เฟอร์นิเจอไม้ดีไซน์สวยๆ จะช่วยให้บรรยากาศในบ้านคุณดูดี น่าอยู่ขึ้นมากเลยทีเดียว
หากเอ่ยถึงชื่อแบรนด์ Breitling (ไบร์ทลิ่ง) ขึ้นมา สาวกเรือนเวลาน่าจะรู้กันดีถึงกิตติศัพท์ด้านการจับเวลาที่เที่ยงตรงแม่นยำของจักรกลบอกเวลา ที่มีต้นกำเนิดจากหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งใน Saint-Imier (แซงต์ อิมิเยร์) ตั้งอยู่ใกล้เทือกเขา Jura (ชูรา) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งโดยนาย Leon Breitling ช่างทำนาฬิกาที่ริเริ่มประดิษฐ์นาฬิกาจับเวลาในปี 1884 ด้วยชื่อเสียงเรื่องความแม่นยำทำให้จักรกลจับเวลาภายใต้ชื่อแบรนด์ Breitling ถูกนำไปใช้งานสำหรับภารกิจเหินเวหาอย่างมากมาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้บุกเบิกในการพัฒนานาฬิกาข้อมือแบบจับเวลาซึ่งได้มีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในช่วงเวลาสำคัญในการพิชิตเวหาของมวลมนุษยชาติ จวบจนปัจจุบัน Breitling ยังเดินหน้าพัฒนานาฬิกาคุณภาพสูงขึ้นมาด้วยเป้าหมายเดียวกันกับวันแรกที่ Leon Breitling ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้เริ่มประดิษฐ์นาฬิกาจับเวลาขึ้นมา นั่นก็คือการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมระดับโลก และยังคงผลิตกลไกเองแบบ In-House ซึ่งนาฬิกาทุกเรือนของ Breitling นั้นผ่านการผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้รับรองคุณภาพตามมาตรฐาน Chronometer จากสถาบัน COSC และเมื่อได้พูดคุยถึงเรื่องราวของ Breitling สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือ Chronomat (โครโนแมท) เรือนเวลาที่เปรียบเสมือนคอลเลคชันสําคัญในประวัติศาสตร์ของ Breitling ที่เปิดตัวมาในปี 1984 ซึ่งเป็นยุคที่นาฬิกา Quartz เรือนบางเฉียบจากญี่ปุ่นกําลังเป็นที่นิยมจนสามารถครองตลาดมาตั้งแต่ช่วงยุค 70s สวนทางกับนาฬิกาจักรกลสวิสเมดที่ความนิยมหดหายจนแทบเข้าขั้นวิกฤติ แต่ถึงกระนั้น
adidas Originals x Prada ผลงานล่าสุดภายใต้โปรเจกต์ร่วมกันอย่างเป็นทางการ บนรองเท้า PRADA SUPERSTAR ถ่ายทอดความงามเหนือกาลเวลา ความคลาสสิคสุดอมตะ อันแฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ที่ร่วมสมัย นับเป็นการตอกย้ำภาพความตั้งใจของการร่วมงานระหว่างผู้นำวงการสตรีทแฟชั่นและแบรนด์ลักชัวรี่แถวหน้าของโลกอีกครั้ง โดยรองเท้าทรงไอคอนิกรุ่น Superstar นำเสนอผ่าน 3 สีด้วยกัน ประกอบไปด้วย สีดำล้วน สีขาว-ดำ และสีเงิน-ขาว ถือเป็นการเฉลิมฉลองทศวรรษใหม่ในมุมมองใหม่ผ่านโปรเจกต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โปรเจกต์ร่วมระหว่าง adidas และ Prada นั้นได้เน้นย้ำถึงแง่มุมที่มีความคล้ายคลึงกันของทั้งสองแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ความเคารพและยึดถือต่อประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแบรนด์ หรือความหลงใหลในกีฬา ขณะเดียวกัน หัวใจหลักของ PRADA SUPERSTAR คู่นี้คืองานฝีมือสุดประณีต ซึ่งเบื้องหลังการผลิตนั้นเต็มไปด้วยความพิเศษ รองเท้าทุกคู่ล้วนตัดเย็บอย่างพิถีพิถันโดยช่างผู้เชี่ยวชาญทางด้านรองเท้าของ Prada แทรกซึมมิติความเป็นลักชัวรี่ให้แก่โมเดลรองเท้าสุดคลาสสิก ให้มีความโดดเด่น สะดุดตา และสร้างปรากฏการณ์นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก PRADA SUPERSTAR โดดเด่นด้วยวัสดุหนังแท้ที่ตัดเย็บออกมาในรูปทรงดั้งเดิม บ่งบอกความเป็น Prada ด้วยสัญลักษณ์ Made in Italy บริเวณด้านข้างรองเท้า และปั๊มโลโก้ Prada คู่กับ
