ถึงจะมีข่าวเป็นระยะ แต่หลายคนก็ยังปล่อยเบลออยู่ไม่ได้กระตุ้นตัวเองดูยอดทั้งรายรับและรายจ่ายที่วิ่งเข้าวิ่งออกบัญชีเลย เพราะไม่รู้ว่าดาบภาษีจะลงวันไหน ใครที่ไม่ตามข่าวให้รู้ไว้ว่าเขาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงพระปรมาภิไธยให้เป็นข้อบังคับแล้ววันนี้ (วันที่ 21 มีนาคม 2562) ชาว UNLOCKMEN คนไหนที่สงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายนี้หรือเปล่า จะรอดภาษีนี้ไหม ลองมาดูพร้อมกันว่าคุณจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าในพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรฉบับที่ 48 พ.ศ. 2562 นี้ เริ่มใช้งานแล้วตั้งแต่นาทีแรกของวันนี้และถ้าพวกเราคนไหนก็ตามเข้าข่าย จะต้องดำเนินการส่งรายการข้อมูลต่อกรมสรรพากรครั้งแรกภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563 นี้ หรือเรียกเก็บภายในปีหน้านั่นเอง จับได้ ไล่ทันเพราะมีตัวช่วย เมื่อข้อมูลคือหลักฐานยืนยันการเรียกเก็บภาษี หลายคนคงสงสัยว่าแล้วใครบ้างที่จะมีเอี่ยวเรื่องการส่งข้อมูลครั้งนี้ คำตอบชัด ๆ ระบุในพรบ. ไม่ได้มีแค่เฉพาะหน้าร้านออนไลน์ของเราเท่านั้น แต่ยังมีสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย โดยมีคนที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 3 กลุ่มที่ต้องรายงานข้อมูลบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะ (e-payment หรือคนที่ทำธุรกรรม) ได้แก่ สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน แปลว่าอะไร? แปลว่าต่อให้เราไม่ส่ง บุคคลต่าง ๆ ที่เรามีบัญชีไปเอี่ยวด้วยทั้งหลาย ทั้งสถาบันการเงินที่เราเป็นเจ้าของบัญชี หรือใช้เป็นทางผ่านของเส้นทางการเงินทั้งหลายจะต้องเปิดเผยข้อมูลกับภาครัฐ ดังนั้น ไม่ต้องคิดว่าไม่ส่งแล้วบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขาจะสุ่มไม่เจอ
สำหรับคอหนังหรือซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวนจะต้องเคยได้ยินชื่อ FBI แน่นอน เพราะในภาพยนตร์ FBI คือหน่วยงานที่คอยปราบปรามผู้ก่อการร้าย เป็นต้นแบบคาแรคเตอร์ให้กับตัวเอกของหนังแอคชันอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามโลกแห่งความเป็นจริงอาจไม่เท่แบบในหนังเสมอไป UNLOCKMEN จะพาไปดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ FBI เคยทำพลาดกันบ้าง ทั้งเรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่โตที่สร้างชื่อเสียให้กับองค์กร Federal Bureau of In vestigation (FBI) หรือสำนักงานสอบสวนกลางเป็นหน่วยข่าวกรองความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา มีหน้าที่หลักคือสืบสวนคดีอาชญากรรมร้ายแรงและต่อต้านการก่อการร้ายโดย FBI จะปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงยุติธรรม คล้ายกับหน่วย MI5 ของประเทศอังกฤษ เจ้าหน้าที่ FBI คือบุคคลที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ผ่านการคัดเลือกหลายขั้นตอน ทั้งการตรวจสอบประวัติ ทดสอบความรู้ความสามารถ ไหวพริบ และสมรรถภาพของร่างกายที่จะต้องตื่นตัวอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าเชี่ยวชาญแค่ไหนก็ใช่ว่าทุกภารกิจจะประสบความสำเร็จทุกครั้ง เห็นได้จากเหตุการณ์สุดเฟลของหน่วย FBI ที่ทำให้เรารู้ว่าไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนแต่สุดท้ายคนเราก็พลาดกันได้ FBI สังหารเหยื่อลักพาตัว หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ FBI คือยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุร้ายและคอยช่วยเหลือตัวประกัน แต่บางครั้งพวกเขากลับล้มเหลวโดยเหตุการณ์น่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อปี 2018 ในรัฐเท็กซัส ชายฉกรรจ์พกอาวุธสองคนบุกไปบ้านของ Ulises Valladares และเรียกร้องให้เขาจ่ายเงินจำนวน 8,000
ในที่สุดแบรนด์แฟชั่นสตรีตสัญชาติอเมริกาอย่าง Stüssy ก็ตัดสินใจเปิดสาขาใหม่ในประเทศออสเตรเลียและตัดสินใจ collaboration กับ Supply เพื่อร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าให้โดนใจเหล่าวัยรุ่นดินแดนจิงโจ้มากที่สุด Stüssy แบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าสตรีต-ฮิปฮอป ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี 1980 โดยบริษัท Shawn Stussy ผู้ผลิตกระดานโต้คลื่นที่มีชื่อเสียงของแคลิฟอร์เนีย เน้นคอนเซปต์ดีไซน์เครื่องแต่งกายแบบ “California lifestyle” บอกเล่าเรื่องราวของฝั่งตะวันตก ถ้านึกถึงเด็กสตรีตนิวยอร์กก็ต้องพูดถึงสเกตบอร์ด แต่ถ้าเป็นสตรีตแบบแคลิฟอร์เนียร์ก็คือเด็กแนวที่มาพร้อมกับกระดานโต้คลื่นนั่นเอง ส่วน Supply คือร้านค้าปลีกชื่อดังของออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 เป็นร้านที่รวบรวมสินค้าสตรีตแบรนด์ดังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Supreme, Silas หรือ Gimme V รวมถึงออกแบบลายกราฟิกต่าง ๆ และด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ Supply ได้ร่วม collaboration กับแบรนด์แฟชั่นหลายเจ้าเพื่อคิดโลโก้เท่ ๆ อยู่บ่อยครั้ง แฟชั่นไอเทมในคอลเลกชันพิเศษนี้เต็มไปด้วยหัวกะโหลกทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งเสื้อผ้าจากกลุ่มสีเทาอย่างเสื้อเชิ้ตแขนสั้น หมวกและกางเกงขายาว ทั้งหมดจะแต่งแต้มลวดลายด้วยกราฟิกหัวกะโหลกจำนวนมาก ดูนาน ๆ แล้วอาจลายตาไปบ้าง แต่จะต้องถูกใจเหล่าชาวสตรีตที่ชื่นชอบการแต่งตัวอย่างแน่นอน ส่วนคอลเลกชันกลุ่มสีดำจะไม่มีลายกราฟิกหัวกะโหลกซ้อนทับกันเป็นจำนวนมากเหมือนกับไอเทมสีเทาก่อนหน้า เสื้อยืดสีดำแปะสัญลักษณ์หัวกระโหลกไขว้สีเทา เสื้อแจ็คเก็ตเบสบอลสีดำทำจากขนแกะ ส่วนแขนเสื้อทำจากหนัง ประทับลายหัวกะโหลกไขว้ลายสีขาวไว้ที่แขน พร้อมกับปักโลโก้แบรด์ของ Stüssy ไว้ทางอกด้านขวาและตัวอักษร S
