สุดสัปดาห์ทีไรเรื่องที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือการพุ่งตรงไปยัง บาร์ ร้านเหล้าเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานที่เคร่งเครียดในแต่ละวัน ซึ่งเราสามารถสนุกสุดเหวี่ยงกับเพื่อนฝูงในค่ำคืนแล้วแยกย้ายกลับบ้านนอน หรือจะทำลายมันด้วยการทำตัวเกรียน ก่อความวุ่นวาย จนต้องเคลียร์กันยาวเป็นภาระให้เพื่อนฝูงอีก เพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่ไม่คาดคิด UNLOCKMEN จึงอยากจะนำ Survival Guide ข้อห้ามทำในร้านเหล้า หรือบาร์ หากคุณอยากให้ค่ำคืนนี้แคล้วคลาดผ่านไปอย่างราบรื่น อย่าขี้ตืดถ้าอยากสบาย แม้ว่าการให้ทิปจะเป็นวัฒนธรรมของทางตะวัตตก แต่ในเมื่อปัจจุบันเราก็เสพวัฒนธรรมเขามาขนาดนี้ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำตามเพื่อเป็นธรรมเนียม ยิ่งในวันศุกร์ เสาร์ ที่ทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือไปแฮงเอ้าท์เช่นนี้ การให้ทิปแก่เด็กเสิร์ฟ พนักงาน หรือแม้แต่บาร์เทนเดอร์ จะช่วยให้คุณมีคำ่คืนที่สบายขึ้น เพราะถ้าคุณให้ทิปในจำนวนที่สมเหตุผล พวกเขาก็จะเข้ามาบริการคุณอย่างเต็มที่เช่นกัน อย่าขี้ตืดเพราะไม่งั้นคุณจะเจอกับอุปสรรคในการดื่มอีกมากมายที่ตามมา อย่าโชว์เก๋าสั่งเครื่องดื่มที่ไม่รู้จัก การลองอะไรใหม่ ๆ ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่คุณควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะสั่ง โดยถามเอาจากเด็กเสิร์ฟ หรือบาร์เทรนเดอร์ว่าเครื่องดื่มชื่อแปลก ๆ เหล่านั้นมันส่วนผสมอะไร และรสชาติเป็นเช่นไร ไม่อย่างงั้นจะเสียตังฟรี แถมกินไม่ได้ หรือถ้ากินมั่วตีกันเกินไปอาจเมาโดยไม่รู้ตัว ดูเป็นเด็กเกรียนอยากลองของอีกด้วย อย่าโชว์สเต็ปอัพมาก เป็นเรื่องที่เราต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจุบันบาร์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการโชว์ลีลาการเต้นแบบสมัยก่อนอีกต่อไป ดังนั้นคุณจะไม่สามารถขยับตัว โยกย้ายแบบรุนแรงได้ และยิ่งคุณอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นนักเต้นที่เก่งกาจราว Jusitn Timberlake อยากจะโชว์ของปล่อยท่าเต้น แต่เราอยากจะให้เก็บท่าเต้นเหล่านั้นไว้เต้นในปาร์ตี้ส่วนตัวจะดีกว่า เพราะถ้าคุณเอามันมาเต้นในบาร์พื้นที่แคบ
สัปดาห์นี้ถือว่ามีรองเท้าหลายรุ่นเข้าใหม่ที่น่าสนใจวางจำหน่ายจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการรีโทรรองเท้ารุ่นเก่า หรือแม้กระทั่งการจับเอาโมเดลสุดเก๋าในอดีตมาใส่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ฉีกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนั้นลองมาดูกันว่าเราได้นำรองเท้ารุ่นใดที่น่าสนใจมาฝาก จนชาว UNLOCKMEN ไม่ควรพลาด adidas Predator Precision Ultraboost