Incase (อินเคส) แบรนด์กระเป๋าและแกดเจ็ตชั้นนำระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่โดดเด่นในการออกแบบกระเป๋าเพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ร่วมมือกับ BIONIC® (ไบโอนิค) แบรนด์ที่มีจุดประสงค์ในการลดขยะและเป็นมิตรกับธรรมชาติ โดยทั้งอินเคสและไบโอนิคร่วมกันเปลี่ยนพลาสติกในท้องทะเลอันเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมให้กลายมาเป็นกระเป๋าคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่อยากจะช่วยดูแลโลกใบนี้อย่างยั่งยืน อินเคสมองเห็นความสำคัญและตั้งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน คอลเลคชั่นสำคัญที่อินเคสออกแบบเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมและดีต่อสิ่งแวดล้อมตัวอย่างเช่น Ecoya ช่วยลดการใช้น้ำและลดการปล่อยมลพิษที่ออกมาตั้งแต่ปี 2012 หรือคอลเลคชั่นล่าสุดอย่าง ecoNEUE ที่ทางอินเคสปลูกต้นไม้ทดแทน 2 ต้นทุกการตัด 1 ต้นซึ่งได้รับการรับรองว่าเป็น FSC- certified จาก Forest Stewardship Council ถือเป็นวัสดุที่ได้รับมาตรฐานทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด พลาสติก 91% ไม่สามารถรีไซเคิลได้และถูกทิ้งลงสู่ทะเลมากกว่า 8 ล้านตันทุกปี จนกระทั่งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2050 จะมีจำนวนขยะมากกว่าจำนวนปลาในมหาสมุทรเสียอีก นี่เป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้ทีมอินเคสตัดสินใจร่วมมือกับไบโอนิคซึ่งใช้เวลายาวนานกว่าสองปีในการออกแบบและสรรสร้างภารกิจเปลี่ยนพลาสติกในทะเลให้กลายเป็นคอลเลคชั่นกระเป๋า 3 ใบสุดพิเศษในสี earth tone ให้เลือกระหว่างสีเขียวน้ำทะเล (Ocean Green) หรือสีเทาเหล็ก (Steel Grey) Bionic® Compact Sleeve กระเป๋าสำหรับใส่แล็ปท็อปสองขนาด 13 นิ้ว และ 16 นิ้ว
RADO ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลก สุดยอดงานออกแบบล้ำสมัย ผู้นำเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์ของวงการนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเลอ กอร์บูร์ซูซี่ (Les Couleurs Suisse) องค์กรที่อยู่ภายใต้ Foundation Le Corbusier ซึ่งถือสิทธิ์ในการออกใบอนุญาตการใช้ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรม “Architectural Polychromy” ของนักออกแบบชื่อดังอย่าง เลอ กอร์บูร์ซิเย่ (Le Corbusier) แต่เพียงผู้เดียว และประสบความสำเร็จโดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา ในปีนี้ RADO จึงได้ผนึกกำลังร่วมมือกับพันธมิตรเดิมอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อยอดความท้าทายด้านการออกแบบในโลกแห่งนวัตกรรมเรือนเวลาให้พัฒนาไปอีกระดับ สีสันถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและมีความสำคัญต่อการออกแบบอานุภาพของสีได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยฟังก์ชั่นและเอฟเฟกต์ด้านการออกแบบสีนั้นได้รับการพัฒนาและวางแนวคิดใหม่ โดย เลอ กอร์บูร์ซิเย่ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ส่งมอบสีสันให้กับงานด้านการก่อสร้าง ส่งมอบประสบการณ์จากความว่างเปล่าสู่ชุดสีเชิงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มอบความกลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติและสามารถผสมผสานได้ทุกแนวทาง ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องให้ความสำคัญต่อผลลัพธ์ของสีที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบและการออกแบบสีเชิงสถาปัตยกรรม Charles Edouard Jeanneret Gris (ชื่อโดยกำเนิดของ Le Corbusier) หนึ่งในสถาปนิกและนักออกแบบระดับตำนาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานศิลปะ ภาพวาด กราฟิก ประติมากรรมและสิ่งทอ และเป็นผู้ที่สามารถจำแนกเฉดสีได้ถึง 63 เฉดสี จาก 2 คอลเลคชั่น
อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ชั่วขณะที่เรากำลังเร่งรีบ ดุ่มเดินไปในสถานที่สักแห่ง แล้วใครสักคนก็เดินผ่านเราไป ชั่วเวลาไม่กี่วินาที แต่เราต้องเหลียวมอง เพราะกลิ่นเฉพาะบางแบบ ดึงดูดและกระชากความสนใจเราได้อยู่หมัด อยากรู้แทบบ้าว่านั่นกลิ่นอะไร? น้ำหอม สบู่หรือยาสระผมยี่ห้อไหนที่ใครคนนั้นใช้? ชั่วขณะแบบนั้น อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เข้าใจว่า “กลิ่นหอม” นั้นทรงพลังขนาดไหน กลิ่นที่เหมาะสมเป็นทั้งตัวเสริมบุคลิกภาพ เสน่ห์ ความมั่นใจ รวมถึงเสร็จ็นปัจจัยสร้าง First impression ต่อผู้อื่นที่สำคัญ การเลือกกลิ่นที่เหมาะกับตัวเอง และเป็นกลิ่นเฉพาะที่ชวนให้ใครจดจำจึงเป็นสิ่งที่เราควรรู้ ‘กลิ่นหอมที่ชอบ’ก็เหมือนอาหารที่ใช่ ต้องรู้จักไว้ เพื่อเข้าใจตัวเอง เรารู้ว่าเราชอบกินอะไร เราชอบกินไก่ทอด เพราะเราชอบรสชาติกลมกล่อมเค็ม ๆ กรอบ ๆ ของมัน เราชอบกาแฟดำเพราะรสขมเข้มของมัน เมื่อเรารู้ว่าเราชอบกินอะไร เพราะอะไรก็ง่ายต่อการหาของกินที่เหมาะกับตัวเองและทำให้ตัวเองมีความสุข ในทางกลับกัน “กลิ่นหอม” ก็เช่นเดียวกัน เราควรต้องระบุว่าเราชอบกินแบบไหน และกลิ่นนั้นมีที่มาจากอะไรให้ได้ เพื่อเข้าใจตัวเองและตามหากลิ่นเฉพาะตัวเจอ แต่มันไม่ได้ซับซ้อนถึงขนาดที่เราต้องจำตำรา Fragrances of the World นั่งท่องที่มาของน้ำหอมทุกสูตร แต่ลองจัดประเภทง่าย ๆ เช่น น้ำหอมที่มีอยู่ตอนนี้ ไปจนถึงสบู่ ยาสระผม
หลังจากนาฬิกา SEIKO 5 SPORT จากแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง SEIKO ได้ถือกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครั้งในปี 2019 โดยนำเสนอในรูปลักษณ์ใหม่ที่มีความแฟชั่นขึ้น หลากหลายขึ้น ผสานความทนทานในหลากหลายด้าน ด้วยนาฬิการะบบกลไกที่เชื่อถือได้สำหรับผู้ชื่นชอบนาฬิกา มาในวันนี้ SEIKO 5 SPORT ใหม่ได้สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาไซโก ไฟว์ สปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดทั้ง 6 รุ่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “สตรีท ไฟเตอร์ 5” ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของเกมต่อสู้แบบผู้เล่นกับผู้เล่น ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกที่เกมเมอร์พันธ์แท้จะนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เกม