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการและอุณหภูมิก็กำลังสูงขึ้น ๆ นอกจากความร้อนจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันทั้งการเดินทางที่ดูเหนื่อยและเหนอะหนะขึ้นหลายเท่า อารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดใส่ใครก็ได้ง่ายขึ้นเพราะอากาศชวนให้หัวร้อน อีกสิ่งหนึ่งที่เหมือนจะไม่กระทบโดยตรงแต่ก็กระทบได้เหมือนกันก็คงหนีไม่พ้น “กิจกรรมบนเตียง” อากาศชวนเหนียวตัว อารมณ์เดือดปุด ๆ จนไม่อาจรู้สึกซาบซ่านอย่างที่เคยหรือแม้แต่กลิ่นตัวที่ชวนให้สาว ๆ หมดอารมณ์ ฤดูร้อนจึงส่งผลต่อกิจกรรมสุดซ่าบซ่านของผู้ชายแน่นอน แต่ UNLOCKMEN จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ชวนมา UNLOCK YOUR SEX LIFE ไปพร้อม ๆ กันว่า SUMMER SEX แบบไหนที่จะได้ใจสาว ๆ และควรลองให้ได้สักครั้งในฤดูร้อนนี้ ใต้ฝักบัว เริ่มจากความซับซ้อนระดับอนุบาลที่ไม่ต้องท่ายากแต่ได้คลายร้อนและเพิ่มความซาบซ่านให้ SUMMER SEX ได้อย่าง SEX ใต้สายน้ำจากฝักบัวเย็นฉ่ำ นับเป็น SEX ที่ทำได้ไม่ว่าจะห้องน้ำที่บ้าน ห้องน้ำที่คอนโดฯ หรือรีสอร์ทสักแห่งระหว่างการพักร้อน สายน้ำจะทำให้เย็นใจไม่เหนียวเหนอะหนะจากเหงื่อไม่พึงประสงค์ที่มาพร้อมอากาศร้อน แถมได้ความแปลกใหม่ในท่ายืน รวมถึงขนาดของห้องน้ำที่ไม่กว้างเท่าห้องนอนยิ่งทำให้เราแนบแน่นกับเธอได้มากขึ้น UNLOCKMEN อยากกระซิบว่าฝักบัวยังมีคุณสมบัติพิเศษลึกล้ำที่ทำให้สาว ๆ เสียวซ่านจนต้องจิกหลังเราได้อีกด้วย ลองใช้สายน้ำชุ่มฉ่ำกับบริเวณอ่อนไหวเป็นพิเศษของเธอ รับรองว่าอากาศที่ว่าร้อนก็ร้อนแรงสู้สิ่งที่เราทำให้เธอไม่ได้แน่ ๆ ส่วนใครที่ไม่รู้จะเริ่มกิจกรรมสวาทใต้ฝักบัวแบบไหน ลองย้อนอ่านได้ที่ UNLOCK YOUR SEX
มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้ชายอย่างเราตัดสินใจรวมตัวหรือสร้างกลุ่มกันขึ้นมาเพื่อลงมือทำอะไรสักอย่าง อาจจะเป็นความชอบที่ตรงกัน รสนิยมการใช้ชีวิตที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงความฝันที่จะได้ออกวิ่งตามหาเรื่องราวที่สนุกสนานและความสำเร็จให้กับชีวิต เหมือนกับ SLUR (เสลอ) วงดนตรีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแนวทางอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เกิดจากการรวมตัวกันของ เย่-จักรพันธ์ บุณยะมัติ (ร้องนำ), บู้-ธนันต์ บุญญธนาภิวัฒน์(เบส), เฮ้าส์-สรศักดิ์ จันทรมนตรี(กีต้าร์) และ เอม-ธิติพันธุ์ อนะวัชพงษ์(กลอง) จนกลายเป็นวงดนตรีคุณภาพ ซึ่งสร้างความหลากหลายให้กับวงการเพลงไทยมาตั้งแต่ปี 2549 ที่พวกเขาปล่อยอัลบั้มแรกของตัวเองอย่าง Boo! ออกมาให้ทุกคนได้รู้จัก แต่ก็เหมือนชีวิตของทุกคน แน่นอนว่าการเดินทางบนเส้นทางดนตรีมาตลอดระยะเวลากว่า 13 กับผลงาน 5 