สำหรับคู่แรกถือว่าเอาใจคนรักฟุตบอล ซึ่งถ้าหากใครยังจำกันได้ รองเท้าคู่นี้เคยเป็นรองเท้าสตั๊ดคู่ใจของ David Beckham เมื่อช่วงปี 2000 โดยการกลับมาในปีนี้ทาง adidas ได้นำรองเท้ารุ่น Predator Precision กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งทั้งในรูปแบบของรองเท้าสตั๊ด และรองเท้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งพวกเขาเก็บรายละเอียดเดิมบริเวณหน้าเท้าไว้อย่างครบถ้วน แต่จุดที่น่าสนใจ คือการใช้พื้นกลางเทคโนโลยี Boost แบบสมัยใหม่ ทำให้รองเท้าคู่น้ีน่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างอดีตกับปัจจุบัน adidas Predator Precision Ultraboost จะวางขายในวันที่ 8 กันยายนนี้ ราคาอยู่ที่ $200 (หรือประมาณ 6,xxx บาท) ที่ adidas.com/us สำหรับในประเทศไทยต้องลุ้นกันว่าร้าน Ari จะนำเข้ามาขายหรือเปล่า Air Jordan 1 “Bred” Flyknit
สิ่งที่ทุกคนมีสกิลติดตัวมาตั้งแต่วัยเด็ก เริ่มจำความได้และใช้แทบจะทุกย่างก้าวในชีวิตประจำวัน ก็คงเป็น “การจดบันทึก” ที่เมื่อก่อนเราอาจคุ้นเคยกับการจดอยู่ในสมุดหรือกระดาษเพื่อไว้เตือนความจำหรือเก็บบันทึกเรื่องราว, ไอเดีย ผ่านตัวหนังสือ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เราต้องเริ่มปรับตัวตามโลกที่ก้าวหน้า มีหลายคนที่เปลี่ยนจากการจดบันทึกลงสมุด มาเป็นพิมพ์ลงในสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ซะมากกว่า เพราะสะดวกในการค้นหาและเรียกใช้ พกไปได้ด้วยทุกที่ แต่ยังไงมันก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี ก่อนหน้านี้เราเคยคิดว่าอัตราการจดผ่านสมุดน้อยลงทุกที อีกไม่นานการจดบันทึกคงได้หายไปตามกาลเวลา แต่ความคิดของเรากลับผิด เพราะเรื่องราวของสมุดจดบันทึกจะไม่ได้ถูกเลือนหายไป เนื่องจากตอนนี้ทาง Moleskine ผู้ผลิตสมุดจดพรีเมียม ได้ออกแบบสมุดจดบันทึก ส่งไปเก็บบน Cloud เพื่อเหมาะสมกับความต้องการในปัจจุบัน Moleskine ผู้ผลิตสมุดจดพรีเมียม ได้เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในชื่อว่า Smart Planner Notebook ที่หน้าตาเหมือนสมุดจดตารางนัดหมายทั่ว ๆ ไป แต่มีจุดเด่นฟังก์ชั่นความสามารถออกมาตอบโจทย์คนที่ชอบทั้งการจดแบบเดิมและการอัพเดทขึ้นไปใช้งานแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ แค่เพียงเราใช้ปากกาขีดเขียนหรือจดบันทึกลงไปในหน้ากระดาษ ทุกสิ่งที่เขียนลงไปก็จะทำการ Sync ขึ้นไปอยู่บนระบบ Cloud ต่าง ๆ ที่เราได้ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็น iCloud, Google Calendar, Outlook, Evernote โดยความสามารถทั้งหมดของ Smart Planner Notebook มีเบื้องหลังการทำงานคือ Invisible
