กระแสของวงการเกมช่วงนี้หวนกลับไปสู่ยุค 90 อีกครั้ง บริษัทผู้ผลิตเกมหลายเจ้านำเครื่องเกมแบบเก่าที่เคยได้รับความนิยมกลับมาผลิตใหม่อีกครั้งในรูปแบบมินิ เช่น Nintendo ที่หยิบเครื่องเล่น NES (1983) และ SNES (1990) กลับมาย่อขนาดลงแล้วส่งออกมาเมื่อปี 2016 และ 2017 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทที่เคยเป็นคู่รักคู่แค้นของ Nintendo อย่าง Sega ไม่รอช้า หยิบเครื่องเกมอันโด่งดังจากยุคก่อนกลับมาเล่าใหม่อีกครั้งในปีนี้ Sega Japan ประกาศเปิดตัวเครื่องเกมสุดเก๋าอย่าง Mega Drive Mini อย่างเป็นทางการในงาน Sega FES 2019 พ่วงมากับเกมกว่า 40 เกม โดยช่วงแรกทางบริษัทวางแผนขายเครื่องเกมเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ด้วยเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ จากฝั่งตะวันตกทำให้ Sega ตัดสินใจวางจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศเพิ่ม ก่อนหน้านี้ Sega เป็นบริษัทผลิตวิดีโอเกมสัญชาติญี่ปุ่นชั้นนำที่โด่งดังเรื่องการพัฒนาภาพเกมที่สวยงามสมจริงในรูปแบบ 16 bit จากผลงานที่เคยโด่งดังระดับตำนานในยุคนั้นอย่าง Mega Drive (วางขายในอเมริกาใช้ชื่อว่า Genesis) จำหน่ายในปี 1988 และตีตลาดเครื่องเกม Nintendo ด้วยสโลแกนเจ็บ
แฟนหนังที่ชื่นชอบเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ไม่ว่าจะเป็นทีม Marvel หรือ DC ต่างต้องเคยได้ยินเรื่องราวของชายที่ชื่อว่า Shazam กันมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ตามจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่อาจจะคิดว่า Shazam คือชื่อของแอปพลิเคชั่นช่วยค้นหาชื่อเพลง เพราะฮีโร่ Shazam ยังเป็นของใหม่สำหรับใครหลายคน ด้วยเหตุนี้เอง UNLOCKMEN จึงอยากพาไปทำความรู้จักกับฮีโร่สุดป่วนที่ได้รับพลังพิเศษจากเทพเจ้าให้มากขึ้น Shazam คือฉายาของฮีโร่ชุดแดงที่เป็นอีกร่างหนึ่งของเด็กชายวัย 14 ปี นามว่า Billy Batson เด็กกำพร้าที่ใช้ชีวิตทั่วไปแบบคนธรรมดา แต่แล้ววันหนึ่งเขาได้พบกับจอมขมังเวทย์ที่มอบ “พรจากพระเจ้า” ที่เปลี่ยนชีวิตของเด็กกำพร้าคนนี้ไปตลอดกาล พรที่ว่าคือความสามารถเหนือมนุษย์จากเทพเจ้าทั้ง 6 ได้แก่ Solomon เทพเจ้าแห่งปัญญา Hercules ชายผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งพละกำลัง Atlas ตัวแทนของความทรหดอดทน Zeus เทพเจ้าสูงสุดผู้อยู่เหนือเทพทั้งปวงที่มาพร้อมกับสายฟ้าฟาด Achiles เทพเจ้าผู้เต็มไปด้วยความกล้าหาญ และ Mercury เทพเจ้าแห่งความเร็ว เมื่อนำพยัญชนะแรกของเทพเจ้าทั้งหมดมารวมกันจะได้คำว่า “SHAZAM” เมื่อเด็กหนุ่มได้รับพรจากพระเจ้ามาแล้ว สิ่งต่อไปที่เขาต้องเรียนรู้คือการนำพลังพิเศษออกมาใช้ โดยการเรียกพลังในแต่ละครั้งนั้นแสนง่ายดายเพียงแค่พูดว่า “Shazam” ก็จะเกิดสายฟ้าฟาดใส่ตัวและทำให้บิลลี่กลายร่างเป็น Shazam ฮีโร่ผู้มาพร้อมกับความสามารถของเทพเจ้าทั้ง 6 คน สวมชุดที่สีแดงสดและสัญลักษณ์สายฟ้าฟาดสีเหลืองโดดเด่นตรงกลางอก และเมื่อต้องการกลับร่างเดิมก็ทำได้ง่าย ๆ
