“ครั้งแรกที่ Lambretta ติดต่อมาโอ้รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเราเองเป็นคนที่ชอบสกู้ตเตอร์ สะสมแลมอยู่แล้ว การที่วันนึงมีโอกาสได้มาเป็นตัวแทนของ Lambretta มันเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายมากจริง ๆ” นี่คือความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับ Lambretta ของ ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ หนุ่มอารมณ์ดี เจ้าของดีกรีพระเอกพันล้าน ที่มีอีกด้านของชีวิตเป็นสาวกแลมตัวยง ชนิดที่ว่าเจาะเลือดออกมาตรวจดูก็จะเจอความเป็น #เลือดกรุ๊ปแลม ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกันเลยทีเดียว และวันนี้เราจะชวนชาว UNLOCKMEN ไปดูความเข้มข้นใน #เลือดกรุ๊ปแลม ของ ‘มาริโอ้’ ไปพร้อมกัน นับย้อนไปตั้งแต่วันที่ผู้ชายคนนี้เริ่มมีใจให้กับ Lambretta “จุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้มาเจอกับ Lambretta ต้องขอย้อนไปตั้งแต่วัยเด็กก่อน เพราะโอ้ถูกปลูกฝังความเป็นนักสะสมมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่ออยากให้ลูกมีงานอดิเรก ก็เลยแนะนำให้ลองหาของสะสมดู เราก็เริ่มจากสะสมเหรียญเก่า ธนบัตรเก่าทั้งของไทย ของนอก ทำให้มีความเป็นคนชอบของวินเทจ พอโตมาหน่อยก็เริ่มสนใจในเสื้อผ้าวินเทจ ฟิกเกอร์ ของเล่นต่าง ๆ รวมถึงสกู้ตเตอร์เก่า แล้วพอมาเจอรุ่นพี่ขี่แลม 2 ก็เป็นเรื่องเลย รู้สึกว่าสวยจัง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากสะสม Lambretta ตั้งใจไว้ว่าถ้าหาเงินได้เมื่อไหร่จะต้องมีแลมเป็นของตัวเองให้ได้ จนสุดท้ายก็ได้แลม 2 มาเป็นคันแรกในครอบครอง โอ้ชอบความ
เปิดรับความสดใส ด้วยสีสันแห่งฤดูร้อนจากทางฟากฝั่งยุโรปที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา กับ Maurice Lacroix AIKON Automatic Limited Summer Edition เรือนเวลาคอลเลกชั่นพิเศษ ที่มีเพียงรุ่นละ 888 เรือนทั่วโลกเท่านั้น จากความนิยมของคอลเลกชั่นนาฬิกา AIKON ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิการุ่นไอคอนิกแห่งตำนานยุค 90s อย่าง Calypso ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 สู่การต่อยอดตำนานที่เร้าใจยิ่งกว่า ด้วยเฉดสีที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน กับสีสันแห่งฤดูร้อนที่ถูกถ่ายทอดลงบนหน้าปัด และสายนาฬิกาแบบ Integrated ของ AIKON Automatic Limited Summer Edition รุ่นล่าสุด ที่สะท้อนจิตวิญญาณนาฬิกาสปอร์ตผ่านตัวเรือนทรงกลมพร้อมหน้าปัดตกแต่งลวดลาย Clous de Paris แบบด้าน ขับเน้นเสน่ห์ของฤดูร้อนผ่านแสงเงาของสีสันที่งดงามในทุกมุมมอง ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ทั้งการใช้ชีวิตแบบ Urban ในเมืองใหญ่ หรือการสวมใส่พักผ่อนในวันสบาย ๆ Maurice Lacroix AIKON Automatic Limited Summer Edition พร้อมให้ทุกคนสัมผัสความสดใส กับเฉดสีที่มีชีวิตชีวาของฤดูร้อน ผ่านตัวเรือน
ยังคงเดินทางส่งต่อความรักไซส์ BIG อย่างต่อเนื่องมาจนถึงครั้งที่ 5 กับทริป MINI BIG LOVE STORY เมื่อวันที่ 24 – 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา และครั้งนี้แน่นอนว่าเราก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพความประทับใจมาฝากชาว UNLOCKMEN เหมือนเช่นเคย สำหรับทริปนี้ทาง MINI THAILAND ได้รวมพลเหล่า #MINIster กลุ่มคอมมูนิตี้คนรัก MINI กว่า 20 ครอบครัว มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางจังหวัดจันทบุรี เพื่อสานต่อ BIG LOVE STORY ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่สวยงามของเมืองจันท์ ไม่ว่าจะเป็น ทะเล ภูเขา เมืองเก่า และป่าชายเลน กับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ช่วยสนับสนุนวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น รวมไปถึงร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม จัดเต็มกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนาน และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของครอบครัวชาว MINI ได้เป็นอย่างดี โดยทริป MINI BIG LOVE STORY ที่จังหวัดจันทบุรี นั้นเริ่มกิจกรรมแรกด้วยการพากลุ่ม MINIster ไปช้อป ชม
บอกเลยว่าอย่าง Hype งานนี้ถูกใจทั้งเกมเมอร์ และเหล่า Sneaker อย่างแน่นอน กับ Onitsuka Tiger x Street Fighter 6 งาน Collab ระหว่าง 2 แบรนด์ตัวพ่อเแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง Onitsuka Tiger และ CAPCOM Co., Ltd. ที่ร่วมมือกันเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยครั้งนี้ได้มีการสร้างสรรค์รองเท้ารุ่นใหม่อย่าง ENDACTUS™ ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเกม Street Fighter 6 ภาคใหม่ล่าสุดที่วางขายไปเมื่อ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา ดีเทลของรองเท้าจัดเต็มกลิ่นอายของตำนานเกมต่อสู้ชื่อดัง มีการตกแต่งด้วยโลโก้ Onitsuka Tiger ที่ส้นเท้าด้านซ้าย และโลโก้ Street Fighter ที่ส้นเท้าด้านขวา พร้อม Packaging อย่างกล่องรองเท้าและถุงช็อปปิ้งที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโลโก้ Street Fighter 6 เช่นกัน นอกจากนี้
กว่าจะขึ้นแท่นตำนานเจ้าสมุทรของ OMEGA ในทุกวันนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องราวจุดเริ่มต้นของ Seamaster ต้องย้อนไปในปี 1932 ซึ่ง ณ ขณะนั้นชื่อของ Seamaster ยังไม่ถูกกล่าวขาน แต่เป็นปีที่โลกได้รู้จักกับบรรพบุรุษของ Seamaster อย่าง OMEGA “Marine” เรือนเวลาที่มาจากฝันอันทะเยอทะยานในการสร้างนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีสำหรับใช้งานใต้น้ำ เพียบพร้อมไปด้วยนวัตกรรมที่สามารถนำนักสำรวจให้ดิ่งลึกไปยังโลกเบื้องล่างที่ไม่มีใครรู้จัก นอกจากนี้ “The Marine” ยังครองตำแหน่งนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของโลกที่วางจำหน่ายให้แก่พลเรือน ถือเป็นการปูเส้นทางให้กับอนาคตของนาฬิกาดำน้ำ ก่อนที่ OMEGA จะให้กำเนิด Seamaster ในปี 1948 หลังจากผ่านมา 16 ปี ก็ได้เวลาที่ประวัติศาสตร์ของ Seamaster