สตรีท ไฟเตอร์ นั้น เปิดตัวครั้งแรกในปี 1987 และยังเป็นเกมต่อสู้ชั้นนำในวงการอีสปอร์ต ที่มีผู้เล่นและผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลก โดยนาฬิกาทั้ง 6 รุ่นของ SEIKO 5 SPORT นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครหลักของเกม อาทิ Ryu(ริว), Ken(เคน), Chun-Li(ชุนลี), Guile(ไกล์), Zangief(ซานกีฟ) และ Blanka(บลังก้า) โดยคอลเลคชั่นนี้จะออกวางจำหน่ายพร้อมกันที่ไซโกบูติก และรีเทลเลอร์ทั่วโลกในเดือนกันยายนในรูปแบบลิมิเต็ด เอดิชั่น
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซัมซุงได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Galaxy Z Fold2 (กาแลคซี่ ซี โฟลด์ 2) สุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอพับได้เจเนอเรชันที่ 3 จากซัมซุง ที่มาพร้อมนวัตกรรมการออกแบบสุดล้ำบ่งบอกนิยามแห่งอนาคต พร้อมพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานและมอบประสบการณ์ของสมาร์ทโฟนจอพับได้ที่ดีที่สุด เทรนด์การทำงานแบบ Remote Working นั้นกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด สอดคล้องกับรายงานของ Microsoft ที่เผยว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมที่ผ่านมา อัตราการใช้บริการวิดีโอคอลบน Microsoft Teams ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนั้นเพิ่มสูงขึ้นถึง 300% ซัมซุงได้เล็งเห็นถึงเทรนด์ของไลฟ์สไตล์การทำงานที่เปลี่ยนไปนี้ จึงมุ่งต่อยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอพับได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยคอนเซ็ปต์การรวมประสบการณ์หน้าจอขนาดใหญ่ของแท็บเล็ตและความคล่องตัวของสมาร์ทโฟนไว้ในเครื่องเดียว กลายเป็นผู้บุกเบิกและปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยการสร้าง Form Factor ใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนในอนาคต หลังจากที่ซัมซุงได้เปิดตัว Galaxy Fold “สมาร์ทโฟนจอพับได้รุ่นแรกของโลก” ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่านวัตกรรมดังกล่าวไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นเพียงเพื่อสร้างลูกเล่นที่แปลกใหม่ หรือให้ประสบการณ์สมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนเท่านั้น แต่นวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในเครื่องเดียวนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะฟีเจอร์ Multi-active window ที่ช่วยให้สามารถทำงานได้หลายอย่างพร้อมกัน หรือประสบการณ์การรับชมที่เต็มตาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่เทียบเท่าแท็บเล็ต แต่ยังให้ความสะดวกในการพกพาและคล่องตัวในการใช้งาน
