สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชื่นชอบกีฬาอเมริกันฟุตบอล NFL อเมริกันเกมสุดมันคงรู้ดีว่าตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนที่การแข่งขันในฤดูกาล 2019-2020 จะเริ่มขึ้น โดยความพิเศษของปีนี้คือวาระครบรอบ 100 ฤดูกาลของ NFL โดยส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครั้งนี้คือคอลเลกชันรองเท้า Nike Air Zoom Pegasus 36 แพ็คพิเศษ การแข่งขันนัดเปิดสนามของศึกคนชนคนในฤดูกาล 2019-2020 ระหว่าง Green Bay Packer และ Chicago Bears จะเป็นการประเดิมฤดูกาลแข่งขันที่ 100 ของ The National Football League (NFL) นับตั้งแต่เริ่มแข่งขันครั้งแรกในวันที่ 20 สิงหาคม ปี 1920 ซึ่งในฤดูกาลนี้ทางลีกเตรียมเฉลิมฉลองไว้อย่างยิ่งใหญ่ รวมถึงทาง Nike ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักด้านชุดแข่งก็เตรียมคอลเลกชันรองเท้าชุดพิเศษออกมา โดยเลือกโมเดลรองเท้าวิ่งอย่าง Nike Air Zoom Pegasus 36 ตอนนี้ Nike Air Zoom Pegasus 36 ‘NFL Pack
นอกจากชีวิตที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ผู้ชายอย่างเรามักเลือกเติมเต็มความสุขให้ตัวเองด้วยกิจกรรมที่ทำหัวใจต้องเต้นรัวพร้อมอะดรีนาลีนในร่างกายที่สูบฉีด เพราะคนมันส์ ๆ แบบพวกเราไม่เคยปล่อยให้ไลฟ์สไตล์ขาดความตื่นเต้นและท้าทายของกีฬา การแข่งขัน และประสบการณ์แบบสุดขั้วแต่ละครั้ง ที่มีโอกาสพบเจอในชีวิตก็ทำให้เราได้เติมฮอร์โมนชนิดนี้เข้าไปเสมอ แต่สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ความชื่นชอบในกีฬามอเตอร์สปอร์ต แน่นอนว่าคงไม่มีอะไรจะเจ๋งไปกว่านี้ กับการมีโอกาสได้นั่งชมการแข่งขันรถยนต์ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของวงการ นั่นคือการแข่งขัน “รถสูตรหนึ่ง” หรือ Formula 1 ซึ่งแค่การนั่งชมอยู่หน้าทีวีก็ยังทำให้ลุ้นกันจนตัวโก่งได้ แต่จะเจ๋งแค่ไหนถ้าวันหนึ่งคุณเลือกจะเดินทางไปนั่งชมสัมผัสบรรยากาศเต็มทุกโสตประสาทแบบติดขอบสนามด้วยตัวเอง และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพราะหนึ่งในสนามแข่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการแข่งขันนี้อยู่ใกล้แค่เพียงประเทศสิงคโปร์เพื่อนบ้านของเรานี่เอง Formula 1 (F1) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ FIA Formula One World Championship การแข่งขันรถระดับสูงสุดที่มีจุดเริ่มต้นขึ้นในปี 1950 เป็นการแข่งขันรถยนต์ที่นั่งเดี่ยวที่ถูกสร้างขึ้นมาตามกติกา ปัจจุบันใช้ความเร็วสูงสุดในการขับขี่ได้ถึง 360 กิโลเมตร/ต่อชั่วโมง ทำให้มันกลายเป็นทัวร์นาเมนต์แห่งความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจ เสียงเครื่องยนต์ที่คำราม กลิ่นของยางและเบรกที่สร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี และการไล่บี้กันชิงตำแหน่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งผู้ชนะจะไม่มีคำว่าโชคช่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะนี่คือการแข่งขันที่ทั้งทีมเบื้องหน้า