ผลงานล่าสุดของสำนัก Custom มอเตอร์ไซค์สายเท่ Hookie Co. ที่ได้นำ Triumph Bonneville Bobber รถจักรยานยนต์ Hot Rod ยอดฮิตในดวงใจสาย Custom เพราะมีครบทั้งความเร้าใจในการขับขี่ สมรรถนะ สเปค และสไตล์ มาจัดการออกแบบใหม่อีกครั้งในแบบ minimal เน้นความ รูปทรงที่ดูแตกต่าง แต่ที่จริงแล้ว Hookie Co. ออกแบบ Black Orca คันนี้ด้วยการสร้างชิ้นส่วนขึ้นมาใหม่โดยพยายามปรับเปลี่ยนดีไซน์ของ Triumph Bobber ให้น้อยด้วยการแตะต้องอุปกรณ์ถอดเปลี่ยน ไม่แตะต้องชิ้นส่วนโครงสร้างหลักของตัวรถ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดูเท่ขึ้นมาก Hookie Co. ทำการเปลี่ยนพาร์ท DAZZLE cover, BULLET turn signals, FROZEN grips, GUARD radiator และ Alcantara SNUG solo seat ในโทนสีดำ blacked-out ซึ่งเป็นสีถนัดสุดของ Hookie Co.
ปัจจัยในการเฟ้นหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ของคุณคืออะไร? เชื่อว่าคำตอบร้อยทั้งร้อยจากคำถามนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบโจทย์, งานออกแบบทั้งภายนอกและภายในที่โดนใจ รวมไปถึงระบบอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และขาดไม่ได้กับสิ่งสำคัญอย่างเรื่องของระบบความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในทุกเส้นทาง และในวันนี้หลังจากที่มีโอกาสได้สัมผัส NEW MG HS PHEV รถยนต์ SUV ที่มาพร้อมแนวคิด “REFINEMENT” ซึ่งได้รับการปรับปรุงและพัฒนาต่อยอดความโดดเด่นจาก MG HS ในหลายด้าน ทั้งเรื่องของสมรรถนะจากเทคโนโลยีขั้นสูงของระบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานงานออกแบบที่สวยงาม รวมถึงระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว เราจึงอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ “REFINEMENT” ในแง่มุมต่าง ๆ ที่น่าสนใจของ NEW MG HS PHEV สำหรับชาว UNLOCKMEN ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ สิ่งแรกที่ถือเป็นการ “REFINEMENT” หลัก ๆ ของ NEW MG HS PHEV คือความน่าสนใจของการขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ที่มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จากขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5
ผลงานการนำสองช่วงเวลาจากอดีตและอนาคตมาบรรจบกัน ผลงานที่น่าสนใจของ Hyundai กับการปลุกชีพ 1975 Hyundai Pony รุ่นแรกสุด ให้กับมาดูเท่ล้ำยุคด้วยขุมพลังไฟฟ้า และมันก็ดูดีมากเลยทีเดียว 1975 Hyundai Pony Heritage EV รถ two-door hatchback คันนี้ออกแบบโดย hyundai‘s Interior Chief Designer ‘Hak Soo Ha’ เป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองโอกาสเปิด Hyundai Motorstudio Busan แห่งใหม่ใน Busan โดยการนำรถ Pony มาถอดแยกชิ้นส่วนจนหมด ก่อนจะเริ่มติดตั้งระบบไฟฟ้า มอเตอร์ และแบตเตอรี่เข้าไปแทนที่เครื่องยนต์เดิม แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดสเปคของระบบขับเคลื่อนว่าใช้แบตเตอรี่ความจุเท่าไหร่ รายละเอียดของดีไซน์ทั้งภายนอกภายในนั้นสวยงาม สะท้อนศักยภาพของทีมออกแบบใน Hyundai ที่พร้อมสำหรับการขยับเข้าสู่ยุคของ EV ด้วยรูปทรง Retro ของ Pony ที่ถูกเสริมไฟหน้าและไฟท้าย pixelated LED ใหม่ในโคมเดิม สามารถสร้างคาแรคเตอร์ที่น่ารักและทันสมัย กระจกมองข้างบนซุ้มล้อหน้าถูกแทนที่ด้วยกล้องซึ่งเป็นดีไซน์ยอดฮิตของรถยนต์ในยุค 1970s ภายในถูกปรับเปลี่ยนใหม่หมดด้วยอุปกรณ์ทันสมัยในดีไซน์ที่คลาสสิค
Ferrari เคยบอกไว้นานแล้วว่า ชีวิตนี้คุณจะไม่ได้เห็นรถ SUV ของเราแน่ เพราะเราจะไม่สร้างมัน แต่รถคันที่เรากำลังดูกันอยู่ตอนนี้ Ferrari บอกว่า “นี่คือรถทรง FUV (Ferrari Utility Vehicle) มันไม่ใช่ SUV” ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แต่ละค่ายจะนิยามสไตล์หรือรูปทรงรถของตัวเองตามใจชอบ อย่าง BMW ก็เรียกรถ SUV ของตัวเองว่า SAV Sports Activity Vehicle ก็คงต้องแล้วแต่ Ferrari จะยืนยันล่ะครับ แต่รถคันนี้ดูยังไงมันก็คล้าย SUV แม้จะดูสัดส่วนเตี้ยกึ่ง Touring เล็กน้อยในบางมุม โดยเฉพาะความเตี้ยของตัวรถและส่วนโค้งด้านท้ายที่ลาดคล้าย Sportback (แต่ถ้าดูจากฝาท้าย ยังไงก็ SUV) เรื่องนั้นเอาไว้รอ Ferrari เปิดชุดพรางตาออกก็คงได้รู้กัน แต่วันนี้เรามีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถ FUV คันแรกของ Ferrari มาอัพเดทกัน เริ่มจากชื่อ Purosangue (PURR – oh – SAAHN –
ดูเหมือนปีนี้ Toyota จะเอาจริงกับการทำตลาดรถพลังไฟฟ้า 100% ด้วยการเปิดตัวรถโมเดลใหม่ล่าสุด bZ4X All-electric SUV concept เป็นอีกผลงานที่พัฒนาร่วมกับ Subaru ซึ่งคาดว่าจะฝั่งดาวลูกไก่ก็จะใช้โมเดลเดียวกันนี้ทำตลาดด้วยเหมือนกับโปรเจค FT86 กับ BRZ นั่นเอง Toyota bZ4X SUV concept เป็นรถที่ดีไซน์ได้สวยงามมากทั้งภายนอกภายใน เส้นคมสันสร้างความบึกบึนรอบตัว พร้อมรายละเอียดที่แสดงถึงความทันสมัยของเทคโนโลยีที่พัฒนาบนพื้นฐานของ e-TNGA platform ออกแบบมาเพื่อรถไฟฟ้าและแบตเตอรี่โดยเฉพาะ ต่างจากรถโมเดลก่อน ๆ ที่ดัดแปลงจากรถเครื่องยนต์เผาไหม้ จึงมีคุณภาพ และความคงทนกว่าในระยะยาว ดูจากภายนอกสังเกตได้ถึงระยะฐานล้อที่ยาวกว่าปกติ ซึ่งเป็นข้อดีของรถพลังงานไฟฟ้า ช่วยกันการทรงตัวที่ดีกว่า และยังเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารได้ด้วย บวกกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ของ Subaru ที่ช่วยให้การทรงตัวหนึบแบบในทุกสถานการณ์ มันจึงเป็นรถที่ทั้งสะดวกสบายและสนุกสนานในการขับ เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งแน่นอน ส่วนภายในของ bZ4X ไม่ทำให้ดูเกลี้ยงแบบรถไฟฟ้ามากจนเกินไป ยังมีความรู้สึกที่คุ้นเคยของรถยนต์ผสมผสานกับความทันสมัยด้วยหน้าจอ touchscreen ขนาดใหญ่กลางคอนโซล และยังมีปุ่มกดแบบ manual ที่น่าจะถูกใจหลายคน เพราะต้องยอมรับว่าบางฟังก์ชั่นอย่างการควบคุมอุณหภูมิหรือไฟฉุกเฉินแบบปุ่มกดปกติ ใช้งานได้ง่ายกว่าแบบ touchscreen ที่ต้องละสายตามาคลำหาเมื่อต้องการใช้งาน
