใหญ่ตัดสินใจเปิดร้านสุดไฮป์ขี้นมาเมื่อปี 1999 โดยปีนี้พวกเขาเปิดตัวหลายคอลเลกชันออกมาฉลองความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือคอลเลกชันรองเท้าที่ชื่อว่า Past Present Future ที่ร่วมงานกับค่าย Jumpman Air Jordan ‘Past Present Future’ มาพร้อมโมเดลรองเท้า 3 คู่ซึ่งเป็นตัวแทนของยุคสมัยต่าง ๆ ในสายตา SNS ประกอบไปด้วยโมเดล Air Jordan 1 Mid เป็นตัวแทนความคลาสสิกของอดีต ต่อด้วยโมเดล Jordan mars 270 ที่สื่อความเป็นปัจจุบัน ปิดท้ายด้วย Jordan Proto-Max 720 ที่เป็นตัวแทนโมเดลจากอนาคต มาชมกันว่าแต่ละคู่จะมาพร้อมงานดีไซน์สวยงามแค่ไหน
เป็นรองเท้าที่ถูกจับตามองตั้งแต่ปล่อย Logo ออกมาเรียกน้ำย่อยระหว่าง Dior กับ Air Jordan การรวมตัวของแบรนด์จากโลก Luxury Fashion สุดหรู กับแบรนด์ Sportwears สุดเท่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเทรนด์หลักในโลกแฟชั่นของปีหน้าอย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ก็พึ่งจะเปิดตัว PRADA x adidas SuperStar ไปไม่นาน เป็นไปเหมือนที่เราคาดการณ์เอาไว้ว่าการ Collaboration DIOR x Air Jordan 1 ครั้งนี้จะถูกสร้างสรรค์บนโมเดล Air Jordan 1 High OG ซึ่งถือว่าเป็นรุ่น Iconic ของแบรนด์ที่เลือกได้อย่างสมศักดิ์ศรี เปิดตัวอย่างอลังการสนั่นโลก Social Media ไปหมาด ๆ ในงาน Dior Men’s pre-fall 2020 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ Dior เปิดตัว Men collection ใน Miami โดยมี Influencer
ถ้าพูดถึงศิลปะของญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก ใคร ๆ ต่างก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าภาพพิมพ์แกะไม้ชื่อว่า Ukio-e (อูกิโยะ) เป็นศิลปะญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ศิลปะสไตล์นี้ถูกหยิบมาเกี่ยวข้องกับแฟชั่นอยู่บ่อยครั้ง ความหมายแท้จริงของ Ukio-e ถูกตีความได้หลากหลาย บ้างก็แปลว่า ‘โลกที่มีแต่ความทุกข์’ หรือถ้าแปลตามความหมายของภาษาจีนคือ ‘โลกที่ไม่เที่ยง’ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เข้าต่างเข้าใจตรงกันคือมันเป็นศิลปะที่โด่งสุดขีดในยุคสมัยเอโดะ บอกเล่าทุกสิ่งเกี่ยวกับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ความเชื่อ วิถีชีวิต ครอบครัว ตำนานปีศาจ โสเภณี เซ็กซ์ ซามูไร ไปจนถึงเรื่องราวในราชสำนักและศาสนา ถูกเล่าผ่านลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ร่วมกับสีสันสุดโดดเด่น แถมยังมีราคาขายเริ่มต้นที่ชนชั้นกลางสามารถจับต้องได้ ทำให้ทุก ๆ คนสามารถเข้าถึงศิลปะได้อย่างแท้จริง Ukio-e จึงเปรียบเสมือนวัฒนธรรมป๊อปแห่งยุคเอโดะเลยก็ว่าได้ สำหรับปี 2019 ญี่ปุ่นได้นำศิลปะที่กลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลักในยุคเอโดะมาปรับให้เข้ากับแฟชั่น โดยถ่ายทอดนักรบซามูไรหนุ่มบนแผ่นไม้สไตล์ Nikuhitsu-ga ซึ่งเป็นศิลปะที่แยกย่อยออกมาจาก Ukio-e อีกที นำเรื่องราวและสีสันอันน่าทึ่งมาอยู่บนสนีกเกอร์รุ่น RS-X³ ของแบรนด์ Puma เมื่อ Ukio-e ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปะอันโด่งดังของญี่ปุ่น จะให้หยิบภาพพิมพ์แกะไม้มาสักชิ้นแล้วเอาสีมาเพ้นต์ลงบนรองเท้าให้เสร็จไปก็คงจะไม่ใช่ญี่ปุ่น โปรเจกต์การทำสนีกเกอร์รุ่น RS-X³ ให้เต็มไปด้วยเรื่องราวของวันวานจากเอโดะจึงเริ่มต้นขึ้นจากการร่วมมือกันของหลายกลุ่มทั้ง Atmos ร้านรองเท้าจากโตเกียว Puma แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องกีฬาจากเยอรมนี