เบื้องหลัง และแม้แต่ตัวนักแข่งเองต้องทำงานหนักกันครบทุกตำแหน่ง ตั้งแต่นักขับที่เป็นเหมือนหัวใจหลัก ไปจนถึงทีมช่าง และทีมโค้ช ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกัน ด้วยมนต์เสน่ห์นี่เองก็ทำให้แต่ละปีมีคนทั่วโลกตั้งตารอชมการแข่งขันมากกว่า 600 ล้านคน และตัวเลขผู้ชมก็ดูจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะสำหรับฤดูกาลของปี 2019
‘ดนตรี’ เกิดจากจังหวะ ท่วงทำนอง และคำร้องที่ผนวกรวมกันจนเกิดเป็น ‘เครื่องมือ’ ที่มนุษย์ใช้เพื่อระบายความทุกข์ บำบัดความกังวล หรือแม้แต่บันดาลความสุขของบางคน แล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าดนตรีนั้นสอดแทรกอยู่ในแทบทุกอณูชีวิตของผู้ชายเราเสมอ บางครั้งดนตรีอาจทำให้คุณดำดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ปัจจุบัน บ้างก็พาเตลิดไปยังอนาคตและยั้งคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเกิด แต่สำหรับ LENNON’S บาร์เหล้าย้อนยุคแห่งนี้ ดนตรีเปรียบดั่งขุมพลังมหาศาลที่มีอำนาจมากพอจะพาคนเคลื่อนย้ายและย้อนเวลาไปยังอดีต เสียงเพลงเก่าแก่จากเครื่องเล่นโบราณกำลังพาเหล่าสุภาพบุรุษกลับไปยังยุค 70s ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยุคเฟื่องฟูที่สุดของดนตรีอีกครั้ง LENNON’S – ROSEWOOD BANGKOK แวบแรกที่ก้าวออกจากลิฟต์ราวกับหลุดเข้ามาอีกโลกที่ไม่คุ้นตา แต่รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ยืนคิดอยู่สักพักก็พอนึกออกว่าแท้ที่จริงแล้วเราย้อนกลับมายังยุค 70s อันเป็นยุคที่แผ่นเสียงไวนิลและเทปคาสเซ็ทกำลังรุ่งเรือง ตามตู้เก่าถูกประดับประดาด้วยแผ่นไวนิลกว่า 6,000 แผ่น เข้าแถวเรียงรายและรอต้อนรับเราตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือน แล้วคาดว่าบาร์แห่งนี้คงเป็นคลังเสียงระดับพรีเมียม ที่รวมคอลเลกชันไวนิลไว้มากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลย ความรักในดนตรี และ NOSTALGIA แห่งยุค 70s ด้วยฝีมือของบริษัทออกแบบภายในชื่อดังระดับโลกอย่าง AvroKO ช่วยรังสรรค์พื้นที่เล็ก ๆ ของย่านเพลินจิตให้กลายบาร์เหล้าสุดเท่ควบช็อปไวนิลทรงเสน่ห์น่าหลงใหล LENNON’S ถูกดัดแปลงให้เป็นช็อปเล็ก ๆ ที่หนุ่ม ๆ ผู้หลงรักเสียงดนตรีสามารถมาเลือกชอปแผ่นเสียงไวนิลและเทปคาสเซ็ทได้ตามชอบ การตกแต่งร้านเน้นหนักวัสดุไม้ หินอ่อน และชูความโดดเด่นของโคมระย้าที่ได้แรงบันดาลใจจากแผ่นเพลง สะท้อนความเป็น art deco
เราอาจจะเคยเจอภาพยนตร์ที่ดัดแปลงและสร้างจากชีวิตจริงมานับครั้งไม่ถ้วน บางเรื่องก็เป็นหนัง Feel good หรือบางเรื่องอาจจะเศร้าจนลืมไม่ลง สำหรับปีนี้ก็มีหนังชีวประวัติหลายเรื่องที่ออกฉายให้เราได้ชมกัน แต่คาดว่าคงไม่มีภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่องไหนในปีนี้ที่เจ็บเท่ากับ Honey Boy (2019) อีกแล้ว เหตุที่เราบอกว่าหนังเรื่องนี้เจ็บ นั่นเป็นเพราะ Honey Boy