มีรถยนต์เพียงไม่กี่แบรนด์ที่คงความคลาสสิคตั้งแต่วันแรกถึงปัจจุบันไว้ได้อย่างแข็งขัน หนึ่งในนั้นก็คือ Morgan Motor Company บริษัทรถยนต์ของอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์ของตัวเอง และความละเอียดประณีตในการผลิตแบบ Handmade ตั้งแต่ปี 1910 กำลังการผลิตอยู่ที่ราว 1,300 คันต่อปี และถ้าใครควักเงินจองลงไป ก็ต้องรออีกราวครึ่งปีจึงจะผลิตเสร็จเรียบร้อย ใครที่ติดตามเรื่องรถยนต์มานาน อาจจะคุ้นตาดีไซน์ของรถยนต์ Morgan เป็นอย่างดี ด้วยรูปทรงที่คลาสสิคเหมือนรถโบราณสุดล้ำค่า แม้จะเป็นรถโมเดลที่ผลิตในปีใหม่ก็ตาม เช่น Morgan 4/4, +8, Roadster และที่สร้างชื่อเสียงได้มากที่สุดก็คือ Morgan Aero 8 รถหน้าตาคลาสสิคที่ว่ากันว่ามีสมรรถนะดีอยู่ในระดับ Supercar ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาหวิว และใช้เครื่องยนต์ BMW V8 โดย generation ล่าสุดปี 2015 Aero 8 ทำตัวเลขได้ถึง 367 แรงม้า ล่าสุดในงาน Geneva Motor Show ไม่มีใครคาดคิดว่า Morgan จะเปิดตัวหมัดเด็ด Morgan Aero GT
ที่สุดของกล้องถ่ายรูป ที่คนใช้เท่านั้นถึงจะบอกได้ว่า ทำไมการจ่ายเงินค่ากล้องที่ราคาแพงกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวนั้น มันแลกกับความพิเศษอะไรกลับมาบ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็น Leica User อยู่หรือไม่ก็ตาม ทุกคนต่างให้ความสนใจทุกครั้งเมื่อมีกล้อง Leica รุ่นใหม่เปิดตัวออกมา แม้จะไม่มีการพัฒนาในด้านสเปค แต่ก็มีลูกเล่นและเสน่ห์ที่ชวนให้เราอยากควักเงินเก็บสะสมได้ตลอดเวลา เพราะ Leica ไม่ใช่แค่กล้องถ่ายรูป แต่มันเป็นงานศิลป์ที่ส่งต่อให้คนใน Generation ต่อไปได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ล่าสุด Leica ได้ร่วมมือกับ Marcus Wainwright ผู้เป็นทั้ง CEO และ Creative Director ของ Rag & Bone แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากย่าน New York City ซึ่งเน้นความเท่แบบ Minimal พร้อมคุณภาพที่สูงกว่าใคร ซึ่งเข้ากับคาแรคเตอร์ของ Leica M Monochrom กล้องสำหรับถ่ายภาพขาวดำของ Leica จนได้ร่วมมือกันออกแบบกล้องโมเดลพิเศษ ‘M Monochrom Stealth Edition’ ตัวกล้องสีดำด้าน (Matte Black Body) ที่จัดการถอดแม้แต่โลโก้
ตั้งแต่ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชื้อสายอเมริกันอย่าง Tesla ของยอดชายนาย Elon Musk สร้างรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งระบบ 100% ก็ได้เรียกกระแสสั่นสะเทือนวงการรถยนต์ทั่วโลกไปในทันที เพราะนอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบสุด ๆ แล้ว สมรรถภาพของรถยังเหนือชั้นกว่ารถใช้น้ำมันบางค่ายเสียอีก ด้วยความนิยมที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บรรดายักษ์ใหญ่ต่างโดดเข้ามาร่วมวงสร้างส่วนแบ่งในตลาดนี้หลายรายด้วยกัน จนมีรถไฟฟ้าใหม่ ๆ ตามออกมาวางจำหน่ายกันมากขึ้นให้เหล่าผู้ที่สนใจพลังงานทางเลือกได้ซื้อหาจับจอง แต่สำหรับมนุษย์ผู้รักการ DIY แบบเข้าเส้น การจะถอยรถไฟฟ้าคันใหม่ก็ดูจะธรรมดาไป เลยเป็นที่มาของคนหัวใสที่จับเอาเจ้าเครื่องยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำของ Tesla มายัดใส่ในรถสุดเก๋าของ Honda จนเกิดเป็น Teslonda ขึ้นมา