การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของวงการ Electric Vehicle หรือยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบัน ทำให้หนุ่ม ๆ อย่างเราได้เห็นพัฒนาการรวมถึงรถพลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมรูปแบบแห่งอนาคตมากมายหลายคัน โดยเฉพาะ Zeus พาหนะสองล้อพลังไฟฟ้าสเปคโหดล่าสุดที่เพิ่งเปิดจอง ส่งตรงจาก Curtiss Motorcycles ค่ายมอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกันที่ชวนให้ขยับมือกำแฮนด์บิดแน่นเน้น ๆ อย่างไม่รู้ตัวคันนี้ Curtiss Motorcycles คือค่ายผลิตรถมอเตอร์ไซค์เก่าแก่จากสหรัฐอเมริกาที่เดิมใช้ชื่อว่า Confederate Motorcycle ตามประวัติกล่าวว่าความเจ๋งของแบรนด์นี้อยู่ในระดับตำนาน เพราะ GLENN HAMMOND CURTISS ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้คิดค้นระบบเครื่องยนต์ V-twin หรือที่เรียกว่าเครื่องยนต์ V2 สำหรับมอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกันขึ้นตั้งแต่ปี 1903 (6 ปีก่อนหน้า Harley-Davidson จะหยิบมาทำ) ต่อมาในปี 2017 พวกเขาปรับเปลี่ยนแผนการตลาดหันมาผลิตพาหนะสองล้อที่พึ่งพาพลังงานไฟฟ้าแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ Zeus ได้แรงบันดาลใจมาจากโมเดลรถที่ได้ชนะรางวัลจากการประกวดในงาน Quail ในปี 2018 ก่อนจะนำมาพัฒนาเป็นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มาพร้อมรูปทรงและเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมทั้งยังสามารถเลือกปรับแต่งตามที่ผู้สั่งซื้อต้องการได้อีกด้วย Zeus ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 140 kw (190 hp) ให้แรงบิดสูงสุด 197 Nm (145 lb-ft) ที่สร้างอัตราการเร่ง 0
นานพอสมควรที่เราไม่ได้คุยกับคนทำหนังสือ แต่มหกรรมหนังสือระดับชาติที่ประกาศย้ายสถานที่จากศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ไปที่เมืองทองธานีสะกิดเราให้รู้สึกว่า ถึงเวลาที่จะต้องออกไปพูดคุยกับคนทำหนังสือ ถึงเวลาไปสำรวจความจริงของตลาดหนังสือที่ใครเขาว่าซบเซากับตาแล้วว่าของจริงมันเป็นยังไงกันแน่ แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะบรรยาศที่คึกคัก จำนวนคนที่มางานช่วงที่เราแวะไปเห็นชัดว่ามีคนสนับสนุนสิ่งพิมพ์อยู่มาก ส่วนสำนักพิมพ์ที่แวะไปคุยด้วยก็จัดจ้านทั้งเรื่องราวที่ตีพิมพ์และคำตอบทุกคำถามที่ผ่าตรงถึงใจแบบนี้ “ใครเป็นคนบอกวะ จริง ๆ เราเจอคำถามแบบนี้มาประมาณ 3 รอบได้” “มันก็ใช่นะเวลาที่ทุกคนจะทำอะไรมันต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อสังคมอยู่ในนั้น เพื่อให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เปล่าประโยชน์เกินไป แต่เราก็มองว่า มันไม่ได้เป็นจุดประสงค์หลักขนาดนั้น เราไม่ได้เป็นโรงเรียนหรือว่าไม่ได้มีหน้าที่ทางสังคม ไม่ได้เป็นสถาบันทางสังคมที่จะทำหน้าที่ยกระดับให้สังคม” ประโยคคำตอบกลั้วเสียงหัวเราะของ 2 สาว คุณจุ๋ม – ปนิธิตา เกียรติ์สุพิมล และคุณนิ่ม – สุพรรณี สงวนพงษ์ ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ P.S. Publishing ที่กระตุกให้เราตั้งคำถามกับตัวเอง เออ…จริง ใครบอกก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้ตัวอีกทีมันเป็นหนึ่งในลิสต์คำถามที่เราโพล่งออกไปแล้วว่า “การเป็นสำนักพิมพ์ผลิตหนังสือออกไป