Virgil Abloh ยอดดีไซเนอร์มากฝีมือผู้ก่อตั้งแบรนด์สตรีต Off-White และเป็น Artistic Director ของแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์อย่าง Louis Vuitton ส่งคอลเลกชันรองเท้าผ้าใบเซ็ตแรกหลังจากร่วมงานกับ Louis Vuitton มาได้หนึ่งปีในงานแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษประจำฤดูกาล Spring/Summer 2019 ผลงานรองเท้าคอลเลกชันแรกภายใต้ Louis Vuitton ของเขาจะใช้ชื่อว่า LV 408 โดยมีทั้งหมด 3 แบบ 3 สไตล์ให้เลือกได้ตามใจ ซึ่งหนุ่ม Virgil มั่นใจมากว่ารองเท้าที่เขาออกแบบจะต้องถูกอกถูกใจเหล่าผู้ชายสายสตรีตอย่างแน่นอน สนีกเกอร์คอลเลกชัน LV 408 ของหนุ่ม Virgil Abloh ได้แรงบันดาลใจจากรองเท้ากีฬาของนักบาสเกตบอลในสมัยก่อนที่โดดเด่นเรื่องวัสดุหนังที่ใช้ รวมถึงรูปทรงหนา ๆ คล้ายรองเท้าคุณพ่อ ทำให้รองเท้า LV 408 ทั้งสามคู่เต็มไปด้วยความวินเทจแบบยุค 90 แต่ผสมผสานกับกลิ่นอายของแฟชั่นสมัยใหม่แบบปัจจุบัน วัสดุที่ Louis Vuitton เลือกใช้คือหนังลูกวัวคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันในประเทศอิตาลีโดยรองเท้าแต่ละคู่จะใช้เวลาตัดเย็บกว่า 6 ชั่วโมง ด้วยวัสดุกว่า 106 ชิ้น ประกอบขึ้นเป็นรองเท้าผ้าใบหนึ่งคู่ และให้ความสำคัญกับพื้นรองเท้ามากที่สุด
เศร้าก็ดื่ม สุขก็ดื่ม เหงาก็ดื่ม เครียดก็ยิ่งต้องดื่ม แม้หลายคนจะไม่รู้ตัวแต่เรื่อง “ดื่ม ๆ” มันกลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมแห่งชาติของลูกผู้ชายเราไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไอ้อาการเอะอะก็ชวนดื่มนี้รู้กันดีว่าไม่ใช่แค่ปล่อยให้น้ำวิ่งผ่านลำคอดับความแห้งผากที่ร่างกายเรียกร้องเท่านั้น แต่ต้องเป็นการดื่มเพื่อตอบสนองความรู้สึกกระหายทางใจที่กำลังเกิดขึ้นในโมเม้นต์ต่าง ๆ ของชีวิตด้วย อยากวาร์ปจากสถานการณ์ตึง ๆ แต่ไม่รู้จะสั่งอะไรมาผ่อนคลายดี “แอลกอฮอล์” จึงกลายเป็นคำตอบที่ขาดไม่ได้ และแม้จะมีน้องใหม่อย่าง เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ รสชาติมอลต์บ่มดี ๆ ออกมาทำตลาด ผู้ชายเกินกว่าครึ่งคงพร้อมเพรียงกันส่ายหัว บอกว่า “เสียลิ้น” “จืด” “เปลืองเงิน” เพื่อพิสูจน์ความจริง ไม่ใช่แค่ฟังเขาเล่ามาเราเลยตัดสินใจเลือกริน HEINEKEN 0.0 เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ใส่แก้วมาลองด้วยตัวเอง ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่ได้คุณภาพ นำมาเข้ากระบวนการนำแอลกอฮอล์ออกจากเครื่องดื่มแต่ไม่ได้เติมน้ำตาลเข้าไปเพิ่มความหวานให้บาดอารมณ์ ทำให้รสชาติของ HEINEKEN 0.0 เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ ยังละมุนเป็นเอกลักษณ์ ไม่หวานจ๋าหรือจืดสนิท แต่ดึงความขมไว้อยู่หมัด สติเราก็ยังใส บอกได้เลยว่าไม่รู้ว่าพลาดปล่อยให้ผ่านตาไปได้ยังไง ยิ่งกำกับด้วยข้อเท็จจริงบางอย่างที่เราไม่รู้อีก 5 เรื่องที่จะนำมาแชร์ด้วยแล้ว เชื่อว่าพวกเราคงรู้สึกไม่ต่างกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายสายไหนก็ต้องอยากซื้อติดตู้เย็นไว้เป็นเพื่อนคู่ใจอย่างแน่นอน ดื่มด่ำ ซ่อนอารมณ์ดี ปกติพอรสชาติดี อย่างอื่นเรามองว่าเป็นเรื่องรองแล้ว แต่พอมารู้ว่า เครื่องดื่มมอลต์ไม่มีแอลกอฮอล์ มีส่วนประกอบของ
