ความฝันของพวกเราคือการได้ขับ Lamborghini แบบกดมิดไมล์เพื่อจะได้รับรู้ถึงอรรถรสของ Supercar อย่างเต็มที่ แม้การจะเป็นเจ้าของครอบครองมันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปัจจุบันได้มีบริษัท Supercar Rental เกิดขึ้นมากมายในหลายประเทศ เช่นเดียวกับในประเทศ Dubai ชาว Middle East ที่ร่ำรวยกลางงทะเลทราย ย่อมมีบริษัทให้นักท่องเที่ยวได้เช่ารถในฝันขับมากมาย และหนึ่งในนั้นต้องพบว่าบริษัทของตัวเองโดนค่าปรับมากถึง $46,000 (1.5 ล้านบาท) จากข้อหา Speeding (ขับรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด) ภายใน 3 ชั่วโมงเท่านั้น เรื่องเกิดจากนักท่องเที่ยวได้ทำการเช่า Lamborghini Huracan คันงามจากบริษัทรถเช่าหรู Saeed Ali Rent A Car ซึ่งมีแต่รถ Exotic Car น่าขับทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Ferrari 458 Spiders หรือ Audi R8 Spyder รวมถึง Lamborghini สีขาวคันที่มีปัญหานี้ด้วย ซึ่งเราพอจะเข้าใจอารมณ์คนที่นั่งใน Cockpit ของ Lamborghini ได้ดีว่ามันคงยากที่จะห้ามใจไม่ให้ซิ่งหมดไมล์บนถนนโล่ง ๆ
ในยุคที่โลกกำลังแข่งกันสร้างสรรค์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สุดแสนจะไฮเทค ขุมพลังแรง และวิ่งได้ไกลแสนไกล แต่ในโลกแห่งความล้ำหน้า ย่อมตีคู่มาด้วยโลกของความคลาสสิค วันนี้เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Iconic car ที่โด่งดังในอดีต รถทรงไข่ขวัญใจชาวประชาทั่วโลก และเป็นฮีโร่ที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ BMW กลับมาจากสถานการณ์ใกล้ล้มจนยิ่งใหญ่แบบในทุกวันนี้ นั่นคือ Isetta Micro Car แต่วันนี้มาในรูปแบบ All-Electric พลังงานไฟฟ้าสุดล้ำสำหรับคนเมืองในชื่อ ‘Microlino’ Microlino มาในรูปแบบเดียวกับ Isetta เป๊ะ ๆ ด้วยรูปทรงไข่ขนาด 2.4 เมตร ที่เปิดประตูเข้าออกได้จากหัวรถด้านหน้าเต็มบาน นั่งได้เต็มที่ 2 คน แต่ผ่านการเปลี่ยนหัวใจใหม่ให้เป็นแบตเตอรี่ขนาด 8 kWh และ 14.4 kWh ให้เลือกได้ตามต้องการ ขุมกำลัง 15 kW แรงบิดสูงสุด 110Nm สามารถชาร์จผ่านปลั๊กไฟแบบ Type 2 มาตรฐานโลกได้ตามปกติ ชาร์จแบตเต็มหนึ่งครั้งใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทางไกล 120
ไม่ว่าเราจะขับรถยนต์ราคาหลักแสนหรือหลักล้าน สิ่งเดียวที่เป็นส่วนสัมผัสกับพื้นถนนและมีผลโดยตรงกับระยะเบรกที่มีประสิทธิภาพ รองรับแรงกระแทกจากร่องหลุมบ่อบนท้องถนน คอยรีดน้ำเจิ่งนองตอนฝนตกในขณะที่เราเดินทางด้วยความเร็วให้รถเกาะถนนควบคุมได้ดั่งใจ ก็คือยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้น ผู้ซึ่งเป็นฮีโร่นอกสายตา คอยปิดทองหลังพระมาเสมอ เพราะในขณะที่เราดูแลรถยนต์ให้สวยหล่อดูใหม่เสมอ หลายคนกลับไม่เคยก้มถามสารทุกข์สุขดิบของยางรถยนต์เลยว่าเป็นยังไงบ้าง สุขภาพดอกยางยังดูดีอยู่มั้ย ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งเหยิงของคนเมือง ที่เวลาพักผ่อนดูแลสุขภาพตัวเองยังแถบไม่มี ไม่ต้องพูดถึงสุขภาพยางกันเลย หรือบางคนอาจจะไม่ลืม แต่จำใจต้องทนใช้ยางเก่าต่อไปให้นานที่สุด เพราะเปลี่ยนครั้งนึงก็ต้องควักจ่ายไม่ใช่น้อย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ยางรถยนต์นั้นมีความสำคัญเป็นอันดับ 1 แอร์พัง เครื่องเสียงดับ ยังขับและเบรกได้ แต่ถ้ายางไม่ดีเมื่อไหร่ นั่นหมายถึงอันตรายที่พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เราอยากให้คุณถามตัวเองตอนนี้เลยว่า “คุณได้ดูแลยางรถยนต์บ้างมั้ย?” ถ้าคำตอบคือ “ไม่เคยเลย” นั่นแปลว่าคุณกำลังเสี่ยงกับอันตรายบนท้องถนนหลายอย่าง เนื่องจากยางที่เก่าเสื่อมสภาพ ยางเสื่อมสภาพ จุดเริ่มต้นของอันตรายหลากหลายด้าน – ยางรถยนต์ย่อมมีวันเสื่อมสภาพและคุณสมบัติไปตามกาลเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากการเสื่อมสภาพตามอายุ ยังต้องเจอกับสารพัดสภาพอากาศ เมื่อยางปะทะกับอากาศบวกกับมีความร้อนสะสม จะไปเร่งให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) ยางที่อายุมาก ๆ จึงสูญเสียความยืดหยุ่น เนื้อยางแข็งกระด้าง ทำให้ยึดเกาะถนนได้ไม่ดี ในเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ Paul Walker ประสบอุบัติเหตุในรถ Porsche Carrera GT มีรายงานจากตำรวจ California Highway Patrol คาดว่าปัจจัยนึงที่ทำให้ Supercar
ว่ากันเรื่องผู้ชายกับยานพาหนะ ย่อมมีความหมายมากกว่าแค่ผู้ขับขี่และรถคันหนึ่ง นอกจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยมที่ทำให้เราประทับใจแล้ว เรื่องราวต่าง ๆ ของรถคู่ใจยังเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราหลงใหล เป็นความหมายที่ช่วยผลักดันให้ทำสิ่งที่เปี่ยมไปด้วย Passion ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้ จากการวิจัยพบว่า สาเหตุที่ผู้ชายอาจหลงใหลในยนตรกรรมมาก ๆ ก็เพราะว่าเสน่ห์ของการออกแบบที่อยู่ถาวร ความรู้สึกอิสระในเวลาที่ได้ควบคุมพวกมาลัยและคันเร่งที่จะพาเราไปทุกที่ การอยากจะดูแลยานพาหนะสักคันตามสัญชาติของหนุ่ม ๆ มันสามารถบ่งบอกตัวตนของเราได้ จึ่งไม่แปลกที่ผู้ชายจะรู้สึกว่ารถคันโปรดของเขาคือส่วนหนึ่งในชีวิต ราวกับมิตรสหายที่โตมาด้วยกัน และถ้าพูดถึงยนตรกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย Story, Passion และ Feeling นั้น ชื่อแรก ๆ ที่โผล่ขึ้นมาในใจก็คือ BMW ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีที่ผู้คนทั่วโลกต่างยอมรับทั้งชื่อเสียง สมรรถนะ เทคโนโลยี ความสวยงาม และเรื่องราวระดับตำนานมาถึง 100 ปี ซึ่งความคล้องจองระหว่าง insight และตัวแบรนด์ใบพัดฟ้า-ขาว ทำให้ BMW ผุดไอเดียแคมเปญ #BMWStories ที่เกิดจากความเชื่อที่ว่า “เรื่องราวของทุกคน สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้รถ BMW ในประเทศไทยได้บอกเล่าเรื่องราว, passion และความประทับใจของรถคันโปรด และแบ่งปันแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น จากแคมเปญ #BMWStories ทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจจากผู้คนที่มาถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองกับรถ BMW คู่ใจ ซึ่งแต่ละคนก็จะมี passion ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นนักแข่งรถ, นักเดินทาง
