ในค่ำคืนสุดสัปดาห์แบบนี้ เชื่อว่าชาว UNLOCKMEN หลังเลิกงานคงไม่มีใครยอมกลับบ้านเฉย ๆ แน่ ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์ก็ต้องปลดปล่อยกันหน่อยให้สมกับ TGIF …แต่จะไปไหนดีล่ะ? จะไปบาร์ ดื่มเบียร์ ดื่มเหล้า ก็เริ่มจะน่าเบื่อเสียแล้ว เพราะเบียร์ก็ยี่ห้อเดิม เหล้าก็รสชาติเดิม เพลงที่เล่นในร้านก็เพลงเดิม ๆ วันนี้ UNLOCKMEN เลยขอเสนอ ‘บาร์ยาดอง’ ที่จะทำให้ค่ำคืนสุดสัปดาห์ของคุณต่างไปจากเดิม ก่อนอื่นเราอยากให้ลบความคิดเดิม ๆ เกี่ยวกับยาดองออกไปให้หมด เพราะเชื่อว่าหลายคนแค่ได้ยินคำว่ายาดองก็ขยาดเสียแล้ว เนื่องจากมันดูดื่มยาก และร้านที่ขายก็มีแต่ร้านข้างทางบรรยากาศไม่ค่อยเหมาะกับการแฮงเอาท์สุดสัปดาห์เท่าไรนัก แต่วันนี้บาร์ยาดองทั้ง 5 ร้านที่ UNLOCKMEN หยิบมาแนะนำนั้น บรรยากาศแต่ละร้านฮิปสุด ๆ เรียกได้ว่าทำให้ลืมภาพจำ ลืมความเข้าใจเดิม ๆ ที่มีต่อร้านยาดองเปลี่ยนไปได้เลย จะมีร้านไหนกันบ้าง ไปดูกัน ! เสพย์บาร์ บาร์ค็อกเทลยาดองย่านถนนพระสุเมรุซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ Jam Hostel ทันทีที่เดินเข้าไปในร้านจะพบกับการตกแต่งร้านสไตล์ไทยโมเดิร์น โดดเด่นด้วยแคร่ไม้ที่ตั้งอยู่เรียงราย และโปสเตอร์ย้อนยุคบนผนัง ในส่วนของดนตรีที่เปิดภายในร้านก็เป็นเพลงไทยเดิมเข้ากับบรรยากาศร้านสุด ๆ และเมื่อเป็นบาร์ยาดอง ก็คงจะขาดยาดองเสียไม่ได้ด้านบนคือ ‘เสพย์ยาดอง’ เมนู
ในตลาดสินค้า ใครตัวเล็กตัวใหญ่ไม่ได้วัดจากผลกำไรเพียงอย่างเดียว เบื้องหลังความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ยังคงอยู่ใน Top of Mind ของพวกเราเสมอมันต้องมีดีในมิติอื่นด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกปี BRANDZ ออกมาจัดอันดับมูลค่าของแบรนด์ว่าปีที่ผ่านมาผลงานของธุรกิจแต่ละอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หน้าเก่าที่ผลัดเปลี่ยนกันมาโชว์ความเก๋าในสนามผู้บริโภคในปัจจุบัน WHO’s BRANDZ? แน่นอนว่าชื่อของ BRANDZ ในฐานะโพลล์จัดอันดับแบรนด์ระดับโลกคงมีหลายคนคุ้นหูหรือคุ้นตากันอยู่บ้าง เพราะเขาถือไม้บรรทัดวัดมูลค่าแบรนด์ต่อเนื่องมายาวนาน ปีนี้เป็นปีที่ 20 แล้ว แต่สิ่งที่บางคนยังไม่รู้คือเจ้าโพลล์ BRANDZ นี้มันได้แต่ใดมา? ใครก่อตั้งและมีไว้ทำไม? BRANDZ เกิดขึ้นจากบริษัทวิจัยทางการตลาดและสื่อสารการตลาดระดับโลก Millward Brown และเป็นบริษัทลูกของ WPP บริษัทโฆษณารายใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าแบรนด์จาก BRANDZ Model ที่ว่าด้วยวิธีสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ 5 ประการ ได้แก่ Presence ทำให้แบรนด์เป็นที่พบเห็นทั่วไป Relevance สร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับลูกค้า Performance คุณสมบัติพื้นฐานของแบรนด์ Advantage ประโยชน์ของแบรนด์ในมุมของลูกค้า Bonding ความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ดังนั้น ทำเนียบมูลค่าที่ BRANDZ สำรวจจึงมาจากหลายมิติ ไม่ใช่แค่ผลกำไรที่แบรนด์ทำได้เท่านั้น แต่มุมมองการรับรู้ของแบรนด์ที่มีต่อผู้บริโภคและความภักดีจะถูกเก็บมาใช้เป็นคะแนนในการคำนวณร่วม ส่วนประโยชน์ของการจัดอันดับวิน-วิน ทั้งสองฝ่าย ด้านเจ้าของแบรนด์ก็ได้เห็นผลลัพธ์ของการลงทุนลงแรงทำงานตลอดปี แบรนด์ดีมีกำลังใจและหาหนทางเป็นดาวค้างฟ้าต่อ