เสียง “Victory Lap” ดังก้องอยู่ในหูและเป็นหนึ่งในลิสต์เพลงแร็ปฯ ที่เรายังนั่งฟังวนกัน แต่บ่ายวันนี้ เสียงเพลงเบากว่าเสียงปืนที่ดังขึ้น พร้อมข่าวดังที่ทำให้พวกเราแฟนเพลงของเขา “NIPSEY HUSSLE” ต้องใจหาย เมื่อนักแร็ปอเมริกันชื่อดังจากเราไปกะทันหันจากกระสุนที่วิ่งเข้าร่างเขา ขณะที่ยืนอยู่หน้า Marathon Clothing ร้านขายเสื้อผ้าของตัวเองใน Hyde Park สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนเดนตายของ “NIPSEY” อาจได้ยินชื่อของเขาผ่านหูจากงาน Grammy Award ครั้งที่ 61 ที่เพิ่งจัดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะเขาคือหนึ่งในห้าผู้ได้รับการเสนอชิงรางวัล Best Rap Album 2019 แม้สุดท้ายรางวัลนี้จะตกไปอยู่กับ Cardi B ก็ตาม แต่การมีชื่อเขาเข้าเสนอชิงรางวัลเดียวกันกับคนดัง ๆ หลายคนที่เคยได้รับการเสนอชื่อมาเป็นประจำ ทั้ง Eminem Jay-z หรือ Kendrick Lamar ก็การันตีได้ว่า ผลงานของเขาไม่ธรรมดาเช่นกัน เพื่อไว้อาลัยการจากไปของ NIPSEY HUSSLE เราขอเสนอประวัติของเขาให้พวกคุณได้สัมผัส จากหลากหลายมุมมอง พร้อม 5 Tracks ยอดนิยมขณะนี้ที่คัดสรรมาให้เปิดคลอเพื่อรำลึกถึงเขา
เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากมังงะเรียกเขาว่าอีกาเล่ม 1-26 และ Worst เล่ม 1-33 เท่านั้น ถ้าถามเด็กผู้ชายยุค 90-2000 เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักผลงานมังงะอันเลื่องชื่อของอาจารย์ ฮิโรชิ ทากาฮาชิ เรื่อง เรียกเขาว่าอีกา ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่คือหนึ่งในมังงะสายนักเลงที่ประสบความสำเร็จที่สุด ครั้งหนึ่งเราเคยอยากสูบบุหรี่ยี่ห้อ Seven Stars เคยอยากขี่มอเตอร์ไซค์ เคยอยากใช้กำลังเป็นตัวตัดสินถูกผิด เลียนแบบตัวละครในเรื่อง แต่สุดท้ายเมื่อได้อ่านจนจบ สิ่งที่เราได้จากมังงะเรื่องนี้กลับเป็นมุมมองด้านมิตรภาพที่ไม่สามารถหาได้จากหนังสือเรียนเล่มไหน เมื่อพูดถึง เรียกเขาว่าอีกา ก็ต้องนึกถึง โรงเรียนมัธยมปลายซูซูรัน โรงเรียนของเหล่าตัวเอกในเรื่อง เป็นโรงเรียนที่เปรียบเหมือนฝูงอีกาฝูงใหญ่ ไม่มีใครสามารถรวมให้เป็นหนึ่งได้ ทุกคนต่างยึดมั่นในศักดิ์ศรีไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างใคร อย่างไรก็ตามท่ามกลางฝูงอีกาอันเกรี้ยวกราด ก็มีอีกาบางตัวที่แข็งแกร่งกว่าตัวอื่น ๆ เราเรียกพวกเขาว่า ผู้ยิ่งใหญ่แห่งซูซูรัน พวกเขาเหล่านี้คือผู้ใกล้เคียงที่จะรวบรวมฝูงอีกาให้เป็นหนึ่งเดียวมากที่สุด และวันนี้เราจะไปทำความรู้จักพวกเขากัน โบยะ ฮารุมิจิ โบยะ ฮารุมิจิ พระเอกของเราคือนักเรียนรุ่นที่ 25 แห่งโรงเรียนมัธยมซูซูรัน เขาปรากฏตัวขึ้นอย่างลึกลับในวันเปิดเรียนวันแรกในฐานะนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่ 2 ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปว่าเจ้าหนุ่มผมทอง