นิวยอร์กกำลังจะกลายเป็นรัฐล่าสุดของสหรัฐอเมริกาที่เตรียมบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เพื่อลดปริมาณขยะและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แม้จะเป็นนโยบายที่ยอดเยี่ยม แต่ดูเหมือนหนุ่มสายสตรีตที่เป็นแฟน ๆ ของแบรนด์อย่าง Supreme จะต้องโอดครวญเสียดายกันไป เพราะในอนาคตพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้เจอกัน Supreme shopping Bag จากร้านอีกต่อไปแล้ว ก่อนหน้านี้รัฐฮาวายและแคลิฟอร์เนีย ประกาศบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกและดูเหมือนวิธีดังกล่าวมีผลในการลดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งนิวยอร์กจะเป็นรัฐที่ 3 ของสหรัฐอเมริกาที่เตรียมประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลง ด้าน Andrew Cuomo ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กหนึ่งในผู้สนับสนุนข้อกฎหมายนี้ในเหตุผลว่า “มีการใช้ถึงพลาสติกแบบใช้แล้วถึงเฉลี่ยทุก 12 นาที และความนิยมการใช้พลาสติกก็เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่เราต้องทำการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้“ แม้จะได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย แต่ขณะเดียวกันแบรนด์สตรีตจากนิวยอร์กอย่าง Supreme ก็ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ เพราะทางร้านใช้ถุงพลาสติกที่เรียกว่า Supreme Shopping Bag ไว้สำหรับบรรจุของให้กับลูกค้านั่นเอง หลายคนอาจสงสัยว่าแค่ถุงพลาสติกที่เอาโลโก้เข้าไปแปะไว้จะมีความหมายมากมายแค่ไหน? คำตอบก็คือ Supreme Shopping Bag เป็นเหมือนกับตัวแทนของบรรจุภัณฑ์ที่กลุ่มลูกค้านิยมและสะสม รวมถึงมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันด้วย แม้รูปแบบเดิมจะถูกยกเลิกไป แต่ถ้ามองได้ด้านดีแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจทำให้กลุ่มลูกค้าของ Supreme มีโอกาสที่จะได้เห็น Shopping Bag ในรูปแบบใหม่ของแบรนด์ที่ทั้งสวยและรักษาสิ่งแวดล้อม เรียกได้ว่าดีทั้งต่อแฟชั่นนิสต้าและเพื่อนร่วมโลกทุกคนอย่างแน่นอน คาดกันว่าข้อกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกของนิวยอร์กจะผ่านมติและเริ่มประกาศใช้เป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม ของปี 2563 หนุ่มที่เป็นแฟนตัวยงของแบรนด์สตรีตจากนิวยอร์กค่ายนี้
เขื่อว่าหนุ่ม ๆ แฟนซีรีส์ของมหาศึกชิงบัลลังก์ Games Of Thrones คงเริ่มนับถอยหลังรอคอยกันแล้ว หลังจากเหลือเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ที่ซีรีส์เรื่องนี้จะออกฉายสู่สายตาผู้ชม โดยช่องเจ้าของลิขสิทธิ์สาขาโลกตะวันออกอย่าง HBO Asia ก็ได้ปล่อยโมเดลคัสตอมรองเท้ารุ่นยอดนิยมจากค่ายสามขีด ออกมาเรียกกระแสจากแฟน ๆ เป็นการเรียกน้ำย่อยแล้ว ใครที่เป็นแฟนของทั้ง Games Of Thornes และ Adidas มีโอกาสได้รองเท้าและของสะสมเพิ่มอีกครั้งหลังจาก HBO Asia เตรียมฉลองการเปิดตัวซีซันสุดท้ายของซีรีส์สุดฮิตที่หลายคนตั้งตารอมาเป็นเวลานาน ด้วยการจับโมเดลรองเท้าจากค่ายสามขีดมา Custom 4 รุ่น 4 คู่ด้วยกัน เริ่มจากโมเดล Continental 80’s ในโทนสี Black, Gold , Red ที่ใช้แรงบันดาลใจจาก House Lannister ต่อด้วยโมเดล Stan Smith มาในลวดลาย Dessert-Camo เป็นตัวแทนของ House Targaryen ตามด้วยโมเดล Micro R1 ในโทนสี
การสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกของจิตรกรแต่ละคนผ่านผ้าใบ พู่กัน สี และความคิดสร้างสรรค์จนเกิดเป็นผลงานระดับพรีเมียมทำให้ศิลปินหลายคนกลายเป็นศิลปินที่ทรงอิทธิพลต่อศิลปะตะวันตก วิธีเดียวที่จะได้เสพผลงานของศิลปินตะวันตกที่ชื่นชอบคือต้องบินไปยังทวีปยุโรป แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันการเสพงานศิลปินที่เราหลงรักอาจไม่ยากเหมือนก่อนแล้ว เพราะผลงานมาสเตอร์พีซของศิลปินในลัทธิต่าง ๆ ถูกยกมาที่กรุงเทพฯ ในนิทรรศการที่มีชื่อว่า From Monet to Kandinsky นิทรรศการ From Monet to Kandinsky ก่อนหน้านี้จัดขึ้นที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีและประสบความสำเร็จล้นหลาม โชคดีที่คิวต่อจากกรุงเบอร์ลินคือกรุงเทพฯ โดยถือเป็นที่แรกของเอเชียที่ได้จัดแสดงนิทรรศการของโครงการนี้ พร้อมกับผลงานจิตรกรรมกว่า 1,500 ชิ้น ผ่านโปรเจกต์เตอร์ที่เคลื่อนไหวได้ รอให้ผู้ชื่นชอบและหลงใหลในศิลปะมารับชมงานศิลป์แบบ 360 องศา ผลงานที่ถูกนำมาจัดแสดงล้วนมาจากฝีมือยอดจิตรกรทั้ง 16 คน ที่เมื่อเห็นชื่อของจิตรกรและผลงานของเขาหลายคนจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน เริ่มตั้งแต่ศิลปินผู้มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะตะวันตกอย่าง Claude Monet กับผลงาน Impression Sunrise หรือความประทับใจของพระอาทิตย์ขึ้นที่ชื่อของภาพนี้กลายมาเป็นชื่อลัทธิ Impressionism นอกจากนี้ยังมีผลงานของ Edger Degas ที่โดดเด่นเรื่องการวาดภาพประวัติศาสตร์ และ Pierre August Renoir กับศิลปะอ่อนช้อยสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้ง ซึ่งศิลปินทั้งสองคนก็อยู่ในลัทธิ Impressionism ด้วยเช่นกัน ถัดจากลัทธิ
Pro-Keds แบรนด์รองเท้าผ้าใบเจ้าแรก ๆ ที่เลือกหยิบยาง rubber มาทำเป็นพื้นรองเท้า แถมเป็นรองเท้าคู่ใจของ Geoge Lehman นักบาสเก็ตบอลในตำนานของยุค 70 ที่สวมใส่ Pro-Kids ชู้ตลูกลงห่วงกว่าสองร้อยลูกโดยไม่พลาดสักครั้ง ครั้งนี้แบรนด์รองเท้าที่มีเรื่องราวยาวนานก็กลับมาอีกครั้งพร้อมสีสันใหม่ ๆ ของฤดูใบไม้ผลิ สำหรับคอลเลกชัน Spring 2019 ของ Pro-Keds ไม่ได้มีแค่รองเท้าทรงคลาสสิกเท่านั้น แบรนด์ยังนำรองเท้ารุ่นไฮไลต์อย่าง Royal ที่สร้างสรรค์ออกมาเพื่อนักกีฬาบาสเก็ตบอลโดยเฉพาะ พร้อมรูปทรงดั้งเดิมของแบรนด์มาปรับแต่งใหม่เพื่อผสมผสานความวินเทจและแฟชั่นแบบปัจจุบันเข้าด้วยกัน Pro-Keds เลือกใช้เฉดสีมาแรงของฤดูใบไม้ผลิ 2019 อย่างสีชมพูกุหลาบที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก สีเขียวมะนาวให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและเย็นสบาย สีดำที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยตกยุค รวมถึงลายพรางของทหารที่ขนกันมาต้อนรับอากาศร้อนที่ใกล้เข้ามาทุกที ส่วนรองเท้าผ้าใบรุ่น Royal Plus ที่ต่อยอดจากรุ่น Royal โดยพัฒนาเรื่องวัสดุและความนิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับเท้าของนักกีฬาเมื่อสวมใส่รองเท้าลงสนามได้มากขึ้น พร้อมกับสีเท่ ๆ อย่างสีน้ำเงินโคบอลต์ คาดด้วยแถบสีเหลืองทองคล้ายกับมะม่วงสุก สัมผัสได้ถึงความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และสีชมพูกุหลาบคาดแถบสีขาวให้ความรู้สึกสบายตาตามสไตล์สีพาสเทล รองเท้าผ้าใบสุดคลาสสิกที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานของ Pro-Keds วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โดย Royal Plus Suede สี Cobalt
John Wick : Chapter 3 ภาพยนตร์โคตรระห่ำที่ผู้ชมทั้งโลกตั้งหน้าตั้งตารอคอยการกลับมาของ คีอานู รีฟส์ พระเอกสุดเก๋าในบทนักฆ่าสวมสูทมาดเท่ ครั้งนี้ John Wick มาพร้อมกับชื่อภาค Parabellum ซึ่งอ้างอิงถึงภาษาลาตินที่ว่า “Si vis pacem , Para bellum” ในความหมายคือ “ถ้าต้องการสันติ จงเตรียมรับมือกับสงคราม” เรียกได้ว่าเป็นชื่อที่เหมาะกับสถานการณ์ของจอห์นที่นั่งไม่ติดในภาคนี้จริง ๆ เรื่องราวในหนังภาคสามก็อย่างที่แฟนคลับ John Wick รู้กันดีว่าเป็นการดำเนินเรื่องต่อจากตอนจบของภาคที่แล้ว เมื่อจอห์นถูกตัดหางปล่อยวัด (Excommunicado) เพราะแหกกฎศักดิ์สิทธิ์ขององค์กรที่บอกว่า “ห้ามฆ่าคนในพื้นที่ของโรงแรม The Continental” ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของมือสังหารในเครือข่ายจากทั่วโลกที่ต้องการค่าหัวจำนวน 14 ล้านเหรียญ จอห์น วิค เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่หมายสั่งตายจากเบื้องบนหรือที่เรียกกันว่าสภาสูงจะมีผลบังคับใช้ ฉากตัวอย่างที่ถูกปล่อยออกมาจอห์นต้องวิ่งฝ่ามหานครนิวยอร์กในสภาพที่ดูไม่ได้ ซึ่งผิดนิสัยของจอห์นที่พร้อมจะบวกกับทุกคน แต่เมื่อเหตุการณ์มันบังคับ การเอาตัวรอดเป็นสิ่งที่เขาทำได้ในตอนนั้น สถานที่ที่คาดว่าเป็นเป้าหมายแรกของจอห์นน่าจะเป็นหอสมุดประชาชนนิวยอร์ก ซึ่งถ้าดูจากในแผนที่แล้วหอสมุดนั้นอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เขาวิ่งมาคือ Central Park เราจะพาทุกคนไปไขความลับการล้างมลทินของจอห์น วิค กับของสำคัญหลายชิ้นที่จอห์นแอบซ่อนไว้ในหนังสือ ณ