ไม่รู้ว่านี่คือปรากฏการณ์ Butterfly Effect การอุปทานหมู่ หรือวงล้อยุคสมัยแห่งดนตรีเวียนมาบรรจบพอดี แต่ที่แน่ ๆ คือสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่านี่คือปีทองของวงการ Hip-Hop ไม่ใช่แค่ในไทย แต่กระแสทั่วทั้งโลกก็กำลังมาไม่ต่างกัน เห็นได้ชัด ๆ จาก Billboard Chart ชาร์ตเพลงอันดับ 1 ของโลก 100 อันดับแรกมีเพลง Hip-Hop เกินครึ่ง หรือถ้าเป็นในไทย รายการโทรทัศน์เกี่ยวกับ Hip-Hop ก็ได้รับความนิยมอย่างสูงจนเป็น Talk of the Town นอกจากนั้นคลับบาร์แนว Hip-Hop ที่เมื่อก่อนแทบจะนับจำนวนคนในร้านได้ แต่ตอนนี้ต้องไปรอต่อคิวเข้าตั้งแต่หัวค่ำ เพราะฉะนั้นคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่ากระแส Hip-Hop กำลังมาแรงจริง ๆ แต่ในทุกความเจริญก้าวหน้าย่อมมีสิ่งไม่ดีซ่อนอยู่เสมอ วงการ Hip-Hop ก็เช่นเดียวกัน แน่นอนว่าความขัดแย้งนั้นมีเนิ่นนานแล้ว แต่เมื่อประชากรในวงการเยอะขึ้น แสงสปอร์ตไลท์ส่องเข้ามาในวงการมากขึ้น ความขัดแย้งก็ดูจะเด่นชัดและเป็นสาธารณะมากขึ้น Hip-Hop เป็นแค่คำนิยามกว้าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่งประเภทแยกย่อยออกไปอีกได้มากมาย และนี่คือต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง เพราะรสนิยมของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน จึงเกิดการแบ่งฝ่าย พูดจาข่มกันไปมาว่าแนวนี้ดีกว่าแนวนี้
“Time is the most valuable thing on earth” : “เวลา คือสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดบนโลกใบนี้” คำกล่าวนี้โคตรจริงสุด ๆ ในชีวิตผู้ชายอย่างเราที่เต็มที่กับชีวิตทุกด้าน จนบางครั้งก็แทบไม่มีเวลาดูแลตัวเอง โดยเฉพาะวัยรุ่นชายตอนปลาย และชายวัยกลางคนที่กำลังอยู่ในช่วงทำงานอย่างติดลมบน จนไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพค่อย ๆ แย่ลงอย่างไม่รู้ตัว บางคนยังรู้สึกว่ายังพอเฟิร์มอยู่ แรงดีอยู่ หรือพอใจในรูปร่างของตัวเองก็ถือว่าสบายใจไป แต่ถ้าวันหนึ่ง คุณตื่นมา เข้าห้องน้ำไปปัสสาวะ แล้วปรากฏว่าคุณก้มหน้าลงแต่กลับมองไม่เห็น “น้องชาย” เพราะพุงของคุณบังอยู่แล้วหละก็ แบบนี้ต้องทำอะไรสักอย่างแล้วหละครับ ถ้ารู้ตัวว่าอยากออกกำลังกายแต่ไม่มีเวลา ก็ไม่ควรไปสมัครสมาชิกยิมใด ๆ ให้เสียเงินเปล่า หรือควักเงินเป็นหมื่นเป็นแสนซื้อจักรยานเสือหมอบคันแรง สุดท้ายจอดโชว์นิ่ง ๆ ไม่มีโอกาสปั่น แต่เราอยากให้ปันเวลาแค่ 15 นาทีต่อวันจากเรื่องอื่น ๆ มาเวทเทรนนิ่งกันหน่อย ซึ่งมันทำได้ง่ายสุด ๆ ใช้พื้นที่น้อย จะทำที่บ้าน ที่คอนโด หรือสเปซไหนก็ได้ที่เหมาะสม ส่วนอุปกรณ์ก็แค่มีดัมบ์เบลล์ 1 คู่ หนักระหว่าง 25-40 ปอนด์ หรือประมาณ 11-18