เสื้อผ้าไม่ได้มีไว้ใส่เพื่อเสริมความเท่ หรือปกคลุมร่างกายของเราเวลาออกจากบ้านเท่านั้น แต่มันยังส่งผลต่อจิตใจของเราได้ด้วย ซึ่ง UNLOCKMEN อยากให้ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ โดยการอธิบายผ่านทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ชื่อว่า ‘Enclothed Cognition’ มันคืออะไร รู้ไปแล้วได้อะไร วันนี้เราจะเล่าให้ฟัง ‘Enclothed Cognition’ เป็นแนวคิดที่พยายามอธิบายว่า เสื้อผ้าที่เราสวมใส่มีผลต่อเราในทางจิตวิทยาอย่างไร คิดค้นโดย 2 นักจิตวิทยา ได้แก่ Hajo Adam และ Adam d.Galinsky ซึ่งทั้งคู่ร่วมกันทำงานวิจัยชื่อว่า Enclothed Cognition ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Journal of Experimental Social Psychology (2012) Your Clothing Impacts Your Thinking งานวิจัยชิ้นนี้มีการทดลอง 3 ครั้ง ทั้งหมดเพื่อดูว่าเสื้อกาวน์ (lab coat) มีผลทางจิตวิทยากับคนอย่างไร แต่ก่อนเริ่มการทดลอง นักวิจัยได้มีการทำ pretest และพบว่า เสื้อกาวน์มักเกี่ยวข้องกับ ความเอาใจใส่ (attentiveness) และความระมัดระวัง
สำหรับผู้ชายอย่างเรา ๆ หนวดเคราบนใบหน้าถือเป็นอีกสิ่งที่บ่งบอกสไตล์ได้ชัดเจนไม่แพ้เครื่องแต่งกาย ความต่างแค่ไว้หนวดกับไม่ไว้หนวดก็สามารถเปลี่ยนลุคพวกเราได้อย่างน่ามหัศจรรย์ แต่ในบางครั้งการที่เห็นผู้ชายหลายคนมาพร้อมใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยหนวดเครามาดเข้ม ก็ไม่อาจเหมารวมได้ว่าหนวดเคราที่เห็นคือลุคที่พวกเขาอยากได้ หรือเป็นสไตล์ที่พวกเขาถูกใจ เพราะเราเชื่อเหลือเกินว่ายังมีผู้ชายอีกจำนวนไม่น้อยที่มั่นใจกับการมีใบหน้าหน้าที่เกลี้ยงเกลามากกว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยไรหนวด เพียงแต่ว่าชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นอาจกำลังติดอยู่ในสถานการณ์ยุ่ง ๆ จนไม่มีเวลาดูแลหนวดเคราให้เกลี้ยงเกลาดั่งใจ หรืออาจไม่ได้มีตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้โกนหนวดได้อย่างมั่นใจว่าจะได้ลุคที่ต้องการในทุก ๆ วัน แต่ต้องบอกเลยว่าปัญหาวุ่น ๆ ของหนุ่มงานเยอะ เวลาน้อย รวมไปถึงใครที่ขี้เกียจโกนหนวดเพราะเบื่อขั้นตอนที่ยุ่งยากกำลังจะหมดไป เพราะ Toys For Boys สัปดาห์นี้ถึงคิวของการแนะนำไอเทมเด็ดคู่ใจผู้ชายสายเนี้ยบ ที่บอกเลยว่าต่อจากนี้ไปภารกิจดูแลตัวเองที่ต้องใช้ความพิถีพิถันอย่างการโกนหนวดจะกลายเป็นเรื่องที่สะดวกง่ายดาย ไม่ทำให้ชีวิตต้องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะเวลาน้อย หรือสถานที่ไม่เป็นใจแค่ไหน ก็ยังคว้าเครื่องโกนหนวด Philips S1000 Series รุ่น S1301 มาโกนหนวดได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำกัดว่าจะต้องยืนส่องกระจกโกนหนวดในห้องน้ำเพียงเท่านั้น จะโกนหนวดระหว่างนั่งดูหนังอยู่บนโซฟา หรือจังหวะที่รถติดหนัก ๆ ก็ไม่มีปัญหา สามารถมั่นใจกับใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาไร้หนวดเคราได้อย่างทันใจ PHILIPS S1301 อย่างที่เราบอกไปในตอนต้น ว่าเครื่องโกนหนวด Philips รุ่น S1301 ซึ่งเป็นหนึ่งใน S1000 Series คือเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าที่จะมาเปิดประสบการณ์การโกนหนวดที่สะดวกง่ายดาย