Nike และ Paul George นักบาสเกตบอลซูเปอร์สตาร์จากทีม Oklahoma City Thunder ร่วมกันสร้างสรรค์สนีกเกอร์สุดเท่ที่มีชื่อเรียกว่า Nike PG ครั้งนี้เพิ่มความพิเศษขึ้นไปอีกขั้นด้วยการ collaboration กับองค์การ NASA เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จจากการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว แบรนด์เครื่องกีฬากับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ NASA ไม่ได้เพิ่งร่วมงานกันเป็นครั้งแรก เพราะผลงานปีก่อนของ Paul George ก็ได้ใช้เรื่องราวจากอวกาศมาสร้างสรรค์เป็นสนีกเกอร์สีส้มสะดุดตารุ่น Nike PG3 “NASA” ถึงจะเคยนำคอนเซปต์ของ NASA มาเล่าไปแล้ว แต่ครั้งนี้ Nike เลือกเรื่องราวความสำเร็จของ Apollo Missions ที่สั่นสะเทือนวงการวิทยาศาสตร์และสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหญ่ให้กับโลก โดยเฉพาะโครงการ Apollo 11 ที่สามารถส่งนักบินอวกาศขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้สำเร็จในปี 1969 โดยมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เหยียบพื้นผิวของดวงจันทร์เป็นคนแรกคือ Neil Alden Armstrong โดยรองเท้า Nike PG3 “Apllo Missions” จะร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของการเหยียบดวงจันทร์ครั้งนี้ สนีกเกอร์
‘เจ้าพระยาที่คุ้นเคย นั่งมองแสงจันทรา ไม่เหมือนเคย คืนนี้ไม่มีเธอเคียงอย่างที่เคย โอ้เกิร์ล ทั้งเหงาทั้งเศร้าคนเดียวเยี่ยงเชลย เจ้าพระยาฝั่งพระนคร เคยนั่งซับน้ำตาให้เธอก่อนจากจร เมื่อตอนเธอเศร้าฉันเฝ้าปลอบไม่นอน โอ้เกิร์ล ฉันเห็นเธอคิดถึงเขา สองเราเลยจากพระนคร’ อยู่ ๆ เพลง เจ้าพระยา ของคณะดนตรี Kai-Jo Brothers ก็ดังขึ้นมาในหัวในขณะที่เรากำลังเดินเลียบถนนพระอาทิตย์ ย่านที่เมื่อก่อนเราแวะเวียนมาบ่อย ๆ ถึงแม้ตอนนี้จะห่างหายไปพอสมควร แต่จุดหมายปลายทางวันนี้คือที่ ๆ ที่เราไม่เคยไปเยือนมาก่อน เป็นบาร์เล็ก ๆ ที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา Sheepshank Public House เป็นบาร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ด้วยบรรยากาศแบบ Industrial Style โดยดัดแปลงมาจากอู่ต่อเรือเก่า ตกแต่งร้านด้วยเฟอนิเจอร์ไม้และอิฐบล็อก นี่ถ้าไม่รู้ว่าอยู่ในถนนพระอาทิตย์ เราคงคิดว่าเราหลุดมาในบาร์ย่านเมืองท่าสักแห่ง ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน ทั้งอินดอร์ที่เหมาะกับคนที่อยากนั่งในแอร์เย็น ๆ สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในบรรยากาศเฮฮา และเอาต์ดอร์สำหรับคนที่อยากชมวิวแม่น้ำแบบใกล้ชิด นั่งจิบเบียร์เคล้าสายลมแห่งเจ้าพระยา ในส่วนของอาหาร Sheepshank Public House ถือว่ามีค่อนข้างหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางอาหารตะวันตก สไตล์อเมริกันโมเดิร์น ซึ่งในวันนี้ทางร้านจัดมาให้เราทั้งหมด
หากกล่าวถึงบุรุษผู้ยืนหยัดเพื่อสิทธิและเสรีภาพ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ที่ทำให้ผู้คนในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาตระหนักเรื่องสิทธิ เสรีภาพและความเท่าเทียม UNLOCKMEN อาสาพาทุกคนไปรู้จักบุรุษผู้นี้ให้มากขึ้นกว่าที่เคย เด็กชายลินคอล์น ครอบครัวของลินคอล์นเป็นชาวนา ในวัยเด็กเขาเข้าโบสถ์กับครอบครัวทุกวันอาทิตย์ทำให้เด็กชายลินคอล์นเห็นการแบ่งแยกไม่ให้ทาสผิวดำและคนจนเข้าโบสถ์ ความไม่เป็นธรรมที่เขาได้สัมผัสทำให้ลินคอล์นปฏิเสธการไปโบสถ์อย่างที่พ่อแม่ของเขาไป เพราะเขามองว่าการเลือกปฏิบัติคือความไม่เท่าเทียม ลินคอล์นปฏิเสธที่จะไปเรียนหนังสือและเลือกศึกษาหาความรู้จากหนังสือพร้อมหาเลี้ยงชีพด้วยการตัดฟืนไปขาย ในระหว่างที่เขาพักเหนื่อยจากการทำงาน เขาจะแอบอ่านหนังสืออยู่เสมอ นิสัยรักการอ่านบวกกับการศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง ทำให้ลินคอล์นสามารถสอบเทียบชั้นและนำการสอบเทียบชั้นของเขาไปยื่นสมัครเรียนระดับปริญญาได้ในที่สุด โดยเขาเลือกเรียนทางด้านกฎหมาย เส้นทางสู่การเมือง เส้นทางสู่การเมืองของอับราฮัม ลินคอล์น เริ่มจากการที่เขาสมัครเข้าสังกัดพรรควิก (Whig Party) โดยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาของรัฐอิลลินอยส์ด้วยวัยเพียง 23 ปี แต่ในครั้งนั้นเขาแพ้การเลือกตั้ง ทำให้ต้องผันตัวไปเปิดร้านขายของชำที่นิวซาเล็ม ไม่กี่ปีต่อจากนั้นลินคอล์นสมัครเป็นทนายและที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับสำนักกฎหมายแห่งหนึ่ง ทว่าเส้นทางการเมืองของเขาไม่ได้จบลงที่การพ่ายแพ้จากการลงสนามครั้งแรก เพราะลินคอล์นได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐอิลลินอยส์ระหว่าง ค.ศ. 1834 – 1842 ด้วยความรู้และประสบการณ์ทางด้านกฎหมายของเขา จนเป็นบันไดไปสู่บุคคลที่มีบทบาทสูงในสภาได้ในที่สุด นโยบายจากสิ่งที่ฝังใจในวัยเด็ก…สู่ฝันที่เป็นจริง นโยบายที่ลินคอล์นผลักดันคือการเลิกทาสซึ่งถือเป็นความฝันครั้งยังเด็กของเขาที่ต้องการให้ระบบทาสสูญสิ้นไปจากสหรัฐฯ และฝันจะเห็นความเสมอภาคเท่าเทียม แต่สมาชิกหลายคนในสภาไม่เห็นด้วย เพราะทาสผิวดำเปรียบเสมือนแรงงานที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเกษตรที่สำคัญซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้างได้ เมื่อฝ่าฟันสารพัดความท้าทายจนถึงวันที่เขาสามารถครองตำแหน่งประธานาธิบดีได้ เขาเลือกสานฝันในวัยเด็กให้เป็นจริงด้วยการประกาศสงครามกับฝ่ายใต้ที่ไม่ยอมรับนโยบายการเลิกทาส (สหรัฐฯ ทางตอนใต้คือแหล่งเกษตรกรรมที่จำเป็นต้องใช้ทาสผิวดำจำนวนมาก) แต่นอกจากการดำเนินการด้านสงครามแล้วลินคอล์นยังใช้ความรู้ด้านกฎหมายในการแก้กฎหมายรวมถึงรัฐธรรมนูญเพื่อล้มระบบทาสและสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้น ท้ายที่สุดฝ่ายประธานาธิบดีลินคอล์นก็ประกาศชัย เพราะความฝันในนโยบายการยกเลิกทาสนั้นสำเร็จ
เราเคยชินกับการเรียนในระบบ และอยู่กับไม้บรรทัดทางสังคมที่บอกว่า “ปริญญา” เป็นเครื่องยืนยันความรู้ “เวลา” เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมาที่ทำให้เหนือกว่า ส่วน “ร่างกาย” ที่โรยรา สมองที่เริ่มล้าจากเลขอายุที่เพิ่มขึ้น คือเครื่องบอกความทรงภูมินั้น แต่โลกกว้างใบนี้ยังคงมีอีกหลายสิ่งที่เราไม่รู้ ชีวิตไม่ได้จบแค่ห้องเรียนและออฟฟิศที่เราต้องอยู่กับมันทุกวัน