สตูดิโออัลบั้ม ต่างเต็มไปเรื่องราวและเหตุการณ์ที่มีทั้งปัญหาและช่วงเวลาพิเศษมากมาย แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้ทำให้ทั้ง 4 คนหมดความกระหายในสร้างบทเพลงใหม่ ๆ ออกมาและอัลบั้ม Bin ซึ่งเป็นผลงานชุดล่าสุดก็เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าความสนุกและไอเดียสร้างสรรค์ในงานดนตรีของพวกเขา ไม่เคยลดน้อยลงตามช่วงอายุที่มากขึ้น แต่อะไรจะเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวพวกเขาทุกคน ให้เดินบนเส้นทางอย่างรู้ใจตัวเองอยู่เสมอ วันนี้เรามารับฟังเหตุและเรื่องราวของพวกเขาไปพร้อมกัน พูดถึงจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจของอัลบั้มล่าสุดอย่าง BIN ให้ฟังหน่อยครับ เย่ : ถ้าพูดถึงจุดเริ่มต้นของอัลบั้ม Bin ผมที่ว่ามันเหมือนกับอัลบั้มที่ 4 ตรงที่เราคิดว่าเรายังสามารถคิดเพลงได้อีกยังพัฒนาเพลงต่อได้ เลยอยากจะทำเพลงกันออกมา แต่เรื่องแนวเพลง
เร็ว แรง ไว มุทะลุดุเดือด ลุยดะไม่เกี่ยงสถานการณ์ ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นภาพจำของผู้ชายอย่างเรา ๆ ที่ใช้ชีวิตสุดขีดทุกด้านอย่างไม่กลัวเกรงสิ่งใด ชีวิตที่ลวก ๆ เร็วไวอาจตอบโจทย์ความพลุ่งพล่านกระตุ้นเร้าสัญชาตญาณเดือดภายใน แต่ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าหลายครั้งชีวิตที่ลวกเกินไปก็ทำให้ชีวิตผู้ชายอย่างเราพังมานักต่อนัก ไม่ว่าจะเรื่องงานที่เผลอคิดว่าเอาอยู่เต็มที่ จำได้ทุกตารางนัดละเลยการจดบันทึกเลยเผลอปาร์ตี้หนักสุดเหวี่ยง รู้ตัวอีกทีก็เข้าประชุมเช้าไม่ทันเสียแล้ว ไม่ว่างานจะดีแค่ไหนแต่ถ้าลวกเพียงครั้งเดียวชีวิตก็อาจพังทลายได้ง่าย ๆ UNLOCKMEN ไม่อยากเห็นผู้ชายไทยต้องพังอีกต่อไป เททิ้งชีวิตลวก ๆ ไว้ แล้วหันมาเพิ่มความลึกให้ชีวิต เพราะ Deep กว่าก็ดีกว่า เพียงเพิ่มรายละเอียดการดูแลตัวเองให้ลึกขึ้นอีกนิด แล้วชีวิตจะดูดีขึ้นทันตา! Deep กว่าก็ดีกว่า: จดให้ Deep อีกนิด ชีวิตจะดูดี ชีวิตลวก ๆ มักทำให้เราหลงลืมสารพัดสิ่งที่ต้องทำ เพราะเราเอาแต่คิดว่าเราจำได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ไม่มีทางที่ชีวิตจะพังลงได้หรอก แต่จริง ๆ แล้วการจดบันทึกคือสุดยอดเคล็ดวิธีง่ายแสนง่ายที่เพิ่มมิติความลึกให้ชีวิตผู้ชายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นการจดตารางงาน จดสิ่งที่ต้องทำหรือจดความรู้ความเข้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันหรือความคิดมากมายในหัวของเรา การจดบันทึกถือเป็นการเพิ่มความลึกให้กับชีวิตที่ง่ายแสนง่าย แต่ให้ผลลึกซึ้งโดยการจดจะช่วยเราสามารถจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้อย่างราบรื่น