เรามีเป้าหมายอยากเปลี่ยนแปลงสังคมหรือเปล่า” หนังสือที่ไม่ได้ตัดสินความเป็นมนุษย์ สำนักพิมพ์ที่ไม่ได้อยากเป็นศาลเตี้ยเสนอเรื่องราว “P.S. ยืนหนึ่งเรื่องความสัมพันธ์” เป็น Motto ที่ค่อนข้างเรียบง่ายและอธิบายความเป็น P.S. ได้ดี แม้การพูดเรื่องความสัมพันธ์จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน แหย่ขาข้างหนึ่งเข้าไปขยี้จารีต ซ้อนประเด็นหนัก ๆ อีกชั้นแต่อ่านไปแล้วไม่รู้สึกขยาด ต่างหากที่ทำให้ตัวอักษรทุกเล่มของ
ฤดูร้อนสำหรับผู้ชายหลายคนคือช่วงเวลาแห่งการลุยไม่ยั้ง ช่วงเวลาแห่งกิจกรรมกลางแจ้ง ท้าแดด เสียงข้างในมันร่ำร้องให้ออกไปรับลมทะเล กระโจนใส่ฟองคลื่น ปีนหน้าผา เล่นน้ำสงกรานต์ ฯลฯ ในขณะที่ฤดูร้อนสำหรับผู้ชายหลายคนที่ไม่นิยมชมชอบแสงแดดและอากาศร้อนระอุ การเลือกหมกตัวอยู่ในบ้าน เปิดแอร์เย็นฉ่ำ พร้อมเบียร์เย็น ๆ สักแก้วและหนังสือสักเล่มก็ไม่ต่างจากสวรรค์บนดิน วันนี้ UNLOCKMEN ขอเอาใจผู้ชายสายชิลรับหน้าร้อนด้วยการแนะนำหนังสือ 5 เล่มที่เหมาะกับฤดูร้อน แอบกระซิบว่าบางเล่มอาจทำให้ร้อนได้โดยไม่ต้องเจอแดดด้วยซ้ำ! เมา: ประวัติศาสตร์แห่งการร่ำสุรา ผู้เขียน: Mark Forsyth สำนักพิมพ์: bookscape หน้าร้อนอย่างนี้อะไรจะดีไปกว่าเบียร์เย็นฉ่ำชื่นใจสักแก้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชายขี้เมาหรือไม่เคยคิดจะเมาเลย แต่การมี “เมา: ประวัติศาสตร์แห่งการร่ำสุรา” ผลงานของ Mark Forsyth เล่มนี้อยู่ในครอบครองช่วงหน้าร้อนนี้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเล่มนี้จะพาเราดื่มด่ำเมามายไปกับประวัติศาสตร์แห่งการเมาที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ย้อนยาวไกลไปได้ถึงชาวอียิปต์โบราณ หรือยาวไกลไปถึงความเมาของจักรพรรดิจีน ในเล่มนี้เราจะได้พบความเมาในสารพัดมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม ถ้าเป็นผู้ชายขี้เมาเราก็อ่านเล่มนี้เพื่อดื่มเหล้าครั้งต่อไปได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่สายเมา แต่มีเหตุให้ต้องไปอยู่ในวงสนทนาของเพื่อนหรือธุรกิจที่เมากันเป็นประจำ อ่านเล่มนี้ไว้เป็นข้อมูลพูดคุยในวงเหล้าช่วงสงกราต์นี้รับรองว่าดูมีชั้นเชิงขึ้นหลายระดับแน่นอน หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา ผู้เขียน: อุรุดา โควินท์
ในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าและการสื่อสาร ความคิดแหกคอกและความขบถของเด็กหนุ่มมักถูกหยิบขึ้นมาเล่าเป็นสีสันอยู่บ่อยครั้ง ครั้งนี้แบรนด์รองเท้าชื่อดังอย่าง Vans ก็เลือกหยิบเรื่องราวน่าสนใจจากหลายยุคสมัยมาสร้างความเท่ที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นในคอลเลกชัน Galactic Goddess รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ Sk8-Hi และ Authentic ในคอลเลกชันนี้เต็มไปด้วยลายเส้นขยุกขยิกบนรองเท้า แต่ละลวดลายต่างมีเรื่องราวของตัวเองไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์สันติภาพที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้อังกฤษปลดอาวุธปรมาณู ต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่กลุ่มฮิปปี้นำไปติดรถตู้หรือนำไปวาดตามสถานที่เพื่อแสดงความต่อต้านสงครามและต้องการสันติภาพ นอกจากนี้ยังมีประโยค “One with the universe” เราคือหนึ่งเดียวกับจักรวาล และ “Made