เป็นภาพยนตร์กึ่งชีวประวัติที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของนักแสดงชายชื่อดัง Shia LaBeouf ที่เมื่อก่อนเราคุ้นหน้าคุ้นตาเขาเป็นอย่างดีกับหนังบู๊แฟรนไชส์เรื่อง Transformers และหลังจากนั้นเขาก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงที่คนวงการบันเทิงด้วยกันเบือนหน้าหนี เพราะความแปลกและความอินดี้ที่เกินจะรับไหว Shia LaBeouf ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างในวงการภาพยนตร์ตั้งแต่การแสดงหนังบล็อกบัสเตอร์ หนังอินดี้ ไปจนถึงเล่นหนัง Rate-R แต่ไม่ว่าความท้าทายที่เข้ามาเป็นอะไร เขาก็พร้อมกระโจนใส่เสมอเช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เขาก็ลองอะไรใหม่ ๆ อีกหนด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์และแสดงเองในเรื่อง Honey Boy Honey Boy เรื่องราวว่าด้วยชีวิตจริงของชายที่ชื่อว่า Shia LaBeouf ตั้งแต่วัยเด็กก่อนก้าวเข้าสู่วงการฮอลลีวูด Jeffrey LaBeouf พ่อของเขาเป็นทหารอเมริกันที่ผ่านศึกสงครามเวียดนามผู้ตกงานนับครั้งไม่ถ้วน ขี้เมาและชอบทำร้ายร่างกายลูก แถมยังเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางอยู่บ่อยครั้ง ชีวิตวัยเด็กของ Shia LaBeouf จะต้องดำเนินไปตามความต้องการของพ่อ เติบโตมากับการเลี้ยงดูสไตล์ฮิปปี้ สิ่งที่พ่อต้องการจากตัวเขาคือความโด่งดัง ชื่อเสียงและเงินทอง โดยที่ไม่ถามว่าเด็กหนุ่มมีความฝันหรืออยากจะทำอะไร เมื่อพ่อขี้เมาพยายามทำตัวเป็นป๋าดันให้เด็กหนุ่มเข้าสู่วงการบันเทิง การต่อต้านของเขาจึงเผชิญผลลัพธ์สุดเจ็บปวด
ย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คณะดนตรี Guns N ‘Roses วงร็อกระดับตำนานแห่งยุค 80 ได้ยื่นฟ้องร้องบริษัท ‘Oskar Blues Brewery’ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเบียร์แห่งหนึ่งในรัฐ Colorado โทษฐานนำชื่อวง Guns N ‘Roses ไปตั้งเป็นชื่อแบรนด์เบียร์ตัวเองหน้าตาเฉย! งานนี้เล่นเอาเสด็จพ่อทั้งหลายถึงกับฉุนจัด เพราะสมาชิกดั้งเดิมอย่าง Axl Rose, Slash และ Duff McKagan ถึงกับรวมตัวกันเพื่อทุบ เอ๊ย! ฟ้องร้องบริษัทเบียร์นี้โดยพร้อมเพรียงกัน เอาให้รู้ไปเลยว่ากำลังเล่นกับใครอยู่ โดยได้ตั้งข้อพิพาทจำเลยว่า “ล่วงละเมิดนำชื่อวงไปใช้ขายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และจงใจทำให้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของวงเสื่อมเสีย” นอกจากนั้นวงยังแจ้งอีกข้อกล่าวหาว่า Oskar Blues Brewery ได้นำชื่อวงไปใส่ในสินค้าประเภทอื่นอย่าง เสื้อยืด ผ้าโพกผม และสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยทาง Oskar Blues Brewery เผยว่าเคยยื่นเรื่องขออนุญาตใช้โลโก้ที่มีชื่อ Guns N ‘Roses ไปแล้วแต่ไม่ผ่าน (เขาไม่ให้แล้วยังใช้ต่อ ช่างกล้า!) แต่หลังจากถูกยื่นฟ้อง ทางบริษัทก็ลบภาพสินค้าทั้งหมดออกจากเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บทสรุป: ล่าสุดทางสำนักข่าว Reuters
