Jaguar E-Type ได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ที่สวยที่สุด อย่างน้อยก็ในสายตาของ Enzo Ferrari แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญการ restore รถรุ่นนี้อย่าง E-Type UK ที่มีชื่อเสียงด้านการจัดทรงให้กลับมีสภาพสมบูรณ์มาช้านาน รู้สึกอยากสร้างความท้าทายใหม่ ๆ ให้กับ E-Type ให้มีมากกว่าความสง่า จึงจัดการอัพเกรดโปรเจคสุดอลัง จูนขุมพลัง V12 ให้แรงกว่าเก่า พร้อมอัพเกรดรายละเอียดสำคัญให้คลาสสิคแต่ทันสมัยเข้าไปด้วย ผลงานชิ้นนี้เป็นโปรเจคแรกของ E-Type UK หลังเปิด sub-brand ใหม่ชื่อ Unleashed และวางตำแหน่งให้เป็นสำนักแต่งรถสไตล์ restomod เน้นแต่งรถ retro ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และเน้นให้ขับง่าย ใช้งานได้สะดวกสบายกว่ารถคลาสสิค Jaguar E-Type Series 3 by Unleashed ถูกนำมาเพิ่มความจุเครื่องยนต์ V12 จากเดิม 5.3 ลิตร เพิ่มเป็น 6.1 ลิตร เพิ่มพละกำลังจาก 272 ให้กลายเป็น 400 แรงม้า
เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวเทคโนโลยีที่หลายคนฮือฮากันมาก นั่นคือเรื่องราวการทดสอบการบินระหว่างเมืองของ AirCar รถยนต์บินได้ของบริษัทสโลวาเกียชื่อว่า ไคลน์ วิชัน (Klein Vision) ซึ่งภายในเวลา 35 นาที สามารถเดินทางจากสนามบินไนตราไปยังสนามบินบราติสลาวาได้สำเร็จ แถมยังสามารถลงจอด และเปลี่ยนเป็นฟังก์ชั่นรถยนต์ได้แบบสมูทอย่างกับหลุดออกมาจากหนัง Sci-fi !! UNLOCKMEN เลยอยากพาทุกคนไปเข้าใจมันให้มากขึ้น ว่าทำไมมันถึงเป็นรถยนต์แห่งอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลงการขับขี่ยานพาหนะของเราไปตลอดกาล ก่อนที่เราจะไปลงลึกกันเรื่องรถ AirCar เราอยากให้ทุกคนได้รู้จักกับผู้ผลิตมันก่อน นั่นคือ Stefan Klein ดีไซนเนอร์ผู้เคยทำงานให้กับบริษัทรถยนต์ชั้นนำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Audi, Volkswagen และ BMW เขามีความฝันอยากจะเห็นรถยนต์บินได้ในชีวิตจริง จึงได้ร่วมกับคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทของเขา ก่อตั้ง ‘Klein Vision’ บริษัทวิจัยและพัฒนารถยนต์บินได้ขึ้นมา เพื่อสานฝันของตัวเอง Klein Vision สามารถพัฒนาผลงานต้นแบบแรกได้สำเร็จในปี 1989 และตั้งชื่อให้มันว่า ‘AEROMOBIL I’ (AM1) ซึ่งเป็นยานพาหนะที่มีลักษณะเหมือนเครื่องบินสไตล์ canard มาพร้อมกับความยาวปีกสองข้างรวมกันถึง 5 เมตร และมีผลการทดสอบบินที่ไม่น่าพอใจสักเท่าไหร่ เพราะติดปัญหาเรื่องความกว้างของยานพาหนะ หลังจากความล้มเหลวของ AM1