of Stardust” หรือเราทุกคนล้วนถูกสร้างมาจากละอองของดวงดาว ก็ถือว่าเป็นประโยคที่ซ่อนความคลาสสิกและโรแมนติกเอาไว้ รูปหัวกะโหลกพร้อมกับกระดูกขาวสองชิ้นไขว้กันอยู่ด้านล่าง สัญลักษณ์ที่สื่อถึงความตายที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคกลาง ประกอบกับดวงอาทิตย์ตรงด้านหลังของรองเท้า และดวงดาวน้อยใหญ่ ทั้งหมดถูกแสดงออกผ่านลายเส้นสไตล์กราฟิตี้ซึ่งเป็นวัฒนธรรมนอกกระแส เปรียบดั่งความขบถของเหล่าวัยรุ่น ที่ให้ความรู้สึกแสบ ๆ กวน ๆ เวลาได้ขีดเขียนตามกำแพงตามใจ คล้ายกับว่ากำลังท้าทายอำนาจของรัฐหรือผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจ สลับกับลายตารางของหมากรุกที่เป็นสัญลักษณ์ของความคลาสสิกตลอดกาลด้วยสีม่วง น้ำเงิน และสีดำ บริเวณด้านหน้าของ outer sole จะมีเส้นสีนำ้เงินและสีดำกลับกันเป็นลายทาง ส่วนด้านข้างและด้านหลังจะแต้มด้วยจุดสีเหลืองแบบไม่ได้ตั้งใจ คล้ายกับว่านำพู่กันไปจุ่มสีและมาจุดบนรองเท้า และตรง counter ก็ไม่ลืมที่จะประทับสัญลักษณ์ของแบรนด์ด้วยสีแดงโดดเด่น ลวดลายทั้งหมดและสไตล์การแต่งแต้มสีสันสามารถบอกเล่าช่วงเวลาแห่งวัยรุ่น การคิดนอกกรอบและความแสบซ่าไม่ฟังใครผ่านสัญลักษณ์ต่าง ๆ และสีสันที่สดใส ทำให้รองเท้าผ้าใบ Galactic
โลกยนตรกรรมไม่เคยหยุดนิ่ง รวมถึงยังเหยียบคันเร่งพัฒนาอยู่เสมอจนผู้ชายอย่างเราได้ประโยชน์เต็ม ๆ ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่ก้าวเข้ามามีบทบาทต่อผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งการเข้ามาเป็นผู้ช่วยขับขี่อัจฉริยะ รวมทั้งสมรรถนะที่ยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หนุ่ม ๆ อย่างเรามีทางเลือกก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์สักคันมากกว่าที่เคย นอกจากเรื่องเทคโนโลยีและสมรรถนะแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกแบบก็ถือเป็นหัวใจสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะรถยนต์ที่เปิดตัวใหม่ เพราะงานดีไซน์สามารถบอกตัวตนของรถยนต์แต่ละคันให้ประทับอยู่ในใจผู้คนไม่รู้ลืม หลายคนอาจไม่เคยรู้เลยว่ากว่าจะพัฒนาออกมาเป็นรถยนต์โฉมสุดท้ายที่เปิดตัวสู่สายตาผู้คน จะต้องผ่านการกลั่นกรองไอเดียและใช้เวลาออกแบบอย่างละเอียดขนาดไหน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีของ UNLOCKMEN ที่ได้คุยกับ Mr. Matthias Junghanns หัวหน้าทีมดีไซเนอร์และผู้ดูแลการออกแบบรถยนต์ในเซกเมนต์ SAV จากค่ายใบพัดสีฟ้าอย่าง THE X7 ที่จะมาเล่าถึงปรัชญาการออกแบบยนตรกรรมคันล่าสุดที่ถือเป็นตำนานบทใหม่ของ BMW เลยก็ว่าได้ ไอเดีย ความใส่ใจและการแข่งขันที่ทำให้เกิดงานดีไซน์ชั้นเลิศ Matthias Junghanns เล่าเรื่องจุดเริ่มตอนการออกแบบ THE X7 ให้เราฟังว่า เดิมทีรถยนต์ในรุ่น X ของ BMWจะถูกมองเป็นรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานอย่างคล่องตัว เหมาะสำหรับลุยไปทุกที่เพราะเป็นรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนใหญ่มาในรูปแบบ Compact Luxury SUV หรือ Sub-Compact Luxury SUV แต่สำหรับ