ถ้าพูดถึง Chevrolet Camaro ผู้ชายอย่างเราคงรู้ดีถึงความสวยงามและสมรรถนะของอเมริกันมัสเซิลคาร์คันนี้ ที่ถูกปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นรถที่เร็วไม่แพ้ใครบนท้องถนน ผู้ผลิตเองก็ยังไม่ยอมหยุดพัฒนา เลยจัดการเปลี่ยนสัญชาติมันเป็น EV Muscle Car ที่มีความแรงไม่น้อยไปกว่าเครื่องยนต์สันดาปเลย Chevrolet Camaro eCOPO เคยอวดโฉมไปแล้วก่อนหน้านี้ในงาน SEMA 2018 โดยเป็นรถยนต์คอนเซปต์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเชฟโรเลตและ Hancock and Lane Racing ทีมที่พัฒนารถแข่งแบบวิ่งทางตรง (Drag) โดยมีต้นแบบมาจาก Chevrolet Camaro COPO รุ่นปี 2019 เพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 1969 Chevrolet COPO Camaro ตำนานของค่าย ด้วยการใช้โทนสี Laguna Blue เหมือนกัน เป้าหมายคือการสร้าง Camaro ในระบบส่งกำลังไฟฟ้าขึ้นมาเพื่อแทนที่เครื่องยนต์ V8 แบบไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างดั้งเดิมของตัวรถ โดยขุมพลังของมันถูกแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า BorgWarner สองตัว ที่ได้พลังงานจากแบตเตอรี่ ลิเทียม-ไอออนขนาด 800 โวลต์ที่แบ่งออกเป็นสี่ก้อน แต่ละก้อนมีความจุ 200 โวลต์ที่วางกระจายตามส่วนต่าง ๆ ของรถที่สร้างสมดุลด้วยการส่งน้ำหนักไปที่ด้านหลังของตัวรถ
ไม่ว่าใครก็รู้ดีว่าผู้ชายกับรถยนต์นั้นเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร รถเปรียบเสมือนของคู่ใจที่ผู้ชายเราแทบขาดไม่ได้ สำหรับบางคนมันเป็นเพียงเครื่องทุ่นแรงในการเดินทาง มีประโยชน์ตอนขับไปง้อสาวหรืออวดความเท่บนท้องถนนเท่านั้น แต่กับผู้ชายบางคนรถยนต์มีคุณค่าและสำคัญยิ่งกว่านั้น เพราะมันคือลูกชายสุดที่รักและเปรียบดั่งชีวิตจิตใจของผู้ชายเราเลยก็ว่าได้ ต่อให้คุณจะหมั่นทำความสะอาดและขัดสีฉวีวรรณรถขนาดไหน ก็ไม่ได้แปลว่าพวกคุณจะสามารถเข้าใจความรู้สึกและความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับรถได้ทั้งหมด วันนี้ UNLOCKMEN เลยอยากชวนหนุ่ม ๆ มาถอดรหัสจากสัญญาณเตือนที่บอกว่าลูกชายของคุณคันนี้กำลังเริ่มมีปัญหาแล้ว! เสียงตบที่เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วรถ ขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งบนท้องถนน หากคุณได้ยินเสียงตบดังปับ ๆ เป็นสัญญาณที่บอกว่ายางล้อรถของคุณกำลังจะแย่ เพราะเสียงตบที่เกิดขึ้นมาจากการที่ยางกำลังจะแยกตัวออกจากโครงยาง แล้วหากหนุ่ม ๆ ยังดึงดันขับรถด้วยความเร็วสูงจะยิ่งเพิ่มแรงเสียดทานและเกิดความร้อนตามมา จนท้ายที่สุดมันจะทำให้ยางและล้อรถของคุณสึกหรอ ไม่ก็หลุดออกไปจากคันรถเลย กลิ่นของแพนเค้กไซรัป สำนวนที่ว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ยังคงใช้ได้เสมอแม้กับเรื่องรถ เพราะเมื่อใดที่คุณได้กลิ่นหอมหวานราวกับไซรัปที่ราดบนแพนเค้กเล็ดลอดมาจากช่องเครื่องยนต์ นั่นแปลว่ารถยนต์ลูกรักของหนุ่ม ๆ เริ่มเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เพราะแท้ที่จริงกลิ่นหอมหวานที่ว่านั่นคือ Ethylene Glyco หรือสารประกอบอินทรีย์ที่ใช้ป้องกันการแข็งตัวจากความเย็น ซึ่งมันกำลังรั่วไหลและกระจายกลิ่นออกมาจนเตะจมูกคุณ แล้วนี่เป็นสัญญาณที่บอกว่าหม้อน้ำของคุณเก่า แตก หรืออาจชำรุดได้ แอ่งน้ำมันบริเวณที่จอดรถ เคยเป็นไหมครับ? เวลาจอดรถยนต์อยู่กับที่ แต่ไม่รู้ว่ามีน้ำมันที่ไหนรั่วซึมมาจากใต้ท้องรถ แล้วหนุ่มบางคนก็เลือกจะเพิกเฉยเพราะคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่จริง ๆ แล้วแอ่งน้ำมันใต้ท้องรถกำลังบอกว่าวันนี้อากาศค่อนข้างชื้น หรืออาจบอกว่าคุณลืมเสียบปลั๊กท่อระบายน้ำก็ได้ เมื่อคุณมองเห็นน้ำมันรั่วซึมออกมา โปรดสังเกตสีและตำแหน่งของมันให้ดี ถ้ามันเป็นน้ำเปล่าใส ๆ แปลว่ามันรั่วมาจากคอนเดนเซอร์เครื่องปรับอากาศ
เคยได้ยินคำถามนี้ไหม ‘คุณเป็น Dog Person หรือ Cat Person?’ รู้หรือไม่ว่าการแบ่งมนุษย์ออกเป็น ไทป์หมา และ ไทป์แมว คือหนึ่งในวิธีจำแนกอุปนิสัยที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายไม่น้อยไปกว่า Introvert หรือ Extrovert เลยทีเดียว เผลอ ๆ อาจเข้าใจได้ง่ายกว่าด้วยซ้ำไป เคยมีผู้เปรียบเปรยไว้ว่า “หมารู้สึกว่าทุกอย่างของมันขึ้นอยู่กับคุณ ส่วนแมวคิดว่าทุกอย่างของคุณขึ้นอยู่กับมัน” และความแตกต่างระดับสุดโต่งนี่เองที่ทำให้การจำแนกแบบนี้ถือกำเนิดขึ้นมา แต่ก็ใช่ว่าคนเลี้ยงหมาจะต้องเป็น Dog Person และคนเลี้ยงแมวจะต้องเป็น Cat Person เสมอไป แล้วถ้าคุณไม่ได้เลี้ยงทั้งสองอย่างจะรู้ได้อย่างไรว่าอยู่ไทป์ไหน? เรามาทำความเข้าใจสิ่งนี้ด้วยภาพอธิบายง่าย ๆ ด้านล่างนี้ไปพร้อมกันดีกว่า ภาพที่คุณเห็นด้านบนนี้อ้างอิงมาจากแบบทดสอบที่เรียกว่า ลักษณะบุคลิกภาพใหญ่ 5 อย่าง (Big Five personality traits) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ใช้อธิบายบุคลิกภาพและสภาพทางจิตใจของมนุษย์ เพียงแต่ในภาพนี้มีการปรับเปลี่ยนภาษาให้ง่ายต่อการเข้าใจมากขึ้น โดยสรุปความแตกต่างของคนไทป์หมาและไทป์แมวออกมาได้ดังนี้ ตัวเอง: Cat Person ชอบทำอะไรคนเดียว / Dog Person ชอบทำกิจกรรมแบบหมู่คณะ ทัศนวิสัย: Cat Person ไม่ทำตามระเบียบแบบแผน /
ใครจะคิดว่าชายผู้สร้างแบรนด์วิสกี้สัญชาติอเมริกันชื่อก้องโลกอย่าง Jack Daniel จะมีจุดเริ่มต้นต่ำยิ่งกว่าศูนย์เสียอีก จากเด็กกำพร้าตกอับ ต้องออกจากบ้านเพราะเกลียดแม่เลี้ยงตัวเองไปอาศัยอยู่กับนักเทศน์ คลุกคลีอยู่กับโบสถ์และก้าวสู่โลกกว้างด้วยการสร้างสุราที่โลกไม่ลืม ด้วยความมันสะใจกับเรื่องราวชีวิตของชายที่มีชื่อว่า Jack Daniel จึงทำให้ UNLOCKMEN สนใจใคร่อยากแบ่งปันให้ทุกคนได้รู้จักกับเขา ชายที่สร้างความประหลาดใจในครั้งวัยเยาว์จนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต มิสเตอร์ Jack Daniel ตัดสินใจจดทะเบียนโรงกลั่นสุราครั้งแรกปี 1866 โดยไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งข้างหน้าเหล้าที่เขาทำเองจะกลายเป็นที่นิยมของนักดื่มทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 