ไม่ใช่ทุกคนขี้เกียจที่จะฉลาด แต่คนฉลาดอาจขี้เกียจก็เป็นได้ UNLOCKMEN ไม่ได้พูดเองเออเองลอย ๆ (ถึงจะแอบอยากเข้าข้างตัวเองที่ขี้เกียจอยู่บ้าง) วันนี้มีงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน Journal of Health Psychology ออกมาบอกให้เราใจชื้นแล้ว งานวิจัยบอกว่าคนที่ใช้เวลาคิดอะไรเร็ว ๆ ลงมือทำอะไรเร็ว ๆ มีแนวโน้มที่จะแอคทีฟทางร่างกายมากกว่า ในขณะที่บรรดาคนที่คิดอะไรนาน ๆ ถี่ถ้วนไปมามักจะไม่ค่อยแอคทีฟทางร่างกาย เรียกว่าที่นั่ง ๆ นอนนิ่ง ๆ จริง ๆ ผมคิดอยู่! ก่อนจะงงไปกว่านี้ UNLOCKMEN ขออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ชิล ๆ ในบทความที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้เลยแล้วกัน! งานวิจัยนี้มีชื่อยาวเหยียดว่า The physical sacrifice of thinking: Investigating the relationship between thinking and physical activity in everyday life โดยการศึกษาครั้งนี้ศึกษากลุ่มตัวอย่าง 60 คน ดูกิจกรรมทางร่างกายของพวกเขาอย่างละเอียด จากนั้นแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2
หากพูดถึงตัวละครที่โดดเด่นในสุดยอดมหากาพย์ซีรีส์ยักษ์ใหญ่แห่งยุคอย่าง Game Of Thrones หลายคงจะนึกถึงคนแคระตัวแสบของเรื่องที่มาพร้อมความฉลาดหลักแหลมในเกมการเมือง และมีวาจาเชือดเฉือนกวนประสาท อย่าง Tyrion Lannister ซึ่งรับบทโดย Peter Dinklage อย่างแน่นอน แต่พวกคุณรู้ไหมว่า ชีวิตจริงของนักแสดงผู้นี้นั้น มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่มากมาย หลากหลายอารมณ์ไม่ต่างจากบทละครที่เขาเล่นแม้แต่น้อย ทั้งความมันส์ ความต่อสู้ดิ้นรนพิสูจน์ตัวเอง และปมต่าง ๆ จากการที่เกิดมามีความผิดปกติทางร่างกาย วันนี้เราจึงได้นำเอาเรื่องราวชีวิตของ Peter Dinklage ที่น้อยคนนักจะรู้มาให้กับชาว UNLOCKMEN ได้อ่านกัน แล้วคุณจะรู้ว่า บางทีคนที่มีร่างกายใหญ่โตปกติดีอย่างเรา ๆ ยังไม่สามารถทำอะไรแบบเขาได้เลยด้วยซ้ำ ถ้าพร้อมแล้วเราขอเชิญทุกคนไปทำความรู้จักกับชายผู้อยู่เบื้องหลังบทบาท Tyrion Lannister จาก ซีรีส์ Game Of Throne กันได้เลย Peter Dinklage เกิดในปี 1969 และเติบโตขึ้นที่ Morristown รัฐ New Jersey อย่างอย่างที่เราเห็นกันว่า ร่างกายของเขานั้นแตกต่างจากคนธรรมดาอย่างชัดเจน นั่นก็เพราะ Peter เกิดมาพร้อมกับโรคที่มีชื่อว่า
วงจรชีวิตใครที่ต้องวนเวียนอยู่กับการจับเมาส์และนั่งทำงานอยู่กับหน้าคอมตลอดเวลา คงเบื่อกับปัญหาเรื้อรังอย่างอาการปวดตา ปวดข้อมือและปวดไหล่กันเป็นประจำอยู่แล้วใช่ไหมครับ อาการเหล่านี้เวลาเป็นทีนอกจากจะเสียเวลาในการรักษานานแล้ว เวลาเจ็บปวดก็มักสร้างความหงุดหงิดใจให้เราอีกด้วย ส่วนใหญ่สาเหตุหลัก ๆ ก็มักจะมาจากการนั่งท่าทางที่ไม่ถูกต้องและจากพวกเมาส์ที่เราใช้งานอยู่มีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะบริเวณนิ้วโป้งของเราที่แม้จะไม่มีการใช้กดอะไร แต่ก็จะปวดเมื่อยอยู่ดี