กฎข้อแรกของแฟนหนังไฟต์คลับ คือ ต้องจำหนุ่มออฟฟิศหน้าตาซื่อบื้อได้ ชีวิตเฮงซวยกับหน้าตาเบื่อโลก ทำให้บทของเขาในเรื่องนี้เป็นที่จดจำ หรือจะเป็นพี่ชายตัวแสบหัวรุนแรงใน American History X กับคาแรกเตอร์ Neo-Nazi ที่แสนจะติดตา และอีกหลายเรื่องที่การแสดงของเขาโดดเด่นจนทำให้เราเชื่อว่าเขาเป็นตัวละครนั้นจริง ๆ แค่สองเรื่องที่พูดถึงมา คงไม่มีใครกังขาในความสามารถของเขา เราจะพามาสำรวจชีวิตเบื้องหลังจอเงิน อะไรที่ผลักดันให้เขาสวมบทบาทได้เหมือนสวมวิญญาณเข้าไปขนาดนี้ THE GREAT NORTON ปฐมบทของการแสดง เริ่มต้นจากภาพยนตร์เรื่อง Primal Fear (1996) ฝีมือการกำกับของ Gregory Hoblit ช่วงเริ่มโปรเจ็กต์ เขามองหานักแสดงวัยละอ่อนที่จะมาประกบคู่กับ Richard Gere ในตอนแรกบทนี้ถูกเสนอให้กับ Leonardo DiCaprio แต่เป็นอันล้มเลิกไป เลยเป็นอันต้องพักกอง รอจนกว่าจะเจอดวงดาวที่ใช่ จนกระทั่งมาพบกับ Edward ในรอบออดิชั่นที่เอาชนะคู่แข่งอีกนับพันคนไปได้แบบลอยตัว และความเจิดจรัสของเขาไม่หยุดอยู่แค่รอบออดิชั่น ฝีมือการแสดงส่งผลให้เขาได้เข้าชิงออสการ์สาขา Best Supporting Actor กันตั้งแต่ผลงานเรื่องแรก เพียงสองปีต่อมา Edward ได้แจ้งเกิดแบบพลุแตกกับบทบาท Neo-Nazi ตัวจี๊ดแห่ง American History
บทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของคนชอบดูหนังคนหนึ่งเท่านั้นและมีการสปอยตอนจบของภาพยนตร์หลายเรื่อง ครั้งก่อนเราเขียนถึงเพลงตอนจบภาพยนตร์สุดประทับใจ (ย้อนอ่านได้ที่ 7 เพลงตอนจบภาพยนตร์สุดประทับใจ) แต่ยังไม่หมดแค่นั้น ตอนจบภาพยนตร์คือสิ่งที่เราหลงใหล วันนี้เราจะพูดถึงตอนจบภาพยนตร์เพียว ๆ แบบไม่มีเพลงมาเกี่ยวข้อง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ประทับใจไม่รู้ลืม ตกผลึกอยู่ในความทรงจำไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน Gone with the Wind (1939) Director: Victor Fleming, George Cukor ‘Frankly, my dear, I don’t give a damn’ นี่คือประโยคสุดท้ายจากภาพยนตร์เรื่อง Gone with the Wind และเป็นประโยคอันดับ 1 ตลอดกาลจากการจัดอันดับของ American Film Institute ถ้าใครไม่เคยดู Gone with the Wind คงสงสัยว่าประโยคนี้มีอะไรพิเศษ ก็ดูเป็นประโยคตัดความสัมพันธ์ธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้มันพิเศษคือเรื่องราวภายใต้ประโยคนี้ ถ้าจะอธิบาย Gone with the Wind ให้เข้าใจโดยง่าย มันคือละครน้ำเน่าที่มาในรูปแบบภาพยนตร์ โศกนาฏกรรมความรักท่ามกลางบรรยากาศสงคราม ผู้พูดประโยคนี้คือตัวละคร Rhett Butler
Casio นาฬิกาแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ของแอนิเมชันเรื่องดังขวัญใจเด็กผู้ชายอย่าง Gundam ด้วยนาฬิกา G-Shock คอลเลกชันพิเศษสุดที่เต็มไปด้วยความเท่แบบสปอร์ตผสมผสานกับกลไกสุดแข็งแกร่งของกันดั้ม กันดั้มคือแอนิเมชันญี่ปุ่นที่ทำให้เหล่าผู้ชายไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต้องหลงรักหุ่นยนต์ยักษ์ในเรื่องด้วยกันทั้งนั้น