สถานการณ์วันนี้ คนส่วนใหญ่กลับใช้ชีวิตหนาแน่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่รอแค่เมื่อไหร่จะมีการตรวจพบ cluster ใหม่จนกลับสู่การ lockdown อีกครั้งนึง อย่างเช่นในประเทศอังกฤษที่อัตราผู้ติดเชื้อกลับมาพุ่งสูงเกือบแสนรายต่อวัน นับเป็นสถิติสูงสุดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และหลายประเทศในยุโรปเริ่มออกมาแบนไม่ให้นักท่องเที่ยวจากอังกฤษเข้าประเทศแล้ว ความสบายใจของผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ฉีดวัคซีน ไม่หวั่นแม้จะมีการเกิดขึ้นของสายพันธุ์ใหม่อย่าง Omicron variant ซึ่งสามารถแพร่เชื้อติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว ขาดแค่เพียงหลักฐานว่ามันมีความรุนแรงแค่ไหน แต่วันนี้มีผลงานวิจัยล่าสุดจาก UK Health Security Agency and National Health Service ออกมาเผยข้อมูลที่น่าเป็นห่วง จากผู้ที่ติดเชื้อ COVID-19 ในอังกฤษช่วงวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบสรุปได้ว่า แม้แต่ผู้ที่หายป่วยจาก COVID-19 มาแล้ว หรือได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ก็มีโอกาสติดเชื้อสายพันธุ์ Omicron ได้อีกมากกว่า Delta ถึง 5.4 เท่า ในทุกตัวอย่างทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยจาก Imperial College London เกี่ยวกับ effectiveness ของวัคซีนในการทดลองคือ
ไม่มีรถยนต์ที่มีพร้อมทั้งความเป็น Off-roader สุดเก๋าพ่วงความ Luxury เทียบเท่า Supercar ได้มากกว่า Mercedes-Benz G-Class และสำหรับคนที่ต้องการความเป็นที่สุดอย่างไม่ซ้ำใคร อาจจะต้องหันไปมองหา Mercedes-AMG G63 6×6 รถยนต์ SUV ที่มีผลิตออกมาเพียง 100 คันในโลก มีเพียง 15 คันที่เป็นพวงมาลัยขวา แต่ที่เป็นตำนานและเป้าหมายของนักสะสมตัวจริงคือรุ่นพิเศษที่มีน้อยกว่านั้น นั่นคือ Brabus B63S-700 edition ที่ผ่านการปรับจูนจนสามารถพารถยนต์ขับเคลื่อน 6 ล้อให้พุ่งทะยานด้วยขุมพลังมากถึง 700 แรงม้า Mercedes-AMG G-Wagon เดิม ๆ จากโรงงานมากับขุมพลัง 5.5-liter twin-turbocharged V8 536 horsepower, 560 lb-ft of torque และรุ่นพิเศษที่ผ่านการปรับแต่งโดย Brabus จะถูกเรียกด้วยรหัส B63S-700 engine package อัพเกรด turbocharger ให้ใหญ่ขึ้นพร้อมระบบความเย็นใหม่หมด