ท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่าง เจ้าชู้ชีกอ ดูไม่มีพิษมีภัยนี้เป็นใครมาจากไหน ถึงจะไม่ได้ไประรานใครก่อน แต่ด้วยเอกลักษณ์ที่ใครเห็นก็ต้องหมั่นไส้ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนเหล่าอันธพาลในโรงเรียนหาเรื่อง ซึ่งตอนนั้นก็เป็นครั้งแรกที่เราคนอ่านและบรรดานักเรียนของซูซูรันได้รับรู้พร้อมกันว่าภายใต้นิสัยที่ดูไม่เอาไหน แท้จริงแล้วเจ้าผมทองคนนี้มีฝีมือการชกต่อยแสนร้ายกาจ สามารถล้มคู่ต่อสู้นับสิบได้แบบสบาย ๆ ใช้เวลาไม่นาน ชื่อของ โบยะ
หลังจากเปิดตัวอัลบั้มใหม่ไปได้ไม่นานสำหรับวงดนตรีสุดแนวจากเกาะอังกฤษอย่าง Arctic Monkeys ที่มีกระแสทั้งด้านบวกและลบ สำหรับอัลบั้ม Tranquility Base Hotel & Casino แต่ทว่าอีกหนึ่งไฮไลท์คือการเปลี่ยนทรงผมของ Frontman สุดฮิปประจำวงอย่าง Alex Turner ที่ดูเหมือนตอนแรกจากไว้ผมยาวลุคเซอร์ ๆ เหมือนสมัยอัลบั้ม Humbug (2009) ซึ่งทำไปทำมา เขาก็ได้บรรจงไถผมสะเกรียนกลายเป็นทรง Skinhead สะอย่างนั้น จนเรียกเสียงฮือฮาจากชาวอินเทอร์เน็ตได้อย่างล้นหลาม จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรานึกย้อนได้ว่า Alex Turner จัดเป็นอีกคนที่มีสไตล์การแต่งตัวรวมถึง Grooming ตัวเองได้อย่างน่าสนใจ และทุกครั้งที่เขาเลือกทรงผมให้กับตัวเอง ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นเทรนด์ให้หนุ่ม ๆ ทั่วโลกได้บรรจงจัดลุคตาม ดังนั้น UNLOCKMEN จะขอนำเรื่องไลฟ์สไตล์การไว้ทรงผมตลอดช่วงเวลากว่า 10 ปีที่วง Arctic Monkeys ได้ทำการเดบิวท์ มาลองดูกันว่าที่ผ่าน Alex Turner ได้จัดการมอบสไตล์ทรงผมซึ่งมีอิทธิพลต่อเทรนด์แฟชั่นโลกอย่างน่าเหลือเชื่อ Feather Cut ย้อนกลับไปยังช่วงอัลบั้ม EP. แรกของพวกเขา อย่าง Five Minutes With Arctic Monkeys และ
เคยเกลียดใครสักคนเหมือนมันแย่งแฟนเรา หักหลังเรา เลียเจ้านายแล้วบลัฟเรา หรือไปทำสารพัดเหตุผลที่จะทำให้เราเกลียดทั้งที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนไหม คนแบบนั้น บางทีก็แทรกซึมเข้ามาในวงโคจรชีวิตเราแบบเพื่อนของเพื่อน แฟนเพื่อน หรือเจอกันตามพื้นที่สาธารณะอย่างคอนเสิร์ต ปาร์ตี้ บางทีก็เป็นแค่คนที่เดินผ่านบนถนน แต่เราเกิดหัวร้อน ไม่ถูกชะตา และพร้อมแลกหมัดด้วยตลอดเวลา “ไอ้คนนี้มันร้ายลึก” ถ้าคนล่าสุดที่เจอทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดจนสบถคำนี้ออกมาภายในไม่กี่นาทีแรกที่สบตา เหมือนโดนมันเหยียบเท้า หยุดถามตัวเองสักนิดว่า “ความร้ายลึกมันมาจากไหน” ทั้ง ๆ ที่คนแปลกหน้าคนนั้นไม่ได้ทำอะไรให้เราเสียด้วยซ้ำ หากคุณไม่ได้คำตอบกับตัวเอง แถมไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมมันได้ UNLOCKMEN ชวนคุณมาตั้งสติ ค้นหาต้นตอของมันอย่างมีเหตุผลด้วยหลักทางจิตวิทยา เพราะบางครั้งสิ่งที่คุณเกลียด มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณแค่ “คิดไปเอง” หรือมี “ฌาณชั้นสูง” เทพประทับจากที่ไหนแต่มีเบาะแสบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น Thin Slices Theory : มองเปลือกแล้วเดาแก่น “Thin Slices” คือทฤษฎีทางจิตวิทยาว่าด้วยการตัดสินคนใน 5 นาทีที่พบเห็น ซึ่งสามารถนำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์เกลียดขี้หน้าฉับพลันได้ โดยเฉพาะเวลาที่เราอคติกับใครโดยไม่รู้สาเหตุ มนุษย์ทุกคนมักมีกระบวนการตัดสินจากการสังเกตหรือเห็นข้อมูลบางส่วนในแวบแรกที่พบกัน โดยตัดสินใจด้วยระดับจิตใต้สำนึก เราพร้อมให้คะแนนทุกคนในสายตาทันทีอย่างไม่ทันรู้ตัว ประเมินจากรูปลักษณ์และอวัจนภาษาที่เห็น ส่วนบางคนที่เรามีโอกาสพูดคุยด้วย ประโยคที่เขาพูดอาจจะกลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจเราด้วยเช่นกัน “เขาไม่ได้ทำกับเรา แล้วใครทำให้เราเกลียดกันแน่?” สาระที่อธิบายผ่านการวิจัยนี้คือ เคยมีใครคล้าย ๆ คนแปลกหน้าพวกนี้นี่แหละที่เกี่ยวข้องกับเราแล้วสร้างประสบการณ์บางอย่างที่เราเกลียด ภาพลักษณ์เหล่านั้นมันดันสะท้อนกลับมาให้เราเห็นในร่างใหม่ของคนแปลกหน้าทั้งที่เราเองก็จำไม่ได้แล้ว เช่น ตอนเด็ก
ในโลกมีผู้กำกับไม่กี่คนที่เราดูหนังเขาเพียงไม่กี่นาทีก็รู้ทันทีว่านี่คือฝีมือการกำกับของใคร เนื่องจากลายเซ็นและเอกลักษณ์อันชัดเจนที่แทรกอยู่ในทุกไดอะล็อก ทุกซีน หนึ่งในผู้กำกับตามนิยามที่ว่านั้นต้องมีชื่อของ Quentin Tarantino ผู้กำกับหนุ่มใหญ่วัย 56 จาก เทนเนสซี สหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วยแน่นอน หนังบ้าอะไรวะเนี่ย แม่งพูดกันทั้งเรื่อง! ลายเซ็นที่ชัดเจนของหนัง Quentin คือการดำเนินเรื่องที่ฉับไว และบทสนทนาน้ำไหลไฟดับที่บางครั้งก็เลยเถิดไปไกลจนไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง สำหรับบางคนมันคือเสน่ห์ แต่อีกหลายคนก็รู้สึกรำคาญ ดังนั้นความเห็นต่อหนังของ Quentin เสียงจึงแตกเป็น 2 ฝ่าย ไม่รักหัวปักหัวปำ ก็เกลียดไปเลย Esquire ความรักที่แฟนหนังมีต่อ Quentin เห็นได้ชัดจาก Once Upon a Time in Hollywood ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา หลังจากปล่อยภาพโปสเตอร์ รายชื่อนักแสดง เรื่องย่อ และ Trailer ออกมา ทั่วโลกก็ตกอยู่ในภาวะ Hype เกิดเป็นกระแสวงกว้างในโลกออนไลน์ ก็แน่ล่ะ Leonardo DiCaprio ประชันบทบาทกับ Brad Pitt เพิ่มความสดใสด้วย Margot Robbie กำกับโดย Quentin Tarantino มาในพล็อตจิกกัดวงการฮอลลีวูดยุค 60 ใครบ้างจะไม่อยากดู ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดีว่าชื่อของ Quentin Tarantino ได้ก้าวสู่ทำเนียบผู้กำกับชั้นนำระดับโลกอย่างเต็มตัวแล้ว