ใครที่เริ่มเจออาการเจ็บปวดแบบที่เรากล่าวมา ลองดู เมาส์ MX Ergo ตัวใหม่จาก Logitech ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานอย่างหนักหน่วง ช่วยให้เราไม่เกิดอาการปวดเมื่อยข้อมืออีกในอนาคต เมาส์รูปทรง Trackball ที่แม้ในปัจจุบันจะไม่ได้รับความนิยมแบบแต่ก่อน เพราะปัจจัยการหาชื้อค่อนข้างยากและตัวล่าสุดที่ผลิตอย่าง M570 ก็ผ่านมาเกือบ 7ปีแล้ว ทำให้หลายคนอาจไม่คุ้นหน้าคุ้นตากับรูปร่างใหญ่เทอะทะของเมาส์ทรงนี้สักเท่าไหร่ เราอยากบอกไว้ก่อนเลยว่ารูปทรงอาจไม่หล่อสวยแบบตัวอื่นในท้องตลาด แต่คุณสมบัติของเมาส์ Logitech MX Ergo มีมากล้นเหลือ จนเราต้องหยิบยกมาพูด ตั้งแต่การออกแบบที่ปรับปรุงใหม่จากตัวเก่าให้ดูทันสมัยน่าใช้ สะดวกสบายและแม่นยำมากขึ้น Logitech MX Ergo อยู่กึ่งกลางระหว่างผู้ใช้ที่กำลังค้นหาทางเลือกจากเมาส์ทั่วไปและทัชแพด โดยทาง Logitech เคลมไว้ว่าสามารถช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อได้ลงกว่า 20% ถ้าเทียบกับการใช้งานเมาส์แบบปกติ เพิ่มความสะดวกสบายของตัว Logitech MX Ergo ได้ด้วยการกำหนดเอง เพราะบริเวณส่วนล่างของตัวเมาส์สามารถเลือกปรับมุมองศาได้ 0 °ถึง 20 °
Ryan Gosling เคยได้รับการโหวตว่าเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก ซึ่งเราขอยอมรับด้วยว่าด้วยหน้าตาอันหล่อเหลาก็มีส่วนสำคัญช่วยทำให้เขาดูโดดเด่น กว่าใคร ๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ และช่วยเกื้อหนุนบารมีความดูดีให้กับเขา นั่นก็คือสไตล์การแต่งตัวที่จัดว่าเฉียบไม่ว่าจะเป็น casual หรือ formal เพื่อถอดรหัสความเท่ของเขา วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงได้นำเคล็ดลับการแต่งตัวของ Ryan Gosling มาฝากกัน เริ่มจากสไตล์การแต่งตัว ต้องถือว่าตัวเขาเองไม่ใช่คนที่เล่นไอเท็มหวือหวา เพียงแค่จับสิ่งที่มีอยู่มาเพิ่มลูกเล่น และใช้อย่างพิถีพิถันมีหลักการ ตัวอย่างเช่นการใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นที่ดูแสนจะธรรมดา เขาก็บรรจงพับแขน แล้วทับมันเข้าในกางเกง ซึ่งเราแจกแจงมาเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้ อย่ามองข้ามไอเท็มพื้นฐานง่าย ๆ แม้ในปัจจุบันผู้ชายอย่างเราจะมีทางเลือกในการแต่งตัวมากมาย แต่สุดท้ายการย้อนไปหาอะไรที่เรียบง่ายอย่างเช่นเสื้อยืด กางเกงทรงเข้ารูป แล้วก็รองเท้า work boots ก็ยังคงความคลาสสิคได้ตลอดกาล ดูอย่างเช่น Ryan Gosling ที่บางครั้งเขาก็ยังคงแต่งตัวง่าย ๆ สบาย ๆ อย่างเสื้อยืดสีพื้นเพิ่มลูกเล่นด้วยสร้อยคอสวย ๆ แบบนี้ก็พอสำหรับหนุ่ม Urban ที่ไม่จำเป็นต้องประณีตอะไรให้มันวุ่นวาย ต้องเข้าใจเทรนด์ แต่ไม่ตกเป็นทาสของมัน เราเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วเช่นกันว่าเสื้อผ้าอินเทรนด์บางครั้งก็ไม่ได้เหมาะกับเราเสมอไป แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราไม่ควรตาม หรือเรียนรู้เรื่องของเทรนด์เลย เพราะหากเราสามารถบาลานซ์จุดตรงกลางได้ระหว่างสไตล์และเทรนด์ได้