Adidas ประการเปิดตัว UltraBOOST 20 ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นพัฒนาล่าสุดของโมเดล UltraBOOST ที่มาพร้อมระบบการตัดเย็บและเทคโนโลยีที่สร้างมาเพื่อรองรับการเดินและวิ่งให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม ค่ายสามขีดส่งท้ายปลายปีด้วยการเปิดตัวรองเท้าวิ่งเรือธงคู่ใหม่ของค่ายในชื่อ UltraBOOST 20 เพื่อเฉลิมฉลองการเป็นพาร์ตเนอร์กับสถานีอวกาศนานาชาติ และ US National Lab ซึ่งเปิดให้ Adidas ได้ทดลองเทคโนโลยีต่าง ๆ เกี่ยวกับรองเท้าบนอวกาศ โดยออกแบบมาให้งานดีไซน์มีกลิ่นอายของยานอวกาศด้วยการไล่ระดับสีตรงส่วน Midsole UltraBOOST 20 คือรองเท้าวิ่งพัฒนาล่าสุดมาพร้อมเทคโนโลยีจำนวนมาก เริ่มตั้งแต่ส่วนอัปเปอร์ทั้งหมดที่ใช้วัสดุ Primeknit ตัดเย็บด้วยเทคโนโลยี Tailored Fiber Placement (TFP) ที่ถักทออัปเปอร์แม่นยำระดับมิลลิเมตร เพื่อให้มั่นใจว่ากระชับกับเท้าของผู้สวมใส่ทุกคน Midsole ยังคงใช้ BOOST แบบเต็มแผ่นให้ความนุ่มสบายเวลาสวมใส่ พื้นรองเท้าส่วนกลางมีสปริง Torsion และยาง Continental ที่ทนทาน ส่วนท้ายมี Heel Frame 3D ที่ช่วยเพิ่มความกระชับของส้นเท้ามากขึ้น UltraBOOST 20 มีลิ้นรองเท้าดีไซน์ใหม่เป็นโลโก้ของสถานีอวกาศนานาชาติ โดยในแคปซูลนี้จะประกอบไปด้วยรองเท้าทั้งหมด 6 สี และมี
Supreme และ Nike ถือเป็นขาประจำที่ร่วมกันปล่อยคอลเลกชันเสื้อผ้าชุดใหม่ส่งท้ายปี โดย Fall 2019 collection ปีนี้ทั้งสองก็กลับมาพร้อมคอลเลกชันสตรีตไอเทมจำนวนมาก Supreme แบรนด์สตรีตจากนิวยอร์กจับมือกับค่ายกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง Nike เปิดตัวคอลแลปส์คอลเลกชันประจำฤดูใบไม้ร่วง โดยในคอลเลกชันประกอบไปด้วย เสื้อฮู้ดและกางเกงวอร์มจากหนังพรีเมียมที่ส่วนลำตัวตัดจากหนังแท้และฮู้ดที่ทำจากหนังวัว รวมถึงเสื้อเบสบอลหนัง เสื้อฮู้ดผ้าคอตตอนและกระเป๋าเดินทางจากหนัง ทั้งหมดมี 3 โทนสี คือ สีแดง สีดำและสีขาว นอกจากเสื้อผ้าแล้วในคอลเลกชันยังประกอบไปด้วยเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นแว่นตากันแดด ผ้าเช็ดหน้า และแหวนทองคำ 14K ทั้งหมดตกแต่งด้วยโลโก้จากทั้งสองแบรนด์ ซึ่งต้องถูกใจหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นสไตล์ Big Logo อย่างแน่นอน คอลเลกชัน Supreme x Nike Fall 2019 จะเริ่มวางขายในร้าน Supreme และทางเว็บไซต์ออนไลน์ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ส่วนโซนเอเชียจะเริ่มวางขายในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 30 พฤศจิกายน หนุ่ม ๆ ที่มองหาสตรีตไอเทมที่มีความหรูหราจากเครื่องหนัง ไม่ควรพลาด! SOURCE :1