ถึงจะเป็นแนวดนตรีที่เข้าถึงไม่ง่ายนัก แต่จากความโด่งดังของ Lorde, Dua Lipa, Lana Del Rey, หรือแม้กระทั่ง Cigarettes After Sex ที่มาเปิดคอนเสิร์ตในบ้านเราหลายต่อหลายครั้ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความนิยมของ Dream Pop ได้ขึ้นมาเป็นหนึ่งในแนวดนตรีกระแสหลักไปแล้ว อย่างไรก็ตาม Dream Pop ไม่ใช่ของใหม่แกะกล่อง ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ประวัติศาสตร์ของมันยาวนานมาตั้งแต่ช่วงยุค 80 วันนี้ UNLOCKMEN เลือกพูดถึง 10 อัลบั้ม Dream Pop ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจบุัน อ้างอิงจากการจัดอันดับของ Pitchfork Floating Into the Night (1989) Artist: Julee Cruise ย้อนไป ณ ยุคบุกเบิกของ Dream Pop อัลบั้ม Floating Into the Night ของศิลปินสาวจาก ไอโอวา สหรัฐอเมริกา Julee Cruise คือหนึ่งในอัลบั้มที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด เมื่อ Falling หนึ่งในเพลงจากอัลบั้มนี้ได้รับเลือกจาก David Lynch ให้เป็นเพลงเปิดของ Twin Peaks ซีรีส์แนวลึกลับสืบสวนที่ดังที่สุดในยุคนั้น
‘ศิลปะ’ คือหนึ่งในคำที่มีความหมายกว้างที่สุดในโลก ไม่มีคำนิยามตายตัว มีมากมายหลายแขนง บ้างก็มีไว้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ บ้างก็มีไว้เพื่อสื่อความหมายอะไรบางอย่าง บ้างก็มีไว้เพื่อตีความ แต่ศิลปะแขนงที่เราจะพูดถึงวันนี้ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น เพียงแต่ต้องใช้ความสามารถขั้นสูงของศิลปินผู้สร้างสรรค์ ‘Hyper Realistic’ คือศิลปะที่มุ่งเน้นความสมจริง เน้นรายละเอียดทุกรูขุมขน จนยากที่จะแยกออกว่ามันคือภาพวาดหรือภาพถ่าย ศิลปะแขนงนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากยุค 70 ในประเทศสหรัฐอเมริกาและภาคพื้นยุโรปโดยศิลปินผู้บุกเบิกคือ Carole Feuerman, Duane Hanson, และ John De Andrea บนหลักการแห่งสุนทรียศาสตร์ของแสงเสมือนจริงเพื่อแสดงออกถึงความเคลื่อนไหวของศิลปินหัวขบถสมัยใหม่ วันนี้ UNLOCKMEN มีภาพตัวอย่างบางส่วนมาให้ดู รับรองว่าเห็นแล้วตกตะลึงแน่นอน Pencil Drawings by Diego Fazio Acrylic Paintings by Jason de Graaf Oil Paintings by Pedro Campos Oil Paintings by Robin Eley Sculptures by Ron Mueck Oil Paintings by
ถือว่าเป็นปีทองของการ์ตูนขวัญใจเด็กผู้ชายอย่าง Gundam จริง ๆ เพราะปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 40 ปีนับตั้งแต่การ์ตูนกันดั้มออกฉายครั้งแรก นาฬิกาสารพัดแบรนด์ต่างก็ออกคอลเลกชันพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันครับรอบนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่น Casio แบรนด์จากสวิสเซอร์แลนด์อย่าง Tissot และล่าสุดคอลเลกชันพิเศษสุดหรูจาก Seiko ที่ออกนาฬิกาสวย ๆ ทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน Gundam Limited Edition สำหรับนาฬิกาข้อมือเรือนแรกที่อยู่ในคอลเลกชัน Gundam จะใช้นาฬิกา LX Line คอลเลกชันล่าสุดมาปรับแต่งใหม่ โดยแต่งเติมเรื่องราวของ Mobile Suit รุ่น RX-78-2 สุดคลาสสิกเข้าไป ทำให้ตัวเรือนมีธีมสีแสนคุ้นตาทั้งสีขาว สีน้ำเงิน สีเหลือง และสีแดง ขอบหน้าปัดครึ่งบนแต้มด้วยสีนำ้เงิน ส่วนครึ่งล่างใช้สีขาว ขีดของหมายเลข 12 จะดัดแปลงจากเส้นหนึ่งเส้นเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์เสาอากาศส่วนหมวกของรุ่น RX-78-2 ทั้งยังแถมสายนาฬิกาหนังจระเข้สีขาวมาให้อีกหนึ่งเส้น ราคาของ Gundam Limited Edition จะอยู่ที่ 630,000 เยน คิดเป็นเงินไทยราว 180,000 บาท