Corvette เป็นรถที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 70 ปี จึงมีรุ่นแปลก ๆ ในช่วงแรกของมันโผล่ออกมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนกันอยู่เรื่อย ๆ เช่นเดียวกับรถคันนี้ที่เรียกได้ว่า Ultra Rare เพราะมีเพียง 3 คันในโลก 1973 Corvette Motion Manta Ray GT Corvette Motion Manta Ray GT เป็นผลงานของสำนักแต่งคู่บุญ GM ที่สร้างโดย Baldwin-Motion Garage สำนักแต่งที่เน้นความแรงแบบการันตียินดีคืนเงินถ้ารถที่แต่งไม่สามารถทำเวลา dragstrip performance times ได้ เพราะมีเจ้าของคู่หูบ้าความเร็ว Joel Rosen อดีตนักแข่ง drag และ Ed Simonin เจ้าของโชว์รูม Chevrolet ผลงานของ Baldwin-Motion มีให้พูดถึงได้หลายคัน แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงก็คือ Corvette Manta Ray GTs ที่ผลิตออกมาแค่ 3
ALL-NEW 2022 11th-GENERATION HONDA CIVIC เผยโฉมเต็มคันก่อนกำหนด ถึงเวลาปรับเปลี่ยนโมเดลเข้าสู่ Generation ที่ 11 แล้ว กับรถยนต์ยอดฮิตที่โมเดลปัจจุบันดีไซน์ได้โดนใจนักซิ่งด้วยภายนอกภายในที่เน้นอารมณ์สปอร์ต มาถึงโมเดลล่าสุดที่วันนี้มีการเปิดหน้าตาออกมาแบบเต็ม ๆ และเป็นไปอย่างที่เราคาดเอาไว้ นี่คือ Honda Civic ที่เน้นความหรูหรา สุขุม และใหญ่โตมากขึ้น 11th-Generation Honda Civic มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการออกแบบอย่างชัดเจน ภายนอกเปลี่ยนอารมณ์ความสปอร์ตเป็นหรูหรา จากเส้นสายที่เคยฉูดฉาด ซับซ้อน ถูกปรับเป็นแนวเส้นที่ลาดยาวทั้งโคมไฟหน้า กระจัง และกันชนหน้า ทำให้รถดูมีมิติที่ใหญ่โตขึ้นอย่างชัดเจน ให้กลิ่นอายเหมือน Honda Accord ในรุ่นที่ผ่านมา และไฟ Daytime Running Light ในโคมไฟหน้าก็ดูแล้วนึกถึง Audi a5 อย่างบอกไม่ถูก วิศวกรของ Honda พัฒนาประสบการณ์ของผู้ขับให้เชื่อมต่อกับรถยนต์มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา (Honda’s human-centered design philosophy) โดยยังคำนึงถึงผู้โดยสารมากขึ้นด้วยการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสาร ลดความซับซ้อนของกลไกที่ไม่จำเป็นออกไป เรียกว่าคนขับสนุก ผู้โดยสารสบาย
ในช่วงกลางยุค 60’s ถือเป็นจุดเริ่มต้นความรุ่งเรืองของรถยนต์ “อเมริกันมัสเซิลคาร์” หนึ่งในนั้นมีชื่อรถยนต์ที่ผู้ชายอย่างเราคุ้นหูกันอย่าง Chevrolet Camaro ที่ได้สร้างตำนานและยังคงสายการผลิตยาวนานมาถึงปัจจุบัน แต่ตลอดระยะเวลา 54 ที่ผ่านมารถยนต์คันนี้จะมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจอะไรบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกัน หลายคนทราบดีว่า Chevrolet Camaro ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งของ Ford Mustang