ถือเป็นครั้งที่ 4 แล้วสำหรับการร่วมงานกันระหว่างศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อก้องโลกอย่าง KAWS กับมินิมอลฟาสต์แฟชั่นสุดฮิปจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Uniqo ที่ก่อนหน้านี้ปล่อยคอลเลคชั่น Peanut ออกมาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เปิดฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ให้กับแบรนด์อย่างน่าเหลือเชื่อ และจากความสำเร็จดังกล่าว น่าจะทำให้ทั้งคู่มองเห็นถึงศักยภาพในการขยับขยายฐานแฟนต่อไป จึงเกิดเป็นคอลเลคชั่น ที่กำลังจะวางจำหน่ายในเร็ววันนี้ นั่นคือ KAWS x Uniqo “Sesame Street” รายการสำหรับเด็กที่โด่งดังมีอายุมากกว่า 40 ปี และผ่านการรับรางวัลมานับไม่ถ้วน เอาใจสาวกการ์ตูนอเมริกันที่หนุ่ม ๆ น่าจะคุ้นเคยกันดี ซึ่งเราจะได้พบกับตัวละครที่คุ้นเคยไม่ว่าจะเป็น Oscar the Grouch, Ernie และ Elmo บนเสื้อยืด UT สีสันสดใสผ่านการดีไซน์ใหม่ใส่ความสตรีทคัลเจอร์ลงไปของ KAWS จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่หนุ่ม ๆ ไม่ควรพลาดไปเลยทีเดียว ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่าไม่นานเกินรออย่างแน่นอนสำหรับคอลเลคชั่น KAWS x Uniqo “Sesame Street” Fact : KAWS หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า Brian
ไม่ว่าจะเดินทางมาทำงานด้วยวิธีไหน ไม่ว่าจะขับรถมาเอง หรือใช้ขนส่งมวลชน เชื่อว่าหลายคนคงไม่ได้แฮปปี้กับสภาพจราจรในตอนเช้าหรือหลังเลิกงานกันนัก ไม่ว่าจะในย่านที่ติดเป็นประจำจนขึ้นชื่อว่าติดไฟแดงชาตินี้ได้ไปชาติหน้า หรือย่านที่ไม่ได้ติดสาหัส แต่ก็รถเยอะจัดตลอดวัน หรือใครที่เดินทางด้วยขนส่งมวลชนก็ต้องผจญกับคลื่นมนุษย์ที่เบียดเสียดกันไม่แพ้ทางอื่น UNLOCKMEN เข้าใจคุณดี และอยากเอา PLAYLIST นี้ไปฟังแก้เบื่อ แก้เซ็งกันก่อนจะถึงจุดหมายปลายทาง สำหรับใครที่สะดวกฟังบน Spotify เรามี Playlist มาให้เหมือนเดิม ที่นี่ Lord Huron – The Night We Met เริ่มกันแบบชิล ๆ ดับความหัวร้อนบนท้องถนน ด้วยอินดี้โฟล์คจาก Lord Huron ที่ไม่ได้ชิลจนชวนหลับ ยังพอมีจังหวะให้โยกหัวตามได้บ้าง The Lumineers – Cleopatra เพลงอะไรจะเหมาะกับการเดินทางไปมากกว่าอินดี้โฟล์ค โดยเฉพาะจาก The Lumineers ที่จะมาเพิ่มความสดชื่นให้กับเช้าวันที่น่าเบื่อหน่ายอย่างนี้ John Mayer – Love on the Weekend มาขยับจังหวะให้คึกคักขึ้นกับหนุ่ม John Mayer ที่เพิ่งปล่อย MV สุดวายป่วงไป
ถ้าคุณยังชาร์จแบตฯโทรศัพท์ด้วยสายชาร์จแบบเดิม ๆ อยู่ ถึงเวลาต้องหยุดใช้แล้ว นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้ว ยุคของ Wireless มาถึงแล้ว แม้ว่าการชาร์จแบบไร้สายอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เราเพิ่งรู้กัน แต่เราอาจจะคุ้นเคยกับแท่นชาร์จไร้สายที่หน้าตาดูเหมือน Gadget อะไรสักอย่าง บางครั้งเอามาวางบนโต๊ะแล้วมันช่างไม่เข้ากับอะไรสักอย่างเลย จนรู้สึกว่ามันเป็นส่วนเกิน UNLOCKMEN มีทางออกมาให้ สำหรับหนุ่มที่ชอบ Gadget แต่ก็ยังรักในดีไซน์ที่สวยงาม ด้วย