เห็นนวัตกรรมชิ้นนี้ปุ๊บ สิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวเราทันทีคือโฆษณาฮอลคูลไปของลูกอมฮอลปี 2010 ที่ยังเป็นมีมมาจนถึงวันนี้ แต่เปลี่ยนจาก ‘ฮอลคูล’ ไปเป็น “ส่ง-ปลา-กู-ไป” แทน ใครที่เกิดไม่ทันให้หรือสงสัยว่ามันเกี่ยวกันยังไง ลองไปดูโฆษณาตัวนี้ก่อน เอาฮา ก่อนจะไปดูของจริงว่าอะไรที่ทำให้เราคิดถึงนวัตกรรมตัวนี้ ส่วนนี่คือพระเอกของเรา เจ้า Whooshh ปืนใหญ่ส่งปลาผ่านท่อ ชนิดที่ถึงปลายทางแล้วยังดิ้นดิ๊ก ๆ ลงไปว่ายน้ำต่อสบาย ๆ เหมือนยิงจรวด พรึ่บ! ไปถึงปลายทาง ดูจบเชื่อว่าเพลินมาก แต่ไอ้ที่มาพร้อมความเพลินแบบนี้คือความสงสัยว่า เฮ้ย! ทำไมคนเราถึงจะต้องทำ Hyperloop ไว้ส่งปลาแซลมอนบินผ่านหัว ทุ่มทุนสร้างขนาดนั้น มันคุ้มกันไหมเนี่ย ดังนั้น เราเลยเจาะไปถึงจุดตั้งต้นเลยว่า ไอ้นวัตกรรมชิ้นนี้เขามีไว้ทำไม จะขายได้ไหม แล้วดีแค่ไหนกันแน่ มาดูความเจ๋งของมันไปพร้อมกัน ไอเดียส่งปลา เริ่มต้นจากสวนส้ม ถึงจะดูประมงจ๋าขนาดไหน แต่ความจริงจุดเริ่มต้นของ Whooshh ได้ไอเดียตั้งต้นมาจากภาคเกษตรกรรมของรัฐวอชิงตัน เมื่อ 8 ปีที่แล้วระหว่างการทดสอบเก็บเกี่ยวผลผลิตภาคสนาม Vincent Bryan III ซีอีโอของ Whooshh สังเกตเห็นการขนปลาแซลมอนข้ามเขื่อนด้วยการนำมันใส่ถังขนาดใหญ่ด้วยเฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้า
คงไม่ได้มีเพียงค่ายรถชั้นนำในยุโรป อเมริกาหรือในเอเชียเท่านั้นที่เดินหน้าพัฒนาความเร็วให้รถพวกเขาแบบไม่เคยหยุดพัก เพราะค่ายรถขนาดกลางอย่าง Tushek จากประเทศสโลวีเนียก็เตรียมเปิดตัวไฮเปอร์คาร์คันใหม่ของค่ายอีกครั้งหลังจากหายเงียบไปจากวงการเกือบ 10 ปีเต็ม Tushek TS 900 H APEX คือชื่อของไฮเปอร์คาร์สายพันธุ์ไฮบริดสัญชาติสโลวีเนียจากค่ายรถที่ชื่อ Tushek ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีผลงานเป็นซูเปอร์คาร์ Tushek renovotio 500 ก่อนจะเงียบหายไปหลายปี ใครจะรู้ว่าพี่เขาไปซุ่มเงียบพัฒนารถ Prototype คันใหม่ของค่ายกันอยู่ โดยจะเปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการในงาน Salon Prive ที่กำลังจะจัดขึ้นในประเทศอังกฤษ มองกันที่ดีไซน์ภายนอกของรถคันนี้มากับเส้นสายที่ดุดัน แม้บางมิติจะดูเยอะเกินแต่เชื่อว่าสัดส่วนต่าง ๆ คงถูกพัฒนาให้เพิ่มประสิทธิภาพในงานทำงานของระบบ Aerodynamic ให้ดีที่สุด โดยตัวรถเลือกผสมผสานระหว่างวัสดุอย่าง Chrome-Moly และคาร์บอนไฟเบอร์ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 1,410 กิโลกรัมเท่านั้น นอกจากมียังมีช่วงล่างที่ไว้ใจได้จากเบรค Brembo และยางจาก Pirelli Trofeo R มาเพิ่มการยึดเกาะถนนเพิ่มขึ้นอีกแรง ส่วนเรื่องของขุมพลัง ไฮเปอร์คาร์สัญชาติสโลวีเนียคันนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร เพราะมาพร้อมเครื่องยนต์แบบไฮบริด V8 ขนาด 4.2 ลิตร ที่จะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวที่จะให้พลัง 937 แรงม้าและแรงบิดที่ 1033