ซึ่งในเวลานั้นเป็นอเมริกันมัสเซิลคาร์ที่ทำกำไรให้ฟอร์ดได้แบบเป็นกอบเป็นกำด้วยยอดขาย 2 ล้านคันใน 1 ปี เมื่อเจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือ GM เห็นค่ายคู่แข่งร่วมเมืองฟันกำไรได้จากรถยนต์สไตล์ Pony Cars พวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะสร้างรถยนต์ของตัวเองในสไตล์เดียวกันออกมา แต่ก่อนจะเปิดตัวในชื่อ Chevrolet Camaro รถยนต์คันนี้เกือบได้ชื่อว่า Panther เสียแล้ว เพราะเป็นชื่อที่เตรียมไว้ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ในปี 1965 แต่ไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเปิดตัวทีมงานทั้งหมดก็ต้องหารือกันใหม่ เพราะเบื้องบนของ Chevrolet ต้องการให้ชื่อขึ้นต้นนำหน้าด้วยอักษร “C” เหมือนในรุ่น Corvette, Chevelle และ Corvair ในที่สุดพวกเขาก็ได้ชื่อ Camaro มาเป็นชื่อของรถยนต์ โดยการเปิดตัวในปี 1966 พวกเขาอ้างวันมันคือคำที่ดัดแปลงมาจากคำศัพท์แสลงภาษาฝรั่งเศสเก่าแก่
บางคนอาจจะคิดว่าจักรยานก็แค่ยานพาหนะสองล้อ แต่สำหรับกลุ่มดีไซน์เนอร์ใน Extans ไม่ได้คิดแค่นั้น และนี่คือจักรยานที่น่าจะเรียกได้ว่าสวยงามที่สุดเท่าที่เคยมีมา Extans คือแบรนด์ที่เคยสร้างจักรยานระดับ masterpiece ผ่านตามาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Akhal Shadow และ Shine ซึ่งราคาของทั้งสองรุ่นนี้ก็สูงถึง $20,000 – $25,000 และผลงานชิ้นล่าสุดที่ต้องการสร้างสรรค์จักรยานที่เลอค่าและหรูหราไม่ต่างจากเพชรที่สวยงามที่สุด และ Akhal Sheen bicycle คือจักรยานที่ตอบทั้งด้านดีไซน์และวัสดุที่ใช้ประกอบมันขึ้นมาได้แตกต่างและเหนือกว่าสองช้ินแรก Extans Akham Sheen ชื่อที่ได้มาจาก “Akhal-Teke” สายพันธุ์ม้าที่เก่าแก่ที่สุด มีจุดเด่นทั้งด้านความสวยงาม ความคล่องตัว อดทน ซึ่งแสดงถึงความสามารถของจักรยานคันนี้ได้ชัดเจน การออกแบบยึดตัวเลขที่สำคัญ 3 ตัวคือ 19, 21 และ 24 มาจากการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 19 คัน แต่ละคันน้ำหนักเพียง 21 ปอนด์ หรือราว 9 กิโลกรัม และ 24 คือ ทอง 24k
เชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบในรถจักรยานยนต์คงจะสะดุดตาสะกิดใจทุกครั้งที่ได้เห็นรถจักรยานยนต์อย่าง Harley-Davidson แล่นผ่าน ด้วยทรวดทรงที่อวบอิ่ม และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่น่าเกรงขาม แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นทุกคนที่ชื่นชอบมันไปซะทีเดียว เพราะถ้าหากใครที่ชอบรถจักรยานยนต์สไตล์ Sport จ๋า ๆ รูปทรงปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวก็อาจจะมองว่า Harley-Davidson ออกแนวมีอายุไปสักนิด ทำให้ระยะหลัง Harley-Davidson ต้องปรับตัวด้วยการออก Model ใหม่ ๆ ที่รับอิทธิพลความ Sport เพิ่มเข้าไปขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Street 750 รวมไปถึง Pan American หรือแม้กระทั่ง Livewire ซึ่งเป็น Harley-Davidson