ถ้ามีคนเอาเสื้อเอวลอยมาให้ คุณจะใส่ไหม ? UNLOCKMEN คิดว่าผู้ชายเกือบทั้งหมดที่โดนถามด้วยคำถามนี้ต้องตอบปฏิเสธอย่างแน่นอน เพราะเสื้อเอวลอยหรือที่เรียกกันว่า Crop Top ถูกมองว่าเป็นแฟชั่นสำหรับผู้หญิงเอวบางเท่านั้น หรือใส่ได้แค่เวลาไปยิมหรือไปปาร์ตี้ริมสระ แต่เรื่องราวของเสื้อครอปมีอะไรมากกว่านั้น ย้อนรอยสุภาพบุรุษกับเสื้อเอวลอย เสื้อครอปหรือเสื้อเอวลอยถือเป็นแฟชั่นที่อยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน แม้ทางทวีปยุโรปจะหันมาเริ่มใส่เสื้อครอปช้ากว่าทางฝั่งอินเดียหรือทางฝั่งตะวันออกที่มีชุดส่าหรีแบบดั้งเดิมอวดเอวกันมาตั้งนานแล้ว จนมาถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1940 เมื่อชาวตะวันตกซึ่งนิยมสวมใส่เสื้อผ้าหลายชิ้นปกปิดร่างกายเริ่มไม่มีวัตถุดิบมาทำเสื้อผ้า เพราะไม่ว่าอะไรในยุคสงครามก็มีราคาแพงทั้งนั้น ดีไซเนอร์ช่วงนั้นจึงมีข้ออ้างเล็ก ๆ ใช้แหวกขนบธรรมเนียมเดิมตัดเสื้อผ้าอวดผิวกายและมัดกล้ามกันบ้าง และเสื้อครอปก็เดินทางมาถึงช่วงพีคในยุคสมัยแห่งความวินเทจอย่างช่วงปี 70-80 ซึ่งถูกเรียกว่ายุคทองของฮิปปี้สู่รอยต่อของวัฒนธรรมป๊อป เพื่อสำรวจว่าเสื้อเอวลอยมันเป็นแฟชั่นสำหรับผู้หญิงเท่านั้นจริงหรือไม่ จากหลักฐานข้อมูลที่เราพบยืนยันว่าเหล่าวัยรุ่นขาฮิปทั้งชายหญิงต่างก็มีเสื้อครอปเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของการใส่เสื้อ Crop Top ของผู้ชายยุคบุปผาชนปี 1970 ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นมาจากนักแสดงชายชื่อดังหรือแฟชั่นไอคอนคนไหนเลย แต่มีจุดเริ่มต้นมาจากนักกีฬายกน้ำหนักคนหนึ่งที่หงุดหงิดเวลาสวมใส่เสื้อผ้าพอดีตัวแล้วยกเวทไม่สะดวก บางครั้งก็ติดแขน บางทีชายเสื้อก็สีกับผิวช่วงหน้าท้อง เพื่อตัดปัญหารำคาญใจนี้เขาจึงเอาเสื้อไปตัดให้สั้นขึ้น แต่กลายเป็นว่าความรำคาญของเขากลับได้รับความนิยมในวงกว้างเสียอย่างนั้น ส่วนทางฝั่งผู้หญิงก็สวมใส่เสื้อเอวลอยด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อไอคอนแห่งวัฒนธรรมอย่าง Cher ก็สวมใส่เสื้อครอป สาว ๆ จึงก็หาเสื้อสั้นเต่อมาใส่เลียนแบบคนดังที่ตัวเองชื่นชอบ ถัดมาจากยุค 70 กระแสแฟชั่นเริ่มเปลี่ยนเมื่อโลกเข้าสู่ช่วง 1980 แฟชั่นสไตล์แอโรบิกเริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับเหล่าวัยรุ่น ตีคู่มากับเสื้อสั้น ๆ ที่ราชาและราชินีแห่งวงการเพลงป๊อปอย่าง Michael
หนุ่มสายสตรีตที่หลงใหลโมเดลรองเท้าคลาสสิกทุกคนจะต้องชื่นชอบรองเท้าคู่ใหม่ที่ Converse และ PLEASURES ร่วมงานกันโดยรองเท้าคู่นี้เพิ่งปล่อยสู่ตลาดแบบสด ๆ ร้อน ๆ PLEASURES แบรนด์สตรีตที่กำลังมาแรงจากสหรัฐอเมริกา กลับมาร่วมงานกับแบรนด์รองเท้าอย่าง Converse อีกครั้ง การกลับมาครั้งนี้พวกเขาก็สลัดคอนเซปต์รองเท้าสีชมพูสดใสจากคราวก่อน สู่งานกราฟิกแบบพังก์ (Punk) ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ Alex James หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ PLEASURES กำลังหลงใหลอยู่ การกลับมาร่วมงานกันคราวนี้ทั้งสองแบรนด์เลือกโมเดลรองเท้าบาสเกตบอลสุดเก๋าอย่าง Converse Pro Leather โดยส่วนอัปเปอร์เป็นหนังสีดำ หุ้มด้วยลวดลายกราฟิกสไตล์พังก์ร็อกที่อยู่รอบ ๆ โลโก้ Converse Chevron พร้อมกับ Heel Tap ที่มีลายกราฟิกเขียนว่า PLEASURES NOW ตัวรองเท้าโดดเด่นด้วยมิดโซลสีครีมขนาดใหญ่ เพราะออกแบบเป็นรุ่นพิเศษให้ 2 ชั้น โดยมิดโซลชั้นบนเป็นยางแบบที่มีใน Converse Chuck 70 ส่วนชั้นล่างเป็นยางที่มีสีเข้มและหนากว่า พร้อมป้ายสีแดงบริเวณฝ่าเท้า Converse Pro Leather ถือเป็นอีกโมเดลอมตะของแบรนด์จากยุค 80’s-90’s โดยการเปิดตัวครั้งแรก Dr.J หรือ Julius Irving อดีตนักบาสเกตบอลชื่อดังในช่วงเวลานั้นเป็นผู้สวมใส่