Honda NSX หรือชื่อที่วางขายในตลาดสหรัฐอเมริกาว่า Acura NSX ถือเป็นหนึ่งในซูเปอร์คาร์ที่หนุ่มหลายคนหมายตา ถึงแม้การทำตลาดในเมืองลุงแซมจะไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ Acura NSX ปี 2020 เตรียมกลับมาอีกครั้งพร้อมกับสี Indy Yellow Pearl ที่คล้ายกับสีดั้งเดิมของรถเจเนอเรชันแรก หนุ่ม ๆ ที่กำลังรอฟังข่าวของซูเปอร์คาร์จากค่าย Honda อย่าง Acura NSX คงตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อทางค่ายผู้ผลิตประกาศแล้วว่า Acura NSX ปี 2020 จะเพิ่มทางเลือกด้วยสีสุดพิเศษอย่าง Indy Yellow Pearl ซึ่งเป็นสีที่ทำมาเพื่อระลึกถึงสีเหลืองยอดนิยมของ NSX ในเจเนอเรชันแรกที่ผลิตระหว่างปี 1990 – 2005 ซึ่งถูกเรียกว่า Spa Yellow และ Rio Yellow และเป็น 1 ใน 5 สียอดนิยมที่ลูกค้าสั่งซื้อมากที่สุด ก่อนหน้านี้ Acura NSX เคยนำสีดั้งเดิมจากรถในเจเนอเรชันแรกกลับมาใช้ในรุ่นปัจจุบันอีกครั้งนั่นคือสี Berlina Black โดยสีมาตรฐานที่มีให้เลือกคือ
สำหรับผู้ชายอย่างเรา การมีโอกาสได้ครอบครองรถยนต์รุ่นในฝันหรือโมเดลที่หลงใหลถือเป็นการเติมเต็มความสุขในชีวิตอีกอย่างหนึ่ง รถหลายคันมีความต้องการในท้องตลาดสูง ความต้องการในตลาดมืดจึงสูงไม่ต่างกันโดยเฉพาะในดินแดนที่กว้างใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาที่ตลาดรถยนต์มีขนาดใหญ่ มีสถิติที่น่าสนใจจาก The Insurance Institute For Highway Safety หรือบริษัทประกันภัยทางหลวงของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยรายชื่อรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมมากที่สุด นับเฉพาะโมเดลใหม่ที่ผลิตออกมาระหว่างปี 2016-2018 มาดูกันว่ารถยนต์จากค่ายไหน รุ่นใดที่มีความต้องการในตลาดมืดมากที่สุดในแดนลุงแซมปีนี้ 10. Mercedes-Benz S-Class 4Matic รถรุ่นยอดนิยมของ Mercedes-Benz อย่าง S-Class หนึ่งในยนตรกรรมคลาสสิกที่หนุ่ม ๆ รู้ดีว่าขึ้นชื่อด้านความหรูหราและได้รับความนิยมในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะเสียงของเครื่องยนต์ V8 ใน S-Class 4Matic คันล่าสุด ก็ทำให้อัตราการถูกขโมยของมันเพิ่มขึ้น 2.91 เท่าจากรถยนต์รุ่นเดิมที่เคยผลิตออกมา 9. CHRYSLER 300 ลำดับต่อมาของลิสต์คือ Chrysler 300 จากบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกาที่หลายคนอาจไม่คุ้ยชื่อกันนัก อย่างไรก็ตาม Chrysler 300 ถือเป็นยนตรกรรมที่หรูหราทั้งดีไซน์ภายนอกที่ใกล้เคียงกับ Bentley และงานภายในห้องโดยสารที่สวยงาม อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.7 ลิตรที่ให้พลังม้า 363
