นิสสัน ประเทศไทย นำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ “Innovation for Excitement” ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” ที่มีแนวคิด ‘TIME to ENJOY’ ในการจัดงาน ครั้งนี้นิสสันนำเสนอทั้งรถยนต์รุ่นพิเศษ อาทิ นิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค และนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น และจัดแสดงระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์เพื่อให้ลูกค้า และผู้ที่สนใจได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และมอบโปรโมชันพิเศษสำหรับรถยนต์นิสสันทุกรุ่นในงานนี้ ไฮไลท์รถยนต์รุ่นพิเศษในบูธนิสสันปีนี้ได้แก่ นิสสัน จีที-อาร์ ที-สเปค, นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ สกาย อิดิชั่น, นิสสัน อัลเมร่า สีใหม่ ไนท์ บลู (Night Blue), นิสสัน เทอร์ร่า มิดไนท์ (Midnight) แพ็คเกจ และนิสสัน นาวารา เอ็กซ์ทรีมเมอร์-เอ็กซ์ (Extremer-X) แพ็คเกจ สำหรับผู้ที่สนใจนิสสัน
วินาทีนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักนักแสดงสุดเกรียน เจ้าของบทบาท Deadpool วีรบุรุษสุดแสบที่มาปั่นป่วนโลกของซูเปอร์ฮีโร่ แต่ใครจะรู้บ้างว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ Ryan Reynolds ต้องค้นหาตัวตนอย่างยากเย็นแค่ไหน เรามาดู 10 หนังสร้างชื่อ ที่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจคนดูหนังทั่วโลกกันได้เลย National Lampoon’s Van Wilder (2002) เริ่มต้นการแสดงมาตั้งแต่เยาว์วัยในซีรีส์ท้องถิ่นของแคนาดามาตั้งแต่ปี 1991 ทำให้ Ryan Reynolds ไม่มีโอกาสที่จะได้รับบทเด่นสักที โชคดีที่ซีรีส์ Two Guys, a Girl (1998-2001) ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นนักแสดงมากความสามารถ ไม่ใช่แค่หน้าตาดีเพียงอย่างเดียว และจากซีรีส์นี้เอง ในที่สุดเขาก็ได้รับบทเด่นเป็นพระเอกเสียทีในหนังตลกสุดเกรียน National Lampoon’s Van Wilder (2002) Ryan รับบทตามชื่อเรื่อง หนุ่มมหาลัยที่ใฝ่แต่กิจกรรมและความเมามายจนเรียนไม่จบ และค้างเติ่งอยู่มหาลัยลอยชายไปวันๆ จนกระทั่งพ่อและแม่ต้องดัดนิสัยด้วยการตัดท่อน้ำเลี้ยงไม่ส่งเสียต่อ ทำให้เขาต้องหาทางหาเงินเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตมหาลัยอย่างนี้ไปนานๆ แม้บทเริ่มต้นของเขาจะไม่เป็นที่ปราบปลื้มของคนดูสักเท่าไหร่ เพราะตลกส่วนใหญ่ก็มุกห่ามๆที่คนส่วนใหญ่จะไม่ชอบ แต่กลับทำให้ Ryan รู้สึกว่าการมาสายเกรียนนั้นคือถนนสายหลักที่เขาควรจะเลือกทางเดินนี้ Blade: Trinity (2004) หลังจาก
หลายคน รู้จักเขาจากในฐานะผู้เปิดกระแสดนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ในยุคที่ Britpop ครองเมือง หลายคน คุ้นเคยในฐานะ Virtual Band สุดเท่ Gorillaz และหลายคนจดจำเขาในบทบาทของเจ้าพ่อโปรเจกต์ที่สร้างงานหลากสไตล์หลายรูปแบบที่นับไม่หวาดไม่ไหว แน่นอนว่าคำว่า “ดนตรีในหัวใจ” อาจจะเป็นคำที่ดูแสนเชย แต่สำหรับ Damon Albarn แล้ว กว่า 30 ปี ในวงการดนตรีแล้ว ไม่มีคำไหนจะเหมาะสมเท่ากับคำๆนี้แล้ว Blur ผู้เปิดศักราชใหม่แห่งดนตรี Britpop สำหรับแฟน ๆ ยุค 90s แฟนเพลงร็อคหลายคน ไม่มีใครไม่รู้จักวง Blur หนึ่งในวงดนตรีที่เปิดศักราชแห่งยุคสมัยของ Britpop Era ให้กลายเป็นกระแสหลักของโลก ด้วยการหยิบจับอัตลักษณ์ของชาวอังกฤษในซาวด์ผู้ดีสุดเนี๊ยบ ผสมผสานกับการขี้แซะและประชดประชัน จนทำให้แนวดนตรีนี้สามารถยึดหัวหาดของกระแสให้กับนักฟังเพลง และทำให้วงการดนตรีอังกฤษคึกคักเป็นอย่างมากในยุคนั้น แต่มันไม่ง่ายเลยกว่าจะถึงจุด ๆ นั้น เขาและเพื่อนพ้องวง Blur ต่างดิ้นรนขวนขวายในการสร้างวงดนตรี กว่าจะเป็นที่จดจำในวงกว้างนั้นยากลำบากมาก Damon ร่วมกับเพื่อนพ้องทำวง Blur ในช่วงปลายยุค ’80s กับ