บ่ายวันหนึ่งที่แสงอาทิตย์แรงกล้าสาดส่อง อุณหภูมิร้อนระอุ แต่ ‘อาซิง’ หัวหน้าแก๊งมังกรรุ่นที่ 3 กลับดูไม่ยี่หระ อาซิงในชุดสูทสีดำพร้อมหมวกทรงสูงเช่นทุกวันเดินตามบาทวิถีไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในตรอกหนึ่ง บรรยากาศเงียบสงบ แตกต่างจากหลังตะวันตกดินที่ครึกครื้นไปด้วยนักท่องราตรี อาซิงเดินฝ่าความเงียบจนไปถึงบริเวณกลางตรอก ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างใจเย็นราวกับความร้อนแรงของแสงแดดนั้นไม่สามารถทำอะไรเขาได้ หลังจากพ่นควันจนหมดมวน เขาเปิดประตูเดินเข้าไปในร้าน ๆ หนึ่ง ป้ายระบุอยู่ข้างหน้าว่า ‘โรงรับจำนำ’ อาซิงไม่ได้มีอะไรมาจำนำ เขารู้ดีว่าธุรกิจโรงรับจำนำที่นี่เป็นเพียงธุรกิจบังหน้าเท่านั้น หลังจากแลกเงินจำนวนหนึ่งเพื่อรับบัตรผ่านประตูกับพนักงานสาวที่อยู่หลังลูกกรงเรียบร้อยแล้ว อาซิงก็เดินขึ้นบันไดแคบ ๆ สู่ชั้นบน เมื่อเดินขึ้นมาบรรยากาศยิ่งดูไม่น่าไว้วางใจยิ่งขึ้น มีเพียงความเงียบสงัดภายใต้แสงไฟแดง-เขียว นอกจากนั้นบริเวณชั้น 2 ยังมีมุม CCTV ที่แสดงให้เห็นว่าที่นี่มีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วบริเวณ มันไม่ใช่โรงรับจำนำธรรมดาแน่ ๆ แต่อาซิงกลับเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ เขามาที่นี่บ่อยจนเฉยชากับบรรยากาศเหล่านี้ไปแล้ว อาซิงเดินขึ้นมาถึงชั้น 3 เขาคุ้นเคยกับห้องนี้ราวกับเป็นบ้านหลังที่ 2 มันเป็นบาร์ลับที่เขากับมิตรสหายมักแวะเวียนมาเสมอ ไม่ว่าจะมาเพื่อเล่นไพ่นกกระจอก, พูดคุยธุรกิจ แม้กระทั่งสังสรรค์ ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่ ถึงจะไม่มีชื่อ แต่อาซิงกับเพื่อนเรียกที่นี่ว่า Honest Mistake เนื่องจากการวางอิฐบล็อกผิดไป 1 ก้อนที่บริเวณหน้าร้าน นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังมีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกหลายจุด Honest Mistake จึงดูเป็นชื่อที่เหมาะสม
เชื่อเหลือเกินว่านาทีนี้หนุ่ม ๆ สาวกของโคตรแบรนด์สตรีตอย่าง Supreme และค่ายกีฬายักษ์อย่าง NIKE คงไม่มีรองเท้าคู่ไหนที่เฝ้ารอเป็นเจ้าของมากไปกว่า Supreme x Nike Air Tailwind IV ที่มีรูปหลุดออกมาก่อนหน้านี้ จนในที่สุดมันก็ถูกประกาศวันวางขายอย่างเป็นทางการออกมาแล้ว ภาพสมบูรณ์ของ Supreme x Nike Air Tailwind IV เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นล่าสุดเกิดจากการ Collaboration ระหว่างของเจ้าพ่อสตรีตจากนิวยอร์กและ Nike ที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นจนกลายเป็นของหายากทันทีที่เปิดตัวใน SS19 ของ Supreme หลังจากทั้งคู่ร่วมงานกันมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่จับรองเท้ารองเท้าโมเดล Dunk Low Pro SB มาทำด้วยกันครั้งแรกในปี 2002 Supreme x Nike Air Tailwind IV เกิดจากการเลือกหยิบ Air Max ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1999 อย่าง Nike Air Tailwind VI มาปรับแต่งและเติมดีไซน์ความไฮป์ลงไป จนออกมาเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตออกมา 2 โทนสีด้วยกัน สีแรกคือ White/University Red-Gayser
บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของการ์ตูนเรื่อง Bakuman ‘วงการการ์ตูน’ คือหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศญี่ปุ่น ในแต่ละปีสร้างรายได้ให้กับประเทศนับล้าน ๆ เยน นับเป็นสิ่งหอมหวานที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าหา แต่ภายใต้ฉากหน้าที่สวยหรู แท้จริงแล้ววงการนี้ก็มีความโหดร้ายที่คร่าชีวิต ทำลายความฝันของผู้คนมาแล้วมากมาย เพียงแต่ไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาให้ภายนอกรับรู้ แต่ในปี 2008 ‘Bakuman วัยซนคนการ์ตูน’ มังงะผลงานของอาจารย์ สึงูมิ โอบะ และ ทาเกชิ โอบาตะ ที่เคยฝากฝีมือไว้ในมังงะชื่อดังอย่าง Death Note ก็ตีพิมพ์ออกมา นี่คือมังงะที่กล้าจะนำเสนอเรื่องราวของอุตสาหกรรมการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างเจาะลึก ทั้งด้านดีและร้าย ตีแผ่ทุกแง่มุม เนื่องจากมังงะเรื่องนี้เปรียบเสมือนบันทึกชีวิตของอาจารย์ผู้เขียนทั้ง 2 ทุกอย่างในเรื่องจึงออกมา ‘จริง’ และ ‘เชื่อถือได้’ นอกจากนั้นยังมีการผสมผสานธีมการวิ่งตามความฝันของเด็กหนุ่มเข้าไปได้อย่างลงตัว Bakuman จึงออกมาเป็นมังงะที่กลมกล่อม สุข เศร้า เหงา ซึ้ง มีครบทุกรสชาติของชีวิต ทำลายกำแพงความกลัวด้วยความกล้า มาชิโระ โมริทากะ เป็นเด็กหนุ่มวัยมัธยมต้นปีสุดท้าย เขาเป็นคนจืดชืด ใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย ไร้ความฝัน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาชัดเจนคือความรักที่มีต่อ อาซึกิ มิโฮะ เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องที่เขาแอบชอบมานาน แต่ก็ไม่กล้าบอกเธอเนื่องจากอาซึกิเปรียบเหมือนดาวประจำโรงเรียน มีแต่หนุ่ม ๆ รุมล้อม ส่วนเขาเป็นเพียงคนไร้ตัวตน อย่างไรก็ตามหนึ่งสิ่งที่คนธรรมดาอย่างเขาทำได้ดีคือ
สำหรับผู้ชื่นชอบแนวเพลงแกลมร็อก คงไม่มีใครไม่รู้จัก David Bowie ชายที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกด้วยสไตล์และบทเพลงที่โดดเด่นยากจะหาใครเหมือน ด้วยผลงานระดับตำนานของเขาทำให้ Vans ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวของ David Bowie ผ่านรองเท้าสี่แบบของแบรนด์ที่มีสไตล์แตกต่างกัน จนเกิดเป็นรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงและอัลบั้มของเจ้าพ่อแห่งวงการแกลมร็อก ถ้าพูดถึงเจ้าพ่อแนวเพลง Glam Rock ก็ต้องนึกถึง David Bowie ศิลปินแกลมร็อกที่ทั่วโลกยกย่องถึงความสามารถและที่มีแนวทางเด่นชัดในแบบของตัวเอง เป็นชายที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมและดนตรี มีบทบาทมากต่ออุตสาหกรรมดนตรีและโลกของแฟชั่น ด้วยการฉีกทุกกฎของยุคสมัย ทำให้รองเท้าทั้ง 4 คู่ ที่ดีไซน์ตามอัลบั้มของเขาโดดเด่นด้วยสไตล์ที่ไม่ซ้ำกัน Space Oddity (1969) รองเท้าคู่แรกคือผ้าใบสีฟ้าสดใส ถ่ายถอดบทเพลงแจ้งเกิดของของ David Bowie อย่าง Space Oddity จากปี 1969 