ไม่ใช่เรื่องปกติที่เราจะได้เห็น Supercar ดีไซน์จากแรงบันดาลใจของความเป็นมอเตอร์ไซค์ แต่สำหรับ Suzuki ซึ่งมีทั้งรถยนต์และตำนานความแรงแห่งโลกสองล้ออย่าง Hayabusa จึงไม่ยากที่จะนำจุดเด่นของยานพาหนะทั้งสองอย่างมาใช้เป็น design concept ในการออกแบบ Misano คันนี้ขึ้นมา Suzuki Misano ชื่อที่ได้มาจากสนามแข่งใน Italy เป็นโปรเจคที่เกิดจากการร่วมมือกันของ Suzuki และสถาบันออกแบบ Istituto Europeo di Design (IED) ที่รวมเอาทั้งจุดเด่นของ DNA มอเตอร์ไซค์และรถยนต์ Suzuki เข้าไว้ด้วยกัน ผลงาน Roadster supercar ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็น Italian ตัวถังน้ำหนักเบาด้วยขนาดที่กะทัดรัดยาวเพียง 4 เมตร (เกือบเท่ากับ Mazda MX5 ที่ยาว 3.91 เมตร) ภายในมีที่นั่งเรียงหน้ากระดานเพียง 2 ที่ ด้านข้างใช้สำหรับเก็บแบตเตอรี่และสัมภาระ ความสูงจากเบาะถึงพื้นเพียงแค่ 1 เมตรเท่านั้น เพื่อประสบการณ์ความรู้สึกใกล้เคียงกับการขี่มอเตอร์ไซค์ในสนามแข่งมากที่สุด โคมไฟหน้าออกแบบเส้น LED ให้มีลวดลาย
ผลงานล่าสุดของสำนัก Custom มอเตอร์ไซค์สายเท่ Hookie Co. ที่ได้นำ Triumph Bonneville Bobber รถจักรยานยนต์ Hot Rod ยอดฮิตในดวงใจสาย Custom เพราะมีครบทั้งความเร้าใจในการขับขี่ สมรรถนะ สเปค และสไตล์ มาจัดการออกแบบใหม่อีกครั้งในแบบ minimal เน้นความ รูปทรงที่ดูแตกต่าง แต่ที่จริงแล้ว Hookie Co. ออกแบบ Black Orca คันนี้ด้วยการสร้างชิ้นส่วนขึ้นมาใหม่โดยพยายามปรับเปลี่ยนดีไซน์ของ Triumph Bobber ให้น้อยด้วยการแตะต้องอุปกรณ์ถอดเปลี่ยน ไม่แตะต้องชิ้นส่วนโครงสร้างหลักของตัวรถ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดูเท่ขึ้นมาก Hookie Co. ทำการเปลี่ยนพาร์ท DAZZLE cover, BULLET turn signals, FROZEN grips, GUARD radiator และ Alcantara SNUG solo seat ในโทนสีดำ blacked-out ซึ่งเป็นสีถนัดสุดของ Hookie Co.