หลังจากที่มีข่าวลือใหญ่สะเทือนโลกของวงการแฟชั่นโดยเฉพาะกับกลุ่มสตรีตแวร์ว่า Adidas แบรนด์รองเท้าและเครื่องกีฬาที่ใคร ๆ ต้องรู้จักจะจับมือสร้างสรรค์ไอเทมใหม่ร่วมกับแบรนด์หรูสัญชาติอิตาลีอย่าง Prada ผู้คนต่างก็เฝ้ารอดูว่าไอเทมที่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน เพราะทั้งคู่เป็นแบรนด์ต่างขั้วที่ยังไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน แม้ข่าวการ Collaboration กันระหว่าง Prada x Adidas จะคอนเฟิร์มว่าเจอกันจริงแน่ ๆ แต่กว่ารูปเซตแรกจะถูกปล่อยมาให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอันก็กินเวลายาวนานพอสมควร ในที่สุดวันนี้เราก็ได้ฤกษ์เห็นกันจัง ๆ เสียทีว่าไอเทมที่เกิดจากการเจอกันของแบรนด์สตรีตแวร์กับแฟชั่นสุดหรูเมื่อรวมร่างกันแล้วจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ขาวสะอาดตาหมดจดกับคอลเลกชันพิเศษ Prada x Adidas โดยครั้งนี้ฝั่ง Adidas นำโมเดลรองเท้าผ้าใบสุดคลาสสิกที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ฮิตในรุ่น Superstar มาผลิตใหม่ ขึ้นรูปจากแผ่นหนังวัวคุณภาพสูง ประกอบเข้ากับพื้นรองเท้าที่ทำจากยาง ทุกส่วนของสนีกเกอร์จึงเป็นสีขาวล้วนทั้งหมดเหลือไว้เพียงโลโก้แสนคุ้นตาของ Adidas ร่วมกับ PRADA MILANO บริเวณลิ้นรองเท้าและส้นรองเท้าเท่านั้นที่เป็นสีดำ บริเวณนี้จึงโดดเด่นสะดุดตา เห็นแล้วรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือคอลเลกชันพิเศษ นอกจากรองเท้าผ้าใบรุ่น Superstar จาก Adidas แล้ว ยังมีกระเป๋าทรง Bowling สีขาวจาก Prada รวมอยู่ในคอลเลกชันแสนพิเศษครั้งนี้ด้วย โดยสีขาวของพื้นกระเป๋าจะถูกตัดขอบอย่างละเมียดละไมด้วยสีดำพร้อมกับชื่อแบรนด์ Prada และ Adidas ที่ประทับเอาไว้อย่างโดดเด่น ไอเทมคอลเลกชันพิเศษสร้างสรรค์และผลิตขึ้นที่ฐานบ้านเกิดของ
Nike เตรียมปล่อยคอลเลกชันรองเท้าวิ่งตระกูล ‘Zoom’ ออกมาต้อนรับ Ekiden (เอะคิเด็ง) หรือการแข่งขันวิ่งผลัดระยะไกลของชาวญี่ปุ่น โดยครั้งนี้ได้สีสันของรถไฟหัวกระสุนมาใช้ในการออกแบบและคอลเลกชันนี้มีชื่อว่า Ekiden Zoom Ekiden Zoom ประกอบได้ด้วยรองเท้า 5 คู่จากตระกูล Air Zoom ไม่ว่าจะเป็น Zoom Pegasusu 36, Zoom Turbo 2, Zoom Rival Fly 2, Zoom Next และ Zoom Fly 3 ทั้งหมดถูกสร้างมาเพื่อต้อนรับการแข่งขันวิ่งผลัดมาราธอนครั้งใหญ่ของชาวญี่ปุ่นที่นักเรียน นักศึกษา และนักวิ่งมืออาชีพจะเข้าร่วมรายการแข่งขันที่เรียกว่า Ekiden Ekiden ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1917 เพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปีที่โตเกียวเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น โดยเป็นการแข่งขันวิ่งผลัดจากเกียวโต ไปโตเกียวระยะทางรวม 507 กิโลเมตร การแข่งขันถูกแบ่งออกเป็น 3 วัน และ 23 ช่วง หลังจากนั้นผู้คนก็รู้จัก