แค่ก้าวออกจากสถานที่เดิมระหว่างทางที่พบเจออาจจะเป็นห้องเรียนอีกห้องที่เรามองไม่เห็นหรือไม่เคยสังเกต เมื่อตัวเราเข้าใจเรื่องนี้ดี และมีกลุ่มคนที่เข้าใจเรื่องการเรียนรู้ และเก่งเรื่องพัฒนาศักยภาพอย่าง SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน จัดทอล์กเกี่ยวกับประเด็นนี้ UNLOCKMEN จึงไม่พลาดไปร่วมฟัง The Talk#LifeLongLearning หัวข้อ #TestofLife: ‘เรียนรู้’ สู่การสร้างทางเลือกชีวิตที่ไม่ยึดติดกรอบ ที่จัดขึ้นที่ The Garage ในวันที่ 27 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา สปีกเกอร์ 5 ท่านที่ได้รับเชิญมาพูดคุย มาจากต่างวัย ต่างสาขาอาชีพ ได้แก่ คุณพี – ดร. รพีรัฐ ธัญวัฒน์พรกุล (ที่ปรึกษาแก้ปัญหาการเงิน เจ้าของเพจ “มนุษย์เงินเดือนพันธุ์ใหม่”) คุณพลอย – พลอยไพลิน ตั้งประภาพร (นักแสดงและเจ้าของเพจพลอยเรียนจบแล้วทำอะไรต่อ?) คุณจุ้ย
ความรักอาจเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต แต่ความสัมพันธ์ในรูปแบบคนรักเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จริงอยู่ว่าการมีคนรักที่ดีและสุขสมหวังในความรัก รวมถึงการมีความสัมพันธ์ที่ราบรื่นนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนใฝ่ฝัน แต่ในความเป็นจริงสำหรับบางคนก็ถึงเวลาที่ต้องยอมรับว่า “วัความสัมพันธ์หอมหวานไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน” ประโยคนี้เป็นเรื่องจริงที่สุด วันนี้ UNLOCKMEN มีหนัง 5 เรื่องมาให้คุณได้รู้ซึ้งถึงความรักที่ไม่ได้หอมหวานหรือน่ารัก แต่ไม่ว่าจะมีความรักความสัมพันธ์แบบไหน เราก็ต้องมีชีวิตต่อไป The Lobster หนังตลกร้ายที่บอกเล่าผ่านความสัมพันธ์ผ่านพล็อตเรื่องโดดเด่น แปลกใหม่ แสบสันและจิกกัด มีฉากเป็นโลกกึ่งดิสโทเปียที่การไม่มีคู่ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย คนโสดไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรจะโดนส่งตัวไปที่โรงแรม The Hotel ผู้ที่ถูกส่งไปมีเวลา 45 วันในการหาคู่ให้สำเร็จ ประเด็นมันอยู่ตรงที่ถ้าใครยังหาคู่ไม่ได้ในเวลาที่กำหนดจะถูกทำให้กลายเป็นสัตว์ หนังเรื่องนี้ถูกตีความเป็นหนังนอกกระแส แต่ก็ดูได้เพลิน ๆ ถ้าพูดถึงความสนุกมันก็เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคลของพวกคุณแล้วแหละ 500 Days of Summer เมื่อความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต Tom (Joseph Gordon-Levitt) ชายหนุ่มที่เชื่อในเรื่องพรหมลิขิตและ Summer (Zooey Deschanel) หญิงสาวที่เชื่อว่าความรักเป็นเรื่องเพ้อฝัน 500 วันแห่งเรื่องความรักของเขาและเธอจะหวานขมปนเฝื่อนขนาดไหน? เรื่องราวในหนังอาจจะเตือนใจใครบางคนได้ว่าคนที่คิดแบบเดียวกับเรา หรือทำอะไรเหมือนเรา ไม่ได้แปลว่าเขาคนนั้นจะเป็นเนื้อคู่ของเรา เพราะความหวานชื่นตลอดไปอาจไม่มีอยู่จริง Equals equals หนังโรแมนติกไซไฟในโลกยูโทเปียในอนาคตที่ไร้อาชญากรรม พลเมืองทุกคนถูกตัดต่อพันธุกรรมสะกดต่อมอารมณ์เอาไว้ ทุกคนตัดขาดความสัมพันธ์ส่วนตัว