รถไฟฟ้าภายใต้ตัวถังญี่ปุ่นนี้เป็นผลงานของแฮ็กเกอร์อย่าง Jason Hughes ซึ่งได้เอาชิ้นส่วนของรถไฟฟ้า Tesla Model S และ Model X มา Hack ระบบเพื่อติดตั้งและใช้งานกับรถ Honda Accord ปี 1976 จนกลายเป็นรถไฟฟ้าตัวถังสุดวินเทจที่เขาตั้งชื่อเล่นมันว่า “Teslonda” แน่นอนว่าเพราะมันเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้า อัตราการเร่งของรถคันนี้ จึงทำเวลาได้ดีกว่าเครื่องเดิมมาก ๆ สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง
ถ้าใครสนใจเรื่องวัฒนธรรมที่มีผลต่อการออกแบบและพฤติกรรมมนุษย์เหมือนเรา น่าจะรู้สึกแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงความนิยมในหมู่มนุษย์ที่มีต่อรูปทรงและการใช้งานของมัน ในยุคก่อน เราเริ่มด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องใหญ่ยักษ์ จากนั้นเทคโนโลยีก็พยายามพัฒนาอย่างสุดความสามารถในการย่อขนาดมันให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนั้นยิ่งเล็กยิ่งล้ำ ยิ่งเล็กยิ่งแพง แต่แล้ววันนึง เราก็มาพบว่ารูปทรงโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าตาเหมือนกันทั้งโลกโดยมิได้นัดหมาย และวันนี้พวกเค้ากำลังแข่งกันใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ซึ่งดูแล้วน่าจะถึงจุดอิ่มตัวในไม่ช้า ทีนี้ถ้าเราให้ทายกันเล่น ๆ ว่า ต่อไปเทรนด์การออกแบบและใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน วันนี้เรากล้าฟันธงเลยว่า มันกำลังจะกลับไปสู่ความเป็น Dumb Phone หรือโทรศัพท์โง่ ที่ไม่ต้องมีความสามารถอะไรมากมาย เพราะคนเริ่มตีตัวออกห่างจากความวุ่นวายออนไลน์กันมากขึ้น ก่อนหน้านี้ Nokia ก็ได้ตอกย้ำเทรนด์ที่เราทำนายไว้อย่างชัดเจน ด้วยการเปิดตัว 3310 ที่ทำเอาโลกสั่นสะเทือน และพีคสุดอีกครั้งที่ทำเอาคนไม่สนใจ Samsung S9 ก็คือการเปิดตัว Nokia 8110 หรือกล้วยหอม ที่บอกตามตรงว่าเรายังอยากได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มี Dumb Phone ที่น่าสนใจ และเลือกมุ่งยึดพื้นที่นี้ก่อนใครเพื่อน นั่นก็คือโทรศัพท์ตระกูล Light Phone ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 ปัจจุบันได้เดินทางมาถึงรุ่นที่ 2 แล้ว และมีความมั่นใจจากหลายสื่อว่า นี่แหละคืออนาคตของโทรศัพท์มือถือ นั่นคือการกลับคืนสู่สามัญ ที่เราเกริ่นมายาวนาน
คงต้องยอมรับถึงเทรนด์วิถีชีวิตล้ำ ๆ แห่งอนาคต ซึ่งกำลังก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างออกมาให้เห็นเป็นเทคโนโลยีที่ชัดเจนจับต้องได้ในปัจจุบัน ว่า ณ ตอนนี้ไม่น่าจะมีอะไรโดดเด่นไปกว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เขยิบมาเข้าใกล้ชีวิตประจำวันของมนุษย์เราขึ้นทุกที ผ่านรูปแบบของผู้ช่วยอัจฉริยะที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียง อารมณ์เดียวกับที่อัจฉริยะมหาเศรษฐีปากดีขี้โอ่อย่าง Tony Stark (aka Iron Man) นั้นสั่งการ JARVIS ให้ช่วยงานต่าง ๆ ทั้งงานราษฎร์ งานหลวง แบบครอบจักรวาล ซึ่งระบบสั่งงานด้วยเสียงที่พวกเราคุ้นเคยกันดี และกำลังมีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตมนุษย์ยุคปัจจุบัน นอกจากระบบผู้ช่วยอัจฉริยะรองรับคำสั่งเสียงอย่าง Siri จาก Apple, Google Now จาก Google และ Cortana จาก Microsoft ที่มีไว้ให้พวกเราได้เอ่ยปากเจรจาถามไถ่ข้อมูล รวมถึงช่วยจัดการงานต่าง ๆ แล้ว ยังมีอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ที่กำลังร้อนแรงแห่งซิลิคอนวัลเลย์อย่าง Amazon ที่ได้ลงมาลุยเต็มตัว เพื่อผลักดันวิถีชีวิตสะดวกสบาย จัดการชีวิตง่าย ๆ แค่เปล่งเสียงให้ความเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น ด้วยระบบ Alexa ที่มีให้ใช้งานในลำโพง Amazon Echo รวมถึงอุปกรณ์อื่น