“SAMMANKOPPLA/ซัมมันคอปล่า” คอลเล็คชั่นแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย ผลงานการออกแบบและพัฒนาร่วมกันระหว่างอิเกียและเกรฮาวด์ แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ แบรนด์เดียวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับเลือกให้ร่วม Collaboration Projects 2020 ซึ่งอิเกียได้ทำงานร่วมกับแบรนด์และดีไซเนอร์มากหน้าหลายตาจากทั่วโลก สร้างสรรค์คอลเล็คชั่นพิเศษถ่ายทอดความหลากหลายของวัฒนธรรมรอบโลก จากเทรนด์ทั่วโลกที่คนย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น และใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดมากยิ่งขึ้น อิเกียและเกรฮาวด์ จึงได้สร้างสรรค์คอลเล็คชั่น “SAMMANKOPPLA/ซัมมันคอปล่า” โดยเชื่อมโยง 3 ความคิดหลักในการออกแบบ ประการแรก คือ ความเป็นอยู่แบบไทยยุคใหม่ที่ผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมและรูปแบบการใช้ชีวิต ประการที่สอง คือ ความเชื่อแบบไทย ๆ ที่ปลูกฝังส่งต่อกันมายาวนานเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างประหยัด พอเพียง ยั่งยืน และประการสุดท้าย คือ การนำสไตล์ของเกรฮาวด์ ที่เป็นแบรนด์ Casual Street Style ที่สร้างสรรค์และสนุกสนานเข้าไปด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ คอลเล็คชั่นเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในบ้านที่มีความแตกต่าง ไม่เพียงเหมาะกับการใช้ชีวิตในพื้นที่ขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยังตอบสนองต่อกระแสความคิดใหม่ในการใช้ชีวิตแบบรักษ์โลกอีกด้วย สินค้าหลาย ๆ รายการในคอลเล็คชั่นนี้ เกิดจากความคิดแบบมัลติฟังก์ชั่น บวกกับการใช้งาน หรือนำเอาวัสดุเก่ามาหมุนเวียนใช้ใหม่ อย่างแนวคิดของการเอาระบบนั่งร้านมาเปลี่ยนเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่เบาและมีความคล่องตัวในการใช้สอย โคมไฟที่มาจากการดัดแปลงกระปุกน้ำยาเก่าให้กลับมาเป็นประโยชน์อีกครั้ง หรือการนำเอางานหัตถกรรมจักสานพื้นบ้านไทย มาต่อยอดด้วยการผลิตที่ใช้วัสดุและดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อชูแนวคิด 3R
แม้วันเวลาจะเดินหน้าอย่างไม่เคยหยุดนิ่งแต่คงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าชื่อของ สตีฟ แม็กควีน (Steve McQueen) ได้กลายมาเป็นไอคอนสำคัญต่อผู้ชายเราในยุคสมัยหนึ่ง ทั้งความโดดเด่นเรื่องผลงานการแสดงจากภาพยนตร์อย่าง The Thomas Crown Affair (1968) The Great Escape (1963) และหนังแห่งโลกความเร็วอย่าง Le Mans (1971) แต่นอกจากบทบาทด้านการแสดงอีกหนึ่งในเรื่องที่ สตีฟ แม็กควีน ได้สร้างอิทธิพลต่อผู้ชายทั่วโลกมาหลากหลายยุคสมัยคือเรื่องของแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัว ไม่ว่าจะเป็นสไตล์เรียบหรูเป็นทางการหรือการแต่งตัวในลุคสบาย ๆ ที่เน้นความคล่องตัว ผู้ชายคนนี้ก็มักหยิบไอเทมชิ้นต่าง ๆ มาสร้างสไตล์ที่โดดเด่นให้กับตัวเองได้เสมอ แต่ไอเทมชิ้นไหนที่ถูกจดจำว่าเป็นเครื่องแต่งกายชิ้นโปรดของ King of Cool คนนี้บ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกันเลย White T-Shirt สตีฟ แม็กควีนมีทักษะในการแต่งตัวและบุคลิกในการสร้างสไตล์ที่โดดเด่นด้วยเสื้อผ้าอันเรียบง่าย หนึ่งในคือ เสื้อยืดสีขาว โดยสตีฟมักหยิบไอเทมชิ้นนี้มาจับคู่กับกางเกงกากี (Khaki) และกางเกงผ้าลินิน (Linen Trousers ) หลายครั้งระหว่างเดินทางโปรโมตหรือถ่ายทำภาพยนตร์เขาจะเลือกเสื้อยืดสีขาวเป็นชุดเตรียมความพร้อมเพื่อสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเวลาเดียวกันก็สามารถสร้างสไตล์ตคูล ๆ