HALO ที่ชาร์จไร้สายดีไซน์สวยล้ำ ที่จะทำให้เราลืมที่ชาร์จไร้สายแบบเดิม ๆ ไปเลย HALO WIRELESS PHONE CHARGER วัสดุทำมาจากไม้จริงให้สัมผัสที่รู้สึกเป็นธรรมชาติ เหมือนไม่ได้หยิบ Gadget รูปทรงแบบ Geometric ทำให้ดีไซน์ดูเรียบหรู ที่เป็นมากกว่าที่ชาร์จโทรศัพท์เฉย ๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 125 กรัมและรูปทรงของมันทำให้วางได้หลายตำแหน่ง ซ้าย ขวา บน ล่าง แนวเอียง ๆ ก็ยังได้ วงแหวนขนาดจิ๋วของ Halo ทำหน้าที่ดูดวัตถุที่แบนราบได้อย่างดี (ก็โทรศัพท์นั่นแหละ) นอกจากเอาไว้ชาร์จแล้ว มันเอาไว้เป็นที่ตั้งโทรศัพท์ก็ได้ จะแนวนอน
เหลือเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ก็จะเข้าสู่มหกรรมฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย (Russia) บรรดาแฟนบอลที่ทีมชาติของตนเองได้ผ่านเข้าไปเล่นยังรอบสุดท้าย ต่างเตรียมหา jersey มาไว้ลุ้นเชียร์ทีมรัก ซึ่งทุกคนคงจะคิดว่าเสื้อทีมที่จะต้องขายดี คือประเทศมหาอำนาจลูกหนังอย่าง บราซิล (Brazil), เยอรมนี (Germany), ฝรั่งเศส (France), สเปน (Spain) หรือ อังกฤษ (England) เป็นต้น แต่ทว่าข่าวล่าสุดที่เรากำลังจะนำมาฝากถือว่าหักมุมมาก ๆ เมื่อประเทศที่บ้านเราเองแทบจะไม่นึกถึง แถมคิดว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนาอย่าง ไนจีเรีย (Nigeria) จะทุบสถิติยอดสั่งซื้อล่วงหน้าด้วยจำนวนสูงถึง 3 ล้านตัว NFF (Nigeria Football Federation) หรือสมาคมฟุตบอลประเทศไนจีเรีย ได้เผยตัวเลขดังกล่าว หลังจากที่ Nike เรียกประชุมบรรดาชาติต่าง ๆ ที่ Nike เป็นสปอนเซอร์หลักสำหรับชุดแข่งขัน ณ สำนักงานใหญ่ของพวกเขาในยุโรป เมือง ฮิลเวอร์ซัม (Hilversum) ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) ซี่งเป็นยอดขายล่วงหน้าที่เกินความคาดหมายอย่างมากสำหรับทีมชาติไนจีเรีย เนื่องจากปัจจุบันพวกเขาไม่มีนักฟุตบอลระดับแม่เหล็กที่ดึงดูดแฟนบอลนอกเหนือจะของประเทศตัวเอง แต่ทว่ายอดสั่งจองกลับสูงถึง 3 ล้านออร์เดอร์ โดยตัวเลขนี้สูงกว่าทีมฟุตบอลยอดนิยมอย่าง
เเทบจะ 99% ของผู้ชายอย่างเรา ๆ ไม่ว่าจะวัยไหน น่าจะโตมากับดนตรี POP Music เเนวดนตรีที่เป็นที่นิยมของผู้คนส่วนใหญ่ทั่วโลก คำว่า POP Music ก็ถูกเเยกออกไปได้หลายรูปแบบ แต่ครั้งนี้เราขอเอ่ยถึงเเนวดนตรีที่รวมบรรยากาศของ ทะเล เสียงคลื่น สายลม เเละเเสงแดด จนกลายเป็นความลงตัวที่ Surf Music ถือกำเนิดขึ้น ถ้านึกถึงดนตรีเเนวนี้ ศิลปินระดับโลกเบอร์ต้น ๆ ที่เรานึกถึงก็คงจะหนีไม่พ้น Jason Mraz นักร้องนักเเต่งเพลงชาว American ที่มีเพลงฮิตมากมายและทำให้ดนตรีเเนวนี้โด่งดังไปทั่วโลก เกริ่นมาขนาดนี้ ถ้าในไทยศิลปินเเนว Surf Music ที่ทุกคนต้องคิดถึงเป็นชื่อเเรก ก็คงจะไม่ใช่ใครที่ไหน “สิงโต นำโชค” คือชื่อที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี และในวันนี้เรามีนัดพาทุกคนไปพูดคุยกับสิงโต นำโชค ชายหนุ่มที่มาพร้อมรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างภาพจำจาก Ukulele