“ประเทศไทยก็ดัดจริตในระดับหนึ่ง ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องเอาไฟแช็กไปแขวนไว้กับบุหรี่ตลอด” มันคงจะจริงอย่างที่ว่า เพราะสำหรับในประเทศไทยไฟแช็กถูกจับคู่อยู่กับบุหรี่มาตลอดทุกยุคทุกสมัย แต่ในช่วงวัยเด็กเราเห็นคนรุ่นพ่อจำนวนไม่น้อยที่ไม่สูบบุหรี่แต่ก็พกไฟแช็ก Zippo ติดกระเป๋าไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ถือเป็นหนึ่งในตัวแทนความเท่ของผู้ชายที่อยู่มาทุกยุคทุกสมัย เพราะ Zippo เป็นไฟแช็กที่เท่ด้วยตัวของมันเอง UNLOCKMEN เคยเขียนเกี่ยวกับไฟแช็ก Zippo อยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุยกับคนวงในที่คลุกคลีกับ Zippo อย่างจริงจัง จนเราได้มีโอกาสได้นั่งสนทนากับคุณ “รังสรรค์ จันทร์วรวิทย์” หรือคุณแต๋น ประธานและผู้ก่อตั้งชมรม Zippo Club Thailand สิ่งที่ UNLOCKMEN อยากรู้เกี่ยวกับ Zippo มีมากมายหลายหัวข้อนับไม่ถ้วนรวมถึงเรื่องราวของคุณแต๋นที่ทำให้ความชอบกลายเป็นธุรกิจแถมพอเมื่อทำแล้วก็ประสบความสำเร็จอีก เพราะไม่ใช่ทุกคนทำได้ และไม่ใช่ทุกคนมีความสุขกับการนำความชอบมาเป็นธุรกิจ เราจึงเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการถามว่า อะไรที่ทำให้คุณแต๋นสนใจไฟแช็ก Zippo ? ผมเริ่มสนใจ Zippo มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้นประถมเพราะเห็นลุงใช้แล้วมันเท่มาก แถมสิ่งที่ทำให้เริ่มสนใจจริงจังเป็นเพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็จะเห็นลุงใช้ไฟแช็กอันเดิมเสมอ มันทนมาก มีเอกลักษณ์มากโดยเฉพาะเสียงเวลาเปิด-ปิด แต่กว่าจะมาสะสมจริง ๆ ก็ตอนทำงานมีเงินเป็นของตัวเองครับ เสน่ห์ที่แตกต่างระหว่างไฟแช็กอื่นกับ Zippo ในมุมของคุณแต๋นมีอะไรบ้าง ? อย่างแรกเลยคือเสียงคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นไฟแช็กที่กันลมได้ จุดแล้วไม่ดับง่าย ๆ แถมเล่นทริคได้อีกด้วย แต่สิ่งที่เป็นจุดแข็งทำให้
ต้อนรับ 12 สิงหา วันแม่ที่จะถึงในปีนี้ เราจะขอชวนหนุ่ม ๆ UNLOCKMEN มาฟังเพลงเพราะ ๆ ความหมายดี ๆ ที่เกี่ยวกับ ‘แม่’ กัน ฟังเพลงบอกรักแม่ทูนหัวมาทั้งชีวิตแล้ว มาฟังเพลงเกี่ยวกับแม่ที่หมายถึงมารดากันจริง ๆ ดูบ้าง เพราะบางครั้งชีวิตที่มีเต็มไปด้วยภาระหน้าที่ และความเครียด เราก็อาจหลงลืมคนสำคัญใกล้ตัวไป โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นรักแรกของคุณอย่างแม่ หนุ่ม ๆ หลายคนก็ยังขวยเขินกับการแสดงความรักต่อแม่ไม่น้อย แบบนี้ต้องใช้เพลงช่วยบิวด์กันสักนิด เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีเพลงอะไรบ้างที่น่าสนใจ House of Gold – Twenty One Pilots เพลงนี้จัดว่าเป็นหนึ่งในเพลงเบา ๆ ฟังสบายของวงที่ทำเพลงหนักหน่วงแบบ Twenty One Pilots เลยทีเดียว เนื้อเพลง “She asked me, Son, when I grow old, Will you buy me
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันผู้ชายอย่างเราหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่างหน้าตาของตัวเองกันมากขึ้น แต่การดูแลตัวเองให้ดูดีอาจเป็นเรื่องซับซ้อนสำหรับผู้ชายหลายคนเพราะต้องเรียนรู้กันมากมายหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเสื้อผ้า การดูแลผิวหน้าหรือจัดแต่งทรงผม กว่าจะทำความเข้าใจทุกเรื่องจนเริ่มจับทางได้ก็ต้องแบ่งเวลาจาก 24 ชั่วโมงของชีวิตมานั่งอ่านหรือทดลองทำด้วยตัวเอง ขณะเดียวกัน “เวลา” คือต้นทุนชีวิตที่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับ Urban Men อย่างเรา ที่ต่างคนต่างก็มีธุระรัดตัว ทั้งงานที่ต้องจัดการ ความสัมพันธ์ที่ต้องดูแล ยังไม่รวมกิจกรรมตอบโจทย์ Passion ที่เราต้องแบ่งเวลาไปทำ ด้วยต้นทุนด้านเวลาที่มีอยู่จำกัดนี้เอง ทำให้ผู้ชายหลายคนล้มเลิกความตั้งใจจะดูแลตัวเอง เพราะเห็นว่าต้องเปลืองเวลากับความจุกจิกโดยไม่จำเป็น รวมถึงรู้สึกยุ่งยากเกินกว่าจะทำได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่อย่าเพิ่งกังวล เพราะ UNLOCKMEN พร้อมอยู่เคียงข้างผู้ชายทุกคน STYLE GUIDE ของเราจึงแนะนำวิธีการเลือกเสื้อผ้า ทรงผม เพื่อผู้ชายหลากหลายไลฟ์สไตล์ อ่านครั้งเดียว นำไปปรับใช้ได้ตลอดทุกสถานการณ์ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือทริคเล็ก ๆ ที่จะช่วยประหยัดเวลาในแต่ละแอคทีวิตี้ เหมาะกับหนุ่ม ๆ ที่ต้องการให้ตัวเองเท่ออกจากบ้านได้ทุกวัน แต่ไม่ต้องเสียเวลามากไป แถมสะดวกและทำได้จริง ถ้าพูดถึงชุดทำงาน หนุ่ม ๆ แต่ละคนล้วนเลือกสวมใส่เสื้อผ้าตามความเหมาะสมของงานตัวเอง จนทำให้บางคนมองว่าก็สถานที่เดิม ๆ ไปอยู่ทุกวันจะต้องดูดีไปเพื่ออะไร? แต่เชื่อไหมว่าช่วงเวลาของการทำงานนี่เองที่เราควรใส่ใจกับบุคลิกของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะการแต่งตัวอย่างเหมาะสมหรือการเข้าออฟฟิศด้วยทรงผมที่ชวนมอง ก็บ่งบอกถึงความใส่ใจ ความเป็นมืออาชีพ หรือแม้แต่ความคิดสร้างสรรค์ได้ เครื่องแต่งกายหรือทรงผมจึงอาจมีส่วนผลักดันให้คุณก้าวหน้าในอาชีพมากขึ้น