ตอนนี้ วลี “จริงๆแล้ว ฉันเป็นประธานบริษัท” ดูจะฮิตในโลกโซเชียลเป็นพิเศษ ซึ่งในวงการดนตรี มีศิลปินหลายคนที่นอกจากเป็นนักร้องสุดฮอตรุ่นใหญ่ของวงการแล้ว เขาและเธอเหล่านี้ยังควบตำแหน่งประธานค่ายเพลง ผลักดันและต่อยอดศิลปินรุ่นใหม่ให้โดดเด่นในวงการเพิ่มขึ้นไปอีก มาดูกันว่า มีใครบ้างในวงการ ที่สร้างชื่อในฐานะเจ้าของค่ายเพลงกัน แล้วคุณจะอึ้งถึงศักยภาพที่พวกเขามีอย่างเหลือเชื่อ Madonna – Maverick ในช่วงปลายทศวรรษที่ 80s Madonna เจ๊ใหญ่แห่งวงการพ็อพ รู้สึกอึดอัดที่การ Performance อย่างโจ้งแจ้งของเธอนั้นถูกปิดกั้นจากค่ายเพลงที่เธอสังกัด ปี 1992 เธอจึงจัดการค่ายเพลงของตัวเองเสียเลย เพื่อสร้างอิสระในการทำเพลง รวมไปถึงภาพลักษณ์อันแสน sexy ของเธอ โดยชื่อ Maverick นั้นมาจากการรวมตัวหุ้นส่วนทั้ง 3 คน (ซึ่ง Ma นั้นก็มาจากชื่อ Madonna ของเธอนั่นเอง) โดยผลงานชิ้นแรกที่ออกมานั่นก็คืออัลบั้ม Erotica (1992) อัลบั้มสุดอื้อฉาวที่ออกพร้อมหนังสือภาพ Sex อันลือลั่นนั่นเอง และผลงานของศิลปินที่สร้างชื่อมากๆของค่าย Maverick ก็คือ Alanis Morissette ศิลปิน Alternative Rock ที่ฮอตสุดในยุค
ในรายชื่อรถยนต์ที่ดีที่สุดของ Mercedes-Benz หนึ่งในนั้นจะต้องมีรุ่น W201 Mercedes 190 series เวอร์ชันพิเศษ Cosworth ที่ทั้งแรร์และเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก มันคือรถ Road-legal ที่ถูกสร้างจากต้นแบบสำหรับลงแข่งรายการ Deutsche Tourenwagen Meisterschaft (DTM) เพื่อแข่งกันชิงตำแหน่งแชมป์กับ BMW M3 อย่างดุเดือดตลอดยุค ’80s – 90s Mercedes-Benz 190 E Cosworth เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Mercedes-Benz และสำนักแต่งรถชื่อดังจากอังกฤษ ‘Cosworth’ ซึ่งในช่วงปี 1980s เป็นครั้งแรกที่ค่ายตราดาวเปิดตัวรถซีดานหรูขนาด Compact ก่อนหน้าที่จะมี C-Class ในอีกหลายปีต่อมา ผลงานการออกแบบโดย Bruno Sacco หัวหน้าฝ่ายออกแบบผู้สร้างผลงานระดับตำนานมากมายในช่วง 1975 – 1999 ไม่ว่าจะเป็น S-Class W126, W140 รวมถึง R129 SL convertible ซึ่งเกือบทุกรุ่นที่ผ่านมือล้วนถูกยกย่องว่าเป็น
มาทำความรู้จักกับ Alex Turner หัวหอกวงลิงซน ที่เขาว่ากันว่าเป็นอัจฉริยะของการเขียนเพลง
รถที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Iconic ที่ดีที่สุดในกลุ่ม Luxury sedan ต้องมีพื้นที่สำหรับ Jaguar XJ อยู่ในนั้น ด้วยระยะเวลาทำตลาดที่ยาวนานกว่า 50 ปี ก่อนจะเกษียณตัวเองอย่างถาวรไปในปี 2019 ตลอดระยะเวลานั้น ตัวถังที่สวยงามและหายากเหมาะแก่การสะสมที่สุดก็คือ XJ Coupe Mk II generation ทำตลาดในช่วงปี 1975 -1978 ผลิตออกมาทั้งหมดจำนวน 10,500 คัน วันนี้สำนักแต่งรถเลือด Polish ชื่อ “Carlex Design Studio” ได้เปิดโปรเจคปั้น Jaguar XJ Coupe ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ custom Jaguar XJ Coupe จะเป็นโปรเจคล่าสุดภายใต้ “Carlex Jewel line” ซึ่งจะเน้นการปั้นตัวถังรถ classic cars ให้มีความทันสมัยด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง แน่นอนว่าอาจจะไม่ถูกใจนักอนุรักษ์ของเดิม เพราะจากภาพที่เราเห็นนั้นมันคือ Restomod XJ Coupe