เมื่อเห็นรองเท้าก็ชวนให้หวนคิดถึงวันเก่าก่อนได้เป็นอย่างดี ทั้งการแต้มจุดสีฟ้าลงบนพื้นรองเท้าสีเขียวไล่ระดับจากเข้มไปอ่อนเหมือนกับปกอัลบั้มแรกของเขาไม่ผิดเพี้ยน จากนั้นจึงใช้สีดำของเชือกรองเท้าและพื้นยางตัดกับสีรองเท้าสีสันสดใสเพื่อขับให้รองเท้าโดดเด่น พร้อมประทับความว่า SPACE ไว้ด้านข้าง ระลึกถึงห้วงอวกาศอันเป็นแรงบันดาลใจของบทเพลงนี้ Hunky Dory (1971) รองเท้าคู่ถัดมาในคอลเลกชันนี้ยังคงคอนเซปต์สีสันสดใส นำเสนอเรื่องราวจากอัลบั้มที่สอง Hunky Dory ในปี
“ครั้งแรกที่ผมสูบกัญชา ตอนนั้นผมอายุแค่ 8 ขวบ” วลีสั้น ๆ จากปากของ Danny Trejo นักแสดงที่เราคุ้นเคยในบทบาทตัวร้ายสัญชาติเม็กซิกันซึ่งเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีว่า ชีวิตของเขานั้นเคยผ่านเรื่องราวโชกโชนมามากแค่ไหน ด้วยผลงานภาพยนตร์มากกว่า 100 เรื่อง ไล่ตั้งแต่บทตัวประกอบตอนเริ่มเข้าวงการ ไปจนถึงพระเอกในหนังอย่าง Machete ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของ Danny ได้เป็นอย่างดี แต่ใครจะรู้ว่า ก่อนจะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ ชีวิตของเขาเคยจมดิ่งสู่ด้านมืดของโลกไปลึกมากแค่ไหน วัยหนุ่มที่โชกโชน Danny Trejo เกิดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ปี 1944 อาศัยอยู่ในย่าน Echo Park , Los Angeles พ่อแม่ของ Danny เป็นคนงานก่อสร้างชาวเม็กซิกันหาเช้ากินค่ำ จึงไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ลูกมากนัก ลุงแท้ ๆ ที่เป็นทั้งขี้ยาและพ่อค้าขายอาวุธ จึงกลายเป็นคนสอน Danny ให้รู้จักโลกใบนี้อย่างลึกซึ้งแทน แต่เป็นในด้านที่ต่างจากเด็กคนอื่นอย่างสิ้นเชิง ตอนอายุได้ 12 ปี ลุงสุดที่รักของ Danny ต้องการจะปล้นร้านค้าแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าคนขับรถไม่ใช่ใครนอกเสียจาก
หนึ่งในรูปแบบการทำนายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกคือการทำนายตามลัคนาราศีเกิดโดยแบ่งออกเป็น 12 ลัคนาราศี โดยเรื่องราวการทำนายส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องงาน, เงิน, ความรัก, ครอบครัว และสุขภาพ จะดีหรือร้ายก็ว่ากันไปตามแต่ละราศี แต่ในวันนี้การทำนายลักษณะนิสัยตามชะตาราศีจะ UNLOCK ไปอีกขั้น เมื่อ Annabel Gat, Lisa Stardust, Caitlin McGarry, และ Randon Rosenbohm นักโหราศาสตร์จาก Broadly Vice จะนำดวงชะตาของแต่ละราศีมาผูกติดกับกัญชา แล้วสับแหลกออกมาโดยละเอียดว่าแต่ละราศี High แบบไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด เป็นมิติใหม่แห่งการทำนายทายทักที่ดูน่าสนใจ เพลิดเพลินและน่าจะถูกใจหนุ่ม ๆ สายเขียวแน่นอน Aries ราศีเมษ ราศีเมษเป็นประเภทมีพลังและความมั่นใจในตัวเองสูง พวกเขาชื่นชอบกัญชาคุณภาพดีเพราะนั่นคือสิ่งที่คิดว่าตัวเองสมควรจะได้รับ “ราศีเมษต้องการสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ” Lisa Stardust กล่าว พวกเขาไม่สนใจว่ากัญชาคุณภาพดีจะมีราคาแพงแค่ไหน พวกเขาพร้อมจ่ายเสมอ ถึงแม้จะถังแตกอยู่ พวกเขาก็ไม่ง้อกัญชาห่วย ๆ อยู่ดี สิ่งที่พวกเขาทำคือการปลูกกัญชาคุณภาพดีไว้สูบเองเสียเลย