‘การฟังเพลง’ ถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้ชายอย่างเรา ๆ อย่างแยกไม่ออก (หรือจะเถียง!?) มีความสุขสุดเหวี่ยงก็ฟังเพลง ทุกข์เศร้าเคล้าน้ำตาอกหักมาจากสาวคนไหนก็ฟังเพลง หรืออารมณ์ปกติธรรมดานั่งว่าง ๆ มึน ๆ อึน ๆ ก็ฟังเพลง เพลงแต่ละแบบก็เหมาะกับอารมณ์อันหลากหลายของเราแตกต่างกันไป แล้วเพลงแบบไหนที่นักจิตวิทยาเขาศึกษามาแล้วว่าโคตรเหมาะกับการตื่นนอนตอนเช้ากันแน่? เพลงไม่ได้มีผลแค่ช่วยให้เราตื่นนอนอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่เพลงไม่ต่างจากยาวิเศษลึกลับที่ออกฤทธิ์หลากหลายแบบ งานวิจัยจำนวนมากที่ศึกษาเรื่องผลของการฟังเพลงหรือดนตรีที่สัมพันธ์ต่อสิ่งต่าง ๆ ของมนุษย์ การฟังเพลงสามารถช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การฟังเพลงช่วยให้เราทำงานเป็นทีมได้ดีขึ้น หรือแม้แต่การเล่นดนตรีภายในบ้านจะช่วยทำให้คนในครอบครัวใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือแม้แต่การฟังเพลงช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้นได้ด้วย (เออ เอากับมันสิ) แต่ครั้งนี้ UNLOCKMEN จะพามาโฟกัสที่งานวิจัยของนักจิตวิทยาที่ชื่อว่า David Greenberg จาก University of Cambridge ซึ่งเขาศึกษาเรื่องดนตรีในหลากหลายแบบทั้งบุคลิกภาพของมนุษย์ที่ส่งผลต่อการฟังเพลง หรือการเลือกฟังเพลงแบบไหนสามารถส่งผลต่อวิธีคิดของเราได้ด้วย ส่วนเจ้า Playlist กระแทกหน้าซึ่งประกอบด้วย 20 เพลงที่เรากำลังจะนำมานำเสนอนี้ เป็นงานวิจัยที่เขาทำร่วมกันกับ Spotify มิวสิคสตรีมมิ่งชื่อดังที่กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในหมู่คนฟังเพลงประเทศเรา หลักการหลัก 3 อย่างที่ David Greenberg บอกว่าเพลงทั้ง 20 เพลงนี้โคตรเหมาะกับการฟังตื่นนอนได้แก่ อย่างแรกมันต้องเริ่มจากจังหวะที่นุ่มนวลไม่ใช่มาถึงแล้วกระชากเลย แต่ต้องค่อย ๆ
คนเรานั้นมีจุดมุ่งหมายในชีวิตแตกต่างกัน อย่างตอนสมัยเราเด็ก ๆ เราก็จะเห็นว่า บางคนชอบเรียน บางคนชอบโดดเรียน พอโตมาถึงเวลาที่ต้องทำงานก็เช่นกัน นั่นก็คือ คนที่ชอบทำงาน กับคนที่ไม่ชอบทำ แต่ในความเป็นจริงของโลก คนเราเกิดมาก็ต้องทำงานเพื่อให้เกิดคุณค่าต่อตัวเอง และสังคม เพราะจะว่าไปการทำงานนั้น มันก็เป็นเหมือนกันพัฒนาความสามารถของตัวเอง สั่งสมประสบการณ์การทำงานต่าง ๆ และที่แน่นอนเลยก็คือ ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้เข้ามาเลี้ยงดูตัวเอง แล้วคนที่ไม่ชอบทำงานล่ะ จะทำยังไงถึงจะมีรายได้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แถมมีความสุขกับชีวิตควบคู่ไปด้วย