ก่อนหน้านี้ทุกสำนักรีวิวต่างยกให้ Cayman GT4 เป็น 718 ที่ดีที่สุด ดีไม่แพ้ 911 แต่ปัจจุบันตำแหน่งนั้นคงต้องเปลี่ยนมือเสียแล้ว เพราะนี่คือโมเดลที่จัดจ้านยิ่งกว่าในบอดี้ 718 ที่มากับราคาเท่า 911 Turbo S เป็นเวอร์ชั่นที่เต็มที่สุดทุกด้านด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเท่าที่ Porsche มี จนเราต้องถามตัวเองว่า 911 ยังจำเป็นไหมต่อจากนี้ Porsche เปิดตัว 718 Cayman GT4 RS ครั้งแรกกับรหัสที่ร้อนแรงที่สุดของ 718 Cayman รถสปอร์ต mid-engined น้องเล็กแต่ขุมพลังไม่เล็กตาม หันมาใช้เครื่องยนต์ความจุ 4.0 ลิตร NA flat-six ที่ยืมมาจากรุ่นพี่ใหญ่ 992-gen 911 GT3 ในบอดี้ที่เล็กกว่า จึงให้สมรรถนะที่ดีกว่าเป็น 493 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร สามารถลากรอบได้ถึง 9,000 rpm กับน้ำหนักตัวที่เหลือเพียง 1,463 กิโลกรัม
ช่วงเวลานี้คงไม่มีข่าวไหนสะเทือนใจและช็อคใจเท่ากับเหตุการณ์การเหยียบกันตายในงานเทศกาลดนตรี Astroworld Festival ในช่วงเวลาที่ Travis Scott กำลังโชว์อย่างเมามันส์ จนนำไปสู่การเสียชีวิตถึง 10 ราย และบาดเจ็บไปอีกเป็นจำนวนมาก สังเวยความหละหลวมของทีมงานและนำไปสู่การสอบสวน และทำให้ Travis Scott ตกเป็นจำเลยของสังคมในทันที แต่เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่คอนเสิร์ตครั้งแรกที่เกิดโศกนาฏกรรมอันแสนโหดร้าย เรามาย้อนดูกันว่า เกิดเหตุสลดอะไรบ้างที่ทำให้งานคอนเสิร์ตกลายเป็นฝันร้ายเพียงชั่วข้ามคืน เรามาไล่ระดับจากการเสียชีวิตหลักสิบสู่หลักร้อยว่าสาเหตุสำคัญของโศกนาฏกรรมเหล่านั้นเกิดขึ้นจากอะไร 10. Roskilde Festival June 30, 2000 — Roskilde, Denmark ผู้เสียชีวิต: 9 ราย สาเหตุ: เหยียบกันตาย ความเมามันในเทศกาลดนตรีชื่อดังของประเทศเดนมาร์ค Roskilde Festival กลับกลายเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของผู้ชมทั้ง 9 คน หลังจากที่วงเฮดไลน์อย่าง Lou Reed, Iron Maiden และ Oasis ได้เล่นเสร็จสิ้นไปแล้ว ก็ถึงเวลาของราชากรันจ์ในตำนานอย่าง Pearl Jam ขึ้นวาดลวดลายบนเวที Orange Stage
ในสารพัดรุ่นย่อยของ Ford Mustang จะเรียงความยิ่งใหญ่นับจากรุ่น GT, Mach 1, Boss, GT350 และรุ่นสูงสุดในตระกูลก็คือ Shelby GT500 ใช้ขุมพลัง 5.2-liter supercharged Predator V8 760 แรงม้า ซึ่งเปิดตัวไปล่าสุดในปี 2020 ล่าสุดก็ถึงเวลา refresh ความสดใหม่ ด้วยการเปิดตัว “GT500 Heritage Edition” ใช้แรงบันดาลใจจากตำนานรุ่นเก๋า 1967 Shelby GT500 ของ Carroll Shelby รถ Iconic car ในโทนสีฟ้า Brittany Blue มาโมดิฟายอย่างบ้าคลั่งจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสัญลักษณ์จงอางอสรพิษ และเป็นรถที่เจ้าตัวภาคภูมิใจที่สุดคันนึง ใน edition ใหม่นี้เป็นการอัพเดทลุคภายนอกด้วยการนำสีฟ้า Brittany Blue กลับมาใช้อีกครั้ง แต่ถ้าลูกค้าต้องการ Wimbledon White stripe เส้นสีขาวพาดกลางรถ สัญลักษณ์ที่สร้างโดย