เริ่มต้นจารึกเรื่องราวปฐมบท เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในปี 1945 ทาง OMEGA ได้ใช้เวลาหลังจากนั้นร่วม 3 ปี ในการนำความรู้ทางการทหารจากประสบการณ์การสนับสนุนเครื่องบอกเวลาให้เหล่านักบินของกองทัพอากาศ และราชนาวีแห่งสหราชอาณาจักรมากกว่า 110,000 เรือน มาประยุกต์ให้เป็นคอลเลกชั่นเรือนเวลาสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน และผลลัพธ์ที่ได้คือนาฬิกา OMEGA Seamaster ซึ่งเปิดตัวในปี 1948
“อยากใช้ชีวิตให้เต็มที่” ถ้อยคำนี้คงกำลังสะท้อนดังอยู่ในใจของใครหลายต่อหลายคน ยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยเป้าหมาย และไลฟ์สไตล์ที่โคตรจะหลากหลาย การได้มีพลังใช้ชีวิตแบบไม่มีสะดุด พร้อมใส่สุดในทุกกิจกรรม ย่อมเป็นสิ่งที่หัวใจของพวกเขาเหล่านั้นเรียกร้องต้องการอย่างยากจะปฏิเสธ จาก Insight ดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดี ที่ ROCKSTAR บูสเตอร์ดริ้งค์กระป๋องดาวสุดเท่จากอเมริกาเล็งเห็น พร้อมเดินหน้าลุยตลาดในประเทศไทย กับการเจาะกลุ่มเป้าหมายคนทำงานรุ่นใหม่ในช่วง Gen Millennials – Gen Z ที่มีไลฟ์สไตล์ “Work Hard, Play Harder” และต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมเต็มพลังให้กับการใช้ชีวิตแบบเต็มที่ในทุกวัน ด้วยจุดเด่นของ ROCKSTAR ที่วาง Position ไว้เป็นเครื่องดื่มเติมพลังระดับพรีเมียม มีภาพลักษณ์ทันสมัย โดดเด่นด้วยความสดชื่น ซาบซ่า รสชาติกลมกล่อม และยังเป็นเครื่องดื่มผสมกาเฟอีนที่พร้อมเป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่สาย Healthy ด้วยส่วนผสมของวิตามินซี – วิตามินบีรวม, โสมสกัด (Ginseng Extract) และ Taurine มีให้เลือกทั้ง ‘สูตรออริจินัล’ และ ‘สูตรไม่มีน้ำตาล’ และการจะยืนหนึ่งในตลาด คงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ Product
สาวกเรือนเวลาน่าจะรู้จักกันดีกับกิตติศัพท์ 9S Caliber กลไกจักรกลที่ Grand Seiko แบรนด์นาฬิกาลักซ์ชัวรี่ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี ได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่พร้อมเปิดตัวเมื่อปี 1998 และได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ของจุดเริ่มต้นยุคใหม่แห่งการผลิตนาฬิกากลไกจักรกลของ Grand Seiko นับเป็นมาตรฐานของประสิทธิภาพความเที่ยงตรงใหม่ ‘Grand Seiko Standard’ ถูกกำหนดขึ้น โดยเป็นระดับที่เหนือกว่ามาตรฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในอุตสาหกรรมวงการนาฬิกามานานกว่า 25 ปี เนื่องในโอกาสพิเศษแบบนี้ Grand Seiko จึงได้จัดงาน The World of Grand Seiko เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปี Grand Seiko 9S Caliber พร้อมเปิดตัว Grand Seiko Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ซึ่ง Grand Seiko Pop