ในยุคที่ผู้ชายเราไม่ได้มีหน้าที่แค่ล่าสัตว์เหมือนยุคหิน แต่ต้องทำ Multi-Tasking หลายอย่างพร้อม ๆ กัน เปลี่ยนจากการใช้แค่แรงกายไปให้น้ำหนักกับแรงสมองมากกว่า ภาวะความกดดัน การตัดสินใจมากมายที่รออยู่ รวมทั้งการลงมือสะสางทุกอย่างให้จบลงในแต่ละวันมักทำให้พวกเราหมดไฟไปดื้อ ๆ เหมือนกัน “อยากมีเวลาคิดให้มากกว่านี้” ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณได้แต่คิดกับตัวเองมาหลายหนแต่ไม่มีโอกาสทำกับเขาสักที ลองหาวันตัดขาด วางมือจากทุกอย่าง จัดเวลาเพื่อ “คิด” เพียงอย่างเดียวสักครั้งดู เพราะนี่เป็นเทคนิคที่เจ้าพ่อ Microsoft อย่าง Bill Gates ใช้อยู่สม่ำเสมอช่วงที่เขาทำงานเป็น CEO ของ Microsoft และเรียกวิธีการนี้ว่า “Think Week” Think Weeks คือเทคนิคที่ Gates คิดค้นและลงมือทำในปี 1980 เพื่อสร้างประสิทธิภาพด้านการตัดสินใจ ต่อกรกับความกดดันที่พุ่งเข้าใส่แทบทุกวันจากความรู้สึกหมดพลัง หมดไฟ และหมดใจ ด้วยการลี้เข้าถ้ำไปอยู่ลำพัง 1 อาทิตย์ เดินทางไปยังกระท่อมลับส่วนตัวในแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ หรือที่เรียกว่า Cascadia และลงมืออ่านเอกสารต่าง ๆ ที่ได้มาจากพนักงาน Microsoft ในภาวะที่ตัดขาดจากทุกคน เมื่อสิ้นสุดการปลีกวิเวกเข้าถ้ำไปใช้เวลากับการใช้ความคิดช่วง Think Weeks แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคือการเปิดตัวของ
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสนีกเกอร์จากแบรนด์ Balenciaga อย่าง Triple S คือการนำเทรนด์รองเท้าแบบ Chunky หรือที่เรียกกันว่ารองเท้าแบบคุณพ่อกลับเข้าสู่กระแสของแฟชั่นอีกครั้ง จนกลายเป็นไอเทมที่เหล่าผู้ชายรักรองเท้าวินเทจทั่วโลกต่างอยากมีไว้ครอบครอง ซึ่งล่าสุดทางแบรนด์ก็ปล่อยรองเท้าคุณพ่อสีใหม่ออกมาสั่นกระเป๋าเงินเราอีกครั้ง สีใหม่ล่าสุดที่ว่านี้อยู่ในคอลเลกชัน Balenciaga Fall/Winter 2019 ต้อนรับลมหนาวอ่อน ๆ ที่กำลังจะมาถึง แบรนด์เลือกใช้สีโทนเย็นมาสร้างสรรค์อยู่บนรองเท้า Balenciaga Triple S คอลเลกชันนี้ รวมถึงนำสีมาเล่นกับเลเยอร์ที่ซ้อนทับกันเพื่อดึงความเด่นของรองเท้าออกมา Balenciaga Triple S คู่นี้ใช้ผ้าตาข่ายสีเขียวเทอร์คอยซ์ (Turquoise) ส่วนบริเวณอื่นที่ทำด้วยหนังจะใช้หนังฟอกมีสองสีด้วยกันคือ สีเทาชอร์ก (Chalky gray) และสีขาวอันเดอร์เลย์ (White underlays) จากนั้นตัดด้วยสีดำของเชือกรองเท้า รวมถึงบริเวณ Midsole เพื่อดึงสายตาให้สีโทนเย็นบนสนีกเกอร์ดูมีลูกเล่นที่น่าสนใจมากขึ้น สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือการประทับชื่อแบรนด์ที่เป็นเหมือนกับลายเซ็นบ่งบอกถึงที่มาของสนีกเกอร์ Triple S ตัวอักษรสีดำโดดเด่นว่า Balenciaga วางตำแหน่งเหมาะเจาะไว้ตรงด้านข้างของรองเท้า ส่วนชื่อของรุ่นอยู่บริเวณลิ้นรองเท้าด้วยฟร้อนเท่ ๆ บริเวณด้านล่างของสนีกเกอร์ไดรับการเคลือบให้เงาวับ โดยทางแบรนด์กล่าวว่าการทำให้ส่วนล่างเป็นเงาบวกกับสีสันที่มีอยู่จะสร้างความรู้สึกคล่องตัวได้ Balenciaga Triple S สีสันสดใสต้อนรับการมาของฤดูหนาวจากคอลเลกชัน Fall/Winter 2019 จะวางจำหน่ายในราคา