ถ้า Mercedes-Benz มี AMG ฝั่ง Honda ก็มี Mugen แต่อาจจะไม่เน้นจูนความแรง เพราะมักจะมีแค่ชุดแต่งเสริมอารมณ์สปอร์ตให้รถบ้าน Honda ดูดุดันขึ้น และนี่คือการเปิดตัว Honda HR-V ใหม่ ที่มาพร้อมการใส่ชุดแต่ง Mugen รอบคัน เปลี่ยนฟีลลิ่งรถบ้านให้กลายเป็นรถซิ่ง JDM มันอาจจะไม่หวือหวาอะไรมาก แต่สำหรับคนที่เล็ง HR-V โมเดลใหม่เอาไว้ จะได้เห็นภาพรถคู่ใจคันใหม่ว่าสามารถแต่งอะไรได้บ้างจากโรงงาน ในญี่ปุ่น Honda HR-V Mugen จะมีให้เลือกเฉพาะรุ่น Hybird HR-V (แต่รุ่นอื่นก็สามารถสั่งชุดแต่งเพิ่มภายหลังได้) เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ผสมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลัง 129 brake horsepower แม้จะไม่มากมายอะไร แต่สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันก็ถือว่าเหลือเฟือ แถมยังได้ความประหยัดพลังงานสูงสุด แน่นอนว่าการแปะป้าย Mugen ไม่มีผลกับแรงม้า แต่สิ่งที่ได้เพิ่มคืออารมณ์ล้วน ๆ ด้วยชุดแต่งรอบคัน ตั้งแต่กระจังหน้าลายขวางที่ดูโหดจัดพร้อมป้าย Mugen และสเกิร์ตหน้าเสริมเพิ่มความเตี้ยจากพื้นดิน รวมถึงสเกิร์ตข้างและหลังรอบคันยันกรอบป้ายทะเบียน
ผลงานการนำสองช่วงเวลาจากอดีตและอนาคตมาบรรจบกัน ผลงานที่น่าสนใจของ Hyundai กับการปลุกชีพ 1975 Hyundai Pony รุ่นแรกสุด ให้กับมาดูเท่ล้ำยุคด้วยขุมพลังไฟฟ้า และมันก็ดูดีมากเลยทีเดียว 1975 Hyundai Pony Heritage EV รถ two-door hatchback คันนี้ออกแบบโดย hyundai‘s Interior Chief Designer ‘Hak Soo Ha’ เป็นผลงานที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองโอกาสเปิด Hyundai Motorstudio Busan แห่งใหม่ใน Busan โดยการนำรถ Pony มาถอดแยกชิ้นส่วนจนหมด ก่อนจะเริ่มติดตั้งระบบไฟฟ้า มอเตอร์ และแบตเตอรี่เข้าไปแทนที่เครื่องยนต์เดิม แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดสเปคของระบบขับเคลื่อนว่าใช้แบตเตอรี่ความจุเท่าไหร่ รายละเอียดของดีไซน์ทั้งภายนอกภายในนั้นสวยงาม สะท้อนศักยภาพของทีมออกแบบใน Hyundai ที่พร้อมสำหรับการขยับเข้าสู่ยุคของ EV ด้วยรูปทรง Retro ของ Pony ที่ถูกเสริมไฟหน้าและไฟท้าย pixelated LED ใหม่ในโคมเดิม สามารถสร้างคาแรคเตอร์ที่น่ารักและทันสมัย กระจกมองข้างบนซุ้มล้อหน้าถูกแทนที่ด้วยกล้องซึ่งเป็นดีไซน์ยอดฮิตของรถยนต์ในยุค 1970s ภายในถูกปรับเปลี่ยนใหม่หมดด้วยอุปกรณ์ทันสมัยในดีไซน์ที่คลาสสิค
Ferrari เคยบอกไว้นานแล้วว่า ชีวิตนี้คุณจะไม่ได้เห็นรถ SUV ของเราแน่ เพราะเราจะไม่สร้างมัน แต่รถคันที่เรากำลังดูกันอยู่ตอนนี้ Ferrari บอกว่า “นี่คือรถทรง FUV (Ferrari Utility Vehicle) มันไม่ใช่ SUV” ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แต่ละค่ายจะนิยามสไตล์หรือรูปทรงรถของตัวเองตามใจชอบ อย่าง BMW ก็เรียกรถ SUV ของตัวเองว่า SAV Sports Activity Vehicle ก็คงต้องแล้วแต่ Ferrari จะยืนยันล่ะครับ แต่รถคันนี้ดูยังไงมันก็คล้าย SUV แม้จะดูสัดส่วนเตี้ยกึ่ง Touring เล็กน้อยในบางมุม โดยเฉพาะความเตี้ยของตัวรถและส่วนโค้งด้านท้ายที่ลาดคล้าย Sportback (แต่ถ้าดูจากฝาท้าย ยังไงก็ SUV) เรื่องนั้นเอาไว้รอ Ferrari เปิดชุดพรางตาออกก็คงได้รู้กัน แต่วันนี้เรามีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถ FUV คันแรกของ Ferrari มาอัพเดทกัน เริ่มจากชื่อ Purosangue (PURR – oh – SAAHN –