เมื่อพูดถึงแบรนด์ ALBA ภาพสะท้อนของเรือนเวลาที่เข้มข้นไปด้วยจิตวิญญาณความเป็นญี่ปุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยความประณีตของงานออกแบบ รวมไปถึงคุณภาพที่ถูกส่งต่อจากรุ่นพี่อย่าง SEIKO คือคาแรคเตอร์อันชัดเจนของนาฬิกา ALBA ที่ตอกย้ำคอนเซ็ปต์หลักอย่าง The Reflection of Japan ออกมาได้อย่างหนักแน่น และ DNA ของแบรนด์ที่เด่นชัดได้ถ่ายทอดสู่ ALBA SPORTIVE THAILAND CREATION ที่มาพร้อม 3 สีใหม่ล่าสุด สะท้อนภาพความสปอร์ต เท่ สนุกสนาน ตอบโจทย์ทุกสไตล์ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว กับดีไซน์สปอร์ตเทรนดี้ที่แอบแฝงไปด้วยความสง่างาม ซึ่ง ALBA SPORTIVE THAILAND CREATION เป็นนาฬิกามาพร้อมกลไกการทำงานแบบอัตโนมัติ ตัวเรือนและสายผลิตจากวัสดุสเตนเลสสตีลคุณภาพ การันตีมาตราฐานโดย SEIKO โดดเด่นด้วยหน้าปัดซันเรย์ 3 สี เล่นกับแสงได้อย่างงดงามยามที่สวมใส่ ตัวเรือนมีขนาดกำลังเข้าข้อที่ 43 มม. พร้อมช่องหน้าต่างย่อยแสดงวันที่และวันประจำสัปดาห์ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ระดับเดียวกับเม็ดมะยม รับกับหลักชั่วโมงและชุดเข็มเคลือบสารเรืองแสง ช่วยให้สามารถอ่านค่าได้ง่ายแม้ในที่แสงน้อย สวมใส่สบายด้วยสายแบบบานพับปลดล็อคด้วยปุ่มกด และเสริมประสิทธิภาพการกันที่ระดับ 100 เมตร
หลังจากได้ยินข่าวการร่วมมือระหว่าง Xiaomi และ Leica เชื่อว่าหลายคนคงอยากเห็นศักยภาพของกล้องจากมือถือตระกูล Ultra ซึ่งจัดได้ว่าเป็นแรงค์เรือธงที่แท้ทรูของ Xiaomi และเมื่อช่วงหัวค่ำของวันอังคารที่ 18 เมษา ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ก็ถึงเวลาประกาศศักดาของ Xiaomi 13 Ultra ซึ่ง Matt Stuart ช่างภาพสายสตรีทชื่อดังชาวอังกฤษให้คำนิยามว่า “This is a camera phone, not a phone with a camera.” กันเลยทีเดียว โดยคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพของ Xiaomi 13 Ultra เรียกได้ว่าจัดมาแบบดุดันไม่เกรงใจใคร ด้วย Quad camera with six focal lengths กล้องถ่ายภาพ 4 ตัวหลัก ครอบคลุมระยะ 0.5x to 10x เทียบเท่าระยะเลนส์ 12 –
“เมื่อพูดถึง Honda Monkey สิ่งแรกเราที่นึกถึงคือ ความสนุก ความซน ความน่ารัก แล้วก็นึกถึงดีไซน์ที่มีความ Iconic เป็นมินิไบค์ที่มาพร้อมงานออกแบบสุดคลาสสิก ซึ่งสร้างภาพจำได้อย่างชัดเจนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน” นี่คือคำตอบแรกจากปากของ ‘ปิ๊น–อนุพงศ์ คุตติกุล’ หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ ‘ปิ๊น Carnival’ หลังจากที่เรามีโอกาสได้นั่งเสวนาถึงเรื่องราวของ Honda Monkey มินิไบค์ระดับ Iconic ลิงน้อยจิ๋วแต่จี๊ด ที่ครองใจผู้คนมาอย่างยาวนานร่วม 60 ปี ซึ่งหัวเรือใหญ่แบรนด์ Carnival ได้เล่าให้ฟังถึง Monkey รุ่นเด่นในดวงใจว่า จาก Monkey มากมายหลายรุ่นที่เคยสัมผัสและผ่านตามาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก เขาขอยกตำแหน่งหนึ่งเดียวคันนี้ให้กับ Monkey Baja Africa กับงานออกแบบที่แสบซ่าแตกต่าง และมันช่างตราตรึงใจมาจนถึงทุกวันนี้ “จริง ๆ แล้ว Monkey ที่เราชอบนี่มีหลายรุ่นมาก ๆ เพราะแต่ละรุ่น แต่ละปี เค้าจะมีรุ่นใหม่ ๆ ดีไซน์ใหม่ ๆ รวมถึงรุ่นพิเศษ Limited Editon