และคำตอบที่ได้ก็คือ วิ่ง!! ใช่แล้ว ไหน ๆ ก็เป็นของถนัดของหลาย ๆ คนตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เพราะให้ไปเรียนก็โดดปีนรั้ววิ่งหนีออกมา ไม่ก็ไปวิ่งไล่ตีไล่เตะเด็กโรงเรียนอื่น ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ทำไมไม่เอาดีทางวิ่งกันไปซะเลย จากการหาข้อมูล พบว่าการลงแข่งวิ่งมาราธอน เป็นการแข่งขันที่เปิดให้เข้าร่วมได้อย่างอิสระ มีเงินรางวัลแบบเน้น ๆ ชนิดตั้งตัวได้ เหลือเงินใช้ไปหลายปี และแน่นอนว่า ถ้าหากมีโอกาสจะไต่ไปถึงการเป็นเจ้าของสถิติโลกด้วยแล้ว คุณจะกลายเป็น Celebrity มีเงินก้อนใหญ่เข้ากระเป๋าอย่างต่อเนื่อง ดีไม่ดีแข่งครั้งเดียวจะเยอะกว่าบางคนที่ทำงานออฟฟิศทำทั้งปีด้วยซ้ำไป วันนี้เราจึงได้นำเอาข้อมูล และช่องทางที่จะให้คนชอบวิ่งทุกคน มีรายได้ และมีชื่อเสียงเป็นกอบเป็นกำ
กินเหล้าเมายาเหมือนว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้ชายอย่างเรา ๆ ไปแล้ว เพราะการกินเหล้านอกจากจะเป็นความสนุกสุขใจส่วนตัวแล้ว เรายังได้สังสรรค์สานความสัมพันธ์และมิตรภาพอีกด้วย แต่ความสุขและความสัมพันธ์อาจมาจากบรรยากาศในวงเหล้า โดยเราไม่จำเป็นต้องเมาหัวราน้ำก็ได้ นี่จึงเป็น 7 วิธีที่จะทำให้คุณนั่งอยู่ในวงเหล้าได้ทั้งคืนแต่ไม่ต้องเมาอ้วกแตกให้เสียสุขภาพ อย่าปล่อยให้ท้องว่าง ขั้นแรกเลยคืออย่าปล่อยให้ท้องว่าง ไม่ว่าจะรีบบึ่งไปหาเพื่อนเพื่อก๊งเหล้ามากแค่ไหน ก็หาอะไรรองท้องอย่าปล่อยให้ตัวเองไม่ได้กินอะไรไปเลย ถ้าไม่มีเวลากินอาหารมื้อใหญ่ก็ควรกินอะไรรองท้องไปหน่อย เพื่อสุขภาพยืนยาวจะได้อยู่กินเหล้าไปนาน ๆ กินช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม จะกินเร็วไปทำไม ในเมื่อเราไม่ได้มาเพื่อกรอกเหล้าเข้าปากให้จบ ๆ ไปแล้วกลับบ้านนอน เรามาเพื่อสังสรรค์ เอาบรรยากาศ และดื่มด่ำความสุขที่ได้รับจากการดื่มกิน ดังนั้นไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ละเลียดรสชาติของน้ำสีอำพันไป นอกจากได้ดื่มด่ำแล้ว ยังทำให้เมาช้าลงอีกด้วย ดื่มน้ำเยอะ ๆ การดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอลล์นั้นทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างที่เราคาดไม่ถึง ทางที่ดีควรดื่มน้ำก่อนกินเหล้า ดื่มน้ำระหว่างกินเหล้า และดื่มน้ำหลังกินเหล้าด้วย แต่ถ้าลืม ทำไม่ได้ กินเหล้าไปก็ดื่มน้ำไปก็สามารถช่วยให้เมาช้าลงได้ กินกับแกล้ม ไม่ว่าจะชอบกินกับแกล้มหรือไม่ชอบกิน แต่ถ้าไม่อยากเมาเร็ว ก็ดื่มไป ตักกับแกล้มกินไป ไม่ให้ท้องว่าง ยิ่งถ้าไม่ได้กินอะไรรองท้องมาตั้งแต่แรกแล้วล่ะก็ การมีกับแกล้มเป็นของคู่วงเหล้านับเป็นทางออกที่ชาญฉลาดที่สุดอีกทางหนึ่ง อย่าเชื่อฟังคำยุยงหมดแก้ว ๆ เราหมดยุคเด็กมัธยมโชว์เก๋า โชว์กระดกเหล้าหมดแก้วตามคำยุของเพื่อน แต่สุดท้ายก็เมาอ้วกไม่เป็นท่ามาแล้ว