แม้เหล่าชายฉกรรจ์อย่างเราจะคุ้นเคยดีกับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “บาร์ซา” แต่รู้ไหมว่าเมืองบาร์เซโลนาในแคว้นกาตาลุญญาของประเทศสเปนแห่งนี้ ก็มีอะไรดี ๆ มากกว่าแค่ศึกลูกหนังอันดุเดือด บาร์เซโลนาตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของคาบสมุทรไอบีเรีย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของหนุ่ม ๆ ผู้หลงรักการท่องเที่ยว เม็ดทรายบนชายหาด หรือแม้แต่งานสถาปัตยกรรม เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสถาปัตยกรรมของสเปน แถมยังมีขนาดใหญ่และอัดแน่นด้วยประชากรที่มากเป็นอันดับสองของประเทศ นอกจากจะเป็นเมืองท่าที่สำคัญและหนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เมื่อไม่นานมานี้บาร์เซโลนาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้เมืองชายฝั่งทะเลแห่งนี้โดดเด่นและน่าสนใจยิ่งกว่าเดิม สำนักข่าว CNN รายงานว่าสภาเมืองบาร์เซโลนาอนุมัติให้ผู้หญิงสามารถ ‘เปลือยอก’ ว่ายน้ำในที่สาธารณะได้เหมือนกับผู้ชาย เนื่องจากก่อนหน้านี้องค์กร Mugrons Lliures (มูกรองส์ ยิวเรส์) ที่รณรงค์เพื่อสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศยื่นคำร้องต่อสภาเมืองว่าด้วยเรื่องการเลือกปฏิบัติและความไม่เท่าเทียมทางเพศที่เกิดขึ้นในสระว่ายน้ำบางแห่ง ด้วยเหตุนี้สำนักงานเมืองบาร์เซโลนาจึงยื่นคำขาดให้สระว่ายน้ำชุมชนทุกแห่งในเมือง เคารพและเลิกจำกัดสิทธิทางเพศ พร้อมอนุญาตให้สาว ๆ เปลือยอกว่ายน้ำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้จะไม่มีกฎเหล็กเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องสวมชุดอะไรในสระว่ายน้ำ และแม้การเปลือยอกจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเมืองนี้ แต่ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงจุดยืนของเมืองที่เปิดกว้างและยอมรับสิทธิทางเพศมากขึ้น ถ้าหนุ่ม ๆ มีโอกาสก็อยากให้พวกคุณลองไปเที่ยวบาร์เซโลนาดูสักครั้ง แต่เราไม่ได้ชวนไปชื่นชมความงดงามของทรวงอกอย่างที่ใครหลายคนคิด หากชวนไปสัมผัสความเท่าเทียมในต่างแดนว่าเมืองนี้ก้าวหน้า พัฒนา และเลิกจำกัดสิทธิทางเพศมากน้อยเพียงใด เพื่อกลับมาตั้งคำถามว่าบางอย่างที่บ้านเราคิดว่าโป๊เปลือย มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า? SOURCE