590,000,000 (ห้าร้อยเก้าสิบล้าน) บาท นี่ไม่ใช่งบประมาณลับทางทหารของประเทศไทยที่ประชุมกันแบบไม่เปิดเผย แต่นี่คือราคาของรถยนต์ 1 คัน ที่ได้รับตำแหน่ง “แพงที่สุดในโลก” อย่างเป็นทางการ แซงหน้า One-off Rolls-Royce Sweptail รถหรูสั่งทำคันเดียวในโลกที่เคยครองแชมป์ด้วยราคา $13,000,000 (440,000,000 บาท) ไปแบบไม่เห็นฝุ่น นั่นคือ Pagani Zonda HP Barchetta ตำนานสุดพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาเพียง 3 คันในโลก มันดีซะจนเจ้าของต้องขอเก็บไว้ใช้เอง 1 คัน เหลือวางขายเพียง 2 คันเท่านั้น ในราคาเลือดตากระเด็น $17,500,000 (590,000,000 บาท) และราคานี้เราคงโดนผู้ใหญ่ดุว่า ซื้อรถทั้งทียังไม่มีหลังคามาให้ซะด้วย หลังผ่านช่วงอายุขัยการผลิตกว่า 18 ปีของ Pagani Zonda และหยุดสายการผลิตไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังทิ้งตำนานที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ และล่าสุดพึ่งจะเปิดเผยรุ่น Special Edition ทิ้งทวน Zonda series ที่พิเศษถึงขั้นใช้ชื่อย่อของ Horacio Pagani ผู้ก่อตั้งเป็นรหัสใน
ความหล่อของ BMW X5 นั้นเราคงไม่ต้องวิจารณ์อะไรให้มากความ เพราะมันเป็นรถ SUV ขนาดใหญ่ที่ดูป๋าสุด แถมยังพกเทคโนโลยีมาเต็มเปี่ยม ทรงพลังไม่แพ้ใครบนท้องถนน ซึ่งทรง BMW เรียกมันว่า SAV หรือ Sports Activities Vehicle ซึ่งตัวแรงสุดในตระกูลนี้ต้องเป็น BMW X5 M ที่มาพร้อมขุมพลัง 570 แรงม้า ทำเวลา 0 – 100 Km/h ได้ภายใน 4 วินาที ตัวเลขที่คนทั่วไปแค่เห็นก็ถึงกับต้องเกร็งตัวดูเหมือนจะยังไม่พอใจสำนักจูนรถ Auto-Dynamics Vehicle แห่ง Poland มากนัก จึงจับมันมาทำเป็นโปรเจคพิเศษ เสกแรงม้าเพิ่มเข้าไปให้อีก 100 ตัว กลายเป็น BMW X5 M Avalanche รถ SUV ที่ทรงพลังยิ่งกว่า Lamborghini Urus ด้วยตัวเลขแรงม้ามากถึง 670 แรงม้า
เวลาผ่านไปไวเกิน หรือหน้าตาของ Audi TT / TTS คลาสสิคล้ำสมัยเกินไป ทำให้เราเกือบลืมไปว่ามันกำลังเข้าสู่ช่วงกลางอายุขัยของ Generation ที่ 3 แล้ว และในขณะที่หลายคนกำลังตัดสินใจว่าจะซื้อตอนนี้ หรือจะรอเห็นหน้าตา Facelift version ให้สบายใจก่อน ซึ่งจากแผนเดิมควรจะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้ในงาน Paris Auto Show เดือนตุลาคม แต่ดูเหมือนจะไม่ต้องรออีกต่อไปแล้ว เพราะวันนี้เราได้เห็นโฉมหน้าความเปลี่ยนแปลงของ 2018 Audi TT แบบเต็มตาไร้ผ้าคลุม ความเปลี่ยนแปลงของ Audi TT และ TTS Facelift ภายนอกที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุดก็คือ ดีไซน์ชุดกันชนหน้าและหลังใหม่ โดยกันชนด้านหน้าแบบ 3D singleframe radiator grille มีการเพิ่มช่องดักลมที่เชื่อมต่อกันจากด้านข้างซ้ายและขวาขนาดใหญ่เข้าไป ซึ่งของเดิมไม่มี ทำให้ด้านหน้าของ Audi TT ดูเต็มตา ใหญ่โตมากขึ้น ส่วนกันชนหลังมีการเพิ่มช่องระบายอากาศ และ Air Diffuser บริเวณท่อไอเสียเพิ่มขึ้น สำหรับล้อลายใหม่นั้น เราคิดว่า Audi Thailand
มีภาพยนตร์มากมายที่ใช้รถเป็นตัวหลักของเรื่อง จนทำให้รถคันนั้นดูเด่นพอ ๆ กับนักแสดงนำของเรื่องเสียอีก แม้ว่าปัจจัยหลักส่วนใหญ่เวลาค่ายหนังจะเลือกใช้รถซักคันมักมาจากสปอนเซอร์ แต่ทว่าหนึ่งในยี่ห้อรถที่ถูกนำมาใช้ค่อนข้างมากคือแบรนด์สุดเก๋าอย่าง Ford อาจเพราะพวกเขามีรถให้เลือกใช้หลายประเภทตั้งแต่รถสปอร์ตยันรถกระบะคันใหญ่ ซึ่งส่วนมากหนังจากฮอลลีวูด มักจะเลือกรุ่นสปอร์ตอเมริกันยอดนิยมอย่าง Mustang ดังนั้นวันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำรถ Ford 5 คันที่ถูกเลือกนำไปใช้ประกอบหนังจนโด่งดังเป็นพลุแตกให้ได้รับชมกันครับ 1968 Ford Mustang Fastback – BULLITT เริ่มคันแรกกับ 1968 Ford Mustang Fastback