รวมกับดีไซน์หน้าตาของหุ่นยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะคล้ายกับหมวกเกาะเหล็กของนักรบซามูไรที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังเท่ไม่เคยตกยุค ความคลาสสิกของโมบิลสูทเหล่านี้จะปรากฏอยู่บนนาฬิกาคอลเลกชันพิเศษที่มีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน RX-78-2 Gundam G-Shock โมบิลสูทสีเอกลักษณ์อย่าง RX 78-2 จากภาค Mobile Suit Gundam เมื่อปี 1979 คือยานพาหนะรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ใคร ๆ ต่างก็จดจำคาแรคเตอร์ของหุ่นตัวนี้ได้ แม้บางคนอาจไม่เคยรู้จักกันดั้มมาก่อน แต่ถ้าเห็น RX 78-2 ก็จะเข้าใจได้ทันทีว่าหุ่นยนต์นี้มาจากแอนิเมะเรื่องอะไร เพราะนี่คือกันดั้มตัวแรกที่มีบทบาทมากต่อวงการแอนิเมชันญี่ปุ่น G-Shock จะนำสีอันโดดเด่นของ RX 78-2 คือสีน้ำเงิน สีแดง และสีเหลือง มาแต่งแต้มบนนาฬิกาสีขาว พร้อมกับสลักคำว่า RX 78-2 ด้วยสีดำไว้บนนาฬิกา โดย RX-78-2 Gundam G-Shock จะวางจำหน่ายในราคา 8,870 บาท
เมื่อห้าปีก่อน Onewheel โด่งดังขึ้นจากสเกตบอร์ดไฮเทคอัจฉริยะ ไม่ต่างจากสเกตบอร์ดในภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future และสเกตบอร์ดคู่ใจของโคนันจาก Detective Conan ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เท้าของผู้เล่นถีบพื้นเพื่อขับแรงส่งเคลื่อนไปข้างหน้า แต่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ปีนี้ Onewheel ออกสเกตบอร์ดพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาและมีความเร็วมากขึ้นมาให้เด็กสเกตได้ตาลุกวาว Future Motion บริษัทผู้ผลิต Onewheel ระบุว่าสเกตบอร์ดไฮเทคมีแรงบันดาลใจจากผู้คนในมหานครนิวยอร์ก เพราะนิวยอร์กคือเมืองที่มีเรื่องราวหลากหลายไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น อาชีพ รวมถึงพาหนะที่เหล่านิวยอร์กเกอร์เลือกใช้งานก็แตกต่างกันไป กลุ่มคนที่ต้องตาทีมผลิตคือเหล่าเด็กสเกตในเมือง ทำให้เกิดไอเดียว่าถ้าทำให้ไอเทมวินเทจอย่างสเกตบอร์ดกลายเป็นยานพาหนะเดินทางสุดไฮเทค ที่อำนวยสะดวกและเหมาะกับทุกคนคงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ลักษณะและคุณสมบัติของ Onewheel รุ่นแรกที่ออกในปี 2014 มีรูปร่างแปลกตาจากสเกตบอร์ดทั่วไป เพราะบริเวณกลางแผ่นบอร์ดจะติดตั้งล้อขนาดใหญ่คล้ายกับล้อรถโกคาร์ท ตัวบอร์ดน้ำหนักรวม 11 กิโลกรัม ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบบางซ่อนไว้ภายในโดยลิเธียมไอออนจะชาร์จไฟเร็วใช้งานได้นานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป ส่วนมอเตอร์กำลังขับเคลื่อนอยู่ที่ 500 วัตต์ เร่งความเร็วได้ 20 กม./ชม ชาร์จสองชั่วโมงพร้อมใช้งาน แต่ถ้ารีบจริง ๆ สามารถใช้ระบบ fast charge 50 นาที ด้วยอุปกรณ์เสริม Pint Ultracharger ได้ โดยสเกตบอร์ด Onewheel สามารถใช้งานต่อเนื่อง