เป็นแบรนด์ที่ผลิตอะไรมาขายก็ Sold Out หมดภายในไม่กี่นาที และมักจะวางขายแบบเงียบ ๆ หลังจากนกหวีดทรง Cybertruck พึ่งจะวางขายและหมดไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด Tesla เปิดตัว Cyberquad รถ ATV พลังไฟฟ้าสำหรับเด็ก ราคา $1,900 USD (ราว 70,000 บาท) แบบเงียบ ๆ และทันทีที่โลกรู้ มันก็ขายหมดเกลี้ยงในพริบตาเดียวอีกเช่นกัน แม้จะ sold out ไปแล้ว แต่ก็ไม่เสียหายถ้าจะมาดูสเปกของมัน เผื่อในอนาคตมี restock ขึ้นมาจะได้ไม่พลาด อย่างที่รู้กันว่า Tesla เคยโชว์ผลงาน Cyberquad ATV แบบ fullsize ไปแล้วในตอนที่เปิดตัว Cybertruck ซึ่งออกแบบมาให้สามารถบรรทุกใส่กันได้พอดี รอกันไปกันมา ทั้ง Cybertruck และ Cyberquad ก็ยังไม่วางขายสักที แต่ Tesla กลับเลือกส่ง Cybersquad for
เด็กผู้ชายส่วนใหญ่คงเติบโตมาด้วยของเล่นหุ่นยนต์อย่างน้อยหนึ่งตัวหรือมากกว่านั้น จากจินตนาการในวัยเยาว์หุ่นยนต์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นมิตรแท้ เป็นผู้คอยปกป้องปราบปรามศัตรูร้าย หรือเพื่อนที่นอนในอ้อมแขนยามเราหลับไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ภาพจำเหล่านี้ยังคงมีพลังบวกและสามารถสร้างรอยยิ้มให้เราได้ทุกครั้งยามนึกถึง ตั้งแต่อดีต นาฬิกาส่วนใหญ่ถูกออกแบบในแนวทางอนุรักษ์นิยม ด้วยรูปลักษณ์ในแบบฉบับที่ค่อนข้างจำเจ และน่าเบื่อไปหน่อย(สำหรับบางคน) ด้วยหัวคิดที่ขบถและความหลงใหลส่วนตัว Azimuth เลือกที่จะนำภาพจำในอดีตมาถ่ายทอดและส่งต่อผ่านทางนาฬิกาข้อมือ และประถมบทของความคิดนี้ก็ถูกประเดิมด้วย Azimuth Mr.Roboto R1, 2008 ที่สวนกระแสตลาดอย่างคาดไม่ถึง เปลี่ยนแปลงความหรูหราที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือบ่งบอกฐานะทางสังคม ให้กลายเป็นความสุขในอดีตที่อยู่บนข้อมือ ทำให้นาฬิกาใบหน้าหุ่นยนต์เรือนนี้เป็นกระแสและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีมาตลอดแปดปี จนมาถึงเวอร์ชั่นถัดไป Azimuth Mr.Roboto R2 ที่แฟนซีมากขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น ฝาหลังแซฟไฟร์โชว์กลไก เพิ่มรายละเอียดอีกหลายอย่างเรียกได้ว่าฟูลออปชั่น แต่ความแฟนซีและฟูลออปชั่นแบบนี้ใช่ว่าจะเป็นที่รักของทุกคน แฟนบอยและนักสะสมมากมายกลับถวิลหาความเรียบง่ายแต่มีอะไรซ่อนอยู่แบบ Mr.Roboto R1 ทำให้เกิดการแสวงหามากมายจนทำให้ราคาในตลาดมือสองขยับขึ้นไป 2-3 เท่า จากราคาเดิม ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่ได้พบเจอบ่อย ๆ กับแบรนด์ indie และ newbie แบบนี้ ด้วยการตอบรับและการเรียกร้องจากลูกค้าที่อยากได้รุ่นพิเศษบ้าง Azimuth จึงตัดสินใจเข็น Mr. Roboto Bronzo ออกมา สิ่งที่พิเศษคือการนำ Bronze คุณภาพสูงจาก Germany