Zavvi ร้านสินค้าหลากประเภทที่มักเกี่ยวข้องกับ Pop culture อย่างเสื้อผ้าเก๋ ๆ ไปจนถึงซีดีและแผ่นเกม จับมือกับ Universal Pictures บริษัทสร้างภาพยนตร์ชื่อดังของอเมริกา ร่วมกันออกไอเทมแฟชั่นคอลเลกชันพิเศษเอาใจสายสตรีต ด้วยการยกคอนเซปต์ภาพยนตร์สุดคลาสสิก 2 เรื่องมารวมกันไว้ในคอลเลกชั่นนี้ทั้งหมด 15 ชิ้นด้วยกัน โดยใช้ชื่อว่า Global Legazy ภาพยนตร์สองเรื่องที่เข้าตา Zavvi คือ Jaws หนังดังที่ทำให้ผู้กำกับสตีเวน สปิลเบิร์ก โด่งดังเป็นพลุแตกและได้ฉายาพ่อมดแห่งวงการฮอลลีวูด โดย Jaws ออกสู่สายตาชาวโลกเมื่อปี 1975 ถือเป็นหนัง Thriller ภัยร้ายใต้ทะเลสุดคลาสสิกที่กลายเป็นตำนาน ไม่ว่าหยิบมาดูเมื่อไหร่ก็สนุกตื่นเต้นได้ทุกครั้ง Back to the future ที่มีชื่อไทยสุดเก๋ว่า’เจาะเวลาหาอดีต’คืออีกหนึ่งเรื่องที่มาอยู่บนไอเทมในคอลเลกชัน Global Legazy ออกฉายครั้งแรกปี 1985 เป็นหนังแนวผจญภัยแฟนตาซีที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีวิทยาศาสตร์ กำกับโดยสตีเวน สปิลบิร์ก เช่นเดียวกับเรื่อง Jaws และประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน จนทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ไตรภาคที่สร้างรายได้ทั่วโลกไปถึง 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไอเทมในคอลเลกชัน Global Legacy
สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องค่าสายตาไม่ว่าจะสายตาสั้นหรือสายตายาว แว่นตาคือสิ่งที่จะต้องมีติดตัวและสวมใส่อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่มีดพับสวิสก็คือไอเทมที่เหล่านักเดินทางหรือผู้ชื่นชอบการเดินป่าขาดไม่ได้ ไอเทมทั้งสองชิ้นมีความสำคัญต่างกัน แต่มีประโยชน์มากเหมือนกันจึงทำให้เกิดไอเดียสุดล้ำที่จะนำทั้งแว่นสายตาและมีดพับมารวมกัน GlassesUSA แบรนด์แว่นตาจากสหรัฐฯ ร่วมมือสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับโลกของมีดพับและแว่นไปพร้อมกันด้วยการ Collaboration กับ Victorinox Swiss Army จุดเริ่มต้นของไอเดียนี้มาจากเรื่องง่าย ๆ โดยทีมนักออกแบบแว่นตาคนหนึ่งของบริษัทไปตั้งแคมป์แล้วเกิดต้องการที่เปิดขวดขึ้นมา แต่ทั้งตัวกลับมีแค่ของใช้ทั่วไปรวมถึงแว่นตาที่สวมอยู่ และความต้องการที่เปิดขวดในครั้งนั้นทำให้วันต่อมาเขาเริ่มร่างแบบแว่นตาที่ไม่มีใครเคยทำและติดต่อกับแบรนด์มีดพับชื่อดังทันที Victorinox Swiss Army แบรนด์มีดพกพาและที่เปิดขวดไวน์สัญชาติสวิสเซอร์แลนด์อันโด่งดัง ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1897 ผลิตมีดพับอเนกประสงค์ตอบโจทย์เหล่านักเดินทางและคนที่ชื่นชอบการตั้งแคมป์ ด้วยดีไซน์สุดเฉพาะตัวและลวยลายที่ไม่เหมือนใครทำให้มีดพับแบรนด์นี้เป็นของสะสมและของขวัญช่วงเทศกาลได้อีกด้วย ทั้งสองบริษัทตัดสินใจร่วมกันออกแบบแว่นตาที่มีส่วนประกอบเป็นมีดพับ โดยใช้ชื่อว่า Survival Rx ผ่านการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยด้วยแม่เหล็กนีโอไดเมียมล้ำสมัยช่วยจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เข้ากับขาแว่นที่ทำจากเทอร์โมพลาสติก ผสมผสานเข้ากับคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องน้ำหนักเบา