ระบบไฟฟ้า รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ ครั้งหนึ่งเคยมีรถจักรยานยนต์ Harley-Davidson รูปทรง Sport มานานแล้ว แม้ปัจจุบันจะไม่มีการผลิตไปแล้วก็ตาม วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ “Buell Motorcycle” กัน เพราะนี่คือหนึ่งในแบรนด์ที่นำเอา Harley-Davidson แบบทั้งดุ้น มาปรับโฉมเพิ่มความ Sport ให้ถึงขีดสุด จนสะดุดตาคนรัก Harley-Davidson ทั่วโลกมาแล้ว What
กระแสรถบ้านและรถลากในบ้านเรากำลังมาแรงจากไลฟ์สไตล์การแคมป์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งในหลายประเทศก็จริงจังกับเรื่องนี้มากโดยเฉพาะในอเมริกา ที่เราจะได้เห็นรถบ้าน (RVs) ในภาพยนตร์หลายเรื่อง และสำหรับบางคนก็จริงจังกับมันมากกว่ารถยนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเสียอีก อย่างเช่น Truck Surf Hotel คันนี้ก็เป็นตัวอย่างความอลังการ ด้วยการนำหัวลากรถบรรทุกจาก Mercedes-Benz Actros มา custom จนกลายเป็นโรงแรมสำหรับนัก Surf เคลื่อนที่ได้อย่างยอดเยี่ยม Truck Surf Hotel เป็นผลงานจากไอเดียของ Daniela Carneiro ตากล้องท่องเที่ยว และ Eduardo Ribeiro ครูสอนเล่น Surf และนักเดินทาง ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการตระเวนผจญภัยไล่ล่าคลื่น ค้างคืนนอนในรถตู้ตั้งแต่ฝั่ง Europe ไปถึง Africa เข้าใจดีว่าการจะหาตำแหน่งคลื่นที่สวยงามและคนไม่เยอะเกินไป จำเป็นต้องตระเวนไปในจุดแปลก ๆ ที่มักจะไม่มีโรงแรมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก จึงนำประสบการณ์ที่ทั้งสองได้เจอมาจนรู้ว่าชีวิตคนแบบนี้ต้องการอะไร และสร้างสรรค์มันออกมาเป็นธุรกิจโรงแรมเคลื่อนที่ซะเลย ไอเดียธุรกิจที่น่าสนใจของ Truck Surf Hotel คือการนำเสนอโรงแรมพร้อม package ท่องเที่ยว ตารางกิจกรรม และสถานที่เล่น Surf เจ๋ง ๆ
ลืมภาพยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อแบบเก่าของ Segway ไปได้เลย เพราะการปรับตัวครั้งใหม่ของแบรนด์ด้วยยานพาหนะสองล้อที่จริงจังมากขึ้น พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าแค่พลังงานไฟฟ้ากับสินค้า category ใหม่ “Apex H2 Hybrid Hydrogen-electric Power Motorcycle” Segway’s Apex H2 คือการสานต่อโปรเจค electric super motorcycle ที่เคยแง้ม concept เอาไว้ในปี 2019 ด้วยรายละเอียดที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะดีไซน์ที่ดุดันแบบ Superbike และล้ำหน้าเหมือนในภาพยนตร์ Sci-fi ด้วยดีไซน์โทนสีขาวดำตัดด้วยลายเส้นสีเขียว Neon accents ที่ช่วยสร้างคาแรคเตอร์ที่พิเศษของขุมพลังอนาคต เทคโนโลยี Hydrogen-electric ของ Segway’s Apex H2 จะเปลี่ยน Hydrogen ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่บรรจุใน fuel cell ให้กำลัง 80 แรงม้า สามารถทำความเร็ว 0-100km/h ได้ภายใน 4 วินาที ความเร็สูงสุด 150 km/h แน่นอนว่ามันไม่ได้แรงเท่า