ถึงจะดูเจ้าระเบียบในการเลือกสายพันธุ์กัญชา แต่แท้จริงแล้วชาวราศีเมษเป็นคนสนุกสนาน พวกเขาจะชวนคุยหรือเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้ทุกคนหัวเราะอยู่เสมอ เป็นคนที่วงกัญชาจะขาดไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามในทางตรงข้าม Stoner ราศีเมษบางคนเมื่อ High ก็อาจจะจมดิ่งสู่ห้วงความเศร้าได้ ทางเลือกคืออาจจะต้องเปลี่ยนจากใช้กัญชาปกติไปใช้ประเภท
ถือเป็นข่าวใหญ่สำหรับคนวงการภาพยนตร์และเหล่าแฟนหนัง หลังจากสองค่ายชื่อดังของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เจรจาทำข้อตกลงกันอยู่นาน ในที่สุด Walt Disney Company ก็ซื้อ 21st Century Fox บริษัทแม่ที่ถือลิขสิทธิ์หนังในเครือ 20th Century Fox ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อโลกภาพยนตร์รวมถึงซีรีส์เรื่องโปรดของใครหลายคนอย่างแน่นอน UNLOCKMEN จะพาไปสำรวจว่ามีหนังเรื่องอะไรที่จะต้องย้ายบ้านเข้ามาอยู่กับดิสนีย์บ้าง ? Bob Iger ประธานกลุ่มบริษัท ABC และ CEO ของดิสนีย์คนปัจจุบันวางแผนขยายอาณาจักรโดยการกว้านซื้อกิจการอุตสาหกรรมบันเทิงมากมาย เช่น Lucasfilm (ที่โด่งดังมาจากภาพยนตร์เรื่อง Star Wars), จักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ Marvel Entertainment และค่ายแอนิเมชันชื่อดัง Pixar จนล่าสุดถึงได้มาเจรจาต่อรองกับ Fox ข้อตกลงการซื้อ-ขาย ของทั้งสองค่ายเสร็จสิ้นเมื่อตอนเที่ยงคืนสองนาที ของวันที่ 20 มีนาคม 2019 ในราคา 71.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราคาเดิมที่ต่อรองกันช่วงแรกคือ 52 พันล้าน) คิดเป็นเงินไทยกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ทำให้ครอบครัวของดิสนีย์มีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มเป็นจำนวนมาก โดยภาพบนเว็บไซต์หลักของ The Walt Disney
นาฬิกาอัจฉริยะอย่าง Apple Watch ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย รวมถึงตอนนี้ก็เข้าใกล้ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเข้ามาทุกทีแล้ว Apple จึงปล่อยสายนาฬิกาคอลเลกชันล่าสุดที่ collaboration กับแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง Hermes และ Nike เพื่อต้อนรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังมาถึง Apple Watch x Nike+ คือการ collaboration ระหว่างแบรนด์เทคโนโลยีกับแบรนด์เครื่องกีฬาชั้นนำออกมาเป็นนาฬิกาอัจฉริยะและสายนาฬิการุ่นพิเศษสองรุ่นอย่าง Sport Band และ Sport Loop Apple Watch Series 4 Nike+ แตกต่างจาก Apple Watch Series 4 ธรรมดาหลายอย่าง ทั้งเอกลักษณ์ของแบรนด์กีฬาชื่อดัง Nike บน smartwatch พร้อมระบบ Nike Run Club และ Nike Training Club ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้สายสปอร์ต Sport Band สายนาฬิกาทำจาก Fluoroelastomer ยางคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน ตัวสายมีรูขนาดใหญ่ออกแบบมาเพื่อระบายอากาศสำหรับผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายโดยเฉพาะ พร้อมกับสีใหม่ 3 สี