ทนทานต่อการบิดหักและเกิดรอยขีดข่วนยาก เป็นวัตถุดิบที่ใช้กันแพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ฟังก์ชันมีดพับของ Victorinox Swiss Army บนแว่น Surival Rx สามารถใช้งานได้หลากหลาย เป็นทั้งที่เปิดขวดแบบฝา กรรไกรจิ๋ว ไขควง ตะไบ และที่เปิดขวดไวน์ ครบถ้วนตามความต้องการขั้นพื้นฐานสำหรับเหล่าผู้ชื่นชอบการออกไปตั้งแคมป์ นอกจากนี้มีดพับของแบรนด์ยังผลิตจากบริษัทสเตนเลสสตีลชื่อดังของของสวิซเซอร์แลนด์ ทำให้หมดห่วงเรื่องสนิมและสามารถถอดออกจากแว่นตาได้ Victorinox Swiss Army จุดเริ่มต้นจากมีดพับแต่พัฒนาต่อยอดเพื่อขยายตลาดของแบรนด์ให้กว้างขึ้นด้วยการเพิ่มสินค้าอื่น ๆ
เครียดมาหลายวัน นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว นั่งคิด นอนคิด ลังกาหลังสองรอบ จนแทบเอาเท้าก่ายหน้าผากยังไงก็ยังติดอยู่กับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ในกระเป๋าที่กำลังติดขัดอยู่เลยครับพี่ ไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี ใครที่นอนไม่หลับอยู่เพราะกำลังเจอสถานการณ์เงินขาดมือ ตอนนี้คุณกำลังเผชิญเหตุการณ์เหมือนคำกล่าวของเฮีย Mark Twain นี่แหละ กำลังจ่ายหนี้ก้อนแรกที่เราไม่ได้ยืมอยู่ และบางทีอาจจะต้องจ่ายมันตลอดไปจนกว่าจะได้เป็นหนี้จริงเพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเจอ ขึ้นชื่อว่าเป็น “หนี้” ย่อมไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แต่นาทีสำคัญของชีวิตที่เรียกว่า “วิกฤต” มันก็ดันชอบมาเคาะประตูชีวิตเราแบบไม่ทันตั้งตัวเสมอ ไม่ว่าจะจากเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องเสียเงินก้อนที่สะสมมา การพยุงธุรกิจที่วันนี้ไม่ได้ขายดีเหมือนวันก่อน ไปจนถึงการลงทุนจังหวะดี ๆ ที่โผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงแต่เราดันไม่มีเงินมาต่อยอด ของแบบนี้บางทีมันก็ไม่เลือกเวลา UNLOCKMEN ขอชวนพวกเรามาตั้ง “สติ” ก่อนสตาร์ต และก้าวไปอีกขั้นด้วยการแนะนำวิธีได้เงินด่วนทันใจมาเลือกใช้ได้ทันเวลาไปพร้อมกัน กู้เงินไม่ใช่ยาพิษร้าย ถ้ารู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ ก่อนไปเป็นหนี้ ต้องเข้าใจเรื่องหนี้ก่อน เชื่อว่าหลายคนเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่สอนมาฝังหัวว่าอย่าไปกู้เขา เพราะกู้มันทำให้เราเป็นหนี้ หนี้มันคือตัวซวย ถ้ามีหนี้เมื่อไหร่สุดท้ายเราอาจต้องจมกองหนี้สินเพราะดอกโหด ๆ ไม่มีจ่ายระวังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน แน่นอนว่าคำสอนน้ีมันก็ถูกในยุคนั้น อาจจะเป็นประสบการณ์ที่พวกท่านเคยเจอ แต่สำหรับยุคของเราการใช้คำตอบเดียวกันคงไม่ถูก 100% เพราะการปลอดหนี้แล้วทู่ซี้ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ บางทีมันเฟลและทำให้เราต้องเสียอะไรไปหลายอย่างยิ่งกว่านั้น จากเหตุผลเหล่านี้ สภาพคล่องการเงิน : เราไม่มีหนี้