Drake แรปเปอร์หนุ่มจากแคนาดาที่สร้างชื่อจากเพลงฮิตติดชาร์ตมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Hotline Bling หรือ In my Feelings รวมถึงคอลเลกชันรถยนต์สุดหรูของเขาที่ UNLOCKMEN เคยนำเสนอไปแล้ว (ย้อนอ่านได้ที่ Drake’s Collection: ส่องรถหรูรุ่นหายากของแรปเปอร์หนุ่มที่กำลังมาแรงตอนนี้) นอกจากนั้นเขายังสร้างความฮือฮาให้วงการแฟชั่นด้วยเครื่องแต่งกายราคามหาโหดผ่าน Youtuber ช่อง The Unknown Vlogs UNLOCKMEN จะพาไปดูแฟชั่นของหนุ่ม Drake ที่ถูกพูดถึงว่าช่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้นจะมีไอเทมอะไรบ้างที่น่าสนใจเพื่อเป็นไกด์การแต่งตัวให้กับหนุ่ม ๆ ที่ต้องออกงานสังคม คลิปที่ทุกคนเห็นอยู่นี้คือหลังเวทีของคอนเสิร์ต Assansination Tour ณ กรุงลอนดอน จะเห็นว่าไม่ได้มีเพียงแค่ Drake คนเดียวเท่านั้น แต่มีทั้งนักออกแบบท่าเต้น สไตล์สิสต์ แดนเซอร์ ที่ปรากฎตัวพร้อมไอเทมแฟชั่นเท่ ๆ อย่างไรก็ตามสิ่งที่บรรดาคอแฟชั่นสนใจมากที่สุดคือไอเทมแฟชั่นของหนุ่ม Drake ที่เรียบหรูแต่ก็ยังคงความเท่แบบดิบ ๆ ไว้ด้วย ไอเทมชิ้นแรกที่ Drake ภูมิใจนำเสนอคือเสื้อสูทสั่งตัดพิเศษจากแบรนด์สัญชาติอิตาลี Brioni ที่ก่อตั้งในปี 1945 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงพอดิบพอดี สูทสั่งตัดของแรปเปอร์หนุ่มจะเป็นสูทยาวสีน้ำตาลอมเทา
ณ ที่แห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา UNLOCKMEN มีสนทนากับ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ ศิลปินมาดเท่จากค่าย ME Records ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ในขณะที่คุณฮิวโก้กำลังเดินเลียบเจ้าพระยาพร้อมกีตาร์คู่ใจ ขณะที่กำลังยืนมองเขาจากด้านหลังความคิดหนึ่งก็แว่บเข้ามาในหัวเรา ทางเดินเลียบเจ้าพระยาที่ร้อนระอุด้วยแสงแดด แออัดด้วยผู้คน ก็เปรียบเหมือนเส้นทางบนถนนสายดนตรีที่ยาวนานของเขา และแน่นอนว่ามันไม่ได้มีแค่ความราบรื่น หลังจากถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่เราจะได้นั่งละเลียดสนทนากับเขา เดินทางบนถนนสายดนตรีมากี่ปีแล้วครับ? “ถ้าเป็นทางการก็น่าจะประมาณ 19 ปีครับ” แล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ดนตรีของคุณฮิวโก้มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปอย่างไรบ้าง? “มันน่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัยมากกว่า เพราะว่าสิ่งที่เราต้องการหรือสิ่งที่เราชอบมันเปลี่ยนไปตามอายุ ความก้าวร้าวของวัย 20 กับ 30 ปลาย ๆ มันไม่เท่ากัน การเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราสนใจ ก็ต่างกัน เสียงที่เราได้ยินก็เปลี่ยนไป แต่มันก็มีแกนบางอย่างที่ไม่เปลี่ยน เป็นธรรมดาของพัฒนาการมนุษย์ ถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ก็ยังเหลือแก่นความเป็นตัวตนอยู่” 19 ปีถือว่านานมาก อะไรที่ทำให้คุณฮิวโก้ยังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ได้? “อธิบายยาก มันเป็นความรู้สึกตอนที่เราฟัง ความรู้สึกตอนที่เราร้อง หรือตอนที่เราแสดงกับวง มันเป็นอะไรที่ผมยังหาสิ่งอื่นมาแทนไม่ได้ในความสะใจ ความสบายใจนี้ ความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีต่อหน้าคนดู มันไม่มีอะไรจริงกว่านี้แล้ว โอกาสที่จะพลาด แรงกดดัน ความคาดหวังของคนดู ตัวเราเอง และเพื่อน ๆ