หลังจากบรรยากาศในเมืองหลวงของเราเงียบเหงามานานหลายเดือน วันนี้ผู้คนก็ได้เริ่มออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านกันเป็นปกติแล้ว จากการที่ทุกธุรกิจเริ่มเปิดรันทำการกันอีกครั้งนึง ความคึกคักในทุกวันหลังเลิกงานและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ทำให้กรุงเทพมหานครกลับมามีสีสันไม่เงียบเหงาอีกต่อไป สำหรับหลายคน อาจจะอยู่บ้านนานจนจำไม่ได้แล้วว่าได้ไปช้อปปิ้งเสื้อผ้าใหม่ ๆ หรือนั่งชิวในร้านบรรยากาศดี ๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ออกจากบ้านครั้งนี้อาจจะพบว่าหลายย่านเปลี่ยนแปลงไปจนตามไม่ทันว่ามี destination ไหนน่าสนใจบ้าง UNLOCKMEN จึงร่วมมือกับ Honda ขอใช้รถยนต์ All-new Honda Civic พาทุกคนไปบุกเบิก 2 ปลายทางใหม่ล่าสุดที่เราคัดมาแล้วว่าน่าสนใจ มีความ Premium ตั้งแต่ Selective store ใหม่ล่าสุดที่รวบรวมเสื้อผ้าและไอเท็มดี ๆ หายากแบบจำนวนจำกัดในย่านอารีย์ ไปจนถึงร้านน่านั่งบรรยากาศดีที่จะทำให้เรา enjoy ไปกับวิวเมืองหลวงจากยอดตึก 46 ชั้นใจกลางสุขุมวิท รับรองเลยว่า Weekend ครั้งต่อไปของคุณจะได้ประสบการณ์ที่ดีจาก City Guide by All-new Honda Civic ครั้งนี้แน่นอน หากใครรู้จักร้านสูทแถวหน้าของประเทศไทยอย่าง Decorum นี่คือร้าน Selective Shop สำหรับผู้ชายแห่งใหม่ของ กาย-ศิรพล ฤทธิประศาสน์ เจ้าของร้านสูทชื่อดัง
การเปิดตัวโมเดลสำคัญในประวัติศาสตร์ BMW นี่คือรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นแบบ standalone BMW M ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับ M โดยเฉพาะ เช่นเดียวกับการสร้าง BMW M1 ในตำนานนับตั้งแต่ปี 1978 และยังเป็นการสร้างบนตัวถัง SUV แทนที่จะเป็นตัวถังสปอร์ตคูเป้ ยิ่งทำให้ BMW XM คันนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายนอกของ Concept XM สิ่งแรกที่ทุกคนต้องทักคือกระจังหน้าใหม่ขนาดใหญ่พิเศษในทรงแปดเหลี่ยม มีแถบไฟคอนทัวร์ในขอบกระจังหน้า ช่วยสร้างมิติที่ทันสมัย ไฟหน้าออกแบบเป็นด้านละสองดวงเล็กแยกออกจากกัน เพิ่มรายละเอียดที่โดดเด่น มองแวบแรกอาจจะแปลกตา แต่ยิ่งมองนาน ๆ ยิ่งรู้สึกถึงได้ถึงเสน่ห์ของการดีไซน์ที่บาลานซ์ได้ครบทั้งความสปอร์ตดุดัน ความหรูหรา ความแข็งแกร่ง และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า รายละเอียดรอบคันก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน บอดี้รถเลือกใช้สี two-tone ระหว่างสี gold-bronze ที่ส่วนบนของรถ และใช้สี Space Grey Metallic บริเวณด้านล่าง มีไฟช่องไฟ LED อยู่เหนือเสา A-pillars สีดำ blacked-out ด้านหลังมีไฟท้ายลากยาวดวงใหญ่สีดำ blacked-out