โดยปกติถ้าเราจะยืมรถมาขับเพื่อรีวิวหรือแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว เรามักจะต้องเลือกเส้นทางที่เบา ๆ ไม่โหดร้ายมากนัก เพื่อความมั่นใจว่าจะช่วยรักษารถของลูกค้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้ เพราะส่วนใหญ่ราคามักจะค่อนข้างสูง ยิ่งถ้าเป็นรถยนต์โมเดลใหม่ล่าสุดอย่าง All New BMW X3 แม้จะรู้ว่ามันลุยทางวิบากได้ แต่คงจะไม่มีใครใจกล้าพอจะใช้งานมันอย่างโหดร้ายขนาดนั้น แต่สำหรับครั้งนี้ เราเลือกที่จะทดสอบความทรงพลัง อึด ถึก ทน ของมันแบบเน้น ๆ จะได้รู้ว่าสิ่งที่รวมอยู่ในราคาและ Fact Sheet นั้น สามารถใช้งานจริงได้แค่ไหน สำหรับรถยนต์ BMW X3 xDrive20d xLine รถยนต์ Compact Luxury Crossover SUV รหัส G01 คันนี้เป็น Generation ที่ 3 ซึ่งแม้จะดูเหมือนอยู่มาไม่นาน แต่ที่จริงแล้ว BMW X3 ได้ทำตลาด segment นี้มานานกว่าที่คิด ถ้าย้อนไปไกลถึง Generation แรกกับรหัส E83 ช่วง 2003 –
ถ้าจะให้นึกถึงหนึ่งในภาพยนตร์ไตรภาคที่สร้างปรากฏการณ์บนจอเงินในปี 1999 และ 2003 แถมยังเท่สุด ๆ ชื่อของ The Matrix ก็ยังคงอยู่ในใจเสมอ ภาพการแสดงฉากบู๊สุดล้ำยุคของ Keanu Reeves ในบทบาทของ Neo ใน The Matrix, The Matrix Reloaded และ The Matrix Revolutions ยังคงติดตาพวกเราราวกับว่าหนังเรื่องนี้เพิ่งจะเข้าฉาย และไม่ใช่แค่เรื่องราวล้ำ ๆ มันส์ ๆ ที่เป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้เท่านั้น ยังมี gadget อีกหลายชิ้นที่ดูแล้วน่ามีไว้ครอบครอง หากใครจำกันได้ ใน The Matrix ภาคแรก จะมีฉากที่ Thomas Anderson พระเอกของเราตอนที่ยังไม่ได้ถูกเรียกว่า Neo รับซองพัสดุจากแมสเซ็นเจอร์ ก่อนแกะซองออกมาเจอโทรศัพท์มือถือ Nokia รุ่น 8110 เขารับสายที่โทรเข้ามาและได้พูดคุยกับ Morpheus เป็นครั้งแรก จากนั้นเรื่องราวสุดมันส์ก็ดำเนินต่อแบบพัลวัน มาถึงวันนี้ HMD ได้ปลุกชีพ Nokia
“If it ain’t broke, don’t fix it” หมายถึงอะไรที่มันดีอยู่แล้ว ก็อย่าไปยุ่งกับมัน เป็นประโยคที่ใช้กับการเก็บความคลาสสิคดั้งเดิมจากของสิ่งนั้นให้คงอยู่ ยกตัวอย่างเช่นสูตรลับของอาหารต้นตำรับที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ หรือรถคลาสสิคสายลึกที่นักสะสมบางกลุ่มเลือกเฟ้นหาอุปกรณ์ของตรงรุ่นทุกชิ้นในการดูแลรถยนต์ของตัวเอง เรียกว่าแม้แต่น็อตก็ต้องใช้ของเดิมเพื่อคุณค่าทางจิตใจ แต่อีกหลายกลุ่มในวงการรถยนต์อาจจะไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่ารถยนต์ต้องตอบสนองการใช้งานจริงให้ได้มากที่สุด จะต้องข้ามสายพันธุ์บ้างก็ไม่ว่ากัน อย่าง Supra ใส่เครื่อง RB26DETT ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ครอบครองมัน และจากเทรนด์ควบคุมการปล่อยไอเสียรถยนต์ที่กำลังเข้มงวดมากขึ้นแบบก้าวกระโดดในฝั่งยุโรป