ดูเหมือนปีนี้ Toyota จะเอาจริงกับการทำตลาดรถพลังไฟฟ้า 100% ด้วยการเปิดตัวรถโมเดลใหม่ล่าสุด bZ4X All-electric SUV concept เป็นอีกผลงานที่พัฒนาร่วมกับ Subaru ซึ่งคาดว่าจะฝั่งดาวลูกไก่ก็จะใช้โมเดลเดียวกันนี้ทำตลาดด้วยเหมือนกับโปรเจค FT86 กับ BRZ นั่นเอง Toyota bZ4X SUV concept เป็นรถที่ดีไซน์ได้สวยงามมากทั้งภายนอกภายใน เส้นคมสันสร้างความบึกบึนรอบตัว พร้อมรายละเอียดที่แสดงถึงความทันสมัยของเทคโนโลยีที่พัฒนาบนพื้นฐานของ e-TNGA platform ออกแบบมาเพื่อรถไฟฟ้าและแบตเตอรี่โดยเฉพาะ ต่างจากรถโมเดลก่อน ๆ ที่ดัดแปลงจากรถเครื่องยนต์เผาไหม้ จึงมีคุณภาพ และความคงทนกว่าในระยะยาว ดูจากภายนอกสังเกตได้ถึงระยะฐานล้อที่ยาวกว่าปกติ ซึ่งเป็นข้อดีของรถพลังงานไฟฟ้า ช่วยกันการทรงตัวที่ดีกว่า และยังเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารได้ด้วย บวกกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ของ Subaru ที่ช่วยให้การทรงตัวหนึบแบบในทุกสถานการณ์ มันจึงเป็นรถที่ทั้งสะดวกสบายและสนุกสนานในการขับ เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่งแน่นอน ส่วนภายในของ bZ4X ไม่ทำให้ดูเกลี้ยงแบบรถไฟฟ้ามากจนเกินไป ยังมีความรู้สึกที่คุ้นเคยของรถยนต์ผสมผสานกับความทันสมัยด้วยหน้าจอ touchscreen ขนาดใหญ่กลางคอนโซล และยังมีปุ่มกดแบบ manual ที่น่าจะถูกใจหลายคน เพราะต้องยอมรับว่าบางฟังก์ชั่นอย่างการควบคุมอุณหภูมิหรือไฟฉุกเฉินแบบปุ่มกดปกติ ใช้งานได้ง่ายกว่าแบบ touchscreen ที่ต้องละสายตามาคลำหาเมื่อต้องการใช้งาน
Corvette เป็นรถที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 70 ปี จึงมีรุ่นแปลก ๆ ในช่วงแรกของมันโผล่ออกมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนกันอยู่เรื่อย ๆ เช่นเดียวกับรถคันนี้ที่เรียกได้ว่า Ultra Rare เพราะมีเพียง 3 คันในโลก 1973 Corvette Motion Manta Ray GT Corvette Motion Manta Ray GT เป็นผลงานของสำนักแต่งคู่บุญ GM ที่สร้างโดย Baldwin-Motion Garage สำนักแต่งที่เน้นความแรงแบบการันตียินดีคืนเงินถ้ารถที่แต่งไม่สามารถทำเวลา dragstrip performance times ได้ เพราะมีเจ้าของคู่หูบ้าความเร็ว Joel Rosen อดีตนักแข่ง drag และ Ed Simonin เจ้าของโชว์รูม Chevrolet ผลงานของ Baldwin-Motion มีให้พูดถึงได้หลายคัน แต่ที่เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงก็คือ Corvette Manta Ray GTs ที่ผลิตออกมาแค่ 3