“เธอกลับมา…เพื่อหมุนเข็มนาฬิกาให้เดินกลับหลัง” เนื้อเพลงจากเพลงดังในอดีตที่ไม่แน่ใจว่าได้ฟังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่บทเพลงนี้จะดังก้องในหัวทุกครั้งที่ได้เห็น Azimuth Back In Time นาฬิกาจากแบรนด์ Azimuth รุ่น Back In Time หรือเรียกได้อย่างสั้นๆว่า BIT เป็นเรือนเวลาที่มีกลไกอันซับซ้อนและเรียกร้องความสนใจจากผู้พบเห็นได้ดีเหลือเกิน ทำไมนะเหรอ? ก็เพราะนาฬิการุ่นนี้เธอเดินถอยหลังนั่นเอง (anti clockwise) และไม่ได้มีแค่กลไกบอกเวลาแบบทวนเข็มนาฬิกาเท่านั้น ตำแหน่งของตัวเลขบอกเวลาก็ยังถูกวางในรูปแบบทวนเข็มนาฬิกาและกลับตาลปัตรจากจารีตเดิม ๆ เช่นกัน Azimuth BIT ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ. 2009 มีทั้งเวอร์ชันเข็มเดี่ยวและสองเข็ม ด้วยรูปทรงไพลอตและหน้าตาอันแสนจะเรียบง่าย สีหน้าปัดและเข็มบอกเวลาที่ได้รับการคุมโทนมาอย่างตั้งใจ ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นเกินเลยหรือแปลกแยกผิดแผกไปจากกัน หากมองทะลุความเรียบง่ายเหล่านี้ไปและพินิจพิจารณาไปที่กลไกบอกเวลา จะรับรู้ได้อย่างไม่ยากเลยว่าผู้ผลิตไม่ได้ปฏิวัติแค่ความคิด แต่ต้องปฏิวัติเทคนิคในการสร้างกลไกสำหรับบอกเวลาด้วยเช่นกัน เพราะทุกอย่างถูกตั้งอยู่บนความขบถ ผู้ผลิตจึงต้องออกแบบและสร้างชุดเกียร์พิเศษขึ้นมาใหม่ นำไปติดตั้งคั่นกลางระหว่างชุดขับเคลื่อนและเข็มบอกเวลาจึงจะทำให้การเดินถอยหลังนั้นเกิดขึ้นได้จริงและสมบูรณ์แบบที่สุด ตลอดระยะร่วมทศวรรษที่ Azimuth Back In Time ได้รับการพัฒนาและนำเสนอซีรี่ย์ใหม่ ๆ เรื่อยมา แม้จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้งานได้ยาก ดูเวลาได้ไม่สะดวก ใครจะต้องการนาฬิกาเดินถอยหลังกันไปเพื่ออะไร แต่ BIT ก็ยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในไอคอนของแบรนด์ จนได้รับการสั่งผลิตรุ่นลิมิเต็ดและถูกผูกโยงไปกับหน้าบันทึกของประวัติศาสตร์โลกอย่างเนือง ๆ ซึ่งหาได้ยากจากนาฬิกาทั่วไป
นิสสัน ประเทศไทย นำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ “Innovation for Excitement” ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ที่มีแนวคิด ‘TIME to ENJOY’ ในการจัดงาน ครั้งนี้นิสสันนำเสนอทั้งรถยนต์รุ่นพิเศษ อาทิ นิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค และนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น และจัดแสดงระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์เพื่อให้ลูกค้า และผู้ที่สนใจได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และมอบโปรโมชันพิเศษสำหรับรถยนต์นิสสันทุกรุ่นในงานนี้ ไฮไลท์รถยนต์รุ่นพิเศษในบูธนิสสันปีนี้ได้แก่ นิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค, นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น, นิสสัน อัลเมร่า สีใหม่ ไนท์ บลู (Night Blue), นิสสัน เทอร์ร่า มิดไนท์ (Midnight) แพ็คเกจ และนิสสัน นาวารา เอ็กซ์ทรีมเมอร์-เอ็กซ์ (Extremer-X) แพ็คเกจ สำหรับผู้ที่สนใจนิสสัน
วินาทีนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักนักแสดงสุดเกรียน เจ้าของบทบาท Deadpool วีรบุรุษสุดแสบที่มาปั่นป่วนโลกของซูเปอร์ฮีโร่ แต่ใครจะรู้บ้างว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ Ryan Reynolds ต้องค้นหาตัวตนอย่างยากเย็นแค่ไหน เรามาดู 10 หนังสร้างชื่อ ที่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจคนดูหนังทั่วโลกกันได้เลย National Lampoon’s Van Wilder (2002) เริ่มต้นการแสดงมาตั้งแต่เยาว์วัยในซีรีส์ท้องถิ่นของแคนาดามาตั้งแต่ปี 1991 ทำให้ Ryan Reynolds ไม่มีโอกาสที่จะได้รับบทเด่นสักที โชคดีที่ซีรีส์ Two Guys, a Girl (1998-2001) ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นนักแสดงมากความสามารถ ไม่ใช่แค่หน้าตาดีเพียงอย่างเดียว และจากซีรีส์นี้เอง ในที่สุดเขาก็ได้รับบทเด่นเป็นพระเอกเสียทีในหนังตลกสุดเกรียน National Lampoon’s Van Wilder (2002) Ryan รับบทตามชื่อเรื่อง หนุ่มมหาลัยที่ใฝ่แต่กิจกรรมและความเมามายจนเรียนไม่จบ และค้างเติ่งอยู่มหาลัยลอยชายไปวันๆ จนกระทั่งพ่อและแม่ต้องดัดนิสัยด้วยการตัดท่อน้ำเลี้ยงไม่ส่งเสียต่อ ทำให้เขาต้องหาทางหาเงินเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตมหาลัยอย่างนี้ไปนานๆ แม้บทเริ่มต้นของเขาจะไม่เป็นที่ปราบปลื้มของคนดูสักเท่าไหร่ เพราะตลกส่วนใหญ่ก็มุกห่ามๆที่คนส่วนใหญ่จะไม่ชอบ แต่กลับทำให้ Ryan รู้สึกว่าการมาสายเกรียนนั้นคือถนนสายหลักที่เขาควรจะเลือกทางเดินนี้ Blade: Trinity (2004) หลังจาก
หลายคน รู้จักเขาจากในฐานะผู้เปิดกระแสดนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ในยุคที่ Britpop ครองเมือง หลายคน คุ้นเคยในฐานะ Virtual Band สุดเท่ Gorillaz และหลายคนจดจำเขาในบทบาทของเจ้าพ่อโปรเจกต์ที่สร้างงานหลากสไตล์หลายรูปแบบที่นับไม่หวาดไม่ไหว แน่นอนว่าคำว่า “ดนตรีในหัวใจ” อาจจะเป็นคำที่ดูแสนเชย แต่สำหรับ Damon Albarn แล้ว กว่า 30 ปี ในวงการดนตรีแล้ว ไม่มีคำไหนจะเหมาะสมเท่ากับคำๆนี้แล้ว Blur ผู้เปิดศักราชใหม่แห่งดนตรี Britpop สำหรับแฟน ๆ ยุค 90s แฟนเพลงร็อคหลายคน ไม่มีใครไม่รู้จักวง Blur หนึ่งในวงดนตรีที่เปิดศักราชแห่งยุคสมัยของ Britpop Era ให้กลายเป็นกระแสหลักของโลก ด้วยการหยิบจับอัตลักษณ์ของชาวอังกฤษในซาวด์ผู้ดีสุดเนี๊ยบ ผสมผสานกับการขี้แซะและประชดประชัน จนทำให้แนวดนตรีนี้สามารถยึดหัวหาดของกระแสให้กับนักฟังเพลง และทำให้วงการดนตรีอังกฤษคึกคักเป็นอย่างมากในยุคนั้น แต่มันไม่ง่ายเลยกว่าจะถึงจุด ๆ นั้น เขาและเพื่อนพ้องวง Blur ต่างดิ้นรนขวนขวายในการสร้างวงดนตรี กว่าจะเป็นที่จดจำในวงกว้างนั้นยากลำบากมาก Damon ร่วมกับเพื่อนพ้องทำวง Blur ในช่วงปลายยุค ’80s กับ