เเละบทเพลงอันเป็นมิตรของเขาซึ่งครองใจพวกเรามาอย่างยาวนาน เราเริ่มออกเดินทางประมาณเที่ยงกว่า ๆ วันนี้แดดน้อยมากเหมือนฝนจะตก เรานัดพี่สิงโต ที่ Slow Cafe (Room111) สีลมซอย 7 ร้านกาแฟ กึ่ง CO-Working Space ที่ชั้นล่างเป็นโซนนั่งชิล ส่วนชั้นบนเป็นห้องประชุมหรือจะนัดมีตติ้งพบปะแบบส่วนตัวกับเพื่อน ๆ ก็ยังไหว ไม่นานเราก็ถึง Slow Cafe ยังคงกังวลอยู่นิด ๆ ที่อากาศออกจะครึ้ม ๆ เพราะวางแผนว่าอยากถ่ายรูปพี่สิงโตกลางเเจ้งด้วย แต่แล้วช่วงเวลาแห่งความกังวลจำต้องหมดลง เพราะไม่นานนักพี่สิงโตก็มาถึง เราทักทายกันอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะพาพี่สิงโตขึ้นไปชั้นบนของร้านซึ่งเป็นสถานที่ที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ พี่สิงโต ดูยิ้มเเย้มเเจ่มใสเป็นกันเองจนความกังวลเรื่องบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนมลายหายไป ก่อนที่เราจะเริ่มพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ คำถามเเรกที่เราถามพี่สิงโต “ตอนนี้เป็นไงบ้างครับพี่” พี่สิงโตยิ้มเเล้วตอบกลับมาว่า “สบายดีสิ สบาย ๆ สบายดีครับ” เราแปลกใจที่คำว่า สบายดี ของพี่สิงโต ดูสบายดีจริง ๆ เเววตา เเละรอยยิ้มที่มีความสุข เปล่งประกายออกมา ความใสซื่อ เเละจริงใจ เป็นบุคลิกที่หาได้ยากจริง ๆ
ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่ขายดีที่สุดตลอดกาลแบบไม่มีใครกล้าเทียบไปแล้วสำหรับ One Piece เรื่องราวของกลุ่มโจรสลัดที่นำโดยมังกี้ ดี ลูฟี่ และออกเดินทางสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่เพื่อตามล่าความฝันในการเป็นจ้าวแห่งโจรสลัด โดยล่าสุดซีรีส์การ์ตูนเรื่องนี้ทำยอดขายรวมทั่วโลกกว่า 440 ล้านเล่ม ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Dragon Ball ซึ่งทำยอดขาย 240 ล้านเล่มแบบไม่เห็นฝุ่น อะไรคือปัจจัยของความสำเร็จนี้? หนึ่งในวลีที่เหล่าผู้ประสบความสำเร็จมักจะพูดกันเสมอคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะประสบความสำเร็จนั้นคือคุณต้องคลั่งไคล้กับสิ่งที่คุณทำ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องนี้ Eiichiro Oda ผู้เขียน One Piece ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน เราไปดูกันดีกว่าเคล็ดลับและวิธีการทำงานของเขากัน ว่ากว่าจะพาการ์ตูนเรื่องหนึ่งเดินทางขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลกได้ต้องฟันฝ่าอะไรมาบ้าง เพราะการเดินทางแสนยาวไกลจึงไม่อาจพักผ่อน “ทำไม One Piece ออกช้าจังไม่ทันใจเลย”, “One Piece อาทิตย์นี้งดอีกแล้ว เซ็งว่ะ” ถ้าคุณเคยเป็นคนหนึ่งที่เคยมีความคิดแบบนี้ลองฟังความจริงข้อนี้ก่อนรับรองว่าความคิดคุณจะเปลี่ยนไปแน่นอน ชีวิตประจำวันของชายวัย 43 ปีนาม Eiichiro Oda เริ่มต้นลุกจากเตียงตั้งแต่ตี 5 ฟ้ายังไม่ทันสว่างด้วยซ้ำ และเริ่มต้นทำงานทันทีโดยไม่ลุกไปไหน ไม่มีการพัก เว้นแต่ตอนทานข้าวหรือเข้าห้องน้ำเท่านั้น จนกระทั่งเวลาตี 2 เขาถึงจะลุกจากโต๊ะทำงานไปนอน สรุปแล้ว Eiichiro Oda ทำงานวันละ 21