ALL-NEW 2022 11th-GENERATION HONDA CIVIC เผยโฉมเต็มคันก่อนกำหนด ถึงเวลาปรับเปลี่ยนโมเดลเข้าสู่ Generation ที่ 11 แล้ว กับรถยนต์ยอดฮิตที่โมเดลปัจจุบันดีไซน์ได้โดนใจนักซิ่งด้วยภายนอกภายในที่เน้นอารมณ์สปอร์ต มาถึงโมเดลล่าสุดที่วันนี้มีการเปิดหน้าตาออกมาแบบเต็ม ๆ และเป็นไปอย่างที่เราคาดเอาไว้ นี่คือ Honda Civic ที่เน้นความหรูหรา สุขุม และใหญ่โตมากขึ้น 11th-Generation Honda Civic มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการออกแบบอย่างชัดเจน ภายนอกเปลี่ยนอารมณ์ความสปอร์ตเป็นหรูหรา จากเส้นสายที่เคยฉูดฉาด ซับซ้อน ถูกปรับเป็นแนวเส้นที่ลาดยาวทั้งโคมไฟหน้า กระจัง และกันชนหน้า ทำให้รถดูมีมิติที่ใหญ่โตขึ้นอย่างชัดเจน ให้กลิ่นอายเหมือน Honda Accord ในรุ่นที่ผ่านมา และไฟ Daytime Running Light ในโคมไฟหน้าก็ดูแล้วนึกถึง Audi a5 อย่างบอกไม่ถูก วิศวกรของ Honda พัฒนาประสบการณ์ของผู้ขับให้เชื่อมต่อกับรถยนต์มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา (Honda’s human-centered design philosophy) โดยยังคำนึงถึงผู้โดยสารมากขึ้นด้วยการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสาร ลดความซับซ้อนของกลไกที่ไม่จำเป็นออกไป เรียกว่าคนขับสนุก ผู้โดยสารสบาย
ในช่วงกลางยุค 60’s ถือเป็นจุดเริ่มต้นความรุ่งเรืองของรถยนต์ “อเมริกันมัสเซิลคาร์” หนึ่งในนั้นมีชื่อรถยนต์ที่ผู้ชายอย่างเราคุ้นหูกันอย่าง Chevrolet Camaro ที่ได้สร้างตำนานและยังคงสายการผลิตยาวนานมาถึงปัจจุบัน แต่ตลอดระยะเวลา 54 ที่ผ่านมารถยนต์คันนี้จะมีวิวัฒนาการที่น่าสนใจอะไรบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกัน หลายคนทราบดีว่า Chevrolet Camaro ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งของ Ford Mustang ซึ่งในเวลานั้นเป็นอเมริกันมัสเซิลคาร์ที่ทำกำไรให้ฟอร์ดได้แบบเป็นกอบเป็นกำด้วยยอดขาย 2 ล้านคันใน 1 ปี เมื่อเจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือ GM เห็นค่ายคู่แข่งร่วมเมืองฟันกำไรได้จากรถยนต์สไตล์ Pony Cars พวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะสร้างรถยนต์ของตัวเองในสไตล์เดียวกันออกมา แต่ก่อนจะเปิดตัวในชื่อ Chevrolet Camaro รถยนต์คันนี้เกือบได้ชื่อว่า Panther เสียแล้ว เพราะเป็นชื่อที่เตรียมไว้ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ในปี 1965 แต่ไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเปิดตัวทีมงานทั้งหมดก็ต้องหารือกันใหม่ เพราะเบื้องบนของ Chevrolet ต้องการให้ชื่อขึ้นต้นนำหน้าด้วยอักษร “C” เหมือนในรุ่น Corvette, Chevelle และ Corvair ในที่สุดพวกเขาก็ได้ชื่อ Camaro มาเป็นชื่อของรถยนต์ โดยการเปิดตัวในปี 1966 พวกเขาอ้างวันมันคือคำที่ดัดแปลงมาจากคำศัพท์แสลงภาษาฝรั่งเศสเก่าแก่
บางคนอาจจะคิดว่าจักรยานก็แค่ยานพาหนะสองล้อ แต่สำหรับกลุ่มดีไซน์เนอร์ใน Extans ไม่ได้คิดแค่นั้น และนี่คือจักรยานที่น่าจะเรียกได้ว่าสวยงามที่สุดเท่าที่เคยมีมา Extans คือแบรนด์ที่เคยสร้างจักรยานระดับ masterpiece ผ่านตามาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Akhal Shadow และ Shine ซึ่งราคาของทั้งสองรุ่นนี้ก็สูงถึง $20,000 – $25,000 และผลงานชิ้นล่าสุดที่ต้องการสร้างสรรค์จักรยานที่เลอค่าและหรูหราไม่ต่างจากเพชรที่สวยงามที่สุด และ Akhal Sheen bicycle คือจักรยานที่ตอบทั้งด้านดีไซน์และวัสดุที่ใช้ประกอบมันขึ้นมาได้แตกต่างและเหนือกว่าสองช้ินแรก Extans Akham Sheen ชื่อที่ได้มาจาก “Akhal-Teke” สายพันธุ์ม้าที่เก่าแก่ที่สุด มีจุดเด่นทั้งด้านความสวยงาม ความคล่องตัว อดทน ซึ่งแสดงถึงความสามารถของจักรยานคันนี้ได้ชัดเจน การออกแบบยึดตัวเลขที่สำคัญ 3 ตัวคือ 19, 21 และ 24 มาจากการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 19 คัน แต่ละคันน้ำหนักเพียง 21 ปอนด์ หรือราว 9 กิโลกรัม และ 24 คือ ทอง 24k
เชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบในรถจักรยานยนต์คงจะสะดุดตาสะกิดใจทุกครั้งที่ได้เห็นรถจักรยานยนต์อย่าง Harley-Davidson แล่นผ่าน ด้วยทรวดทรงที่อวบอิ่ม และเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่น่าเกรงขาม แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นทุกคนที่ชื่นชอบมันไปซะทีเดียว เพราะถ้าหากใครที่ชอบรถจักรยานยนต์สไตล์ Sport จ๋า ๆ รูปทรงปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวก็อาจจะมองว่า Harley-Davidson ออกแนวมีอายุไปสักนิด ทำให้ระยะหลัง Harley-Davidson ต้องปรับตัวด้วยการออก Model ใหม่ ๆ ที่รับอิทธิพลความ Sport เพิ่มเข้าไปขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Street 750 รวมไปถึง Pan American หรือแม้กระทั่ง Livewire ซึ่งเป็น Harley-Davidson ระบบไฟฟ้า รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ ครั้งหนึ่งเคยมีรถจักรยานยนต์ Harley-Davidson รูปทรง Sport มานานแล้ว แม้ปัจจุบันจะไม่มีการผลิตไปแล้วก็ตาม วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ “Buell Motorcycle” กัน เพราะนี่คือหนึ่งในแบรนด์ที่นำเอา Harley-Davidson แบบทั้งดุ้น มาปรับโฉมเพิ่มความ Sport ให้ถึงขีดสุด จนสะดุดตาคนรัก Harley-Davidson ทั่วโลกมาแล้ว What
กระแสรถบ้านและรถลากในบ้านเรากำลังมาแรงจากไลฟ์สไตล์การแคมป์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งในหลายประเทศก็จริงจังกับเรื่องนี้มากโดยเฉพาะในอเมริกา ที่เราจะได้เห็นรถบ้าน (RVs) ในภาพยนตร์หลายเรื่อง และสำหรับบางคนก็จริงจังกับมันมากกว่ารถยนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเสียอีก อย่างเช่น Truck Surf Hotel คันนี้ก็เป็นตัวอย่างความอลังการ ด้วยการนำหัวลากรถบรรทุกจาก Mercedes-Benz Actros มา custom จนกลายเป็นโรงแรมสำหรับนัก Surf เคลื่อนที่ได้อย่างยอดเยี่ยม Truck Surf Hotel เป็นผลงานจากไอเดียของ Daniela Carneiro ตากล้องท่องเที่ยว และ Eduardo Ribeiro ครูสอนเล่น Surf และนักเดินทาง ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการตระเวนผจญภัยไล่ล่าคลื่น ค้างคืนนอนในรถตู้ตั้งแต่ฝั่ง Europe ไปถึง Africa เข้าใจดีว่าการจะหาตำแหน่งคลื่นที่สวยงามและคนไม่เยอะเกินไป จำเป็นต้องตระเวนไปในจุดแปลก ๆ ที่มักจะไม่มีโรงแรมหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก จึงนำประสบการณ์ที่ทั้งสองได้เจอมาจนรู้ว่าชีวิตคนแบบนี้ต้องการอะไร และสร้างสรรค์มันออกมาเป็นธุรกิจโรงแรมเคลื่อนที่ซะเลย ไอเดียธุรกิจที่น่าสนใจของ Truck Surf Hotel คือการนำเสนอโรงแรมพร้อม package ท่องเที่ยว ตารางกิจกรรม และสถานที่เล่น Surf เจ๋ง ๆ