สีเขียวเข้ม Dark Highland Green จากหนังไล่ล่าชื่อดังระดับตำนานอย่าง BULLITT ที่นำแสดงโดย Steve McQueen นักแสดงชื่อดังผู้ล่วงลับ ว่าด้วยเรื่องของตัวเอก Frank Bullitt นายตำรวจแห่งเมืองซานฟรานซิสโกผู้ถูกมอบหมายให้คุ้มครองพยานปากเอกคนสำคัญ ซึ่งจะต้องขึ้นให้การกับศาลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่งานกลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อ Bullitt ค้นพบว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลกับพยานคนนี้ โดย Bullitt ก็ได้ใช้รถ Mustang Fastback ปี 1968 สีเขียวเข้มคันนี้เป็นรถประจำตัวเองอีกด้วย และจุดเด่นของเรื่องนี้คือฉากไล่ล่าระดับตำนานซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังรถยุคใหม่
จากคอนเทนต์ที่แล้ว (www.unlockmen.com/james-bond-cars/) ชาว UNLOCKMEN คงได้รู้จักรถคู่ใจ James Bond ในภาค Dr.No ถึง Octopussy กันไปแล้ว เรามาต่อกันในภาคถัดไปและยิงยาวจนถึงภาคล่าสุดอย่าง Spectre กันเลยดีกว่า ไปดูกันว่าสายลับมาดเท่ของเราจะขับรถอะไรให้เราได้ทึ่งกันอีกบ้าง A View to a Kill – Renault 11 อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าพ่อสายลับของเราผันตัวไปเป็นโชเฟอร์ขับแท็กซี่เสียแล้ว แต่เหตุที่รถที่โดดเด่นที่สุดในภาค A View to a Kill เป็นแท็กซี่ยี่ห้อ Renault ก็เพราะว่าในเรื่องเป็นฉากที่เขาต้องรีบทำภารกิจ จึงจำเป็นต้องหารถโดยเร่งด่วน ไม่ว่าจะรถหรูหรือแท็กซี่ก็ไม่เกี่ยงจริง ๆ สำหรับ James Bond The Living Daylights – Aston Martin V8 Vantage Volante เป็นอีกภาคที่มีการเปลี่ยนตัวนักแสดงนำอีกครั้งจาก Roger Moore เป็น Timothy Dalton จึงเหมือนเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะกลับมาใช้รถยี่ห้อที่เปรียบเสมือน Signature ของซีรีส์สายลับเรื่องนี้อย่าง Aston Martin ซึ่งคราวนี้มาในรุ่น V8 Vantage
เรื่องรักพี่เสียดายน้องมันเป็นของธรรมดา ใจหนึ่งก็ชอบอะไรที่มันคลาสสิค อีกใจหนึ่งก็ถวิลหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ สุดท้ายมาเป๊ะเข้าให้กับรถสปอร์ตระดับไอค่อนอย่าง 1965 Ford Mustang ในเวอร์ชั่นที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ รถสปอร์ตสุดคลาสสิคโมเดลพิเศษนี้ สร้างสรรค์โดย Siemens ที่ผุดไอเดียนำรถคลาสสิคมาผสมผสานกับรถที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือเรียกกันแบบทับศัพท์ได้ว่า autonomous cars และก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างมาโชว์เพียงอย่างเดียว แต่รถโมเดลพิเศษไร้คนขับคันนี้จะได้ลงแข่งในรายการ Goodwood Festival of Speed รายการแข่งรถขึ้นเนินเขาชื่อก้องโลกประจำปีนี้ โดยค่ายยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีอธิบายถึงการสร้าง 1965 Ford Mustang เวอร์ชั่นนี้ว่า พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจาก Cranfield University มหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศกรรมในประเทศอังกฤษ ใข้เทคโนโลยีการสแกนตำแหน่งที่ตั้งของ Bentley Systems ที่สามารถสแกนแบบ 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ก่อนโหลดข้อมูลลงบนออนบอร์ดคอมพิวเตอร์ของรถ เพื่อคำนวนเส้นทางและลักษณะการขับขี่ต่อไป สิ่งที่ทำให้เจ้า