สำนักแต่งรถหลายแห่งจึงเริ่มปรับตัวเข้าไปวัฒนธรรมใหม่ นั่นคือการใช้พลังงานไฟฟ้า ไม่แปลกที่ Tesla จะเป็นรถที่ขายดีมากภายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ Voitures Extravert สำนักแต่งรถใน Hollland อยากจะฉีกไปหาทางเลือกพลังงานไฟฟ้าที่มันส์และมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่า จึงริเริ่มโปรเจคที่น่าสนใจชื่อ “Quintessenza” สร้างคอลเลคชั่นฟื้นฟูรถ Porsche 911 ช่วงปี 70’s – 80’s ให้ใหม่หมดจด พร้อมเปลี่ยนเป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% และอัพเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้ทันสมัย ไว้ใจได้ในทุกวันที่ใช้งาน เพราะรถเก่าที่สวยงามไม่จำเป็นต้องจอดเก็บอยู่ในโรงรถให้มดไต่เสมอไป Quintessenza ‘The All-Electric Classic” Porsche 911
ปล่อยให้บรรดาพี่ ๆ ตัวหลักเผยโฉมกันไปเกือบครบตระกูลแล้ว ตั้งแต่ 7-Series, 6-Series, 5-Series หรือแม้แต่ X3 ใหม่ คิวต่อไปที่พวกเราเฝ้ารอคอยความคืบหน้าก็คือน้องเล็กพิมพ์นิยม 2019 3-Series ในรหัส G20 ที่ถึงวันนี้มีเพียงภาพ Spy Shot ปล่อยออกมา โดยไม่มีรายละเอียดใด ๆ หลุดรอดออกมาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ใบพัดฟ้าขาวจนเนื้อตัวสั่นกันไปหมด เรียกว่าจะถอยรถใหม่ช่วงนี้ก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะกลัวจะพลาดโอกาสครอบครอง G20 คันนี้ไป ซึ่งดูจาก Spy Shot แล้วต้องบอกว่ามันเท่โคตรมากเหลือเกิน จากภาพ Spy Shot ล่าสุดโดยทาง Carscoop และ BMW BLOG เผยให้เห็นจุดสำคัญหลายอย่างในรถโมเดลใหม่ล่าสุดคันนี้ คงไม่ต้องเดาว่าโฉมหน้าต้องถอดแบบจากรุ่นพี่อย่าง 5-Series มาแน่นอน แต่ด้านหลังดูเหมือนจะผ่านการออกแบบใหม่หมด โคมไฟท้ายที่เรียวเล็กกว่าเดิม กับขนาดโดยรวมที่ดูอวบอ้วนกว่าเก่า ชวนให้นึกถึง Audi a4 ให้อารมณ์สปอร์ตที่หรูหรามากขึ้น แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่า Air Breather
ยุคนี้ความวินเทจเป็นอะไรที่กลับมาเป็นเทรนด์ล้ำ ๆ ได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น เกม หรือแม้แต่ Gadgets ที่มักจะมีอะไรยุคเก่า ๆ ที่เราคิดถึงกลับมาให้เราได้รำลึกกันอย่าง Klipsch ยักษ์ใหญ่วงการเครื่องเสียง ก็ไม่พลาดที่จะปล่อยคอลเลคชั่นวินเทจออกมาให้กระเป๋าตังค์เราได้ร้อนผ่าว ๆ กันตั้งแต่เห็นรูปสินค้า แต่ล้ำไปกว่านั้นด้วยการรองรับความไฮเทคจาก Google Assistant ให้เราสั่งงานด้วยเสียงกันแบบล้ำ ๆ UNLOCKMEN จะพาไปดูกันว่า เจ้าตัวนี้มีอะไรเท่ ๆ อีกบ้าง ลำโพงสุดวินเทจนี้จาก Klipsch ยักษ์ใหญ่วงการเครื่องเสียง ที่มี Gadgets วินเทจอีกหลายอย่างให้เราได้เลือกกัน โดยเจ้าตัวนี้เป็นลำโพงในคอลเลคชั่น Heritage Wireless ชื่อ “THE THREE” ดีไซน์วินเทจนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Mid-Century Modern แบบสวยเนี้ยบด้วยงานไม้ และส่วนที่เป็นโลหะจะทำมาจากทองแดง ความพิเศษของเสียงจากเจ้าตัวนี้อยู่ที่การเปลี่ยนจาก Subwoofer ไปเป็น Provide Bass นอกจากฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่าง Bluetooth®, aptX™ codec แล้ว ยังล้ำด้วยการรองรับฟังก์ชั่น Google Assistant พูดง่าย ๆ คือให้เราสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้อีกด้วย เบ็ดเสร็จราคาอยู่ที่ $499