หลังเขาลี้จากครอบครัวมาฝากเนื้อฝากตัวเติบโตในโบสถ์กับนักเทศน์ที่มีร้านขายและโรงกลั่นสุราชื่อ Dan Call เขาจึงมีโอกาสคลุกคลีกับการกลั่นสุรามาตั้งแต่เด็ก อยู่มาวันหนึ่งนักเทศน์ที่สอนเกี่ยวกับการหมักสุราให้กับ Jack Daniel ตัดสินใจหันหน้าเข้าหาศาสนาอย่างจริงจังจึงขายกิจการสุราทั้งหมดให้กับเขา เด็กหนุ่มจึงนำเงินมรดกที่ได้จากที่ดินของบิดาผู้ล่วงลับมาซื้อกิจการและสานต่อ การลงทุนครั้งนี้นับว่าคุ้มค่า เมื่อเด็กหนุ่มต่อยอดความสำเร็จด้วยการพัฒนาวิสกี้ของตัวเองมีคุณภาพโดดเด่นกว่าใคร ๆ ความโดดเด่นของวิสกี้ Jack Daniel มาจากกระบวนการผลิตและการกลั่นที่จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทดสอบกลิ่น รสชาติ ให้ได้มาตรฐานคุณภาพที่ดีที่สุด ที่สำคัญการคงอยู่ยาวนานกว่าร้อยปีของแบรนด์ยังใช้ผู้เชี่ยวชาญกลั่นสุราไม่ถึงสิบคน นอกจากนี้ที่ตั้งของโรงกลั่นวิสกี้ที่อยู่ในหุบเขาเมืองลินซ์เบิร์กยังมีน้ำพุใต้ดินไหลออกมาเป็นลำธาร ธารน้ำบริสุทธิ์ไร้ธาตุเหล็กนี้นำมาใช้ในกระบวนการผลิตสุราของ Jack Daniel ผสมกับข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวไรน์ รวมถึงวัตถุดิบอื่น ๆ ที่ถูกหมักอยู่ในถังไม้โอ๊กขาว บ่มจนได้สีทองอำพันพร้อมกับรสชาติอันยอดเยี่ยม แถมยังเป็นโรงกลั่นแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องในปี 1866
วันก่อนเราเห็นบทความจากเพจลงทุนแมน สรุปราคาค่าออกแบบโลโก้แบรนด์ดังสนนราคาหลายหลัก รู้สึกทึ่งทั้งงานและราคา เชื่อว่าพ่อแม่คนไหนผ่านมาเห็นและมีลูกเป็นกราฟิกจะต้องยิ้มภูมิใจอย่างแน่นอน ยกเว้น Microsoft กับ CocaCola ไว้สัก 2 แบรนด์เพราะเขาคิดราคาจ่ายไปพร้อมเงินเดือนแล้ว ส่วนโลโก้ Nike ราคานักศึกษาอันนั้นก็คงไม่ต้องพูดถึง ราคาสุดโหดที่จบด้วยงานมินิมัลเหล่านี้ ไม่มีอะไรเป็นบรรทัดฐานตายตัว อยู่ที่ความพอใจกับฝีมือล้วน แน่นอนว่าเบื้องหลังอาจจะมีแนวคิดอัดแน่นกว่าที่เห็นแต่ถ้าไม่เปิดเผยใครจะรู้? แถม “ความสวย” “ความเท่” เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทำให้เกิดช่องว่างราคามหาศาล ในตลาดเลยมีคนออกแบบงานได้ราคาแสนถูกและแพงให้เลือกตามความพอใจ ที่สำคัญวันนี้ยังมี AI เข้ามาเป็นทางเลือกสุดถูกเพิ่มให้อีกตัวด้วย! BRANDCROWD เป็นเว็บไซต์บริการออกแบบโลโก้ที่ใช้ AI ประมวลผลในพริบตาและเคลมว่าตัวเองก็อยู่ท็อป ๆ ของการออกแบบโลโก้เพื่อสร้างแบรนด์ครบวงจร คุณแค่คิดและลงมือพิมพ์ระบุสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่การออกแบบส่วนที่เหลือที่เกี่ยวข้องกับการใช้โลโก้เขาจะเตรียม Artwork พร้อมใช้ให้ได้ทุกส่วน บทความนี้ไม่เหมาะแก่การทุ่มเถียงเอาเป็นเอาตาย ด่า AI ไปก็ใช่เรื่อง เชิญพิสูจน์ความสามารถมันด้วยตาตัวเองแบบเดียวกับเราดีกว่า ใช้เวลาแค่ไม่ถึง 10 นาทีก็ได้โลโก้มาใช้งานแล้ว จากที่เข้าไปใช้ด้วยตัวเอง มันฉลาดกว่าที่คิดและเว็บไซต์นี้ประเมินผลไว และนี่คือ Tutorial เบา ๆ แนะนำการใช้ที่ยืนยันว่ามันง่ายจริงว่ะคุณ 1. พิมพ์ชื่อแบรนด์ที่ต้องการทำ