Mustang คันนี้เป็น autonomous car ที่แตกต่างก็คือ ส่วนใหญ่แล้วในรถประเภทเดียวกันจะมาพร้อมกับเรดาร์ขนาดใหญ่ กล้องตัวเป้ง และเซ็นเซอร์ที่ดูโดดเด่นเหลือเกิน แต่สำหรับ Mustang โมเลพิเศษคันนี้ หากดูภายนอกก็แทบจะไม่แตกต่างจากโมเดลดั้งเดิม ติดตั้งเซ็นเซอร์ขนาดกะทัดรัดที่ฝากระโปรงหน้าและฝาประโปรงหลัง อย่างไรก็ตามทาง Siemens ยังไม่เปิดเผยภาพภายในรถแต่อย่างใด ใบ้แค่ว่ารถคันนี้สามารถขับขี่ตามปกติได้ด้วย โดยขุมกำลังของคันนี้ได้จากเครื่องยนต์ V8 ขนาดความจุกระบอกสูบ 4.7 ลิตร จูนแรงม้าได้
ผู้ชายกับความคลั่งไคล้ในรถมอเตอร์ไซค์เป็นของคู่กันไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องของการแต่งรถมอเตอร์ไซค์นั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกกิจกรรมที่ผู้ชายทุกคนต้องเคยผ่านมาสักครั้งในชีวิต ซึ่งการแต่งรถมอเตอร์ไซค์นี้ ก็เหมือนกับการสร้างงานศิลปะที่เราได้ปลดปล่อยจินตนาการ ได้ใส่ความเป็นตัวตนของคนคนนั้นลงไป ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ต่างอะไรกับการวาดภาพ เพียงแต่มันเกิดขึ้นบนยานพาหนะ ไม่ใช่บนกระดาษ หรือผืนผ้าใบ มันคือการทำงานศิลปะที่คนไม่เคยสัมผัสอาจจะยากที่จะเข้าใจ ด้วยบุคลิก ความชอบ และสไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่าง ทำให้เราเกิดแนวทางการตกแต่งรถที่หลากหลาย และมีมากมายจนขยายใหญ่กลายเป็นวัฒนธรรม หรือที่หลายคนเรียกว่า ‘Custom Bike’ ซึ่งปัจจุบันมีสำนักทำรถ ‘Custom’ ระดับโลกเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละสำนักก็มีแนวทางที่แตกต่างกันไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันจนทำให้เรารู้สึกแปลกใจ ที่ทุกสำนักแต่ง ต้องมีรถมอเตอร์ไซค์อยู่รุ่นนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อ เก็บไว้ในคอลเลคชั่นเหมือนกันทุกสำนัก และรถที่ว่านั้นก็คือ BMW ‘R nineT’ ซึ่งวันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปดูกันว่า ทำไม ‘R nineT’ ถึงได้กลายเป็นรถขวัญใจของผู้ชายที่หลงใหลในรถมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงสำนักแต่งชื่อดังทั่วทุกมุมโลก เริ่มต้นจาก Concept และจุดประสงค์ในการสร้างกันก่อน สำหรับแรงบันดาลใจในการสร้าง ‘R nineT’ เดิมทีนั้นคือ การสร้างรถ Naked Bike ยุคใหม่ที่ยังคงความ Classic Retro
นอกจากชุดสูทเท่ ๆ, คารมคมคาย, บุหรี่, สาวสวย Sexy, Vodka Martinis Shaken Not Stirred แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เรามักจะนึกถึงเสมอเมื่อพูดถึงซีรีส์ภาพยนตร์สายลับ 007 ระดับตำนานอย่าง James Bond คือรถยนต์คู่ใจของเขา ที่ในแต่ละภาคแทบไม่ซ้ำกันเลย แต่ละคันก็ไม่ใช่ธรรมดา เป็นซูเปอร์คาร์สุดหรูทั้งนั้น เห็นแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหน่วยงาน MI6 ต้นสังกัดของสายลับมาดเท่นั้นรวยขนาดไหน นับตั้งแต่ Dr.No ภาพยนตร์ภาคแรกในซีรีส์ James Bond นำแสดงโดย Sean Connery ถึงภาคล่าสุดอย่าง Spectre ที่นำแสดงโดย Daniel Craig รวมทั้งหมดก็ 24 ภาค แน่นอนว่าสายลับ 007 ของเราก็มีรถคู่ใจทุกภาค วันนี้ UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักทั้ง 24 คันไปด้วยกัน Dr. No – Sunbeam Alpine Sunbeam Alpine เป็นรถสปอร์ตสองที่นั่งที่ผลิตโดย Rootes Group


